Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

valentine สื่อรัก ภาษาใจ(ตอนที่2) :

valentine

สื่อรัก ภาษาใจ

(ตอนที่2)

.............chapter 2………
….นี่หรือรัก….
“หยาด !!! ยังไม่นอนอีกเหรอดึกแล้วนะ มัวแต่นั่งคิดอะไรอยู่หึ”
หยาดฝนหันไปยิ้มบางๆให้เพื่อนของเธอ “เฟิสท์หยาดถามอะไรหน่อยได้มั้ย”
“ได้สิ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ”
“คนเราอยู่โดยปราศจากความรักได้มั้ย”
“ไม่ได้หรอก !! หยาดในโลกนี้ไม่มีใครอยู่ได้หรอกถ้าไม่มีความรัก ถ้าชีวิตของคนเราปราศจากความรักชีวิตมันจะมีความหมายอะไรล่ะ”
“นั่นสินะ” ความจริงแล้วเธอเองยังไม่รู้เลยว่าเข้าใจประโยคที่เพื่อนเธอพูดหรือเปล่า
“ไปนอนกันเถอะดึกแล้ว”
“อื้อ…”
ทั้งสองคนเดินขึ้นห้องไปพร้อมกันแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องนอนของตัวเองเพื่อพักผ่อน แต่สำหรับหยาดฝนแล้วไม่ว่าจะข่มตาหลับเพียงใดก็ไม่อาจหลับได้อย่างใจนึก มีแต่ภาพคนรักของเธอยืนกอดกับผู้หญิงซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เธอ ภาพเหล่านี้ฉายเวียนไปมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยาดฝนคิดว่ายังไงก็คงนอนไม่หลับเธอจึงออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงห้องนอน
……………..นานมากแล้วสินะ ที่เธอไม่ได้มานั่งตรงนี้………………
เธอยังจำได้ดีว่าครั้งที่เธอเคยออกมานั่งตรงนี้มันก็เป็นสาเหตุเดียวกับตอนนี้แหละ คือเสียใจ เจ็บช้ำในเรื่องของความรัก แล้วภาพเหตุการณ์ในอดีตก็แวบเข้ามาในโสตประสาทของเธออีกครั้ง
‘กร !! ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ?’
‘คือ…..เอ่อ’ ชายหนุ่มอึกอักไม่รู้ว่าจะตอบเธอว่าอย่างไรดี
‘บอกหยาดมาซิว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร บอกมาซิ’ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเนื่องมาจากการร้องไห้
‘เขาคือคนที่ผมรัก’ เขาก้มหน้าก้มตาเพราะรู้สึกผิดแต่ความจริงก็คือความจริงยังไงสักวันเธอก็ต้องรู้อยู่ดี
‘ฮือๆ ทำไม ทำไม กรทำหยาดแบบนี้ไหนสัญญาไงล่ะจะไม่มีวันทำให้หยาดเสียใจ’ เธอทุหน้าอกของเขาด้วยแรงที่เธอมี ซึงเขาก็ไม่ปัดป้องแต่อย่างใดแต่กลับดึงเธอเข้าไปสวมกอด อ้อมกอดที่อบอุ่นที่เคยเป็นของเธอมันคงไม่มีอีกแล้ว ต่อไปนี้มันไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว
ไม่มีประโยชน์อะไรที่เธอจะถามถึงเหตุผลจากเขา เพราะเธอเองก็พอรู้ดีอยู่แล้วว่า เขาหมดรักเธอแล้ว ถ้าจะเหนี่ยวรั้ง ยืดเยื้อเขาเอาไว้ต่อไปก็เท่านั้นในเมื่อหัวใจของเขาไม่มีเธออยู่ในนั้นแล้ว
เธอไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่หันหลังเดินห่างออกมาจากเขาโดยไม่หันไปมองเขาอีกเลย ห่างออกมาเรื่อยๆจนเกินจะหันหลังกลับไปเพื่อไขว่คว้าเขาให้เป็นของเธอได้อีก
และสิ่งที่เธอไม่สามารถรับรู้ได้และได้เห็นก็คือน้ำตาของเขากับความรู้สึกภายในใจของเขา เขาเองก็รู้สึกเสียใจอยู่ไม่น้อยที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาเพราะเขา เขาอยากจะเอ่ยขอโทษ ขอโทษที่ผิดสัญญาต่อเธอที่บอกว่าจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจแต่เขาปากหนักเกินกว่าจะพูดมันออกไป และในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้รักเธอแล้วจะแสร้งว่ารักเธอเธออยู่ได้อย่างไรกันมันเป็นการเอาเปรียบเกินไปที่จะเหนี่ยวรั้งเธอเอาไว้ต่อไปทั้งๆที่ไม่ได้รักเธออีกแล้ว
‘สักวันเธอจะต้องได้พบคนที่รักเธอและสามารถปกป้องดูแลเธอได้แล้วก็ไม่ทำให้เธอต้องเสียใจ’นี่คือสิ่งที่เขาพูดกับเธอเป็นครั้งสุดท้าย

