Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

ต้นรักสายป่าน :

ต้นรักสายป่าน

….ต้นรักสายป่าน….

สำหรับฉันคงได้แค่แอบมองเขาในมุมหนึ่งยามเผลอเท่านั้นสินะ ถึงแม้มันจะเป็นความสุข
แต่คงไม่มากเท่ากับการได้มองเขา โดยที่เขารับรู้ความรู้สึกของเรา……


คืนนี้ดาวเต็มฟ้าเหมือนกับหัวใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่รู้เลยว่ามันมากมายแค่ไหนที่เธอมีให้เขา การรอคอยใครสักคนโดยที่เขาไม่เคยรู้ถึงความรู้สึกที่มีให้กับเขาเลย รอคอยเพื่อจะพบเขาข้างเดียวมันทรมานนะ
คนที่เคยพูดคุยทักทายกันเพียงไม่กี่ประโยค ทั้งที่บ้านอยู่ตรงกันข้ามกัน ถึงกระนั้นก็กลับทำให้เธอรู้สึกวูบไหวมอบใจให้ แต่เขาคงเป็นแค่ใครที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับเธอ เพียงความห่วงใยที่มีให้เขายังไม่อาจรับรู้เลยใน สิ่งที่ไกลกว่านี้เธอคงไม่กล้าคิด ได้แค่แอบมองเขายามเผลอในมุมหนึ่งเท่านั้น…

“พี่ป่าน! ”เสียงเรียกที่แม้ไม่ดังนักแต่ก็ทำให้เธอถึงกับสะดุ้ง
“ตกใจหมดเลยเราน่ะเอง”
“เราอยู่กันสองคนถ้าไม่ใช่ปูนแล้วจะเป็นใครล่ะ”
“เราน่ะชอบแกล้งพี่อยู่เรื่อย”
“ปูนไม่ได้แกล้งเลยน๊า พี่ป่านแหละมัวคิดถึงใครอยู่ล่ะสินั่งนิ่งเชียว”
“พี่เนี่ยนะจะไปคิดถึงใคร ไม่มีใครที่ไปไหนให้พี่คิดถึงนอกจากเราหรอกพ่อน้องชายตัวดี”
“ตกลงเสาร์นี้พี่ป่านจะไปกับปูนมั้ย?”
“ไปสิ เอ๋? หรือว่าใจไม่ไปดี”
“ไปดีแล้วครับพี่ป่าน พี่ป่านอย่าลืมขนมปูนนะ”
“จ้า! พี่ทำเสร็จแล้ว”
“ขอบคุณครับ พี่ป่านน่ารักที่สุดเลย” ปูนหอมแก้มพี่สาวฟอดใหญ่ แล้วสวมกอดอย่างเอาใจ
“เรานี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ ไปนอนได้แล้วไป”
“ครับ ฝันดีนะพี่ป่าน”
“ปูนเสร็จหรือยังรถมารอแล้ว”
“พี่ป่านไปรอที่รถก่อนเลยครับเดี๋ยวปูนตามไป”
“งั้นปิดประตูให้เรียบร้อยนะ”
“สวัสดีค่ะ/ ครับ พี่ป่าน ” เพื่อนๆน้องชายเธอสามสี่คนที่นั่งอยู่ในรถตู้อยู่ก่อนแล้วเอ่ยทักทาย
“ดีจ๊ะ ปลา ทีม ซัน แก้ม ” เธอเรียกชื่อเพื่อนๆของน้องชายได้อย่างแม่นยำ เพราะทั้งหมดเนี่ยเป็นเพื่อนสนิทของปูน ที่มักมาบ้านเธออยู่บ่อยๆ
“พี่ป่านนี่สวยแล้วก็น่ารักขึ้นทุกวันเลยนะครับ”
“ขอบใจจ้าที่ชม ปากหวานขนาดนี้สาวๆของติดตรึมแล้วสิเนี่ย”
“สาวๆเขาพากันหนีหมดไม่ว่าสิคะพี่ป่าน ”
“มาแล้วครับทุกคน ออกเดินทางได้เลย”

