Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

กลับมารักกันได้ไหม :

กลับมารักกันได้ไหม

บรรยากาศยามนี้ช่างเหน็บหนาวเหลือเกิน ความหนาวมันกัดกินเข้าไปถึงหัวใจของเธอทำไมมันรู้สึกโหวงเหวงแบบนี้นะ แค่ไม่มีเข้าอยู่ข้างกายเท่านั้นเอง
………เท่านั้นเอง จริงๆเหรอ !!! กับความรู้สึกจริงๆแล้วน่ะ…………
เฮ้อ ทำไมน๊าอยู่คนเดียวมาได้นานหลายปี กับอีแค่วันนึงเคยมีใครมาอยู่ด้วยเพียงไม่นานแล้วเขาก็เดินออกไปจากชีวิตเธอ มันถึงกับทำให้เธอเป็นได้ถึงขนาดนี้เลยหรือนี่ เวลาก็ผ่านมานานแล้วเธฮน่าจะชินกับมันได้แล้วนะ
……..ขาดเขาไปสักคนคงไม่ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไปหรอกมั้งและอีกอย่างเธอเป็นคนเลือกทางเดินนี้เอง ไม่ใช่เหรอ……..สิ่งที่เธอคิดมันเหมือนกันเป็นการปลอบใจตัวเองซะมากกว่าเป็นการ บอกตัวเองว่าเธอไม่แคร์เลยสักนิด
“ศิ” เจ้าของชื่อหันไปตามเสียงเรียกนั้นพร้อมกับขานรับ
“อ้าว ครีม” เธอยิ้มให้
“ไงมานั่งหลบอะไรอยู่ตรงนี้พวกเราตามหาซะตั้งนานแน่ะ”
“เราก็แค่ออกมาสูดอากาศบริสุทธ์น่ะกะว่าอีกเดี๋ยวจะกลับเข้าไปข้างในแล้ว”
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าดูเธอซึมๆไปนะ”
“เปล่าหรอก ไม่มีอะไรมาทำให้เราไม่สบายใจหรอก”
“แน่นะ มีอะไรก็บอกเราได้นะเรายินดีรับฟังเสมอ”
“อื้อ แน่สิ ฉันก็แค่กำลังคิดว่าจะไปทำงานที่ต่างจังหวัดกับพี่ชายตามคำชวนดีหรือเปล่า”
“แล้วคิดได้หรือยังล่ะว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี”
“ไม่รู้สิตัดสินใจไม่ได้เลย”
“คิดดีๆล่ะ ถ้าคิดว่าจะไปเพื่อหนี….” คนพูดหยุดไว้แค่นั้นเพราะไม่อย่างพูดต่อเนื่องจากมันคงสะเทือนใจเพื่อนสาวของเธอแน่ๆ
……..เฮ้อ ยัยศิเอ๊ยเธอเป็นคนตัดสินใจเองแท้ๆ แต่กลับมานั่งเศร้าแบบนี้ เพื่อนอย่างฉันก็ทนเห็นเพื่อนทุกข์ไม่ได้เสียด้วยสิ แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยได้อย่างไรคงต้องปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปก่อนล่ะกัน……..
“ฉันเข้าไปสนุกในงานต่อดีกว่า เธอก็ควรจะเข้าไปสนุกต่อได้แล้วนะ”
“อื้อ เดี๋ยวตามไป”ศศิตอบไปอย่างเนือยๆ

