Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

ในคำว่ารัก(เพิ่งรู้ว่ารัก) :

ในคำว่ารัก

(เพิ่งรู้ว่ารัก)

‘ในคำว่ารัก’
ความรักมักแฝงไปด้วยความผูกพันที่คนสองคนมีต่อกัน จนบางครั้งเกิดเป็นความรักที่มันเริ่มก็ตัวขึ้นทีละเล็กที่ละน้อยโดยที่เราไม่อาจรู้ตัว แต่ถ้ามีเพียงแค่ความผูกพันให้กันเพียงอย่างเดียวมันก็คงไม่เหลือความรู้สึกรักหรือไม่มีความรักให้กันหรอก
มีความผูกพันให้กันเพียงอย่างเดียวมันคงไม่พอหรอกนะคะที่จะสามารถผูกมัดคนอีกคนไว้ได้ มันต้องอาศัยความรู้สึกที่เราเรียกกันว่าความรักด้วยค่ะ แต่ถ้าใครคนหนึ่งเหลือแค่ความผูกพันให้กับเรา เราเองก็ไม่ควรที่จะเหนี่ยวรั้งเขาไว้หรอกเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยในเมื่อตัวเขาอยู่กับเราแต่ใจของเขาไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
ในคำว่า ‘รัก’ นั้นมีอะไรซ่อนอยู่มากมายแต่เราก็สามารถค้นพบมันได้เมื่อหัวใจเรามีรัก ส่วนเราจะสามารถสัมผัสมันได้ในรูปแบบไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่ามีมุมมองความรักเป็นอย่างไร และควรที่จะรู้จักเรียนรู้ที่จะยอมรับและเข้าใจในรักด้วย แล้วความสุขมันจะเกิดขึ้นกับเรา ที่สำคัญทุกอณูของความรักนั้น มันอบอวลไปด้วยความอบอุ่นมีเรามอบให้แก่กัน
เพิ่งรู้ว่ารัก
“แพร ฉันมีอะไรจะบอกเธอน่ะ”
“นายมีอะไรจะบอกฉันเหรอ”
“ฉัน…ฉันชอบเธอ” แพรไหมอึ้งไปเล็กน้อยกับคำสารภาพของเพื่อนสนิทเธอ
“นี่นายพูดเล่นใช่มะ”
“เปล่า ฉันพูดจริง” น้ำเสียงจริงจังนั้นทำให้เธอเกือบพูดไม่ออก
“บ้าน่า ไม่จริงหรอกนายเนี่ยนะจะมาชอบฉัน นายล้อฉันเล่นใช่เปล่า”
“ฉันพูดเรื่องจริง”
“เอ่อ…..”
“เรื่องจริงที่ว่าก็คือ ฉันล้อเล่นเธอก็ทำตกอกตกใจไปได้ รีบไปกันเหอะฉันหิวแล้ว” เธอพยักหน้าแล้วเดินตามไป เพราะยังปรับอารมณ์ตามไม่ทัน
…………..ฉันชอบเธอจริงๆนะ แพรไหม…………..

วันสุดท้ายของการสอบ เป็นวันที่ทุกคนพยายามเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆให้ได้มากที่สุด เพราะคงไม่มีโอกาสได้กลับมาที่นี่ สถานที่แห่งนี้อีกหลังจบการศึกษา ที่ๆป็นแหล่งรวมมิตรภาพดีๆมากมายเอาไว้
“แพรไหม”
“หือ เรียกซะเต็มยศเลยนะ”
“ฉันให้เธอ” เขายื่นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดให้เธอ
“ให้ทำไม”
“รับไปเถอะน่า เราให้เพราะว่าอยากให้”
“ขอบใจนะ”
“วันนี้อย่าเพิ่งแกะล่ะ เอาไว้แกะพรุ่งนี้รู้มั้ย”
“อื้อ”
“งั้นวันนี้ฉันขอไปส่งเธอที่บ้านนะ”
“ขอบใจนะที่เดินมาส่ง”
“ไม่เป็นไรเธอเข้าบ้านเหอะ”
“บ๊าย” เขารอเธอหายลับเข้าไปในบ้านก่อนจึงเดินจากไป
……….ลาก่อนนะแพรไหม ความรู้สึกดีๆฉันจะมีให้เธอเสมอ……..