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา รถตู้ที่นั่งมาก็พามาถึงที่หมาย ท่ามกลางความตื้นเต้นของทุกคนพอลงรถได้ปุ๊บก็รีบวิ่งนำของสัมภาระเข้าไปเก็บ ด้วยอาการที่อยากเล่นน้ำกันเต็มแก่แล้ว
“พี่ป่านมาเล่นน้ำด้วยกันล่ะ” ปูนตะโกนขึ้นมาถามพี่สาวที่นั่งอ่านหนังสือที่เปลริมหาดทราย
“นั่นสิ พี่ป่านลงมาเล่นกับพวกเราสิสนุกนะ”
“ไม่ล่ะจ๊ะ ตามสบายเถอะ”

ริมชายทะเลยามเย็นมีผู้คนเดินเล่นค่อนข้างบางตา คงเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเล่นสนุกสนานมาทั้งวันเลยเลือกที่จะพักผ่อนอยู่ในที่พักมากกว่าออกมาเดินเล่น บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลม เสียงคลื่อนกระทบฝั่งเป็นระยะๆเท่านั้น ท้องทะเลตอนนี้สวยมากผิวน้ำเป็นกระจากวับวับจากแสงตะวันที่ส่องกระทบ
หญิงสาวร่างบางกำลังเดินเท้าเปล่าบนพื้นนุ่มละเอียดของพื้นทราย ผมยาวที่ปล่อยสยายพลิ้วไหวไปตามแรงลม เธอหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อซึมซับบรรยากาศตรงหน้านี้
เธอเดินทอดการไปตามชายหาดให้เท้าสัมผัสความนุ่มของทรายไปเรื่อยๆ แต่สักพักเธอก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่เท้าขึ้นมาจนต้องนั่งลงกับพื้อทราย
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ?” เสียงใครคนหนึ่งถามขึ้น
“นิดหน่อยค่ะ แค่เปลือกหอยบาดน่ะค่ะ” เธอตอบก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง เหมือนกับตัวเธอกำลังฝันไปจะเป็นไปได้ยังไงกันที่เขาจะมายืนอยู่แต่ตรงหน้าเธอ ในเมื่อเขาอยู่คนละซีกโลกกับเธอเลยนี่นา แต่ความเจ็บจี๊ดที่เท้ากำลังบอกเธอว่านี่ไม่ใช่ฝัน

“ผมดูแผลให้นะครับป่าน” เขานั่งลงกับพื้นทราย ก่อนจับเท้าของเธอมาวางกับท่อนขาของเขา แล้วค่อยๆหยิบเศษเปลือกหอยที่บาดเท้าเธอออกอย่างเบามือที่สุด
“เอ่อ ขอบคุณนะคะ”
“ป่านมาเที่ยวกับใครเหรอครับ บังเอิญจังที่ได้มาเจอกันที่นี่”
“มากับน้องชายแล้วก็เพื่อนๆเขาน่ะค่ะ ว่าแต่นี่คุณต้นกลับมาเมื่อไหร่คะ”
“เมื่อเช้าน่ะครับ แล้วก็ตรงมาที่นี่เลยอยากมาพักผ่อนรับกลิ่นไอทะเลสักหน่อย”
“คุณต้น! จะทำอะไรคะ ” เธอถามอยากตกใจ เมื่อเห็นเขาเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋า
“ก็พันแผลให้ป่านไงครับ”
“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ แผลนิดเดียวเอง”
“แต่เดี๋ยวแผลจะอักเสบได้นะครับ ” ในที่สุดเธอก็ยอมปล่อยให้เขสาใช้ผ้าเช็ดหน้าพันแผลที่เท้าของเธอ เธอแอบมองเสี้ยวหน้านั้นแล้วลอบยิ้มออกมาเขาเงยหน้าขึ้นมาทันได้เห็นว่าเธอกำลังข้องมองเขาอยู่ เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาที่จ้องตอบกลับมาเช่นกัน
“ให้ผมเดินไปส่งป่านที่ๆพักนะ”
“ค่ะ!”
เขาประคองเธอมาตลอดทางจนถึงที่พักของเธอ ก่อนจะขอตัวกลับเธอเอ่ยคำขอบคุณเขาอีกหลังและมองจนแผ่นหลังของเขาค่อยๆไกลออกไปทุกทีๆ แต่ในใจของเธอกลับร้องบอกว่าเธอมีความสุข
“พี่ป่าน เท้าไปโดนอะไรมาครับ”
“เปลือกหอยบาดน่ะ”
“ปูนทำแผลให้ เขาบ้านเถอะครับ” เธอพยักหน้ารับ