เมื่อเธอนึกถึงภาพเหตุการณ์ในอดีต มันทำให้น้ำตาพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย พาให้จิตใจของเธอหม่นหมองมากกว่าเดิมอีกหลายเท่านัก
…………..ไม่ว่าจะมีความรักอีกสักกี่ครั้งผลที่ออกมาก็ความเสียใจใช่มั้ย…………..
นี่น่ะหรือผลตอบแทนของความรักที่ได้รับ ถ้ารักแล้วต้องเจ็บช้ำแบบนี้จะมีความรักไปทำไม ทำไมกันล่ะ “หยาดฝนเธอจงรู้ไว้น่ะว่าเธอจะต้องไม่รักใครอีก และเรื่องของเธอกับอัฐก็ขอให้มันจบเพียงเท่านี้แหละ หยุดความสัมพันธ์ไว้เพียงแค่นี้ ลืมๆเขาไป” เธอพร่ำบอกกับตัวเอง
~ ก็อกๆๆ ~เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงที่ฟังดูคุ้นหู
“หยาดตื่นหรือยัง”
หยาดฝนเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูร้องเรียก ก็เอามือปาดน้ำตาปนแก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะลุกเดินไปเปิดประตูให้เพื่อน
“มีอะไรเหรอ ?” หยาดฝนถามเพื่อน พยายามจะบังคับเสียงไม่ให้สั่นเครือ และทำตัวให้ดูสดชื่นที่สุดเพื่อไม่ให้เพื่อนต้องเป็นกังวล
เมื่อเฟิสท์เห็นสภาพเพื่อนของเธอแล้วก็โผลเข้าไปสวมกอด เธอรู้ว่าหยาดฝนผ่านการร้องไห้มาตลอดทั้งคืนแน่นอน หยาดฝนไม่เคยเป็นแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่ได้พบกับ ‘อัฐินันท์’ เขาทำให้หยาดสดใส มีชีวิตชีวาขึ้นหายจากอาการเจ็บทางใจได้อย่างสนิทเลยทีเดียว
“เฟิสท์เธอนึกยังไงมากอดฉันเนี่ย” หยาดฝนผละออกจากเพื่อนของเธอแล้วถามขึ้น
“ยังมาทำพูดดีอีก นึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าตอนนี้น่ะเธอเป็นยังไง รู้สึกยังไง”
“ไม่ต้องห่วงหรอกไม่นานมันก็จะหายไปเองแหละ ” เพื่อนของเธอทำท่าว่าจะไม่เชื่อเธอจึงยืนยันด้วยความหนักแน่นทั้งที่จริงเธออ่อนแอนักในตอนนี้
“เชื่อฉันเถอะไม่นานก็หาย” เธอพูดพลางยิ้มบางๆให้
“อืม….ฉันเชื่อเธอก็ได้”
“แล้วไอ้ที่มาร้องเรียกแต่เช้าเนี่ยมีอะไรเหรอ”
“คือฉันจะมาบอกเธอว่า ฉันจ้องไปต่างจังหวัดน่ะแล้วก็ไปหลายวันอยู่เหมือนกัน เธออยู่คนเดียวได้หรือเปล่า”
“ได้สิ ฉันอยู่ได้อยู่แล้ว”
“แน่นะ ไปด้วยกันเอามั้ย”
“ไม่อ่ะ เธอไปเถอะฉันอยู่ได้สบายมาก แล้วอีกอย่างเธอก็ไปทำงานนะไม่ใช่ไปเที่ยวที่จะได้เอาคนอื่นไปด้วยได้น่ะ”
“เธอเป็นคนอื่นที่ไหนกันเธอเป็นเพื่อนฉันนะอีกอย่างพี่แก้ว(บ.ก.หนังสือที่เฟิสท์ร่วมงานด้วย)เขาไม่ว่าอะไรหรอก”
“ เชิญเธอไปคนเดียวเถอะย่ะ ฉันไม่อยากไป”
“งั้นก็ตามใจ เอาเป็นว่าฉันจะโทรมาหาเธอทุกวันเลยแล้วกัน”
“อืม….เดี๋ยวฉันไปชวนถือของไปขึ้นรถก็แล้วกันนะเฟิสท์”