แพรไหมค่อยๆบรรจงแกะกระดาษห่อของขวัญอย่างช้าๆ ก่อนเปิดกล่องใบเล็กนี้ออกอย่างทนุถนอม แพรไหมมองสิ่งของที่อยู่ข้างในอย่างไม่เข้าใจ แหวนทองคำขาว มันแนบมาพร้อมกับจดหมายหนึ่งฉบับ
แพรไหม เราอยากบอกเธอว่าเราชอบเธอจริงนะ เราไม่เคยพูดเล่นเลยสักครั้งความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอแล้วล่ะ ถึงแม้เราจะรู้ดีว่าเธอไม่ได้คิดกับเราแบบนั้นเลยแต่เราก็ยินดีที่จะมองเธออยู่ห่างๆได้รักเธอแบบนี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้ชายคนนี้ ของสิ่งนี้เราอยากให้เธอเก็บมันไว้ ถือว่าเป็นของที่ระลึกที่เพื่อนคนหนึ่งมอบให้ก็แล้วกันนะ
‘ลาก่อน ดูแลตัวเองดีๆนะ’
ภัทร….
แล้วน้ำตาเม็ดโตก็หยดลงบนแผ่นกระดาษพร้อมกับสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา

สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย และก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยด้วยซ้ำ และก็มีใคร คนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางความเหน็บหนาวของสายฝนอย่างไม่หวั่นเกรงเลยสักนิด แม้สายฝนที่ปรอยลงมานั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ
“ภัทร ฉันขอโทษที่ไม่เคยรับรู้ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของนายแล้วก็ของตัวเองเลย แต่นายเองก็เหมือนกันใจร้ายที่สุดเลย ทำไมอ่ะ ทำไมจะไปไหนไม่เห็นจะบอกกันสักคำเลย ฮึกฮือๆ” เสียงสายฝนได้กลบเกลื่อนเสียงพูดและเสียงสะอื้นไปจนหมดสิ้น

วันนี้ มันจะมีอีกทีไหม
วันที่เธอมาเปิดใจ พูดคำว่ารัก
ไม่รู้ว่าฉันทำผิดมากไหม
ให้เป็นเพื่อนกันต่อไป พูดว่าไม่เคยรัก
ฉันยังอาจคิดไม่พอ
ไม่รอ ไม่ทบทวนความจริงข้างใน
เหมือน(ฉัน)ทำกาสดีๆหายไป
เมื่อคิดๆก็ได้รู้
ที่ฉันทำไปมันไม่ถูกซะแล้วฉันเสียใจ
ฉันเพิ่งรู้ว่ารักเธอ
ฉันเพิ่งรู้เมื่อได้ค้นหัวใจ
มีเธออยู่แล้วมาตั้งนาน
เผลอคิดถึงเธอทุกที
อารมณ์ดีเมื่อเธอยิ้มให้กัน
เพราะเธอเท่านั้น เพิ่งรู้ว่าฉันรักเธอ
ไม่รู้ฉันมีโอกาสไหม
ถ้าเธอยังไม่ถอดใจให้โอกาสฉัน
ช่วยบอกรักกันอีกสักครั้ง
จะไม่ทำให้ผิดหวัง ไม่เป็นอย่างวันนั้น
แหวนวงนั้นเธอเก็บมันไว้กับตัวตลอดเวลา เธอร้อยมันไว้กับสร้อยคอที่เธอใส่ติดตัวเป็นประจำและเธอไม่เคยให้สร้อยที่เธอร้อยแหวนของเขาเอาไว้อยู่ห่างตัว เลยสักครั้ง
“แพร” เสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นปลุกให้เธอตื่นจากห้วงความคิด
“คิดอะไรอยู่จ๊ะ” แก้มเพื่อนร่วมงานของเธอถามขึ้น
เธอไม่ตอบแต่ส่งยิ้มไปให้แทน
“อืม บ.ก.เรียกหาเธอแน่ะ”
“เหรอ ขอบใจนะ”
ก็อกๆๆ
“แพรเหรอ เข้ามาสิจ๊ะ”
“บ.ก. เรียกแพรมาหามีอะไรเหรอคะ” คำถามของเธอไม่ได้รับคำตอบ แต่มีตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ยื่นมาตรงหน้าเธอแทน
“คะ” เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“รับไปสิ แน่ะจะเอาหรือไม่เอาเดี๋ยวก็เปลี่ยนใจให้คนอื่นไปแทนเสียนี่”
“เอาค่ะเอา”
“พี่ให้เราพักร้อนได้สองอาทิตย์ แต่ไม่ได้ให้ไปเที่ยวฟรีๆนะต้องเก็บภาพสวยๆมาลงนิตยสารของเราด้วย”
“ค่ะ บ.ก.ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ”