หลังจากที่กลับมาจากทะเลก็มีเหตุบังเอิญให้ได้พบกับเขาบ่อยๆ แต่เหตุนั้นก็เป็นเพราะเรื่องงานเท่านั้นแหละ ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดมาเกี่ยวหรอก
บริษัทที่ฉันทำงานอยู่มีการรวมหุ้นลงทุนกับบริษัทของเขา เลยทำให้ต้องมีการทำงานร่วมกัน ในฝ่ายต่างๆจึงต้องมีการประสานงานร่วมกัน ส่วนฉันก็ต้องติดต่องานกับเขา ติดตามความเคลื่อนไหวในด้านต่างๆเพื่อรายงานผลในเจ้านายทราบ

…….. ยิ่งได้ใกล้ชิดเขามากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรักเรามากขึ้นเท่านั้น……..
แต่ความรู้สึกของเธอยังคงได้แค่เพียงเก็บเอาไว้ในลิ้นชักของหัวใจ ไม่อาจเผยไปแม้ใจหวังให้เขารับรู้ มองเห็น ความรู้สึกที่เธอมีให้เขาก็ตาม
“เที่ยงแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะครับป่าน”
“คุณต้น! มาได้ไงคะ?”
“มาติดต่อเรื่องงานครับ เป็นงานด่วนน่ะวันนี้เลยจำเป็นต้องเข้ามาที่นี่ ว่าแต่เที่ยงแล้วป่านยังนั่งทำงานอยู่ฝมเลยมาชวนไปทานข้าวด้วยกัน”
“เอ่อ….คุณต้นไปทานเถอะค่ะ ป่านยังต้องเคลียร์งานอีกเยอะเลย” เธอปรายตาไปยังแฟ้มเอกสารที่วางกองเรียงรายอยู่บนโต๊ะ
“งั้นเดี๋ยวผมมาอยู่เป็นเพื่อนป่านดีกว่า” พูดจบเขาก็เดินหายไปอย่างรวดเร็ว
เขาหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมถุงขนมมากมายในมือ
“คุณต้นเอาขนมมาทำอะไรคะ มากมายขนาดนั้น”
“ผมไม่รู้ว่าป่านชอบทานแบบไหน เลยซื้อมาหมดเลย”
“โธ่ คุณต้นป่านน่ะไม่เลือกมาหรอกค่ะ แต่ก็ขอบคุณนะคะ”
แม้การพบกันของเราจะเป็นเพราะว่าเรื่องงาน แต่ฉันก็ดีใจที่ได้เห็นหน้าเขา ได้พูดคุย เห็นรอยยิ้มนั้น
…….ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้ช่วงเวลาที่ดีแบบนี้จะมีอยู่อีกนานแค่ไหน แต่ฉันก็จะไม่ลืมมันเลย….

