Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

valentine สื่อรัก ภาษาใจ (5) :

valentine

สื่อรัก ภาษาใจ

 (5)
หัวใจ…ที่หายไป

ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอในตอนนี้มันเริ่มมีช่องว่างระหว่างกันเกิดขึ้นและอาจจะมากขึ้นเรื่อยๆถ้าทั้งสองไม่เปิดใจคุยกัน อีกฝ่ายก็เข้าใจผิด ส่วนอีกฝ่ายก็เสียเสียใจกับการกระทำของอีกฝ่ายนึง
และเหมือนกับว่าเขากำลังสร้างกำแพงมากั้นระหว่างเขาและเธอ กั้นหัวใจของเขาให้ห่างจากเธอให้มากที่สุดทั้งที่เมื่อก่อนนั้นเขาพยายามที่จะทุบกำแพงเพื่อที่จะได้ก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจของเธอซะด้วยซ้ำไป
พิชชา หรือเฟิสท์ เธอไม่ได้ไปที่ร้าน ‘valentine’ อีกเลยตั้งแต่วันที่เธอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนไปของชายหนุ่มเจ้าของร้านที่มีชื่อว่า’เลิฟ’ เธอรู้สึกว่าถ้าการที่เธอไปแล้วต้องพบเจอกับท่าทางเฉยชา หมางเมินที่เขาแสดงออกมา ก็สู้ไม่ไปเสียดีกว่าบางที่หัวใจของเธออาจจะรู้สึกดีขึ้น เจ็บช้ำน้อยลงจากท่าทีที่เขาแสดงต่อเธอก็ได้
เธอเองไม่รู้ตัวเลยว่าเขาได้ก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน กว่าจะรู้ตัวว่ารักแค่ไหนมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ…….
‘ฉันเพิ่งรู้ว่ารักเธอ ฉันเพิ่งรู้เมื่อได้ค้นหัวใจ มีเธออยู่แล้วมาตั้งนานและคิดถึงเธอทุกที อารมณ์ดีเมื่อเธอยิ้มให้กัน เพราะเธอเท่านั้น เพิ่งรู้ว่าฉันรักเธอ’
(เพลง เพิ่งรู้ว่ารัก breakfast in bed)
“เฟิสท์!!”
“…….”
“เฟิสท์!!!”
“…….”
“เฟิสท์!!!!!”
“หือ มีอะไรเหรอ”
“เฟิสท์เธอเป็นอะไรหรือเปล่า เหม่อเชียว”
“ป่าวนี่ ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เธอพูดพลางยิ้มบางๆให้ซึ่งหยาดเองก็รู้ดีว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ฝืนอย่างมาก
“วันนี้ไม่ไปร้านคุณเลิฟเหรอ”
“ไม่อ่ะ ไม่อยากไปน่ะ” เธอกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำอุ่นๆที่เอ่อล้นอยู่ตรงขอบตาไม่ให้ไหลออกมา
“มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า ”
“ไม่นี่ ! ” เธอพูดพลางเสมองไปทางอื่นเพราะกลัวว่าหยาดจะจับพิรุธจากสายตาของเธอที่มันฟ้องชัดเจนว่ามี
“เฟิสท์ฉันเป็นห่วงเธอนะ เห็นเธอมีอะไรไม่สบายใจแบบนี้ฉันก็พลอยไม่สบายใจตามไปด้วย”
“หยาดเธอไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ”
“ถ้ามีอะไรก็บอกฉันได้นะ ฉันยินดีช่วยเธอเสมอ ฉันไปก่อนนะ”
“ อื้อ!!!”
หยาดฝนคิดว่าตอนนี้ควรจะปล่อยให้เฟิสท์อยู่คนเดียวสักพักน่าจะดีกว่าการที่เธอนั่งอยู่เป็นเพื่อนข้างๆเพราะมันยิ่งจะทำให้เธออึดอัดใจ ไม่สบายใจมากขึ้นก็ได้ที่ทำให้คนอื่นต้องเป็นห่วง
และเธอก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดที่เพื่อนเธอกลายเป็นคนอมทุกข์แบบนี้ อีกอย่างเธอต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรกับเพื่อนของเธอ
ขณะที่หยาดฝนกำลังจะขับรถออกไปข้างนอก รถของภัทรก็ขับเข้ามาพอดี เธอก็เลยคิดว่า ‘ภัทร’ น่าจะเป็นอีกคนที่สามารถช่วยในเรื่องนี้ได้ และภัทรก็เต็มใจที่จะช่วยเพราะเฟิสท์ก็เป็นเพื่อนเขาเหมือนกัน