หญิงสาวสะพายเป้ใบกลางเดินออกมาจากห้องพักผู้โดยสารขาเข้าท่าอากาศยานเชียงใหม่ ด้วยความที่เธอมัวแต่กดหาเบอร์คุณณัชชา บ.ก.ที่สุดแสนจะใจดีอยู่ ทำให้เดินไปชนกับใครเข้าโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
ตุ๊บ!!~ โทรศัพท์มือถือของเธอขณะนี้ลงไปแน่นิ่งอยู่บนพื้นเรียบร้อยแล้ว
“ขอโทษค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ นี่ของคุณครับ” เขาก้มเก็บโทรศัพท์ให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดพร้อมกับเงยหน้ามองคนที่เธอเพิ่งชนไปหมาดๆ
“ภัทร!!!”
“แพร!!”
“เอ่อ…เราขอตัวก่อนนะมีธุระต้องไปทำน่ะ” พูดจบเธอก็รีบเดินไปอย่างรวดเร็ว
……….แพรไหม ดีใจจังที่ได้พบเธออีก………..

ฉันดีใจที่ได้พบกับเขาอีกครั้ง…..
แล้วเขาล่ะจะดีใจมั้ยที่ได้พบกับเธอ……
แต่การที่ได้พบเจอกันอีกก็ไม่ได้หมายความว่า…..
ความรู้สึกของเขาจะยังคงเหมือนเดิมด้วยนี่นา…..
ป่านนี้เขาคงมีใครที่เป็นเจ้าของจองหัวใจแล้วล่ะ….
แล้วเธอล่ะ ก็ไม่มีสิทธิ์จะรู้สึกแบบนั้นกับเขาไง……
ความคิดต่างๆมากมายต้องหยุดลงเมื่อรถเคลื่อนที่มาถึงยังที่พักของเธอแล้วเป็นรีสอร์ทที่ บ.ก.ของเธอจองไว้ให้
เธอคิดว่าเธอควรที่จะเริ่มทำงานซะตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา แต่ตอนนี้ไปหาอะไรใส่ท้องก่อนดีกว่าแล้วค่อยทำงาน

