Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ขุนพลน้อย >>

โชคชะตา เวลา และสองเรา(3) :

โชคชะตา เวลา และสองเรา

(3)

สองอาทิตย์ต่อมา…
หลังจากที่ผมช่วยยายนุชทำหนังสือพิมพ์ ก็ถึงฤดูกาลสอบปลายภาค ผมจึงไม่ค่อยได้เจอกับยายนุชแสบเท่าไหร่ เธอก็คงจะหมกมุ่นกับการคร่ำเคร่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบนั่นแหละ เวลาผ่านไปหลายวันผมเจอยายนุชที่หน้าบ้านตอนสาย ๆ แบกเป้ใบใหญ่ ๆ เดินดุ่ม ๆ มายังหน้าบ้านผม

“วีด วิ๊ว...ยายตัวยุ่งจะย้ายบ้านไปไหนละนั่น ไปเที่ยวเหรอ”

“อาไรตาบ้า ใครตัวยุ่ง ตัวเองน่ะสิยุ่ง เค้าจะกลับบ้านย่ะ ไมมีเวลามาต่อปากต่อคำหรอก ไปและอีกเดือนค่อยเจอกัน แบร่......”

เห้อ...แม่คุณเอ๋ย จะลาทั้งทียังมาทำแลบลิ้นปลิ้นตาให้เป็นของแถม มันน่าเอาตัดเอาไปต้มซุปจริงเชียว
…………......................
ช่วงหนึ่งเดือนนั้นที่ยายตัวแสบนั่นไม่อยู่ ผมเองเริ่มรู้สึกแปลก ๆ เหมือนขาดอะไรไป คงเพราะไม่มีเด็กบ๊องนั่นมาต่อปากต่อคำ ทำป่วนให้ผมปวดกบาลเป็นแน่ ว่าง ๆ จึงหยิบภาพยายนุชที่ถ่ายเก็บไว้ในคอมมาดูอยู่เรื่อย ๆ เมื่อไหร่จะกลับมาซะทีนะ

ไม่รู้ทำไมสิ แต่ก็ไม่เคยคิดจะโทรหานะ มือถือก็มีเบอร์ก็มี แบบว่าคนมันขี้เกียจ ปกติผมก็ไม่ค่อยจะโทรหาใครอยู่แล้วด้วย จนเพื่อน ๆ มันค่อนขอดว่า “แกนี่มันใจหินจริง ๆ เพื่อนฝูงไม่ยอมติดต่อ ต้องรอให้ตายก่อนหรือไงถึงจะไปเผาผี”

หนึ่งอาทิตย์ก่อนยายนุชเปิดเทอม ขณะที่ผมกำลังนอนฟังเพลงอยู่ในบ้าน กำลังจะเคลิ้มหลับอยู่รอมร่อ โทรศัพท์มือถือมันก็ดังซะจนผมตื่นจากภวังค์ อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยยายนุชโทรมาขอให้ไปช่วยเป็นวิทยากรสอนเรื่องการทำสื่อสิ่งพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ในเทอมหน้า โดยมีค่าตอบแทนให้เป็นรายชั่วโมง เหอะ ๆ เอาเงินมาล่ออย่างนี้ไม่มีปฏิเสธสิผม แถมยังจะได้ไปเจอน้อง ๆ นักศึกษา สาว ๆ น่ารัก ๆ โอ้ว...นึกแล้วอยากให้เปิดเทอมไว ๆ ซะแล้ว

แล้ววันแรกของการเป็นวิทยากรพิเศษก็มาถึง หูย...ต้องแหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่เช้า อาบน้ำ แต่งตัวเสื้อเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนตัวเก่ง เดินวนไปวนมาอยู่หน้ากระจกสำรวจความหล่อ แต่ดูเท่าไหร่มันก็ไม่ค่อยพอใจทุกทีสิน่า

“เอ...ต้องเตรียมอะไรไปมั่งนะเนี่ย เอาวะวันนี้วันแรกไปทำความรู้จักก่อน แล้วสอนเบื้องต้นก็พอ”

แต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงมาชงกาแฟกินกับขนมปังรองท้องก่อนจะคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซออกไปมหาวิทยาลัย แต่ก็เปลี่ยนใจนั่งรถเมล์ก่อนจะสตาร์ทเครื่อง สายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างงามอ้อนแอ้นที่คุ้นเคย ชะอุ้ยยายนุชนี่หว่า ไม่ได้เจอกันซะนานยังน่ารักน่าตีเหมือนเดิม สงสัยกำลังไปมหาวิทยาลัย ผมยืนนึกอยู่สักครู่ไม่รู้จะเข้าไปทักดีหรือเปล่า ไม่ดีกว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเจอกันแบบนี้เดี๋ยวจะโดนด่าเสียฤกษ์แต่เช้า

