Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

ในคำว่ารัก(อีกวันที่ไม่มีเธอ) :

ในคำว่ารัก

(อีกวันที่ไม่มีเธอ)

อีกวันที่ไม่มีเธอ
“ริน”
“ไอ้ริน”
“อะไร เรียกอยู่นั่นแหละ”
“แกคิดไรอยู่วะเห็นนั่งนิ่งๆมาเป็นชั่วโมงแล้ว”
“ก็คิดถึงเรื่องเก่าๆน่ะ”
“เล่าให้ฟังบ้างดิ อยากรู้”
“อยากฟังจริงอ่ะ”
“ก็เออดิ เร็วๆเล่าให้ฟังซะดีๆ”
“ก็ได้”
….อีกนานไหมที่ฉันต้องทนอยู่กับความเหงา และอีกนานเท่าไหร่กว่าความเหงานที่เกาะกุมหัวใจดวงนี้จะเลือนหายไป
พรุ่งนี้ต้องเผชิญอีกวันที่ไม่มีเธอ
ต้องอยู่กับความเหงา
ต้องอยู่อย่างปวดร้าวหัวใจ
จากนี้ต้องเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย
อีกนานสักแค่ไหน
ที่ต้องอยู่อย่างเงียบเหงาเพียงลำพัง
ยังอยู่ตรงนี้ ยังคงปล่อยเวลาให้ล่วงเลยผ่านไป
คืนและวันเหล่านั้นยังวนเวียน
และผ่านมาให้เจ็บยิ่งขึ้นไป
ยังคงมีเรื่องราวที่เจ็บช้ำ
ยังคงมีน้ำตาไม่ขาดหาย
ต้องฝืนตัวเองให้ก้าวเดินต่อไป
…ความเหงาเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไรกันนะ………
ความเหงามันก้าวเข้ามาในใจเมื่อวันที่ไม่มีเขาเคียงข้างกาย มันเหงาเหลือเกินที่ต้องอยู่คนเดียวทั้งที่ก่อนที่เธอจะพบเขา เธอก็อยู่คนเดียวมาตลอดแท้ๆ แต่ทำไมพอขาดเขาไปกลับรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายดังกับว่าเขาเป็นลมหายใจของเธอ แต่ถึงอย่างไรเธอก็จะต้องทนอยู่ให้ได้ ลืม และก็ลบเขาออกไปจากหัวใจแม้ว่ามันจะยากเพียงใดก็ตาม
สิ่งที่เธอทำถูกต้องแล้วการที่ปล่อยเขาไปน่ะมันดีที่สุดแล้ว เรากับเขามันต่างกัน…ต่างกันยังไงน่ะเหรอ?....
ก็เขาน่ะเพอร์เฟ็กต์ทุกอย่าง แต่ฉันน่ะจะเอาอะไรมาสู้ใครได้หน้าตาก็เทียบกับคนที่มารุมล้อมเขาไม่ได้เลยสักนิด โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้นคนที่เขาบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน เธอทั้งสวย เซ็กซี่ดูดีไปหมดฉันเทียบไม่ติดแม้แต่ปลายเล็บเลยล่ะ และเธอคนนั้นก็ดูจะเหมาะสมกับเขามากกว่าฉัน เฮ้อ!ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าคนอย่างฉันมันไม่มีอะไรคู่ควรกับคนที่สุดแสนจะเพอร์เฟ็กต์อย่างเขาเลยสักกะนิด
และตอนนั้นฉันก็ขอเลิกกับเขาทั้งที่ยังรักเขาอยู่เต็มหัวใจ โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่าเราไม่เหมาะสมกัน
แต่สำหรับความรู้สึกของเขาฉันไม่รู้หรอกว่าเขารู้สึกยังไงกับฉัน ก็เขาไม่เคยบอกฉันเลยนี่นา หรือไม่บางทีเขาอาจไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยก็ได้

“ริน”
“…….”
“ริน”
“หือ”
“เป็นอะไรหรือเปล่า ฉันร้องเรียกตั้งนานสองนานกว่าเธอจะรู้สึกตัว”
“เปล่านี่ ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยก็แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยก็เท่านั้นเอง”
“อือ ว่าแต่ทำไมยังไม่แต่งตัวอีกเดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก
“ก็กำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ”