แต่ละวันของเธอเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เธอเริ่มส่งรูปที่เธอถ่ายไปคุณณัชชาบ้างแล้วแถมแนบไปพร้อมโปสการ์ดสวยๆอีกสองใบด้วย ใบหนึ่งของบ.ก.สาวสวยแสนใจดีของเธอ อีกใบของเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุด
“แพร” เธอหันไปตามเสียงเรียกโดยอัตโนมัติ
“ภัทร”
“ดีใจจังที่ได้พบเธออีก”
“เหรอ”
“มาเที่ยวเหรอ”
“เปล่าหรอก มาทำงานน่ะแล้วภัทรล่ะมาเที่ยวเหรอ”
“อืม เรามากับ……”
“ภัทร อยู่นี่เองแก้วตามหาแทยแย่”
“แก้วเราจะแนะนำให้รู้จัก นี่แพรเพื่อนเราสมัยอยู่ม.ปลาย แพรนี้แก้ว”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“เช่นกันค่ะ ขอตัวก่อนนะคะต้องรีบไปทำงานต่อ” ทันทีที่หันหลังให้สองคนนั้น น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

……..เธอคนนั้นคงเป็นคนรักของเขาสินะ
ส่วนฉันก็เป็นแค่….เพื่อน…ฉันเกลียดคำนี้จังมันทำให้ฉันเจ็บแปลบในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
แต่มันก็เป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่รู้ตัวช้าว่าหัวใจตัวเองไปอยู่ที่เขาตั้งนานแสนนานแล้ว…แล้วมันก็เป็นเธอคนเดียวที่เจ็บปวด

วันเวลามันผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับเธอ เหลือเวลาพักร้อนอีกตั้งเกือบอาทิตย์แต่งานของเธอได้เสร็จแล้ว บ.ก.ของเธอบอกว่ายังไม่ต้องกลับมาทำงานเพราะเวลาพักร้อนของเธอยังเหลือ แต่มันช่างเป็นช่วงเวลาพักร้อนที่ไม่มีความสุขเอาเสียเลย มันทำให้เธอคิดฟุ้งซ่านเวลาที่อยู่เฉยๆแบบนี้
…..ไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะดีกว่า ดีกว่ามานั่งอุดอู้อยู่แต่ในที่พักแบบนี้…
แพรไหมรู้สึกว่าตัวเองจะเห็นใครบางคนอยู่ในสวนสาธารณะนี้ด้วย …และเขาคือ ภัทร
ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเขาจงใจตามเธอมากันแน่ แต่อย่าคิดเข้าข้างตัวเองเลยว่าเขาตามเธอมา ที่นี้ออกจะสวยแล้วก็บรรยากาศดีคงไม่แปลกหรอกที่เขาจะมานั่งเล่นเหมือนกับเธอ
ขณะที่เธอกำลังคิดอะไรเพลินๆเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ
“สวัสดีค่ะ”
“แพร พี่เอง”
“อ้าว บ.ก.เองหรือคะ”
“รูปที่เราส่งมาน่ะ”
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
“ไม่มีหรอก แค่พี่จะบอกเราว่ามันโอเคมากจ๊ะ แล้วเป็นไงเที่ยวสนุกมั้ย”
“ก็ดีอ่ะคะ แต่แพรว่าจะกลับกรุงเทพแล้วล่ะค่ะ”
“อ้าวทำไมรีบกลับจังล่ะ เวลาพักร้อนยังเหลืออีกนะ”
“แพรเบื่อแล้วล่ะคะ”
“ถ้าเราจะกลับก็ตามใจแต่ยังไม่ต้องเข้ามาทำงานนะ อยู่บ้านเฉยๆไปก่อนหมดเวลาพักเมื่อไหร่ค่อยมาทำ”
“ค่ะ”
พรุ่งนี้เธอก็จะกลับกรุงเทพแล้ว และเราคงไม่ได้เจอกันอีก อาจจะตลอดชีวิตเลยก็ได้เพราะมันคงไม่มีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นอีกบ่อยๆหรอก และเธอก็ไม่อยากพบเขาแล้วด้วย