ศศินั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดนัดพบของเธอกับเพื่อนเพื่อที่จะกลับบ้านพร้อมกัน ในระหว่างที่รอศศิก็สั่งอะไรมาดื่มเพื่อดับความร้อนในร่างกายบวกกับความเซ็งที่วันนี้ต้องไปพบกับลูกค้าจอมเรื่องมากมา แต่มัณฑนากรสาวอย่างเธอก็ยังมีความอดทนสูงอยู่พอสมควรจึงไม่ได้ระเบิดอารมณ์ใส่ลูกค้า
และเสียงเพลงในร้านก็ยังช่วยทำให้อารมณ์ของเธอเย็นลงได้มากเลยทีเดียว แต่ไม่นานนักอารมณ์ของเธอก็แปลเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อเสียงเพลงๆหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของใครคนหนึ่ง
ใครคนหนึ่งซึ่งเธอไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้พบกันอีกนับตั้งแต่วันนั้น วันที่เธอตัดสินใจบอกคำๆหนึ่งกับเขา …….ทั้งๆที่ยังมีเขาอยู่เต็มหัวใจ…….
……….รวี!!!..... .เธอเห็นเขาแต่ดูเหมือนเขาจะไม่เห็นเธอ…..แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ใช่เหรอ…….
เธอรู้สึกถึงไอร้อนจากดวงตาจึงเบือนหน้าหนี และพยายามกระพริบตาถี่ๆเพื่อไม่ให้หยดน้ำใสๆไหลออกมา เวลาเพียงไม่กี่นาทีแต่มันเหมือนเนิ่นนานเป็นชั่วโมง
“ศิ โทษนะที่ให้รอนานพอดีงานเพิ่งเสร็จน่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครีม เราไปกันเถอะ”
“อ้าวไม่ทานอะไรก่อนเหรอ”
“เอ่อ …” พลันสายตาเธอก็ไปปะทะเข้ากับสายตาของเขา เธอถึงกับหลบวูบทันที
“คือศิว่าจะชวนครีมไปซื้อของไปทำกับข้าวกินเองน่ะ”
“อ้อ เข้าใจล่ะงั้นก็รีบไปเถอะเดี๋ยวรถจะติด”
ศศิเดินนำเพื่อนของเธอออกไปนอกร้านอย่างรวดเร็ว กลัวว่าเพื่อนจะเกิดสงสัยอะไรขึ้นมา เพราะปกติเธอไม่ชอบที่จะซื้อของไปทำกับข้าวกินเองเท่าไหร่
ขณะที่คีตภัทรเดินตามเพื่อนออกไปนอกร้านก็เห็นว่าเพื่อเธอมีอาการผิดปกติไปเมื่อเดินผ่านโต๊ะๆนึงที่มีชายหนุ่มนั่งอยู่ซึ่งดูคุ้นหน้าคุ้นตาซะเหลือเกิน และนี่แหละมั้งคงเป็นเหตุผลที่เพื่อนของเธอรีบร้อนเดินออกไปจากร้านขนาดนั้น

“ศิ”
“…..”
“ศศิ”
“หือ!!”
“นั่งเขี่ยข้าวแบบนี้จะอิ่มมั้ยนี่”
“ครีม เราตัดสินใจแล้วนะ ” เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยต่อ
“ฉัน…จะไปทำงานกับพี่ชาย”
“ศิ เธอแน่ใจแล้วเหรอ”
“อื้อ ไปทำงานกับพี่ชายก็ดีออกนะพี่เค้าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเราด้วยไง”
“ตามใจ ในเมื่อมันเป็นการตัดสินใจของเธอฉันก็ไม่ห้ามหรอก”
“ขอบใจนะที่เข้าใจฉันน่ะ”
ณ. ท่าอากาศยานเชียงใหม่ อาคารผู้โดยสารขาเข้า
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดียัยศิ ไม่เจอกันแค่ไม่เท่าไหร่ทำไมผอมเป็นกระดูกเดินได้แบบนี้ล่ะ”
“ผอมที่ไหนกันพี่กันณ์ อย่างนี้น่ะเขาเรียกว่าหุ่นนางแบบหรอก”
“ปะ กลับบ้านเรากันดีกว่า”
“นี่พี่กันณ์ ตอนนี้ทีรีสอร์ทคนเยอะมั้ยอ่ะ”
“ก็พอสมควรน่ะ ถามทำไม”
“เปล่าหรอก ก็ถ้าคนเยอะจะได้เริ่มงานซะวันนี้เลย”
“ไม่ต้องหรอกวันนี้น่ะเราเดินทางมาเหนื่อยๆพักผ่อนไปก่อนล่ะกัน เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำ”
“ไม่เป็นไรหรอก ศิน่ะอยากทำงานจะแย่อยู่แล้ว”
“งั้นก็ตามใจ แล้วอย่ามาหาว่าพี่ใช่งานเราหนักก็แล้วกัน”
“ค่ะ”