หญิงสาวที่อยู่ในชุดเกาะอกสีฟ้าพลิ้วไหวกำลังก้าวเดินเข้าไปในร้านอาหารเปิดใหม่อย่างรีบร้อน พร้อมกับเพื่อนสาวอีกคน
“เพช็รเดี๋ยวฉันไปหาพี่ฟ้าก่อนนะ”
“อื้อ”
“สวัสดีค่ะพี่ฟ้า”
“อ้าว รินดีจ๊ะ”
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ”
“ไม่มีหรอก แค่พี่ให้เรามาเล่นดนตรีให้ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว”
“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลยค่ะ แล้วเรื่องที่รินจะมาช่วยงานพี่ก็มาด้วยความเต็มใจค่ะ”
“ได้เวลาแล้วล่ะ รินขึ้นไปบนเวทีได้แล้วล่ะจ๊ะ” เธอพยักหน้ารับ
เสียงเพลงจากเปียโนบรรเลงไปอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วที่สัมผัสนั้นพริ้วไหวซึ่งคนเล่นนั้นได้ฝึกฝนเป็นประจำ เสียงเปียโนนั้นดังแว่วไปทั่วงานสะกดผู้คนให้คล้อยตามไปกับเสียงเพลง และทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาในงานถึงกับเหลียวไปมองในทันที
……ใครกันนะที่เป็นคนเล่นช่างเล่นได้ไพเราะสะกดใจคนฟังได้ดีเหลือเกิน แต่ท่วงทำนองนี้เขาช่างคุ้นเคยซะเหลือเกินเหมือนครั้งที่เธอคนนั้นเล่นให้ฟัง
……..หรือจะเป็นเธอจริงๆ…..
ขาของชายหนุ่มไวเท่าความคิด เขารีบเดินไปที่หน้าเวทีให้ทันก่อนที่เพลงจะจบ เขาเห็นเธอเพียงแค่ซีกหน้าแต่เขาก็จำได้เป็นอย่างดีว่านี่คือเธอ…ไอริน…
ช่วงขณะหนึ่งดูเหมือนหญิงสาวจะหันมาเห็นเขาเช่นกัน แต่เธอก็พลันหันกลับไปโดยเร็วและพยายามมีสมาธิอยู่กับปลายนิ้วที่สัมผัสเครื่องดนตรี พอเพลงบรรเลงจบเธอก็โค้งรับเสียงปรบมือก่อนจะรีบลงจากเวทีด้วยความรวดเร็ว เขาเองก็รีบตามเธอไปเช่นกัน
….ไม่ เธอไม่อยากเจอเขาอีก ไม่อยากพูดไม่อยากคุยอะไรด้วยทั้งนั้น…
… เธอกลัว กลัวที่จะทำใจไม่ได้ กลัวจะเผลอเข้าไปกอดเขาไว้…
“ริน จะรีบไปไหน” เพื่อนเธอร้องถามเมื่อเห็นท่าทีรีบร้อนของเพื่อน
“ฉันจะกลับบ้าน”
“จะรีบกลับไปไหน พี่ฟ้าบอกว่าให้เธอรอเจอพี่เขาก่อน”
“ฝากบอกพี่ฟ้าด้วยว่าพอดีฉันมีธุระด่วน แล้วเจอกันที่บ้านนะเพช็ร” เพื่อนเธอยังไม่ทันจะตอบรับอะไร เธอก็ก้าวขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว
“ว้ายยย!!”
“ขอโทษครับ เป็นอะไรมากมั้ย”
“ไม่เป็นไรคะ อ้าว คุณพัทธ์”
“เพช็ร!”
“คุณรีบไปไหนเหรอคะ”
“คือผมวิ่งตามรินมาน่ะ แต่ตามไม่ทัน”
“อ้อ อย่างนี้นี่เองถึงว่าเมื่อกี้รินดูรีบร้อนนัก”
“เพช็ร ผมควรทำอย่างไรดี”
“ไม่รู้สิคะ เพช็รเองคงบอกอะไรไม่ได้อีกอย่างปัญหามันก็อยู่ที่รินเค้าน่ะค่ะ แต่เพช็รจะหาทางช่วยแล้วกันค่ะ แต่ไปให้พี่ฟ้าหาทางช่วยด้วยอีกทางนึงดีกว่า”
“เฮ้อ ผมเองยังไม่รู้เลยว่ารินขอเลิกกับผมเพราะอะไร แถมยังคอยหลบหน้าผมอีกด้วย”น้ำเสียงเขาเศร้าจนคนฟังนึกสงสารอย่างจับใจ
“อย่าเพิ่งท้อสิ ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวพี่จะหาทางช่วยเราเอง”
“ขอบคุณครับพี่ฟ้า”
ไม่เป็นไรหรอกเรามันคนกันเอง”