ทางด้านเลิฟก็มีอาการไม่ต่างจากเฟิสท์สักเท่าไหร่ วันๆเอาแต่นั่งซึมเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลา ง่ายๆคือมีอาการไม่ต่างจากคนอกหักสักเท่าไหร่
“พี่เลิฟ”
“…….”
“พี่เลิฟ!!!!”
“มีอะไรร้องเรียกเสียดังเลย”
“พี่มัวแต่คิดอะไรอยู่ ผมร้องเรียกตั้งนานแน่ะ”
“ก็คิดอะไรไปเรื่อยๆน่ะ” ความจริงแล้วเขากำลังคิดถึงเธออยู่ต่างหาก “ว่าต่นายเหอะมีอะไรหรือเปล่า”
“ป่าวหรอก ก็ผมเดินเข้ามาในร้านเห็นพี่เงียบๆก็เลยเรียกดูน่ะ อืม!! คุณเฟิสท์…….”ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบพี่ชายของเขาก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน
“นายอย่าพูดถึงเธออีกนะ”
“ทำไมล่ะ?”
“พี่ไม่อยากได้ยินพี่ต้องการลืม”
“ทำไมล่ะ พี่จะลืมคุณเฟิสท์เขาเรื่องอะไรพี่รักเธอไม่ใช่เหรอ”
“ใช่พี่รักเฟิสท์ แต่เธอมีคนที่รักอยู่แล้วพี่ก็สมควรที่จะลืมไม่ใช่เหรอ”
“พี่รู้ได้ไง”
“ก็เธอพาเขามาที่ร้าน และก็ดูสนิทสนมกันมากแล้วจะไม่ให้พี่คิดว่าเขาเป็นแฟนกันได้ยังไงล่ะ”
“เขาสองคนอาจจะไม่ได้เป็นแฟนกันอย่างที่พี่คิดก็ได้นะ” ยังไม่ทันที่เลิฟจะพูดหรือตอบอะไรเสียงโทรศัพท์ของเรนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน
“พี่เลิฟผมขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ”
“อืม!!!”

“ฮัลโหล เรนพูดครับ”
“สวัสดีนี่พี่เองนะ อัฐ จำได้มั้ย”
“ได้สิครับ พี่มีธุระอะไรกับผมเหรอ”
“นายว่างมั้ยออกมาพบพี่หน่อยสิมีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ”
“ว่างครับ” แล้วอัฐก็บอกสถานที่นัดพบกับเรน พร้อมกับรายละเอียดบางอย่างให้เรนรู้นิดหน่อย “แล้วเจอกันครับ”