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่สบายที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่นมา เนื่องจากงานของเธอถูกเคลียร์ไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องการร่วมหุ้นของทั้งสองบริษัทลงตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถึงกระนั้นยังทำให้พบกับเขาอยู่บ่อยๆเช่นเดิม เพราะเขายังต้องไปๆมาๆระหว่างบริษัทเธออยู่ งานในส่วนของเขายังมีอยู่ต่อเนื่อง
“พี่ป่าน ทำอะไรเอ่ย หอมจัง”
“ไง ตื่นแล้วเหรอเรา” เงยหน้าจากถาดขนมตรงหน้าไปมองหน้าน้องชายแทน
“ครับ ได้กลิ่นหอมๆฝีมือพี่ป่านเรี่ยแหละเลยต้องรีบตื่น เดี๋ยวอดของอร่อย”
“ตื่นมาก็จะกินขนมเลยหรือไง นั่นพี่ตักข้าวต้มวางไว้ให้บนโต๊ะน่ะ”
“ครับ พี่สาวที่น่ารัก” เธอส่ายหัวน้อยๆ ที่น้องชายของเธอโตป่านนี้แล้วยังชอบทำตัวเหมือนเด็กๆอยู่เรื่อย
เธอถือจานขนมเค้กส้มสองจานออกมาจากห้องครัว เค้กส้มขนมที่เธอมักทำเป็นประจำเพราะมันเป็นของชอบของเธอและน้องชาย
“ขนมของเรา” เธอวางจานเค้กในมือลงบนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ แล้วอีกจานนี่ของพี่ป่านเหรอ”
“ไม่ใช่หรอก พี่จะเอาไปฝากเพื่อนบ้านน่ะ”
“แต่คุณป้าข้างบ้านไม่อยู่นี่ครับ”
“ไม่ใช่คุณป้าหรอก”
“อ๋อ พอจะรู้ล่ะว่าใคร งั้นเชิญพี่ป่านตามสบายเถอะครับ” ปูนยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน
เธอกำลังจะเปิดประตูรั้วหน้าบ้าน แต่ก็ต้องชะงักไว้เมื่อได้เห็นคนที่กำลังเดินออกมาจากบ้านหลังที่เธอกำลังจะเข้าไป ไม่ใช่ๆเขา ที่ทำให้เธอตกใจแต่เป็นผู้หญิงที่เดินควงคู่ออกมากับเขาต่างหาก ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกัน กระหนุงกระหนิงกัน สมองของเธอตื้อไปหมดเหมือนทุกอย่างหยุดหมุน จานขนมในมือร่วงหล่นลงไปแตกกระจายอยู่กับพื้น ไม่ใช่แค่เธอที่เห็นภาพนั้น ยังมีอีกคนที่ยืนมองอยู่ในบ้านนั่นคือ ปูน น้องของเธอ
เธอสาวเท้าเข้าบ้านและวิ่งขึ้นห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้สนใจน้องชายที่ยืนมองเธออยู่ด้วยความห่วงใย
เมื่อประตูถูกปิดลง ร่างของเธอก็ทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
….. เธอควรต้องปิดลิ้นชักความรู้สึกในหัวใจเสียที ภาพที่เห็นการกระทำต่างๆมันบ่งบอกว่านั่นคือคู่รัก มากกว่าอย่างอื่น….
ถึงเวลาแล้ว ถ้าไม่อย่างนั้นเธอนั่นแหละที่จะเจ็บมากกว่านี้ มากกว่าการที่แอบรักเขาข้างเดียวซะอีก
…….หัวใจเขา มีเจ้าของแล้ว…. ผู้หญิงคนนั้นดูดีกว่าเธอเยอะเลยไม่แปลกเลยที่เขาจะเลือกเธอ ส่วนฉันก็เป็นได้เพียงคนที่เขาไม่มีวันจะหันมามอง

ก็อกๆๆ
“เข้ามาสิปูน” เธอรีบปาดน้ำตาบนใบหน้าออก และทำสีหน้าให้ดูว่าปกติดีที่สุด
“พี่ป่าน…..” ปูนมองลึกเข้าไปในดวงตาของพี่สาวตัวเอง พี่ป่านกำลังเจ็บปวด พี่ป่านกำลังฝืนว่าเข้มแข็งทั้งที่อ่อนแออยู่เขารู้ แต่พี่ป่านพยายามปิดมันไว้
“พี่ไม่เป็นไรหรอกปูน ไม่เป็นไรจริงๆอย่าห่วงเลย”
“พี่ป่าน ปูนรักพี่ป่านนะไม่อยากให้พี่ป่านต้องเสียใจ”
“ไม่นานหรอก แล้วมันก็จะจางหายไปเอง” เธอพยายามฝืนยิ้ม ยิ้มออกมาเพื่อบอกว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นในความรู้สึก

ดูเหมือนระยะห่างระหว่างเธอและเขาห่างออกไปเรื่อยๆ นั่นก็เพราะเป็นความจงใจของเธอ แต่ส่วนหนึ่งก็มาจากเรื่องงานที่เริ่มวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ไม่มีเวลามาเจอะเจอพูดคุยกันอีกเลย
ช่วงระยะเวลาหนึ่งเธอคิดเข้าข้างตัวเองเหมือนกันว่า เขาคงน่าจะมีความรู้สึกพิเศษกับเธอบ้างล่ะ ไม่ว่าจากการกระทำ แววตาที่ส่งผ่านมาให้ หากความจริงมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดสักนิดต่อไปนี้เธอคงไม่แม้แต่จะกล้าคิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้วล่ะ
………..ความรู้สึกที่ต้องเก็บเอาไว้ว่าเจ็บปวดแล้ว
แต่การต้องหักห้ามใจไม่ให้รัก ไม่ให้รู้สึกกลับรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่า
น้ำตาที่เอ่อคลอนัยน์ตาของเธอไหลรินออกมาช้าๆ ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ที่เธอจะลบเลือนเขาไปจากใจได้หมดสิ้นเสียที