………..ไอริน เธอทำถูกแล้วนะต้องเคารพในการตัดสินใจของตัวเองสิ
…….ไม่ เธอจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด เธอก็รู้ดีนี่ ว่าเรากับเขามันต่างกัน
ราวฟ้ากับดิน เฮ้อ คิดแล้วก็เศร้า….
…อีกแค่ไม่กี่วันเราก็จะบินลัดฟ้าไปอยู่อีกซีกโลกนึงแล้วนี่เนอะ ทีนี้เธอก็จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเขาสมใจแล้ว…..และเธอก็จะลืมเขาได้ในที่สุด
เรื่องที่เธอจะไปเรียนต่อนั้นเธอไม่ได้บอกใคร ทางมหา’ลัยที่ลอนดอนตอบรับมาแล้วเมื่อเดือนที่แล้ว และเธอก็เตรียมพร้อมที่จะไปในอีกเร็ววันนี้
เธอได้ตัดสินไปเรียนต่อตามคำชวนของเอกวิทย์ เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเธอ แต่มาห่างกันก็ตอนเรียนมหา’ลัยนี่แหละและอีกนัยนึงก็คือมันเป็นความฝันของเธอ แม้มันจะมีเหตุผลบ้างอย่างพ่วงท้ายมาด้วยที่เป็นเหตุให้เธอตัดสินใจได้ง่ายและเร็วขึ้นนั้นก็คือเธอต้องการลืมเขา
….สองปีที่ไปมันคงเยียวยารักษาหัวใจเธอได้แน่นอน….
“ยัยริน” คนถูกเรียกถึงกับสะดุ้งเพราะมัวแต่คิดอะไรเพลินๆ
“มานั่งตากน้ำค้างเดี๋ยวก็ป่วยหรอก”
“ฉันก็มานั่งรอแกแหละ”
“รอฉัน” เพช็รทวนคำ
“ใช่ แกฟังไม่ผิดหรอก” เพช็รเดินอ้อมมานั่งข้างๆเพื่อนสาว
“ฉันขอถามจริงๆเหอะที่แกรีบร้อนออกมาจากร้านพี่ฟ้าน่ะ ไม่ใช่เพราะแกมีธุระหรอกใช่มะ”
“ใช่” เธอตอบอกมาตามความจริงเพราะอย่างไรซะถ้าเพื่อนเธอไม่ได้คำตอบที่ถูกใจคงคาดคั้นเอาให้จนได้แหละ
“แล้วแกเลิกกับคุณพัทธ์เขาทำไมวะ เขาออกจะดีแสนดีแถมเพอร์เฟ็กต์อีก”
“ก็เพราะว่าเขาดีแสนดีไงฉันถึงเลิก ฉันกับเขาเรามัน…ต่างกันเกินไป”
“เหตุผลแค่เนี้ย”
“เออใช่ ทำไมล่ะ”
“แต่เขารักแกนะ และฉันก็เชื่อว่าเขาไม่ได้ใส่ใจ สนใจเรื่องนั้นเลยด้วยซ้ำ”
“เพช็รฉันอยากจะบอกแกนะ คนที่เพอร์เฟ็กต์อย่างเขา ก็ต้องคบคนที่เพอร์เฟ็กต์อย่างคุณเกรซด้วยกัน ซึ่งมันดูเหมาะสมกันดี เหมาะสมมากกว่าฉันเยอะเลยล่ะ”
“แต่คุณเกรซกับคุณพัทธ์เขาเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”
“เพื่อนก็เปลี่ยนเป็นแฟนได้นี่”
“แต่ที่แกทำแบบนี้ แกก็ต้องมานั่งเสียใจซะเองไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ ไม่นี่ฉันไม่ได้เสียใจอะไรเลยสักนิด”
…..เอาเข้าไป ปากแข็งเข้าไปเถอะ ทำอย่างกะฉันไม่รู้ว่าแกน่ะแข็งนอกอ่อนใน….
“แกจะนั่งแบบนี้ต่อไปก็ได้นะ ฉันไปนอนล่ะ”
“อืม”
เธอพริบตาถี่ๆเพื่อไล่น้ำอุ่นๆที่เธอล้นตรงขอบตา
…….ไม่เธออย่าร้องไห้เด็ดขาดนะ
……..เธอตัดสินใจถูกแล้ว ที่เธอตัดสินใจแบบนั้นก็เพื่อเขา ไม่ใช่เหรอ?...เปิดทางให้เขาพบคนที่คู่ควรเหมาะสมกับเขามากกว่าเธอ
……..เพราะฉะนั้น อย่าเสียใจเป็นอันขาด

