Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

valentine สื่อรัก ภาษาใจ (3) :

valentine

สื่อรัก ภาษาใจ

 (3)

.....แปลกไปในความรู้สึก….

ในวันนี้ตอนนี้คนที่เขารอคอยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอคนนี้ได้มายืนตรงหน้าเขาตรงนี้แล้ว เธอได้มาเติมเต็มรอยยิ้มของเขาให้ดูสดใสกว่าหลายต่อหลายวันที่ผ่านมา เธอมาทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอุ่นอยู่เสมอ
“สวัสดีค่ะ !!!” ทันทีที่เธอก้าวเข้ามาในร้านก็เอ่ยทักทายชายหนุ่มเจ้าของร้านเป็นอันดับแรก
“สวัสดีครับ” เขาเงยหน้าขึ้นพลางเอ่ยคำทักทาย สายตาทั้งคู่ของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าขาวอมชมพูของเธอ ริมฝีปากที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นเธอก็พลันหลบสายตาเขาเช่นกันเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าและร่างกาย หัวใจเต้นแรงรัวไม่เป็นจังหวะ แล้วก็รู้สึกขัดๆเขินๆอย่างบอกไม่ถูก
“ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลยน่ะครับ”
“ค่ะ พอดีช่วงนี้งานยุ่งๆน่ะคะก็เลยมาไม่ได้”
เมื่อทักทายกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินไปนั่งที่ที่ประจำของเธอเหมือนเช่นเคยซึ่งช่วงนี้ได้ห่างหายไปนาน โดยมีเขาเดินตามมานั่งเป็นเพื่อนเฉกเช่นทุกครั้งซึ่งเป็นภาพที่ใครๆต่างเห็นจนชินตาเมื่อเข้ามาในร้านนี้
“พี่เลิฟ” เสียงน้องชายของเขาร้องเรียกพร้อมกับเดินมาตรงมุมที่เขานั่งอยู่กับหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ซึ่งน้องชายของเขาก็รู้ดีว่าพี่ชายตัวเองได้เผลอมอบหัวใจให้กับเธอไปแล้วตั้งแต่แรกเจอ
“ผมซื้อขนมมาฝากน่ะ” เขายื่นถุงขนมให้พี่ชาย
“สวัสดีครับคุณเฟิสท์”
“สวัสดีค่ะ”
“ไม่มาที่ร้านซะหลายวันเลยนะครับ รู้มั้ยพี่เลิฟคิดถึงคุณเฟิสท์ใจแทบขาด” ประโยคหลังเขาพูดเบาๆพอได้ยินกันสองคนแต่ถึงจะพูดเสียงดังพี่ชายเขาก็คงไม่ได้ยินหรอกเพราะพี่ชายเขาเดินเอาขนมไปใส่จาน

เมื่อเธอได้ยินประโยคนี้ใบหน้าของเธอก็เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความรู้สึกเขินอาย หัวใจก็เริ่มเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
จริงเหรอที่คุณเลิฟเขาจะคิดถึงเรา แล้วเขาจะคิดถึงเราทำไมกันล่ะ…….เธอถามตัวเองในใจ

“ขนมมาแล้วครับ ทานด้วยกันน่ะเฟิสท์” เขาเอ่ยชวนพร้อมกับวางจานขนมตรงหน้าเธอ
“ขอบคุณค่ะ” แม้ว่าเธอจะไม่อยากทานเลยอยากทำงานให้เสร็จมากกว่าเพราะนิยายที่กำลังเขียนเหลือเพียงไม่เท่าไหร่ก็จะเสร็จแล้วและที่นี้เธอก็จะรู้สึกสบายใจ โล่งใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียวที่สามารถส่งต้นฉบับได้ทันเวลา
“อืม…..เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้นะ”
“ไม่ต้องหรอกพี่เลิฟ พี่นั่งคุยกับคุณเฟิสท์ไปเหอะเดี๋ยวผมไปเอาให้เอง” ที่เขาอาสาไปเอาน้ำแทนก็เพื่อที่จะให้พี่ชายของเขาได้อยู่กับคุณเฟิสท์สองต่อสอง
สักพักเรนก็กลับมาพร้อมกับ ชามะนาวสองแก้วสำหรับพี่ชายเขาและคุณเฟิสท์ ส่วนของเขาก็คือ ชาดำเย็นของโปรด
เลิฟหยิบแก้วชามะนาวจากน้องชายส่งให้เธอ “น้ำครับเฟิสท์”
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับแก้วน้ำจากเขาพลางเอ่ยขอบคุณ
หลังจากที่ทานขนมกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ทำงานต่อ ส่วนเรนมีนัดกับเพื่อนจึงขอตัวกลับไปก่อน และเช่นเคยชายหนุ่มเจ้าของร้านก็ขอนั่งเป็นเพื่อนเธอเฉกเช่นทุกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น อิ่มเอมในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ เขาก็ได้จ้องมองใบหน้าสวยได้รูปของเธอซึ่งไม่ว่ามองเท่าไหร่ก็ไม่มีความรู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อยและเธอเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนกำลังจ้องมองเธออยู่ จนกระทั่งเธอเงยหน้าขึ้นนั่นแหละถึงได้รู้ว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่เพียงแต่ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วเท่านั้นเอง และเธอเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากก้มหน้าทำงานต่อจนเสร็จ แต่เธอก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งตัวทั้งที่อากาศออกจะเย็นเฉียบ