….ไม่มี…ไม่มีเวลาสำหรับเธออีกแล้ว….
”แพร!!”
“พี่ธีร์ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อวานนี้เอง นี่พี่กะว่าจะไปหาแพรที่บ้านอยู่พอดี แล้วนี่มาซื้อของเหรอ”
“ค่ะ”
“งั้นพี่เดินเป็นเพื่อนนะ”
“จะดีเหรอคะ แพรเกรงใจ”
“เกรงใจอะไรกัน ไหนๆวันนี้พี่ก็จะไปขอฝากท้องที่บ้านแพรอยู่แล้ว”
“แล้วพี่ธีร์อยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ บอกมาเลยเดี๋ยวแพรจัดให้”
“อะไรก็ได้ ที่เป็นฝีมือของแพร”
“พี่ธีร์…”
“มีอะไรจะพูดกับพี่หรือเปล่าคะ เห็นเรียกชื่อพี่แล้วก็เงียบไป ”
“เปล่าหรอกค่ะ แพรแค่จะบอกพี่ธีร์ว่าจะทำอาหารสุดฝีมือเลย”
….แพรไหมเอาอีกแล้ว สุดท้าย…เธอก็ไม่กล้าบอกเขาเสียที
เธอยอมรับว่าเธอขี้ขลาดเกินกว่าจะบอกความจริงกับเขา… คนที่แสนดีกับเธอเหลือเกิน
เธอกลัว กลัวเหลือเกินว่าเขาจะเสียใจกับสิ่งที่เธอจะบอกมันเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจกันเกินไป กลัว ว่าอะไรๆจะไม่เป็นเหมือนเดิม…
“แพร”
“…..”
“แพร”
“คะ”
“เป็นอะไรไปไม่สบายหรือเปล่า เห็นแพรเหม่อตั้งแต่ตอนเดินซื้อของแล้ว”เขาถามขณะนั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน
“เปล่าหรอกคะ แพรสบายดี”
“แพร…คือพี่มีอะไรจะบอกแพรน่ะ”
“อะไรเหรอคะ”
“แต่งงานกับพี่นะ”
“เอ่อ….”
“ยังไม่ต้องตอบพี่ตอนนี้หรอก ถ้าแพรพร้อมจะให้คำตอบพี่เมื่อไหร่ก็บอกนะพี่รอแพรได้เสมอ”
เธอควรจะทำอย่างไรดี…ตอบรับหรือปฎิเสธ….
“พี่กลับก่อนนะ แพรจะได้พักผ่อน”
“ค่ะ ขับรถดีๆนะคะ”