“ศิ ไปกินข้าวกันเหอะพี่หิวแล้ว”
“พี่กันณ์ไปกินก่อนเถอะค่ะ ศิยังไม่หิวเลย”
“อะไรกันเมื่อเที่ยงก็กินไปนิดเดียวเอง จะไม่หิวได้ไง”
“โธ่ พี่กันณ์อ่ะ ศิไม่หิวจริงๆค่ะ”
“ไม่หิวก็ต้องกินเดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะนะ” เมื่อเห็นว่าน้องสาวยังส่ายหน้ายืนกรานปฎิเสธ เขาก็ยังไม่ละความพยายาม
“ถ้าไม่หิว งั้นก็ไปนั่งเป็นเพื่อนพี่ก็ได้ นะ”
“ก็ได้ค่ะ” เมื่อเห็นความพยายามของพี่ชายที่ต้องการให้เธอไปกินข้าว ก็เลยใจอ่อนยอมไปด้วย
”ศิ ดูเราแปลกไปนะ” กันณ์ถามน้องสาวขณะนั่งทานอาหารเย็น
“แปลกยังไงคะ”
“ก็เราดูไม่ค่อยร่าเริง สดใสเหมือนก่อนเลย”
“เหรอคะ”
“มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า บอกพี่ได้นะ”
“ไม่มีหรอกค่ะ”
“ศิพี่เป็นพี่เรานะ คิดว่าพี่ดูไม่ออกเลยเหรอว่าน้องสาวพี่น่ะกำลังมีอะไรไม่สบายใจอยู่ แต่ถ้าศิไม่อยากเล่าให้ฟังพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ถ้าเมื่อไหร่ศิอยากเล่าพี่ก็พร้อมจะรับฟังเสมอ” เขาโยกหัวน้องสาวไปมา
…….เธอจะเล่าให้พี่ชายฟังดีมั้ยน่ะ แต่ถ้าไม่เล่าพี่ชายคงพลอยไม่สบายใจไปด้วยแน่ แต่ถ้าเล่ามันก็เหมือนรื้อฟื้นมันขึ้นมา ที่จริงจะเรียกว่ารื้อฟื้นได้มั้ยนะ ทั้งๆที่เธอไม่เคยลืมมันเลย…….
…..แต่การได้พูดออกไปน่าจะดีเหมือนกันนะ จะได้ไม่อัดอั้นตันใจที่ต้องเก็บไว้คนเดียวแบบนี้ แต่ไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน…..
“พี่กันณ์ ศิมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย”
“ได้สิ แต่รอแป๊บนึงนะ”
“อื้อ งั้นศิไปรอที่บ้านนะ” พี่ชายเธอพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

ที่สนามหลังบ้าน หญิงสาวเกว่งหญิงชิงช้าไปมา เหมือนเธอกำลังครุ่นคิดเรื่องบางอย่างอยู่เพื่อหาคำตอบอะไรให้กับตัวเองให้ได้ จนไม่รู้เลยว่ามีคนมานั่งที่ชิงช้าตัวข้างๆและเฝ้ามองอยู่อย่างเงียบๆ
……นี่ เธอกำลังหนีหัวใจตัวเองอยู่ ใช่ไหม แล้วถ้าคำตอบมันคือ….ใช่ล่ะ…. แต่ถึง ใช่ ยังไงมันก็คงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ ในเมื่อเธอเป็นคนเลือก เลือกให้เป็นแบบนี้เองนี่นา
“ศิ ”
“……”
“ศิ”
“คะ”
“เหม่อไปถึงไหนกันหะเรา”
“เอ่อ พี่กันณ์มานานแล้วเหรอ”
“นานแล้ว ว่าแต่มีอะไรจะคุยกับพี่เหรอ”
“พี่กันณ์ ศิมันบ้าเนอะ บอกเลิกเขาทั้งๆที่ยังรักเขาอยู่เต็มหัวใจ” ปลายเสียงสั่นเครือเล็กน้อย พูดจบเธอก็ยิ้มออกมา ยิ้มที่คล้ายกับว่ากำลังเหยาะหยันตัวเองเสียมากกว่า
“ศิ ถึงพี่จะไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง แต่พี่เชื่อว่าศิมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นนะ” เขาดึงศีรษะเธอเข้ามาพิงไหล่เขา พลางเอามือลูบหัวน้องสาวไปมาเป็นการปลอบใจ แล้วน้ำตาที่เธอพยายามเก็บกลั้นเอาไว้ก็พรั่งพรู่ออกมา
“คุณกันณ์คะมีคนมาหาค่ะ” เสียงป้าที่เป็นแม่บ้านร้องบอก
“ใครเหรอครับ”
“ไม่ทราบค่ะ แต่ป้าให้เขานั่งรอที่ห้องทำงานคุณกันณ์คะ”
“ขอบคุณครับป้า เดี๋ยวผมตามเข้าไป” เขาหันไปมองน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง
“พี่กันณ์ไปเถอะค่ะไม่ต้องห่วงศิหรอก”
“อื้อ เราก็ไปล้างหน้าล้างตาซะ จะได้สดชื่น”
“ค่ะ”