“กาแฟมั้ยริน”
“ก็ดี”
“เดี๋ยวรินจะไปหาพี่ฟ้าที่ร้านนะ”
“อืม แล้วตอนบ่ายๆฉันจะตามเข้าไปละกัน”
“จ้า งั้นฉันไปนะ”

“ปัท พี่ฟ้าล่ะ”
“เห็นคุยกับใครอยู่หลังร้านไม่รู้ค่ะ”
“เหรอ ขอบใจนะ”
“อ้าวริน มานานยัง”
“สักพักแล้วค่ะ”
“ทานอะไรมายัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“หน้าตาเราดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะ”
“เหรอคะ”
“forever ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไรดีคะ” เธอถามขณะที่ง่วนอยู่กับสิ่งของตรงหน้าเลยไม่รู้ว่าคนที่ยืนตรงหน้าเธอเป็นใคร
“เอ่อ ที่นี่รับฝากหัวใจมั้ยครับ” เธอเงยหน้ามองทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นหู
“คุณพัทธ์”
“ครับผมเอง” เธอหันมองซ้ายมองหาเพื่อหาตัวช่วย เพื่อที่เธอจะปลีกตัวไปจากตรงนี้
“ปัท มาก็ดีแล้วช่วยรับออเดอร์ลูกค้าคนนี้แทนพี่ที”
“ได้ค่ะ”
“ริน รินไปไหนล่ะคุยกันให้รู้เรื่องก่อนสิ”
“อ้าวพัทธ์เป็นอะไรไป นั่งหน้าเครียดเชียว”
“ก็รินน่ะสิครับ หลบหน้าผมอีกแล้ว”
“พยายามเข้า เดี๋ยวรินก็เข้าใจแล้วก็ยอมใจอ่อนเองแหละ”
….เข้าใจว่าเขาน่ะไม่แคร์เรื่องที่เธอเพอร์เฟคทสู้ใครเค้าไม่ได้เลยสักนิด…
“แต่เจอกันแค่อาทิตย์ล่ะสองวันครังเองนะครับ”
“แล้วไงล่ะ แค่สองวันถ้าเราพยายามก็ต้องทำได้แน่เชื่อพี่สิ”
“ครับ ขอบคุณมากครับพี่ฟ้า”

“รินผมขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ”
“ไม่ว่างค่ะ ปัทพี่ฝากเช็คบิลโต๊ะนู้นด้วย”
“รินฟังผมหน่อยได้มั้ย”
“…….”
และไม่ว่าเขาจะพูดจะถามอะไร เธอก็ทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดซะเฉยๆจนเขาถอดใจที่จะพูดกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม
“ไงพัทธ์คราวนี้จ๋อยกว่าเดิมอีกนะนี่”
“เขาไม่ยอมฟังผมเลยอ่ะพี่ฟ้า”
“แต่คราวนี้รับรองไม่พลาด”
“หมายความว่าไงครับ”
“พี่มีแผน มาใกล้ๆสิ”
“ครับ”
“รินช่วยไปหยิบของในรถให้พี่หน่อยสิ”
“ได้ค่ะ” เมื่อเธอเดินออกมาที่ลานจอดรถ เธอเดินไปที่รถพี่ฟ้าก็เห็นเขายืนขวามประตูอยู่
“ช่วยหลีกหน่อยได้มั้ยคะ ฉันจะหยิบของในรถ”
“ไม่!”
“เอ๊ะ คุณนี่ยังไงกันนะ”ฉันขึ้นเสียง
“ถ้าคุณยอมคุยกับผมเมื่อไหร่ผมก็จะหลีกให้”
“ฝันไปเถอะ” ฉันพูดแล้วก็สะบัดหน้าหนี เดินออกมาจากตรงนั้น แต่เขาก็ตามมากระชากแขนฉันเอาไว้ทำให้เซไปซบที่อกเขา
“ปล่อย ปล่อยฉันนะ” เขาทั้งลากแล้วก็ดึงฉันไปขึ้นรถของเขา
“บอกแล้วไงว่าไม่ จนกว่าเราจะได้คุยกัน”
….ยังไงซะถ้าในเมื่อเขายังไม่ได้คุยกับฉัน เขาคงไม่ปล่อยฉันและก็คงตามฉันไม่เลิกแน่ๆ…
“ก็ได้ คุณมีอะไรก็ว่ามา”
“คุณเคยรักผมบ้างมั้ย”
“ไม่เคย ฉันจะบอกให้นะที่ฉันตกลงคบกับคุณก็เพราะว่าคุณน่ะสุดแสนจะเพอร์เฟ็กต์ควงไปอวดใครได้สบายๆไงล่ะ”
“ผมไม่เชื่อ คุณรักผม”
“ฉันไม่ได้รักคุณ”เขาจับแขนฉันเอาไว้แล้วน้ำหนักมือของเขานั้นไม่ใช่เบาๆเลย
“นี่ฉันเจ็บนะ” ใบหน้าของฉันแหยเกด้วยความเจ็บทำให้เขารีบคลายมือออกในทันที
“รินผมขอโทษ ” เขาทำมือแตะแขนฉันบริเวณที่เป็นรอยแดงอย่างเบามือ
“ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณเจ็บ”
“คุณคุยกับฉันจบหรือยังคะ” น้ำตาเม็ดโตหยดออกมาจากดวงตาอาบสองข้างแก้ม
“เอ่อ… คุณไปเถอะ” เธอไม่รอช้ารีบเปิดประตูแล้ววิ่งลงมาจากรถทันที เธอไม่ได้เดิรกลับเข้าไปในร้านอีกแต่เธอเดินไปเรียกแท็กซี่แทน