ฉันตกลงกับพี่ธีร์ว่าจะหมั้นกันไว้ก่อนส่วนเรื่องแต่งงานรอให้พร้อมกว่านี้ก่อน ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงหมั้นกับพี่ธีร์ทั้งๆที่ฉันไม่เคยคิดกับเขาเกินเลยไปกว่าคำว่า พี่ชาย หรืออาจจะเพราะว่าเหตุการณ์ในวั้นนั้นก็ได้ที่ทำให้ฉันตัดสินใจแบบนี้ลงไป
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน….
วันนั้นพี่ธีร์ให้ฉันไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนซึ่งฉันก็ไม่กล้าปฎิเสธแม้จะไม่ค่อยชอบงานพวกนี้เท่าไหร่ และก็ทำให้เราบังเอิญเจอกันอีกครั้ง
เขาควงคู่มากับผูหญิงคนนั้นซึ่งเป็นคนๆเดียวกับที่เคยเจอเมื่อคราวก่อนที่ไปเชียงใหม่นั่นแหละ
แล้วฉันก็ได้ยินว่าเขากำลังจะแต่งงานกัน
ใช่… เขากำลังจะแต่งงานกัน…ภัทรกับผู้หญิงคนนั้นกำลังจะแต่งงานกันและคงเร็วๆนี้
ฉันกับภัทรแม้จะเดินสวนกันไปมาในงานแต่เราก็ไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ และแววตาของเขาที่มองฉันมันเหลือแค่เพียงคนรู้จัก…เท่านั้นฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ…..
….ในเวลาที่ฉันไม่มีใคร
….ในเวลาที่เขาหายไป หายไปโดยไม่บอกสักคำ
….ในเวลาที่เงียบเหงา …ก็มีใครอีกคนที่เคียงข้างฉันเสมอ แม้ความรู้สึกที่ฉันมีให้เป็นเพียงแค่ความรักที่น้องสาวมีต่อพี่ชาย… แต่สักวันฉันคนรักเขาได้…มากกว่านี้มากกว่าพี่ชาย
ในเมื่อฉันตัดสินใจไปแล้ว มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นการตัดสินใจของฉันเอง และพี่ธีร์ก็แสนดีคงไม่อยากหรอกที่เธอจะรักเขา….ไม่ใช่เหรอ?....
อีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น เธอก็จะต้องหมั้นกับพี่ธีร์แล้ว….
“แพร”
“.......”
“แพรไหม!!” แก้มร้องเรียงพร้อมเขย่าแขนเธอ
“แก้มมีอะไรเหรอ”
“ เป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่าพักนี้เห็นเธอเหม่อบ่อยๆ”
”ไม่ได้เป็นอะไรหรอกแก้ม แค่เราคิดเรื่อง….อะไรเพลินไปหน่อยน่ะ”
“ฉันได้ยินเสียงแล้วโทรศัพท์ของเธอน่ะมันดังอยู่นานสองนานแล้วแต่เธอก็ไม่เห็นรับก็เลยเดินมาดู นึกว่าเธอไม่ได้อยู่ที่โต๊ะ”
“ฉันขี้เกียจรับน่ะ กะว่าเอาไว้ค่อยโทรกลับไป” แต่ความจริงแล้วเธอไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังต่างหากล่ะ

“แพร มีคนมาหาแน่ะ”
“ใครเหรอแก้ม”
“ไม่รู้สิ ตอนนี้เขารออยู่ทางด้านโน้นแน่ะ”
“ขอบใจนะ”
“งั้นฉันไปทำงานต่อล่ะนะ”
…….ใครกันนะที่มาหาเธอ…. เธอครุ่นคิดตลอดทางที่เดินไปหาคนที่มารอพบเธอ
…….ภัทร!!! เขามาทำไมกันแล้วเขารู้ได้ไงว่าเธอทำงานอยู่ที่นี่……..
“มาหาเรา มีอะไรเหรอ” เธอถามเสียงเรียบ จนเรียกได้ว่าเกือบจะเย็นชาเลยทีเดียวล่ะ
“ผมคิดถึงแพรจัง” เขาทำท่าจะดึงฉันเข้าไปกอดแต่ฉันถอยหนี
“นายไม่ควรพูดแบบนี้นะ ใครมาได้ยินมันจะไม่ดี”
“ทำไมล่ะแพร ก็ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆนี่นา”
“แต่ว่านายกำลัง….” เธอยังพูดไม่ทันจบเสียงนุ่มทุ้มของใครคนนึงก็ดังขึ้น
“แพร เอ่อ…คุยธุระอยู่เหรอพี่ขอโทษนะพอดีไม่รู้เห็นแก้มบอกว่าแพรมาที่นี่ก็เลยตามมา”
“เปล่าหรอกค่ะไม่ได้คุยธุระอะไรกันหรอกค่ะ เอ่อ นี่ภัทรเป็น…เพื่อนแพรค่ะ”
……เพื่อน….เธอรู้สึกเจ็บปวดกว่าเป็นร้อยเท่าถ้าเทียบกับที่เขาพูดในวันนั้น
“สวัสดีครับ” ธีร์ทักทาย
“สวัสดีครับ แพรงั้นผมขอตัวกลับเลยล่ะกันนะ” ภัทรซึ่งเดินออกไปได้เพียงแค่ไม่ก้าว ก็เลยทำให้ได้ยินบทสนทนาของแพรไหมกับธีร์ได้ชัดเจน
“พี่ธีร์มาหาแพรมีอะไรเหรอคะ”
“พี่จะมารับแพรไปเลือกแหวนหมั้นน่ะ”
“แหวนหมั้น” เธอทวนคำ
“พี่อยากให้แพรเลือกเองน่ะ จะได้วงที่ถูกใจแพรไง”
“เอ่อ ความจริงพี่ธีร์เลือกให้แพรก็ได้ค่ะ เพราะไม่ว่าวงไหนมันก็มีค่าสำหรับแพรทั้งนั้น”
“แต่ยังไงพี่ก็อยากให้แพรเป็นคนเลือก”
“ขอบคุณค่ะพี่ธีร์ ขอบคุณทุกสิ่งที่พี่ทำให้แพร”เธอโผเข้าไปกอดเขาด้วยอาการสะอื้นไห้ เขาลูบผมเธอไปมาอย่างเอ็นดู
…..ขอบคุณและก็ขอโทษที่แพรยังไม่สามารถรักพี่ได้มากกว่า คำว่าพี่ชายแต่คงมีสักวันนะคะที่แพรจะทำได้