ผมเดินตามหลังยายนุชไปห่าง ๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองหน้าผมขวาง ๆ ชอบกล แต่ต่างฝ่ายต่างก็ทำเป็นไม่สน ต่างคนต่างอยู่ เออแปลกดีแฮะเหมือนกำลังประลองอะไรสักอย่าง

รอไปได้สักพักรถเมล์มาพอดี ผู้คนเยอะแยะก้าวขึ้นฉับ ๆ ผมเดินรี่เข้าไปเบาะสองรองสุดท้ายนั่งติดหน้าต่าง ที่ประจำผมเลยนะนั่นถ้าว่างผมไม่พลาดเด็ดขาด ฝ่ายยายนุชเธอนั่งฝั่งตรงข้ามผมเยื้องไปด้านหน้าสี่ห้าเบาะ ระหว่างทางยายนุชเหลียวหน้าหันมามองผมเป็นระยะ ๆ ดูท่าเธอจะไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่

โชคดีที่วันนั้นออกแต่เช้ารถไม่ติด เผลอแผล็บเดียวก็ถึงที่หมาย ผมเดินเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมกับมองหายายตัวแสบนั่น ไม่เห็น ไม่เห็นไปไหนแล้ว ไวอย่างกับลิงเลยยายนี่

“เฮ้ย...!!!”

จังหวะที่เดินผ่านมุมอับระหว่างช่วงตึก ไม่รู้ใครแหย่ขามาขัดขาผมเล่นเอาสะดุดหัวเกือบทิ่ม ผมมองหาเจ้าของขานั้นทันใด หึหึ ไม่ใช่ใครที่ไหนยายนุชตัวแสบนั่นเอง หล่อนยืนทำหน้าขึงขัง จ้องหน้าผมอยู่ใกล้ ๆ

“ตาบ้า ตามชั้นมาทำไม”

“อะไร เปล่าพี่ไม่ได้ตามเธอสักหน่อย”

เธอยังคงปั้นหน้ายักษ์ใส่ผม ดูท่าทางเธอยังไม่เชื่อในคำพูดที่บอกไป

“ไม่ได้ตาม...เออพี่จะไปไหนก็เรื่องของพี่ไม่เกี่ยวกับนุชหรอก”

แล้วชั่วโมงแรกในชีวิตที่ได้เป็นวิทยากรสอนคนก็มาถึง ตื่นเต้นเหมือนกันแฮะ เมื่อก่อนเคยแต่ถูกคนสอน วันนี้จะต้องสอนคน เหอะ ๆ เอาน่าเราต้องทำได้ นึกได้อย่างนั้นก็ก้าวฉับ ๆ เข้าห้องคอม อ่ะโห ว้าว...ไม่ผิดหวังนักศึกษาสาวเยอะกว่าผู้ชายอีก

ได้เรื่องเลยครับนักศึกษาหันมามองกันเป็นตาเดียวกันพวกสาว ๆ ซุบซิบ ๆ กันใหญ่ โหยเป็นปลื้มฮะ มีแต่เสียง ชมหล่อวะ เท่ห์โคตร อาจารย์หนุ่มน่าปล้ำ หืม...แต่ละคนปากคอช่างเราะร้ายเสียจริง
แต่ยายตุ๊ดหลังห้องไม่ไหวละฮะ มากุ๊กกิ๊กกับผมละก้อมีเตะตุ๊ดโชว์แน่นอน

จะมีมีอยู่คนเดียวที่ไม่มีอาการกรีดกร๊าดใส่ผมก็มีคนเดียวเท่านั้นแหละ ยายนุชตัวแสบน่ะสิ แม่คุณนั่งหน้าติดใกล้ ๆ คอมที่ผมใช้สอนซะด้วย แต่ดูสีหน้าเธอแล้วคงจะแปลกใจน่าดู คงไม่คิดว่าผมจะมายืนอยู่ตรงนี้ แต่เธอก็ฟอร์มทำเป็นไม่รู้จักซะอย่างนั้นละ แต่ก็ช่างเถอะที่สำคัญตอนนี้คือต้องทำความรู้จักกับนักศึกษาแล้วก็เริ่มสอนไปก่อน