“พัทธ์เป็นอะไรไปไม่สำเร็จเหรอ”
“ผมทำให้รินร้องไห้” เขาหลับตาลงด้วยความปวดร้าว
……เขามันไม่ได้เรื่อง ทำให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักต้องร้องไห้…
ไอรินนั่งเหม่ออยู่ข้างสระน้ำในสวนสาธารณะ น้ำตาที่เหมือนจะเหือดแห้งไปแล้วเริ่มเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง
…..ทำไมอ่ะ ทำไมเธอถึงหนีเขาไม่พ้นสักที…
~ ติ๊ด ตะระริด ติ๊ด ติ๊ด ~ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เธอเอามือปาดน้ำตาอย่างลวกๆก่อนจะกดรับและกรอกเสียงลงไป
“สวัสดีค่ะ”
“เฮ้ยริน นี่ฉันเองเอกอ่ะ”
“อือ นายโทรมามีอะไรเหรอ”
“ไม่มีอะไรแล้วโทรมาไม่ได้หรือไง แล้วนี่แกร้องไห้เหรอวะ”
“เปล่า ถามทำไมอ่ะ”
“ไม่มีไรหรอกก็แค่รู้สึกว่าเสียงแกมันเหมือนคนร้องไห้”
“แล้วตกลงที่โทรมามีอะไรเนี่ย”
“ก็จะโทรมาถามว่าเตรียมตัวพร้อมหรือยัง”
“พร้อมซะยิ่งกว่าพร้อมอีก ไปพรุ่งนี้มะรืนนี้ยังได้เลย”
“แกไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นก็ได้”
“ฉันไม่ได้ตื่นเต้นสักหน่อย”
“แต่ถ้าแกจะมาพรุ่งนี้มะรืนนี้จริงๆฉันก็วาดีเหมือนกันนะ ฉันจะได้พาแกทัวร์ลอนดอนซะหน่อย”
“อือ แกเป็นเพื่อนที่ดีทีสุดเลย”
“เพิ่งรู้เหรอ ฉันนึกว่าแกรู้ตั้งนานแล้วนะเนี่ย”
“ไอ้เพื่อนบ้า หลงตัวเองชะมัด”
“แล้วทำไมล่ะ ฉันก็เป็นของฉับแบบนี้”
“เออ แค่นี้นะฉันขี้เกียจเถียงกับแกแล้ว”
“แล้วเจอกันนะเว้ย”

“เพช็ร แกจำได้มั้ยที่ฉันเคยบอกว่าอยากไปเรียนที่ลอนดอนน่ะ”
“จำได้สิ ทำไมเหรอ”
“มันเป็นจริงแล้วนะ”
“เธอว่าอะไรนะ”
“ฉันได้ไปเรียนที่ลอนดอนแล้ว”
“จริงอ่ะ ฉันดีใจด้วยนะ”
“แต่เธอคงเหงาแย่”
“ไม่หรอก สองปีเร็วจะตายไป”
“อือ สองปีไม่นานเลย”
…..แต่ก็เป็นสองปีที่โหดร้ายสำหรับเธอเหมือนกัน ในการที่จะลบเลือนเขาออกไปจากใจให้ได้….
”เธอจะไปเมื่อไหร่ล่ะ”
“ก็คงเร็วๆนี้แหละ”
“แล้วแกจะบอกเขามั้ย”
“ไม่”
“แต่บอกให้เขารู้สักนิดก็ยังดีนะ”
“ไม่อ่ะ ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ฉันต้องบอกเขาเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันสักหน่อย”
“ริน…ฉันพอเข้าใจความรู้สึกของแกนะ”
“เพช็ร คือฉัน…จะเดินทางวันมะรืนนี้แล้ว”