ภัทรหลับตาลงด้วยความปวดร้าว ก่อนจะเดินจากไปหลังจากได้ฟังบทสนทนาของสองคนนั้น
….เพราะอย่างนี้ใช่มั้ย… แพรไหมเธอถึงไม่อยากให้ฉันพูดแบบนั้น เพราะกลัวว่าเขาคนนั้นจะมาได้ยินเข้านี่เอง
ไม่ว่านานเท่าไหร่เธอก็เห็นฉันเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่ง…เท่านั้นเองเหรอ…

………พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันต้องหมั้นกับพี่ธีร์…….
ขณะที่เธอกำลังคิดอะไรอยู่อย่างเพลินๆก็มีคนกดกริ่งหน้าบ้านเรียกให้เธอตื่นจากห้วงแห่งความคิด
เธอเดินไปยังประตูรั้วเพื่อไปเปิดประตูให้คนที่มากดกริ่ง
…..สงสัยพี่ธีร์จะมาแล้วล่ะมั้งแต่ เอ…ทำไมมาเร็วจังยังไม่ถึงเวลานัดเลย…..
แต่เมื่อเธอเปิดประตูรั้ว ก็พบว่าคนที่มาหาเธอไม่ใช่ธีร์แต่เป็น….ภัทร…ต่างหากล่ะ
“แพร ผมมาแสดงความยินดีกับคุณ”
“ขอบใจนะ เราก็ขอแสดงความยินดีกับนายด้วยเหมือนกัน”
“แสดงความยินดี…เรื่องอะไร” เขาขมวดคิ้วด้วยความงง
“ก็นายกำลังจะแต่งงานกับคุณแก้ว ไม่ใช่เหรอ”
“เปล่าสักหน่อย ผมไม่ได้แต่งงาน แต่เป็นคุณแก้วคนเดียวต่างหาก”
“แต่วันนั้น เราได้ยิน…..”
“แก้วเธอบอกว่าเธอกำลังจะแต่งงาน แต่เธอไม่ได้จะแต่งกับผมแต่เป็นเพื่อนผมต่างหากล่ะ”
……สรุปว่าเธอเข้าใจผิดมาตลอดงั้นเหรอแต่แม้จะเป็นเพียงความเข้าใจผิดแต่เธอคงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วล่ะ
“แพรกับคุณธีร์คงรักมากเลยใช่มั้ย”ฉันได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบคำถามเขา
…..ไม่ ฉันตอบไม่ได้เพราะ…..ฉันไม่อยากคิดไม่อยากคิดสิ่งที่มันต้องทำร้ายหัวใจของพี่ธีร์อีกแล้ว
“ผมมีอะไรอีกอย่างที่อยากบอกแพร บอกด้วยตัวเองอีกสักครั้งเพราะต่อจากนี้ไปผมคงไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดมันออกมาอีกแล้ว”
“ผมรักแพร รักมาตลอดไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหนความรู้สึกนั้นมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยและผมก็จะขอรักตลอดไปด้วย แม้ว่าแพรจะไม่…”
“ใครว่าแพรไม่รักนายล่ะ” พูดจบน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขารวบร่างบางเข้ามาแนบกับอกเสียงสะอึกสะอื้นยังดังอยากต่อเนื่อง