เธอรู้สึกว่ามีเงาของใครบางคนมายืนอยู่ข้างหลังเธอแต่ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าคงเป็นพี่ชาย แต่เมื่อเธอหันไปมองกลับเป็น
……รวี !!!! คนที่เธอรักต่างหาก……
เธอรีบสปริงตัวขึ้นจากชิงช้าทันที พลันเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้เธอก็ถอยหนีเขาโดยไม่ทันระวังทำให้ร่างบางสะดุดกับอะไรเข้า เขารีบปราดเข้าไปช่วยเธอทันก่อนที่เธอจะลงไปนอนอยู่กับพื้น
เมื่อเธอตั้งสติได้ก็ผลักร่างใหญ่สุดแรง เพื่อที่จะผละออกจากอ้อมกอดเขา
“คุณมาทำไม”
“ผมมาหาคุณ”
“มาหา…..ฉันทำไมคะ”
น้ำเสียงของเธอฟังดูเย็นชาเหลือเกิน สายตาของเธอที่แสดงออกมาถึงความปวดร้าวนั้นมันกรีดลึกเข้าไปในหัวใจของเขา สมควรแล้วสินะที่เธอบอกเลิกเขา เขาเองนั้นแหละทำให้เธอพูดคำๆนี้ออกมา เขาทำให้เธอผิดหวังในตัวเขาทำให้เธอต้องเสียใจแต่เขาเองก็เสียใจไปไม่น้อยกว่าเธอเหมือนกัน เขาอยากพูดคำๆนี้กับเธอ
…ขอโทษและขอโอกาสอีกสักครั้งเพื่อเริ่มใหม่… แค่นี้แล้วเขาก็จะไปจากชีวิตเธอจริงๆถ้าเธอต้องการ
“ศิ ผมขอโทษที่ทำให้คุณผิดหวังและเสียใจในตัวผม แต่ผมขอโอกาสอีกครั้งนึง กลับมารักกันเหมือนเดิมได้ไหม ผมรักคุณ” แล้วเขาก็เดินหลังกลับไปทิ้งให้เธอยืนอยู่เพียงลำพัง
….เธอควรให้โอกาสเขาดีมั้ย ในเมื่อเธอเองก็ยังคงรักเขาอยู่เหมือนกัน จะหนีหัวใจตัวเองต่อไปทำไมล่ะ….
“วี วี!!!!” เธอตะโกนเรียกเขา พร้อมกับวิ่งไปกอดเขาจากด้านหลัง
“ฉันรักคุณ ฮึกฮือๆ” เขาหมุนตัวเธอมาเผชิญหน้ากับเขา
“ผมขอโทษนะ” เขายื่นมือไปปาดน้ำตาบนแก้มเธออย่างแผ่วเบา
“เรามาเริ่มกันใหม่นะคะ”
เขายิ้มรับคำตอบนั้นของเธอ ”ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณต้องเสียใจอีกเป็นอันขาด ผมสัญญา”
“ฉันเชื่อค่ะ” เขากดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนขอเธอ

……. มันนานเท่าไรแล้วเธอที่เราไม่เจอกัน มันนานเท่าไรใจฉันไม่เคยลืม จากวันที่เราเลิกกันยังจำแต่ภาพเธอ เป็นความทรงจำเป็นภาพอดีตยังฝังใจ ได้มาเจอกับเธออีกครั้งหัวใจก็เริ่มหวั่นไหว ฉันยังไม่ลืมครั้งเราเคยรักกัน เห็นสายตาของเธออีกครั้งดูยังไงก็ผูกพันเรายังมีกันและ(รัก)กันอยู่ในใจ
เรากลับมารักกันได้ไหมเสียงหัวใจฉันร่ำร้องอยากให้เธอลอง ลองฟังเสียงของหัวใจ เรากลับมารักกันอีกครั้งหัวใจยังมีเธอเสมอให้กลับมาเจออย่างที่ใจเราต้องการ
โดย : ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) : teaploy@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 9 ก.ค. ปี 2009 [ เวลา 21 : 59 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com