“พี่เลิฟผมขอตัวก่อนนะ พอดีมีธุระด่วน” ธุระที่ว่าก็เรื่องของพี่กับคุณเฟิสท์นั่นแหละ
“อื้อ ขับรถดีๆล่ะ”
“ครับ!!”
เรนขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดพบที่จะคุยเรื่องพี่ชายของเขากับคุณเฟิสท์อย่างรีบริอน เพราะเขาอยากรู้จะแย่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้นกันแน่และเขาก็คิดว่าพี่ชายเขาอาจเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปก็ได้ เขาไม่ได้คิดเข้าข้างพี่ชายตัวเองหรอกนะ เพียงแต่เขาคิดว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่คุณเฟิสท์จะมีแฟนแล้ว เพราะตัวเขาเองก็พอมองออกว่าเธอก็มีใจให้พี่ชายของเขาเหมือนกันไม่มากก็น้อย
“ทำไมเรนถึงยังไม่มาซะทีนะ”
“เดี๋ยวก็คงมาถึงแหละ เราเพิ่งโทรไปหาเขาเมื่อไม่นานนี้เองนะ”
“ใจเย็นๆก่อนเถอะหยาด” ภัทรพูดขึ้น
“นั่นไงมาพอดีเลย”
“เฮ้ !!! เรนทางนี้”
“สวัสดีครับ” เรนเอ่ยทักทายทาย
“สวัสดี”
“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราเข้าเรื่องกันเลยแล้วกันนะ” หยาดเอ่ยบอก
“ใช่ !!” ภัทรเอ่ยเสริม
“หยาดอยากรู้ว่าเฟิสท์กับคุณเลิฟมีปัญหาอะไรกัน”
“ผมเองก็ไม่รู้อะไรเท่าไหร่ รู้แค่ว่าพี่เลิฟบอกผมว่าจะลืมคุณเฟิสท์เพราะคุณเฟิสท์มีแฟนแล้ว แต่ผมว่าพี่เลิฟต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆเลย”
“ใช่!!! เข้าใจผิดอย่างแรงเลยล่ะ คุณเลิฟเขาคงคิดว่าผมกับเฟิสท์เป็นแฟนกัน”
“แสดงว่าวันนั้นคนที่ไปที่ร้านกับคุณเฟิสท์ก็คือคุณเหรอ” เรนถามขึ้น
“อื้อ คุณเลิฟคงเห็นว่าผมกับเฟิสท์สนิทกันมากน่ะก็พาให้เข้าใจผิดว่าเราเป็นแฟนกัน” ภัทรอธิบายให้ฟัง
“ตกลงเรื่องมันเป็นอย่างนี้เองเหรอเนี่ย เฮ้อ แล้วเราจะทำยังไงให้สองคนนั้นเข้าใจกันดีนะ ทำยังไงถึงจะให้ทั้งสองได้รู้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายว่าคิดยังไงต่อกัน”
“เอาอย่างนี้มั้ย ให้ทั้งคู่ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดและทำให้ทั้งคู่บังเอิญไปเจอกัน” อัฐเสนอ
“ก็ดีเหมือนกันนะ แต่จะไปที่ไหนดีล่ะ” หยาดเอ่ย
“รีสอทร์ของผมที่เชียงใหม่ไง แล้วอีกอย่างเสาร์นี้ที่รีสอร์ทของผมมีงานเลี้ยงครบรอบห้าปีพอดีถ้าชวนเฟิสท์ไปเธอก็จะไม่ได้สงสัยด้วย”
“อืม หยาดเห็นด้วยงั้นตกลงตามนี้แล้วกัน”
“ส่วนทางด้านพี่เลิฟเดี๋ยวผมจัดการเอง”
หลังจากที่ทุกคนจัดการวางแผนกันเรียบร้อยแล้วว่าใครต้องทำอะไรกันบ้าง ต่างคนก็ต่างไปจัดการตามแผน เพื่อที่จะทำให้สองคนนั้นเข้าใจกันซะที ถ้าขืนปล่อยเรื่องให้เป็นแบบนี้นานๆล่ะก็มีแต่จะแย่ทั้งสองฝ่ายเป็นแน่ แล้วคงไม่มีใครมีความสุข

“พี่เลิฟ ไปเที่ยวเชียงใหม่กันเหอะ”
“ไม่อ่ะ ไม่อยากไป” เขาปฎิเสธโดยไม่คิดเลย
“โธ่! พี่นานๆผมจะได้มีวันหยุดยาวๆสักทีนะ พี่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนผมหน่อยไม่ได้เหรอ อีกนะอย่างผมก็จองที่พักไว้แล้วด้วย”
“ก็ได้พี่จะไปเป็นเพื่อนนายก็แล้วกัน”
“ขอบคุณครับ”
“ว่าแต่ไปเมื่อไหร่ล่ะ”
“พรุ่งนี้”
“ทำไมมันกะทันหันแบบนี้ล่ะ”
“ก็ผมใจร้อนน่ะกลัวจะไปเที่ยวได้ไม่ทั่ว”
ทางด้านเรนนั้นสามรถชวนเลิฟไปเชียงใหม่ได้สำเร็จเรียบร้อยตามแผนแล้ว ที่นี้ก็เหลือแต่หน้าที่ของภัทรว่าจะทำให้เฟิสท์ยอมไปได้หรือเปล่า
“เฟิสท์” เสียงเรียกเธอดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้เธอเหลียวหลังไปมองตามเสียงนั้น
“อ้าว ภัทรมีอะไรเหรอ”
“จะมาบอกว่าภัทรจะกลับเชียงใหม่แล้วนะ”
“ต้องกลับแล้วเหรอ ทำไมมันเร็วจังอ่ะ”
“พอดีเราต้องไปเตรียมงานครบรอบห้าปีของรีสอร์ทน่ะ”
“เหรอ!! อืมวันนั้นก็วันเกิดของภัทรด้วยนี่นา”
“อื้อ นึกว่าจะจำไม่ได้ซะแล้ว”
“จำได้สิ ทำไมจะจำไม่ได้”
“เฟิสท์ไปนะ”
“หือ!!!” เธอเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
“ภัทรอยากให้เฟิสท์ไปร่วมงานด้วยน่ะ อีกอย่างเราจะได้แนะนำแฟนเราให้เฟิสท์รู้จักด้วยไง อ้อ แล้วภัทรก็ชวนหยาดไปด้วยนะแล้วหยาดก็ตกลงจะไปด้วย แล้วเฟิสทืล่ะว่าไงไปมั้ย”
“อืม ไปสิ จะได้ถือโอกาสไปพักผ่อนไปด้วยเลย”
“งั้นไปพร้อมภัทรพรุ่งนี้เลยนะ”
“จ๊ะ!!!”