“หา!! ไอ้ที่เร็วๆนี้แกที่ว่าเนี่ยเป็นวันมะรืนนี้เหรอ”
“อือ เธอฟังไม่ผิดหรอก”
“ทำไมมันกะทันหันแบบนี้ล่ะ นี่แกกำลังหนีอะไรบางอย่างหรือเปล่าถึงได้รีบร้อนนัก”
….ที่ว่าหนีอะไรบางอย่างถ้าหมายถึงหัวใจล่ะก็ มันก็มีส่วนอยู่เหมือนกัน….
“เปล่า ที่ไปเร็วก็เพราะว่าฉันกะจะทัวร์ลอนดอนซะหน่อย”
......อีกวันที่ไม่มีเธอ…. แม้มันจะเหงาแต่ฉันก็ต้องทนและผ่านพ้นไปให้ได้เพราะความเหงามันคงจะอยู่กับฉันไปอีกนาน นานเท่าไหร่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
…… อีกวันที่ไม่มีเธอ… แม้มันจะอ้างว้าง ทรมานเพียงใดก็ตามฉันก็ต้องทนอยู่กับมันให้ได้ และไม่นานก็คงจะชินเองแหละ………
……พรุ่งนี้เธอจะออกเดินออกแล้ว และเราคงไม่ได้เจอกันอีกนานเลยสินะ แต่ก็ดีแล้วนี่
และคงมีสักวันที่เขาจะรู้ว่าที่เธอทำน่ะ เพื่อเขา เธอเปิดทางให้เขาได้ไปพบคนที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุดเพื่อตัวเขาเอง…….
“พี่ริน”
“…..”
“พี่รินคะ”
“หือ ปัทมีอะไรเหรอ”
“พี่รินช่วยยกอาหารไปสริ์ฟโต๊ะนู้นแทนหนูหน่อยนะคะ หนูต้องไปเช็คบิลโต๊ะนั้น”
“เอ่อ…ก็ได้จ๊ะ” เธอจะปฎิเสธก็ไม่ได้ มันจำเป็นจริงๆเพราะลูกค้าเต็มร้านเลยตอนนี้
เธอวางจานอาหารลงบนโต๊ะ สายตาจับจ้องอยู่ที่ถาดในมือเพียงอย่างเดียว และไม่ว่าชายหนุ่มจะพูดอะไรถามอะไร เธอก็พยายามใช้ความเงียบเข้าข่ม
“ริน อย่าเพิ่งไปคุยกันก่อนสิ” เขาคว้าข้อมือเธอเอาไว้
“เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วนี่คะ มันจบไปแล้ว”
“แต่…” เขาเริ่มรู้สึกท้อขึ้นมาบ้างแล้ว
“คุณจะไปลอนดอนเหรอ”
……เธอไม่รู้ว่าเขารู้ได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆเธอไม่ได้เป็นคนบอกแน่นอน…..
“ค่ะ”
“ไม่ไปได้มั้ย”
“ขอตัวนะคะ”
“ริน คุยกับผมหน่อยได้มั้ย เย็นนี้ผมจะรอคุณอยู่ที่เดิม” เธอไม่ตอบ
……เรายังต้องมีอะไรคุยกันอีก มันจบไปแล้ว…..
……ฉันปล่อยคุณไปแล้ว
…..แล้วทำไมคุณไม่ปล่อยฉันไปสักที
……เราไม่เหมาะสมกัน เข้าใจมั้ย ฉันไม่ต้องการรั้งคุณเอาไว้และฉันต้องการให้คุณได้ไปพบกับใครที่ดี…กว่าฉัน
……..เย็นนี้เธอควรจะไปดีมั้ยนะ แต่ไปก็ดีเหมือนกันจะได้คุยกันให้รู้เรื่องแล้วมันจะได้จบๆกันไปสักที……