“แต่เรื่องของเรามันคงเป็นไปไม่ได้หรอก พรุ่งนี้เราต้องหมั้นแล้ว” เธอพูดพร้อมผละออกจากเขา
“จะไม่มีงานหมั้นใดใดเกิดขึ้นทั้งนั้น” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้แพรไหมตกใจไม่ใช่น้อย เพราะจำได้ดีว่าเป็นเสียงของธีร์
“พี่ธีร์ แพรขอโทษ”
“พี่ไม่ให้อภัย” แพรไหมหน้าซีดลงทันที
“เพราะพี่ไม่โกรธแพร และจะไม่มีวันโกรธด้วย แต่ทำไมแพรไม่บอกพี่ถึงเรื่องนี้”
“แพร กลัวพี่ธีร์เสียใจ แพรไม่กล้า….”
“ปฎิเสธพี่เพราะไม่อยากทำร้ายพี่งั้นสิ” เธอพยักหน้ารับ เขายิ้มให้เธอแบบที่มักยิ้มให้เป็นประจำ
“รู้มั้ยที่แพรทำแบบนี้น่ะมันเป็นการทำร้ายตัวเองชัดๆเลยนะ ไม่ใช่พี่ที่ถูกทำร้ายแล้วพี่ก็ไม่เสียใจหรอกเพราะแค่พี่ได้เห็นคนที่พี่รักมีความสุข ก็ไม่มีเหตุผลอะไรแล้วที่จะทำให้พี่เสียใจ”
“พี่ธีร์” หยาดน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วกลับรื้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ทำตามที่หัวใจแพรต้องการซะนะ ทำเพื่อตัวเองและเพื่อหัวใจของแพรเอง”
“ขอบคุณค่ะพี่ธีร์”
“พี่อยากจะขอแพรสักอย่างได้มั้ย”
“ได้สิคะ ”
“จะว่าอะไรมั้ยถ้าพี่จะขอเป็นพี่ชายของแพร”
“ พี่ธีร์เป็นพี่ชายที่แสนดีสำหรับแพรมากเลยรู้มั้ยคะ”
“ผมฝากให้คุณดูแลน้องสาวผมดีๆด้วยล่ะ แต่ถ้าคุณทำให้แพรเสียใจล่ะก็ผมจะแย้งแพรคืนมาแน่” ธีร์พูดติดตรงแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง
“ครับ ผมสัญญา”

“ในที่สุดเราก็เข้าใจกันเสียที่เนอะแพร”
“ใช่ ในที่สุดแล้วเราก็เข้าใจกัน”
”ผมรักคุณที่สุดเลย” เขาฝังจมูกลงกับพวงแก้มใส
“แพรก็รักภัทรที่สุดเลยเหมือนกัน”

…..ไม่ว่าระยะทาง เวลา หรือสิ่งอื่นใดก็ไม่สามารถขวางกั้นความรักได้ เมื่อคนสองคนมีใจให้กันแล้วและความรักก็ไม่ได้มีแต่สมหวังเสมอไป แต่เพียงแค่เรายอมรับและเข้าใจมันก็เพียงพอแล้ว แค่เห็นคนที่เรารักมีความสุขมันก็พลอยให้เรามีความสุขไปด้วยถ้าเราสามารถทำความเข้าใจ…ในรักได้….
โดย : ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) : teaploy@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันพฤหัสบดี ที่ 29 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 9 : 1 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com