เลิฟกับเฟิสท์ไปพักที่รีสอร์ท ‘ภูกลางดาว’ ของภัทรตามแผนการของ ‘อัฐ หยาด เรน และภัทร’ ที่วางเอาไว้โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าจะต้องพบกับอีกฝ่ายนึงซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญเลย
เฟิสท์ หยาดและอัฐ ได้ช่วยภัทรเตรียมงาน จัดนู่นแต่งนี่ซึ่งก็ใช้เวลาไปทั้งวันกว่าจะเสร็จเรียบร้อย เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้วทุกคนก็ขอตัวกลับที่พักเพื่อไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ ที่เป็นทั้งงานวันเกิดและงานเลี้ยงครบรอบห้าปีรีสอร์ทภูกลางดาวของภัทร
เมื่อใกล้เวลาที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้นแล้ว เฟิสท์ก็ออกจากที่พักมายังบริเวณสถานที่จัดงานซึ่งไม่ไกลจากที่พักเท่าไหร่นัก เธอจึงใช้เวลาแค่แป๊บเดียวก็เดินมาถึงแล้วและเธอรู้สึกเหมือนเห็นเลิฟกับเรนเดินผ่านเธอ
…….แต่จะเป็นไปได้ไง สงสัยเธอคงตาฝาดไปแน่ๆเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันล่ะ…..ขณะที่เธอกำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เสียงของภัทรก็ดังขึ้น ทำให้เธอหลุดออกจากห้วงความคิดทันที
“เฟิสท์!! มายืนทำอะไรตรงนี้ เข้าไปในงานกันเถอะงานเริ่มแล้ว”
“อืม ไปสิ” แล้วเธอกับภทรก็เดินเข้าไปในงานพร้อมกัน
และเธอก็ต้องแปลกใจและตกใจไปพร้อมๆกันเมื่อเห็นเลิฟและเรนนั่งอยู่ที่โต๊ะกับหยาดและอัฐด้วย แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยถามหรือพูดอะไรออกมา
ส่วนเลิฟเองที่แรกก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่พบหยาดและอัฐก่อนงานเริ่มไม่นาน และเขาก็คิดว่าเธอต้องมาด้วยแน่ๆ เพราะรีสอร์ทนี้เป็นของภัทรคนรักของเฟิสท์
เฟิสท์ถูดจัดให้นั่งข้างๆเลิฟ ซึ่งต่างคนก็ต่างเงียบไม่พูดไม่จากันเลย ทั้งที่คนอื่นเปิดโอกาสให้ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพังสองต่อสองก็แล้ว โดยอ้างเหตุผลว่าจะไปหาอะไรมาทาน แต่พอกลับมาทั้งคู่ก็ยังเหมือนเดิม จนหยาด อัฐ และเรนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ควรจะให้เลิฟได้รู้ความจริงบางอย่างสักที
‘ทำไม? เขาถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ เขาคนเดิมหายไปไหน ตอนนี้มีแต่เขาคนที่หมางเมิน เฉยชาต่อกัน เพราะอะไร เหตุใดกันเขาถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ ไม่เลยไม่เข้าใจเลยจริงๆ ’ เธอตั้งคำถามขึ้นภายในใจ
ตอนนี้สิ่งที่เธอรู้ ก็คือ…… เธอรักเขา และได้มอบความรักให้เขาไปแล้วหมดทั้งหัวใจ แล้วเธอก็ทนเห็นเขาเป็นแบบนี้ไม่ได้ต่อจากนี้ เธอควรจะทำเช่นไรกับหัวใจของเธอดี เจ็บนะ…ที่เธอ…ห่างเหิน
มันหายไปไหน จากคนที่เคยรู้จัก
มันหายไปไหน จากคนที่เคยรักกัน
มันหายไปไหน จากคนที่มีความสัมพันธ์
มีแต่คนแปลกหน้าเท่านั้นที่ฉันเจอ
ก็ไม่ทันจะตั้งตัว ไม่ทันจะเตรียมหัวใจ
เธอเปลี่ยนไปไม่ใช่คนเดิม
แค่มองดูสายตา ก็ยิ่งรู้ว่าห่างเหิน
ปวดร้าวเหลือเกิน ที่เธอหมางเมินกับฉัน
(เพลง มันหายไปไหน… สุนทรี)
เธอกระพริบตาถี่ๆเพื่อไล่หยดน้ำอุ่นๆที่กำลังจะไหลรินออกมาจากดวงตาที่หมองหม่น เธอรู้สึกว่าเธอทนนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าขืนนั่งต่อไปอีกล่ะก็คงต้องมีคนเห็นเธอร้องไห้แน่ๆเลย
เธอเลยลุกออกมาจากตรงนั้นโดยอ้างเหตุผลว่าจะไปเดินเล่นสักพักนึงและเมื่อเธอคิดว่าบริเวณที่เธอเดินเลี่ยงออกมานั้นไม่มีคน เธอจึงวิ่งสุดกำลังที่เธอมี วิ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพื่อที่จะไปให้ไกลที่สุด จึงทำให้เธอสะดุดหกล้มลงไปกองอยู่กับพื้น ข้อศอก หัวเข่าของเธอถลอกเลือดออกซิบๆ แต่เธอไม่รู้สึกเจ็บที่บาดแผลเลยสักนิดเดียวถ้าเทียบกับหัวใจเธอตอนนี้มันเจ็บยิ่งกว่าหลายเท่า
บาดแผลบนร่างกายถึงเจ็บเพียงใดแต่มันก็เทียบไม่ได้กับบาดแผลในหัวใจหรอกเพราะบาดแผลในหัวใจมันสามารถสร้างความเจ็บปวดให้เธอได้หลายร้อยเท่านักเฉพาะในเวลานี้
เธอลุกขึ้นยืนอย่างลำบาก และค่อยๆเดินไปนั่งที่เก้าอี้มานั่งตัวที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เธอหกล้มเท่าไหร่นัก
น้ำหยดใสๆไหลออกมาจากดวงตาที่หม่นหมองทั้งคู่อย่างไม่ขาดสาย แผลที่ข้อสอกและหัวเข่าก็มีเลือดไหลออกมาไม่หยุดเหมือนกับต้องการจะไหลแข็งกับน้ำตาของเธออย่างนั้นแหละ