“เฟิสท์ขับรถดีๆล่ะ อย่าขับรถเร็วนะรู้มั้ยมันอันตราย”
“จ้า !!!! รับรองว่าฉันจะไม่ขับเร็วแน่นอน (ถ้าไม่จำเป็น)”
“บ๊าย บายจ๊ะ” หยาดฝนโบกมือลา
พอเฟิส์ทเพื่อนของเธอขับรถออกไป เธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นสนามหญ้าเขียวชอุ่มหน้าบ้าน ‘เฟิสท์ฉันขอเวลาไม่นานฉันจะกลับมาเหมือนเดิม จะเข้มแข็งเหมือนเดิมให้ได้ ขอเวลาไม่นานจริงๆ’ เธอฟุบหน้าลงกับเขาแล้วร้องไห้ออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
ไม่รู้ว่าเธอผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงคนมากดกริ่งหน้าบ้านนั่นแหละ เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเปิดประตูหน้าบ้าน
ประตูบ้านถูกเปิดออก ทันทีที่เธอเห็นว่าคนที่มาเป็นใคร เธอก็ดันประตูเพื่อจะปิด แต่ไม่ทันเพราะเขามือไวกว่าจับประตูไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะปิดมัน เธอรู้ว่ายังไงซะก็คงไม่มีทางหลีกหนีเขาได้เลยในตอนนี้ เธอจึงตัดสินใจพูดกับเขา
“คุณมาทำไม”
“ผมก็มาหาคุณไง ทำไมคุณต้องหลบหน้าผมดวยล่ะหยาด”
“หยาดไม่ได้หลบหน้าคุณสักหน่อย แต่หยาดคิดว่าเราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว คุณกลับไปซะเถอะค่ะ”
เธอพยายามเดินเลี่ยงออกมาแต่ไม่สำเร็จเขาคว้าแขนเธอเอาไว้ เธอพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาแต่เขากลับยิ่งจับแขนของเธอแน่นกว่าเดิมอีก จนเธอเริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมานิดๆ
“ไม่ !!! ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง”
“แต่ฉันไม่มีเรื่องจะคุยกับคุณ”
“แต่ผมมี ทำไมล่ะหยาด ทำไมคุณต้องหลบหน้าผมด้วยล่ะผมทำอะไรผิดคุณโกรธผมเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องวันก่อนที่ผมผิดนัดคุณผมขอโทษ ผมติดธุระจริงๆแล้วผมก็ตั้งใจจะโทรบอกคุณแต่มือถือผมแบตฯหมด”
“คุณแน่ใจเหรอค่ะ ?” เธอถามเขา ขณะเดียวกันน้ำตาของเธอก็ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย
“ธุระของคุณที่ว่าเนี่ย คือการยืนกอดกับผู้หญิงคนอื่นหรือค่ะ”
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะหยาด ฟังผมก่อนสิ”
“ไม่….ไม่ฉันไม่อยากฟังคำอธิบายอะไรทั้งนั้น”
“หยาดฟังผมบ้างสิ ที่คุณเห็นน่ะ…..”
“คุณจะบอกว่าหยาดตาฝาดงั้นเหรอค่ะ” เธอพูดแทรกขึ้นมา
“เปล่า ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อยนะ ผมกับผู้หญิงคนนั้นน่ะเรานับถือกันเป็นพี่น้องกันเท่านั้นไม่มีอะไรเกินเลยกว่านั้นแน่นอน เชื่อผมเถอะนะหยาด”
“แล้วทำไมต้องกอดกันด้วยล่ะ” เธอถามอย่างงอนๆ
“หยาดคุณเนี่ยอารมณ์หึงรุนแรงเหมือนกันน่ะ”
“ยังจะมาพูดเล่นอีก”
“ผมมีคุณคนเดียวจริงๆนะหยาด”
เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนแก้มเธอ พร้อมกับดึงเธอเข้ามาสวมกอดเอาไว้ อ้อมกอดนี่ช่างอบอุ่น ปลอดภัยสำหรับเธอเหลือเกิน แล้วเธอก็หมดสติไป

~ ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน ไม่อาจหาคำๆไหนมาเพื่ออธิบาย ไม่ต้องรักเหมือนคนรักก็สุขหัวใจ ~ เสียงโทรศัพท์ของหยาดฝนดังขึ้น อัฐินันท์จึงกดรับสายแทนหยาดฝนที่ยังหลับพริ้มไม่ได้สติอยู่บนเตียง
“สวัสดีจ๊ะหยาด” บุคคลที่เธอเข้ามาเอ่ยทักทาย
“สวัสดีครับ ผมอัฐเองครับคุณเฟิสท์”
“อ้าว !!คุณอัฐ แล้วหยาดล่ะคะ”
“เอ่อ….หยาดยังนอนไม่ได้สติเลยครับ”
“หยาดเป็นอะไรเหรอค่ะ คุณอัฐ”
“เป็นลมน่ะ แล้วก็มีไข้ขึ้นนิดหน่อย”
“งั้นเฟิสท์ฝากคุณอัฐช่วยดูแลหยาดด้วยน่ะคะ”
“ครับ !! ผมจะดูแลหยาดเป็นอย่างดีเลย คุณเฟิสท์ไม่ต้องเป็นห่วงน่ะครับ”
“ค่ะ ขอบคุณคุณอัฐมากน่ะคะ”

“อ้าว ! หยาดตื่นพอดีเลยผมทำข้าวต้มมาให้คุณทานน่ะ พอทานเสร็จแล้วก็ทานยาด้วยล่ะไข้จะได้ลดรู้มั้ย” เขาพูดพร้อมกับวางถาดอาหารบนโต๊ะข้างๆเตียงนอน
“ฮึกๆฮือๆ” หยาดฝนปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย
“ร้องไห้ทำไมกันหึคนดี” เขาพูดพร้อมดึงเธอเข้ามากอดแล้วเอามือลูบหัวเธอเบาๆ
“หยาด…ขอโทษนะอัฐที่หยาด…..ไม่เชื่อใจคุณ”
“ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่โกรธคุณหรอกนะหยาด” แล้วเขาก็ก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา
“ทานข้านเถอะจะได้ทานยา ตัวยังอุ่นๆอยู่เลยนะรู้มั้ย”
“ค่ะ” เธอตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและสดใสขึ้น
“ให้ผมป้อนนะ” เขาพูดพร้อมกับแย้งช้อนไปจากมือเธอ
“ไม่เอาอ่ะ หยาดทานเองได้ไม่ต้องป้อนหรอกค่ะ” แล้วเธอก็เอาช้อนคืนมาจากเขา
“อร่อยจัง !!!!! ” เธอเอ่ยปากชมเมื่อทานข้าวต้มจนหมด
“ผมทำสุดฝีมือเลยนะ” เขาพูดพลางเขยิบเข้าไปใกล้ๆเธอแล้วใช้แขนโอบเอวบางๆของเธอเอาไว้
“แล้วไม่คิดจะให้รางวัลผมบ้างเหรอ” คนพูดไม่รอคำตอบเขายื่นหน้าไปหอมแก้มหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นคนรัก ทำให้เธอถึงกับร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่างกายเหมือนกับไข้จะขึ้นมาอีกครั้งนึงอย่างงั้นแหละ

“หยาดให้ผมอยู่เป็นเพื่อนมั้ย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หยาดอยู่คนเดียวได้จริงๆ”
“แล้วถ้าคืนนี้คุณเกิดไข้เกิดขึ้นอีกล่ะหยาด”
“ไม่หรอกค่ะ ก็หยาดทานยาไปแล้วนี่คะ คุณรีบกลับเถอะดึกแล้วนะคะ”
“ก็ได้ ก็ได้ครับงั้นพรุ่งนี้ผมมาหาคุณแต่เช้าเลยนะ” แล้วเขาก็ยื่นหน้าไปหอมแก้มนวลของเธอ “ฝันดีนะครับ” เขากระซิบที่ข้างหูเธอ
“ขับรถดีๆน่ะคะ”
“บ๊าย บายครับ”

~ ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน ไม่อาจหาคำๆไหนมาเพื่ออธิบาย ไม่ต้องรักเหมือนคนรักก็สุขหัวใจ ~
“สวัสดีจ๊ะ ว่าไงจ๊ะโทรมาแต่เช้าเลย”
“แหม่ อารมณ์ดีขนาดนี้คงเข้าใจกันดีแล้วล่ะสิ”
“อื้อ…..ว่าแต่จะบอกได้ยังว่าโทรมาแต่เช้าเนี่ยมีอะไรจ๊ะ”
“ก็ไม่มีอะไรหรอก เมื่อวานคุณอัฐบอกว่าเธอไม่สบายดีขึ้นหรือยัง”
“ดีขึ้นแล้วล่ะ ตอนนี้สบายมากหายห่วงได้เลย”
“ทั้งกายและใจเลยสินะ เฮ้อ….น่าอิจฉาจริงๆเล้ย”
“อืม….มันแน่นอนอยู่แล้ว ว่าแต่จะกลับเมื่อไหร่ล่ะเธอไปนานๆฉันคิดถึง”
“คงอีกสัก 2 – 3 อาทิตย์น่ะ”
“เอ๋ ! อย่างงี้เจ้าของร้าน ‘valentine’ เขาคงจะคิดถึงเธอแย่น่ะสิ ไม่ได้ไปที่ร้านเขาซะหลายวัน”
“บ้า !!!! เขาจะมาคิดถึงฉันทำไมกันล่ะ เธอน่ะก็พูดไปได้”
“เสร็จธุระแล้วก็รีบกลับล่ะ เป็นห่วง”
“จ้า เธอก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะแล้วจะโทรมาหาใหม่ แค่นี้นะ บ๊าย”
“บ๊าย บายจ๊ะ”