6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 150 นาทีกับการที่ผมต้องเป็นวิทยาการคอยสอนพวกนักศึกษาจะบอกยากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ตรงที่ผมไม่เคยทำหน้าที่แบบมาก่อน เคยแต่มีคนสอน แต่นี่ผมต้องมาคอยสอนคนอื่นเสียเอง ซึ่งบางคนก็เรียนรู้ยากจริง ๆ เล่นเอาเหนื่อยใจแต่ก็ต้องทน เขาเสียเงินจ้างผมมาแล้วนี่นาจะทำให้เสียชื่อตัวเองไม่ได้หรอก

ส่วนที่ง่ายก็คงจะเป็นเพราะผมอายุไม่ห่างจากพวกนักศึกษาเหล่านั้นเท่าใด และตัวผมเองก็บอกไปแต่ชั่วโมงแรกแล้วว่า อย่าเรียกผมว่าอาจารย์เพราะผมไม่ได้มาสอน แต่ให้ถือซะว่าผมเป็นเหมือนพี่ ๆ ของพวกเขาที่มาถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ให้ เรื่องมันก็เลยง่ายขึ้น จะมีอยู่คนเดียวนั่นแหละที่ชอบทำให้ป่วนเศียรเวียนเกล้าอยู่เรื่อย ๆ ก็ยายเด็กบ้านุชน่ะสิ เวลาอยู่ในชั่วโมงเรียนละไม่ค่อยจะตั้งใจ ป่วนได้เรื่อย ๆ แล้วเวลาทำงานทีไรก็มากวนผมที่บ้านทุกที มันน่าเขกกะโหลกไหมละเนี่ย

การได้เข้าไปรั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้งทำให้ชีวิตผมสนุกสนานขึ้น แม้มันจะแปลก ๆ เพราะไม่ได้มาในฐานะนักศึกษาแต่อยู่ในฐานะอาจารย์กลาย ๆ พวกนักศึกษาสาว ๆ ในคลาสของผมชอบมาออเซาะอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะกลุ่มของยายนุชที่เคยรู้จักกันมาก่อนแล้ว

แต่เมื่อใดที่สาวไหนมาเกาะแกะผม ยายนุชจะชอบทำเชิดใส่ไปทุกที ทีเวลาเธอมีพวกนักศึกษาชายมาจีบ หล่อ รวยกว่าผมก็มีผมยังไม่สนเลยเฉย ๆ ออก แต่อาการแบบนี้ของยายนุชเป็นมาตั้งแต่หลังจากที่ผมช่วยเธอทำหนังสือพิมพ์แล้วละ เอ...เธอจะชอบผมหรือเปล่านะ ไม่แน่ใจเหมือนกันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง
…………......................
การเป็นวิทยากรของผมสิ้นสุดกลางเดือนธันวาคม กอปรกับงาน
ต่าง ๆ ที่ผมทำน้อยลงก็เลยถือโอกาสชวนพี่ชายไปเที่ยวท้าลมหนาว ปรึกษาหารือกันอยู่หลายวัน จนในที่สุดสองพี่น้องเห็นพ้องต้องกันว่าภูกระดึงน่าไปที่สุดเพราะครั้งล่าสุดที่ไปก็ผ่านมากว่า 5 ปี และที่สำคัญมีกรมอุตุฯ บอกว่าจะหนาวจนเห็นแม่คะนิ้ง ไอ้ผมกับพี่ชายก็ยังไม่เคยเห็นสักที งานนี้ต้องไปให้เห็นสักครา

แล้วโชคชะตาก็พาให้ยายนุชเข้ามาป่วนอีกจนได้ ก่อนวันออกเดินทางสามวันช่วงที่ผมไม่อยู่บ้านยายนุชแวะเข้าไปในบ้านผม ก็ไม่รู้ว่าแวะเข้าไปทำไมเหมือนกัน พอดีพี่ชายผมกำลังเตรียมสัมภาระซะด้วยคุณเธอก็เลยออดอ้อนขอไปเที่ยวพร้อมกับเพื่อน ๆ พระเจ้าช่วยกล้วยทอดตอนแรกน่ะก็ดีใจเล็ก ๆ มีคนไปหลายคนมันสนุกดี แต่ความป่วนของเธอมันทำให้ผมแทบเดี้ยงเอาน่ะสิ เหอะ ๆ ๆ


โดย : ขุนพลน้อย : khate25@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 6 มิ.ย. ปี 2007 [ เวลา 1 : 51 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com