“ป่าน! ผมอยากคุยด้วย”
“ขอโทษค่ะ ป่านไม่สะดวกคุย”
“คุยกันก่อนได้ไหม นะป่าน” เธอเตรียมหันหลังกลับเข้าไปในตัวบ้าน แต่ก็ทำให้เท้าที่กำลังจะก้าวเดินหยุดชะงักกับน้ำเสียงเว้าวอนและร้อนรนนั้นที่ส่งมา
เธอไม่ตอบ แต่เปิดประตูรั้วให้เขาเข้ามาในบ้านก่อนจะเดินนำมานั่งที่โต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก
“ป่านกำลังหลบหน้าผม ตีตัวออกห่าง ทำไมล่ะป่าน? ” เธอยังคงนิ่งเฉยไม่ตอบคำถามนั้น พร้อมกับเมินสายตาไปทิศทางอื่น
เธอกลัวๆว่าจะห้ามใจไม่อยู่เมื่อได้เห็นหน้าเขา เธอยอมรับว่าไม่ว่ายังไงเธอก็ลืมเขาไม่ได้ ลบเขาไปจากใจไม่ได้
“ผมรู้จากปูนแล้วนะ ผู้หญิงที่คุณเห็นวันนั้นน่ะเราเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ เมื่อก่อนผมอาจจะเคยชอบเธอ แต่รู้มั้ยความรู้สึกนั้นมันหายไปตั้งแต่ผมได้พบกับป่าน” เธอยังคงเมินเฉยกับคำพูดของเขา หยดน้ำตาเริ่มรินไหลออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้นของเธอ
“ป่าน! ที่ผ่านมามันยังพิสูจน์ แสดงให้เห็นไม่ได้เลยเหรอว่าผมก็รู้สึกแบบเดียวกับป่าน….ผมรักป่าน” เธอหันมามองสบตาเขา แม้ภาพเบื้องหน้าจะพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา แต่มันกลับชัดเจนขึ้นในความรู้สึกในหัวใจของเธอ
“อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากบอกป่าน จำได้มั้ยตอนที่เราเจอกันที่ทะเลน่ะความจริงมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก ผมจงใจตามป่านไป” เธอมองเขาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
“ตอนที่ผมกลับมาถึงเมืองไทย ก็รีบตรงกลับมาที่บ้านเลยเพราะอยากเห็นหน้าป่านใจแทบขาด แต่แล้วก็พบว่าบ้านป่านปิดเงียบ ก็เลยไปถามคุณป้าข้างบ้านป่านท่านบอกว่า ป่านไปทะเลก็เลยขับรถตามไปนี่แหละ”
“ป่านก็ว่ามันแปลกๆอยู่ มีเหรอที่เดินทางมาก็เหนื่อยแล้ว จะเป็นไปได้ไงที่ยังจะอยากขับรถไกลๆเพื่อมาพักผ่อนอีก”
“แต่ทั้งหมดที่ทำเพราะคิดถึงป่าน…ป่านคือคนเดียวที่ผมทุ่มเทให้ได้ทุกสิ่ง คนเดียวที่มอบให้จนหมดใจ” เขารวบตัวเธอเข้าไปกอดอย่างที่นึกอยากทำมานาน แต่ไม่กล้า
“ป่าน…รักคุณต้นค่ะ ”
…..ต่อจากนี้ไปเธอก็ไม่ต้องแอบมองเขาในมุมหนึ่งยามเผลออีกต่อไปแล้ว…..
การได้แอบมองในมุมหนึ่งว่าสุขแล้ว
แต่เมื่อได้มองอย่างแจ่มชัด กลับสุขยิ่งกว่า
แม้ยามทุกข์ อาจจะต้องทุกข์มากกว่าก็เถอะ
……แต่มันก็น่ายินดีกว่าไม่ใช่เหรอ

ต่างคนต่างรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกัน ไม่ว่าในวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมจะก้าวไปด้วยกันด้วยความเข้าใจ พร้อมกับความรู้สึกที่ ณ วันนี้ ตอนนี้ ‘เรารักกัน’
ต้นรัก ♥ สายป่าน




โดย : ใบไม้ในสายลม
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 29 ก.ย. ปี 2008 [ เวลา 11 : 15 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com