“หยาดเป็นอะไรหน้ามุ่ยเชียว” เฟิสท์ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านถามขึ้น
“ก็วันนี้ตอนที่หยาดไปส่งอัฐที่สนามบิน เขาบอกว่าหยาดเริ่มอ้วนเกินไปแล้ว เฟิสท์จริงอย่างที่อัฐเขาว่าหรือเปล่าอ่ะ”
“ไม่หรอก เธอน่ะอ้วนที่ไหนกัน สงสัยเขาคงแกล้งเธอเล่นน่ะ อย่าไปคิดมากเลยไปนอนเหอะมันดึกแล้ว นอนดึกไม่ดีน่ะตื่นมากลายเป็นหมีแพนด้าไม่รู้ด้วยนะ”

~ ก็อกๆๆ ~
“เฟสิท์จ๋าตื่นหรือยังจ๊ะ”
“อืม…..ตื่นแล้วๆ” เธอตอบพลางลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรเหรอหยาด”
“วันนี้เธอไปไหนหรือเปล่า”
“เปล่า ทำไมเหรอ?”
“คือฉันจะชวนเธอไปเที่ยวข้างนอกน่ะ เห็นว่าเราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันตั้งนานแล้ว ไปมั้ย”
“ไปสิ จะว่าไปเราก็ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วจริงๆด้วย ว่าตาขอไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะ”
“ไม่ต้องรีบหรอกนะมีเวลาเหลือเพียบอีกตั้งเกือบชั่วโมงแน่ะกว่าห้างจะเปิด”

วันนี้รถไม่ค่อยติดมากเท่าไหร่ เนื่องจากวันนี้ไม่ใช่วันหยุดทำให้ใช้เวลาก็มาถึงห้างดังแห่งหนึ่ง ภายในห้างแห่งนี้ดูเงียบเหงากว่ช่วงวันหยุด เพราะหลายๆคนก็ต้องทำงานไม่มีเวลามาเดินเที่ยวในช่วงเวลางานแบบนี้หรอก
เราสองคนเดินเลือกซื้อของ มองนู่นมองนี่อย่างเพลิดเพลินจนตอนนี้มือทั้งสองข้างของเราสองคนเต็มไปด้วยถุงใส่สินค้าจากร้านต่างๆมากมายเลยทีเดียวล่ะ
“เฟิสท์ดูหนังสักเรื่องดีมั้ย”
“ก็ดีเหมือนกันน่ะ แต่ฉันว่าสักสองเรื่องดีกว่ามั้ย ไหนๆก็มากันแล้วก็เอาให้มันเต็มที่ไปเลย”
“โอเค ได้เลยสบายมากอยู่แล้ว”
เราสองคนเอาของที่ซื้อมาแล้วไปใส่รถไว้ก่อน เพราะว่ามันมากมายจนหิ้วไม่ไหวเลยที่เดียว ความจริงเราไม่ได้เป็นนักช็อบอะไรหรอกเพียงแต่ว่านานๆเราจะได้มาสักที เจออะไรถูกใจก็ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปบ้านด้วย
“โอ้โห !! กว่าหนังจะเข้าก็อีกตั้งเป็นชั่งโมงแน่ะ ไปหาอะไรทานกันก่อนดีกว่า” หยาดฝนพูดหลังจากเอาของไปเก็บในรถเรียบร้อยแล้ว
“นั่นสิ ฉันก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน”

“เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนน่ะเฟิสท์”
“อืม!!!” เธอพยักหน้าพลางตักไอศกรีมรสมะนาวของโปรดเข้าปาก
“เฟิสท์”
“……”
“เฟิสท์”
“…….”
“ยัยเฟิสท์”
“หือ !! มีอะไรเสียงดังไปได้อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง”
“ก็ฉันเรียกแล้วเธอไม่ได้ยินนี่นาก็เลยตะโกนน่ะสิ ว่าแต่เธอมั่วนั่งเหม่อใจลอยคิดถึงใครอยู่ได้”
“เอ๋ หรือว่ากำลังคิดถึงคุณเลิฟอยู่จ๊ะ”
“บ้า !!! ฉันจะคิดถึงเขาทำไมกันล่ะ”
“แน่ะ !! แล้วทำไมต้องเขินด้วยล่ะดูซิหน้าแดงเชียว”
“ฉันไม่ได้เขินสักหน่อย”
“จริงอ่ะ”
“จริงสิ เออ…แล้วอย่าลืมไปงานปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของฉันด้วยล่ะ”
…..แหม ! ทำเป็นเปลี่ยนเรื่องน่ะยัยเฟิสท์…..หยาดคิดในใจ
“วันเสาร์นี้ใช่มั้ย”
“ใช่แล้ว ถ้าเธอไม่ไปล่ะก็ฉันโกรธจริงๆด้วย”
“จ้า ฉันไปแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ลืมหรอก ว่าแต่รีบไปเหอะหนังจะเข้าแล้ว”
กว่าหนังเรื่องที่สองจะจบก็ปาไปเกือบหนึ่งทุ่ม เราก็เลยแวะไปหาอะไรทานกันที่ร้านประจำของเราสองคนก่อนกลับบ้าน
“เฟิสท์จะกินไอศกรีมมั้ย”
“ไม่อ่ะ อิ่มจะแย่แล้วกินไม่ไหวแล้วล่ะ”
“ไม่กินแน่นะงั้นฉันกินคนเดียวก็ได้”
“ตามสบายเถอะจ๊ะ”
~ ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน ไม่อาจหาคำๆไหนมาเพื่ออธิบาย ไม่ต้องรักเหมือนคนรักก็สุขหัวใจ ~
ขณะที่หยาดฝนเดินไปสั่งไอศกรีมโทรศัพท์ของเธอที่วางไว้บนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อของคนที่โทรมา “อัฐินันท์”
“สวัสดีค่ะเฟิสท์เองนะค่ะ คุณอัฐ”
“สวัสดีครับ”
“คุณอัฐรอหยาดแป๊บนึงนะค่ะ พอดีหยาดเขาเดินไปสั่งไอศกรีมน่ะแต่บังเอิญไม่ได้หยิบโทรศัพท์ไปด้วย”
“ครับ คุณเฟิสท์”
เธอกดพักสายเอาไว้ เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่เปลืองตังค์ที่ต้องถือสายรอนานๆ
“หยาดคุณอัฐโทรมาน่ะ เขาถือสายรอเธออยู่”
“อืม…. ขอบใจนะ”
“สวัสดีค่ะ หยาดพูดค่ะ”
“หยาดผมคิดถึงคุณจังเลย”
“คิดถึงแล้วทำไมเพิ่งติดต่อกลับมาล่ะไปตั้งเป็นอาทิตย์แล้ว เชอะ !! หยาดจะบอกให้รู้นะว่าหยาดไม่เห็นจะคิดถึงคุณเลยสักนิดเดียว”
“โธ่ !!!! หยาดผมขอโทษ ตั้งแต่ผมมาเนี่ยผมเพิ่งมีเวลาว่างวันนี้วันแรกเองนะ”
“ไม่ว่างเพราะมัวไปหลีสาวอยู่ล่ะซิ”
“เปล่าสักหน่อย ! ที่คุณพูดแบบนี้เพราะคุณหึงผมใช่มะ”
“ใครบอก ไม่ใช่สักหน่อย”
“ก็ผมไงที่บอก ที่พูดแบบนี้ไม่เรียกว่าหึงแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ”
“หยาดไม่คุยกับคุณแล้ว คนบ้า!!” นี่ถ้าเขาสามารถเห็นหน้าเธอได้เขาคงได้เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังเขินจนหน้าแดงเลยเชียวล่ะ
“ถึงจะบ้าแต่ก็บ้ารักคุณนะ”
“ปากหวานเข้าไปเถอะ แค่นี้หยาดก็รักคุณจะแย่อยู่แล้ว ”
“ผมก็รักคุณนะ รักมากซะด้วยซิ”
“รู้แล้วน่า แค่นี้น่ะคะ ไอศกรีมละลายหมดแล้ว”
“แล้วอีกสองวันเจอกันน่ะ บ๊ายบายครับคนดี”
“แหม !! ได้คุยกับคุณอัฐเข้าหน่อยอารมณ์ดีขึ้นเยอะเชียวนะ”
คนถูกแซวไม่ได้ตอบอะไรนอกจากเอาแต่เขิน แล้วก็เอาช้อนเขี่ยไอศกรีมที่ตอนนี้ละลายเป็นน้ำหมดแล้วเล่น
“นี่อิ่มแล้วใช่มั้ยจ๊ะ งั้นก็กลับบ้านได้แล้วสิ”
“อืม….. เธอขับนะเฟิสท์”
“ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ”
“ก็ขามาฉันเป็นคนขับ ขากลับเธอก็ต้องเป้นฝ่ายขับสิ”
“ก็ได้….ก็ได้ เอากุญแจรถมาสิจ๊ะคุณหยาดฝนเจ้าขา”

“ฮ้าวว…ฉันไปนอนก่อนนะเฟิสท์ง่วงจะแย่อยู่แล้ว”
“อืม….ฝันดีนะ”
“อื้อ…เธอเองก็ฝันดีเหมือนกันล่ะ อ้อ!! อย่าลืมฝันถึงคุณเลิฟด้วยล่ะ”
“ทำไมฉันจะต้องฝันถึงเขาด้วยล่ะ”
“ไม่รู้ซิ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเองแหละ ไปดีกว่า เฮ้อ…ฉันล่ะเบื่อจริงๆเลยพวกไม่รู้ใจตัวเองเนี่ย แถมยังปากแข็งอีกแน่ะ”

โดย : ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) : teaploy@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 19 ต.ค. ปี 2008 [ เวลา 17 : 4 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com