‘ที่เดิม ’ ฉันและเขารู้ดีว่ามันคือ สวนสาธาณะที่ๆเรามักจะมานั่งเล่นกันบ่อยๆ ฉันเดิมมาที่ริมสระน้ำก็พบว่าเขาได้นั่งรออยู่แล้ว
“คุณพัทธ์คะ”
“ริน ผมดีใจที่คุณมา”
“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”
“ที่คุณไปเพราะผมใช่มั้ย”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ มันคือความฝันของฉัน”
“แต่ผมไม่อยากให้คุณไป เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย”
“อย่าเลยค่ะ ระหว่างเรามัน…ต่างกันเกินไป”
“ผมไม่สนและผมก็ไม่อยากให้คุณไปแคร์มันด้วย”
“แต่ฉันอยากให้คุณเจอคนที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับคุณมากกว่าฉัน”
“คุณดีที่สุดสำหรับผมแล้ว…ไอริน ผมรักคุณ แล้วคุณเองก็รักผมเหมือนกันใช่มั้ย”
“ขอเวลาฉันสองปีนะคะแล้วฉันจะกลับมาบอกคุณค่ะ ”
“ผมจะรอ ไม่ว่านานแค่ไหนก็จะรอเสมอ”

“ริน แกนี่ถ้าจะบ้าไม่รู้จะยิ้มอะไรนักหนา กะอีแค่เล่าเรื่องเก่าๆ”
“มันเรื่องของฉัน”
“แล้วเรื่องที่แกเล่าให้ฉันฟังน่ะ ฉันไม่เห็นว่าจะมีช่วงไหนที่มันจะhappy เลยนะเว้ย อีกอย่างนะฉันมีอะไรอยากจะบอกแก”
“อะไรเหรอ”
“ริน แกมันบ้ามากๆเลยรู้หรือเปล่า คิดไปได้ยังไงเนี่ย เรามันต่างกันเกินไป”
“เล่าให้ฟังแล้วยังมาว่าอีก รู้งี้ไม่เล่าซะก็ดี”
“แกรู้สึกช้าไปแล้ววะ”
“ไอ้เอกบ้า นี่แกว่าฉันเหรอ”
“ก็เออดิ คิดว่าฉันชมแกเรอะ”
“แกนี่วอนโดนแตะปากซะแล้ว”
“โอ๊ย กลัวจัง ไปดีกว่าเบื่อขี้หน้าแกแล้ว”
“จะไปก็รีบไปเลยไป๊”
…ตอนนี้ฉันไม่แคร์อีกแล้วว่าฉันไม่เหมาะสมกับคุณ เพราะเพียงแค่เรารักกันก็พอแล้วจะเหมาะสมกันหรือไม่มันไม่สำคัญหรอก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรารักกันต่างหากล่ะ
…….พรุ่งนี้นะคะ ฉันจะไปบอกคุณว่าฉันก็รักคุณเหมือนกันค่ะ…..

“เอกแกเดินเร็วๆหน่อยดิวะ ฉันคิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้วนะ”
“คิดถึงบ้านหรือคิดถึงใครบางคนอยู่กันแน่”
“แกอย่าทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย”
“คนที่แกกำลังคิดถึงเขาเดินมานู่นแล้ว”
“จะบ้าเหรอเขามาได้ไงก็ฉันไม่ได้บอกเขาสักหน่อยว่าจะกลับมาวันนี้”
“แกอ่ะไม่ได้บอกเขา แต่แกก็บอกยัยเพช็รเพื่อนของแกไม่ใช่เหรอ ยัยนั่นก็คงเป็นคนบอกแหละ”
“เหรอ คงจะเป็นอย่างนั้น”
“ริน!!ผมคิดถึงคุณจังเลย” เขารวบตัวเธอเข้ามากอดท่ามกลางผู้คนเป็นร้อย ซึ่งนั่นก็ไม่ทำให้เธออายมากเท่าไหร่ ถ้าไม่มีเพื่อนของเธอยืนมองอยู่ด้วย
“เอ่อ…ปล่อยเถอะค่ะอายเค้าคนมองกันเต็มเลย”
“ช่างเค้าประไรล่ะ ”
“นะคะ ปล่อยเถอะ”
“ก็ได้ครับ”
“คุณพัทธ์คะ นี่เพื่อนรินคะสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว” เธอผ่ายมือไปทางชายหนุ่มที่อยู่อยู่ข้างหลัง
“ ผมพัทธ์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“เช่นกันครับ ผมเอกวิทย์ เรียกเอกเฉยๆก็ได้”
“ริน งั้นฉันขอตัวเลยแล้วกันนะ”
“อือ บ๊ายนะ”

“หิวหรือเปล่า ไปหาอะไรทานก่อนมั้ย”
“ก็ดีค่ะ” เธอหันไปยิ้มให้ชายหนุ่ม
“คุณพัทธ์คะ”
“ครับ”
“วันนี้รินพร้อมที่จะบอกคุณแล้ว รินรักคุณค่ะ”
“ผมก็รักคุณไอริน จำไว้นะคุณดีที่สุดสำหรับผม” เธอโน้มตัวไปฝังจมูกลงบนแก้มสาก

….คำว่ารัก ไม่มีคำว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม คู่ควรหรือไม่คู่ควร มีแค่ใจสองดวงที่เชื่อมเข้าหากันและ คนสองคนที่ผูกพันกันด้วยความรัก
และความรักก็ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อบังคับใดๆทั้งสิ้น ความรักมันขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนสองคนถ้าไม่รักทำอย่างไรมันก็ไม่รักหรอก แต่ถ้ารักแล้วก็ยากอย่างยิ่งที่จะลบเลือนไปเช่นกัน….
…..สิ่งที่ง่ายในการจดจำ คือสิ่งที่ยากในการลบเลือน…..
โดย : ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) : teaploy@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 30 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 20 : 31 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com