ภัทรที่ไปต้อนรับแขกที่บริเวณหน้างานเดินกลับมาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอมีรูปร่างสูงโปร่ง ผมดำขลิบน้ำตาถูกซอยสั้นประบ่าซึ่งรับกับใบหน้าของเธอเป็นอย่างดีเลยทีเดียว
เลิฟเองก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมภัทรถึงเดินควงกับผู้หญิงคนนี้มาอย่างสนิทสนมทั้งๆที่เป็นแฟนกับเฟิสท์อยู่ เขาไม่กลัวเฟิสท์เสียใจหรือไงน่ะ
“อ้าว !!หยาดเฟิสท์ไปไหนล่ะ” ภัทรเอ่ยถาม
“ไม่รู้ซิ เห็นบอกว่าจะไปเดินเล่นแต่ยังไม่เห็นกลับมาเลย”
“โธ่ !! อุตส่าห์จะแนะนำใครให้รู้จักสักหน่อยกลับไม่อยู่ซะนี่ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวเอาไว้ค่อยแนะนำให้รู้จักทีหลังก็ได้”
“หยาด อัฐ เรน เลิฟ นี่อิงฟ้าคู่หมั้นเราเอง” ภัทรกล่าวแนะนำ
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักน่ะคะ” อิงฟ้ากล่าวทักทาย
“อะไรน่ะ คู่หมั้นเหรอ?” เลิฟอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“อืม ใช่ อิงฟ้าเป็นคู่หมั้นของผมเอง”
“แล้วเฟิสท์ล่ะ” เลิฟถามต่อ
“ผมกันเฟิสท์น่ะเราเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แต่ตอนนี้เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นแหละ” ภัทรอธิบาย
เมื่อเลิฟรู้ความจริงว่า ภัทรกับเฟิสท์ไม่ได้เป็นแฟนกัน เขารู้สึกดีใจมากเลยทีเดียวและเขาก็ไม่รีรอรีบวิ่งออกไปตามหาเธอทันที เขาจะต้องบอกความในใจกับเธอให้ได้เลย
การที่เขาเข้าใจผิดเธอ มันทำให้เหมือนกับว่าหัวใจของเขากำลังล่องลอยหายไป จนเขาเกือบที่จะไขว่คว้ามันกลับมาไม่ได้อีก
โดย : ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) : teaploy@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 ต.ค. ปี 2008 [ เวลา 17 : 7 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com