“ว้ายยย….มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ตกใจหมดเลย”
“ได้สักพักแล้วล่ะครับ”
“แล้วทำไมไม่เรียกล่ะคะ”
“ก็ผมเห็นคุณคุยโทรศัพท์อยู่ ก็เลยไม่กล้าเรียกน่ะกลัวจะรบกวน”
“แล้วนี่ทานอะไรมารึยังคะ”
“ยังเลย กะว่าจะมาทานกับคุณน่ะ”
“แน่ะ ใครว่าหยาดจะทานกับคุณคะ”
“ก็ผมนี่ไง ที่บอก ทานเสร็จไปเที่ยวกันนะ”
“ค่ะ !!!” เธอส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้า

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ที่เขาและเธอได้พบเจอกัน ได้ทำความรู้จักกับก็เป็นเวลาเกือบ 4 เดือนแล้ว ความรู้สึกภายในใจของชายหนุ่มที่ชื่อ ‘พีรพัฒน์ วัฒนกิจ’ หรือ เลิฟที่มีต่อนักเขียนสาว ‘เฟิสท์’ (พัชชา อัฐฐานนท์) มันชัดเจนขึ้นทุกทีและเมื่อเขาไม่เห็นเธอมาที่ร้าน เขาก็แทบจะขาดใจถึงยังไงเขาก็รู้ดีที่ไม่มาคงเป็นเพราะเธอติดธุระอย่างแน่นอนแต่เขาก็ยังอดน้อยใจไม่ได้อยู่ดีว่า ‘เธออาจจะเบื่อร้านนี้แล้วก็ได้’
เฟิสท์คุณจะรู้มั้ยว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน ตอนนี้ผมอยากเห็นหน้า อยากได้ยินเสียงคุณเหลือเกิน เวลาที่ผมอยู่ใกล้ๆคุณผมรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
……แล้วคุณล่ะรู้สึกเหมือนกันบ้างมั้ย……เขาถามที่เขาหวังว่าสักวันจะได้รับคำตอบ
เกือบสองสัปดาห์แล้วที่ชายหนุ่มเจ้าของร้านหนังสือ ชะเง้อคอมองออกไปนอกร้านเพื่อมองหาเธอ เขาเงยหน้ามองทุกๆครั้งเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นและหวังว่าคนที่เข้ามาจะเป็นเธอคนที่เขารอคอย แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ต้องผิดหวังเมื่อคนที่เข้ามาไม่ใช่เธอ จนตอนนี้เขาเริ่มท้อใจที่จะรอแล้ว

“พี่เลิฟ”
“…….”
“พี่เลิฟ”
“…….”
“พี่เลิฟ” เสียงเรียกกึ่งตะโกน
“หือ มีอะไรร้องเรียกซะดังเชียวอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง แล้วนี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
“ผมมาได้สักพักแล้วล่ะ รู้มั้ยผมน่ะร้องเรียกพี่ตั้งนานแน่ะแต่พี่น่ะมัวแต่มัวนั่งเหม่อ” เขาเงียบไปสักพักก่อนพูดต่อว่า “คิดถึงคุณเฟิสท์อยู่ล่ะสิ”
“ที่หลังอย่าพูดอย่างนี้อีกนะเดี๋ยวใครมาได้ยินเข้ามันจะไม่ดี” เลิฟเอ่ยเตือนน้องชาย
“แต่ที่ผมพูดมันก็เป็นความจริงใช่มั้ยล่ะ”
“อืม….ใช่พี่คิดถึงเธอ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาไร้ประกายแห่งรอยยิ้ม
“ว่าแต่ไม่ไปทำงานหรือไง”
“ไม่อ่ะ ผมลาพักร้อน 2 อาทิตย์น่ะเลยกะว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อนพี่ที่ร้าน”
“อื้อ ขอบใจนะที่มาอยู่เป็นเพื่อน”
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ก็เราเป็นพี่น้องกันนี่”
โดย : ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) : teaploy@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 30 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 20 : 25 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com