Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ใบไม้ในสายลม(สายลมแห่งรัก) >>

valentine สื่อรัก ภาษาใจ :

valentine

สื่อรัก ภาษาใจ

………..Chapter 1………
จุดเริ่มต้น…ความสัมพันธ์
เสียงกระดิ่งจากโมบายหน้าร้านดังขึ้นทำให้รู้ว่ามีคนเข้ามาในร้าน ชายหนุ่มที่นั่ง
อยู่ที่เคาน์เตอร์ด้านในร้านล่ะสายตาจากหนังสือที่อ่านมองมายังบุคคลที่เพิ่งเข้ามา ใหม่ซึ่งเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ผมถูกปล่อยสยายยาวถึงกลางหลัง เธอได้ส่ง
ยิ้มหวานให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์อย่างเป็นมิตร แม้ทั้งสองจะเพิ่งพบเจอและ
รู้จักกันไม่นานก็เถอะ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่นั่นคือเจ้าของร้านนี้ ร้านที่มีชื่อว่า’Valentine’
ซึ่งร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้เองเป็นร้านหนังสือภายในร้านแบ่งออกเป็น 2มุม มุม
หนึ่งมีไว้สำหรับนั่งพักผ่อน นั่งอ่านหนังสือ ส่วนอีกมุมจะเป็นชั้นวางขายหนังสือต่างๆ
มากมาย ที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นสัดส่วน ชายหนุ่มส่งยิ้มกลับไปให้หญิงสาวที่กำลัง
เดินไปนั่งตรงมุมอ่านหนังสือของทางร้าน
“จะดื่มอะไรหน่อยมั้ยครับ” เขาเอ่ยถามพลางทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาตัวข้างๆเธอ
“อืม….” เธอทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนตอบออกมาว่า ”ก็ดีเหมือนกันค่ะ ”
“งั้นเดี่ยวผมไปเอามาให้นะครับ เอาเป็นมะนาวชาแล้วกันโอเคมั้ยครับ”
ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไรเขาก็ลุกเดินออกไปแล้ว ‘แล้วจะถามทำเนี่ย’ เธอคิดในใจ
เขาหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับถาดใบย่อมที่ถืออยู่ในมือ ซึ่งวางแก้วชะมะนาวกับคุกกี้ช็อกโกแลตเอาไว้
“รอนานมั้ยครับ?” เขาถามเธอขณะวางแก้วน้ำกับคุกกี้ลงบนโต๊ะ
“ไม่นานหรอกค่ะ” เธอตอบพลางยกแก้วชามะนาวขึ้นดื่ม
“ช่วงนี้ที่ร้านเป็นยังไงบ้างคะ?”
“ก็เรื่อยๆแหละครับ”
“ไอ้ที่ว่าเรื่อยๆของคุณเนี่ย หมายความว่าลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆรึป่าวค่ะ” เธอพูดพลางหัวเราะเล็กน้อย
“ที่เฟิสท์ว่าก็มีส่วนเหมือนกันน่ะครับ แล้ววันนี้เฟิสท์ว่างเหรอครับถึงได้มาที่ร้านได้”
เธอไม่ตอบแต่จ้องมองหน้าเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เอ่อ…คือว่าผมแปลกใจน่ะครับ ทุกทีเฟิสท์จะมาที่ร้านนี้ตอนช่วงเย็นมากกว่า ถ้าจะมาช่วงเช้าแบบนี้เห็นทีจะเป็นวันศุกร์ วันเสาร์ซะเป็นส่วนใหญ่” เขาเอ่ยต่อเพื่อขยายคำถามเมื่อกี้เพราะเห็นเธอไม่ตอบ
“เฟิสท์ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ คือเฟิสท์เบื่อๆน่ะคะแล้วก็กะจะมาหาแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเรื่องต่อไปด้วยอ่ะค่ะ”
“เหรอครับ!!!” แม้มันจะเป็นเพียงถ้อยคำสั้นๆที่เขาพูดออกไป แต่มันเต็มเปี่ยมไปด้วย
ความรู้สึกต่างๆที่เขาได้ส่งแผ่ไปถึงเธอ เขารู้สึกตื่นเต้น ดีใจ ไม่ใช่น้อยที่เธอเลือกมาหา
แรงบันดาลใจที่ร้านของเขาเพื่อที่จะเอาไปเขียนหนังสือ
“งั้นผมให้คุณยืมใช้สถานที่หาแรงบันดาลใจได้ตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไป
เช็คหนังสือก่อน แล้วจะกลับมานั่งเป็นเพื่อนครับ”
“อย่าเลยค่ะ รบกวนคุณเลิฟเปล่าๆ”
“รบกวนที่ไหนกันเฟิสท์ ผมเต็มใจ”
เธอจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในร้านนี้ มันเป็นวันแรกที่เธอก้าว
เข้ามาในชีวิตของเขาด้วย อะไรหลายๆอย่างในตัวเขาเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว จากที่
เป็นคนเย็นชา ไม่ค่อยสนใจ ใส่ใจเรื่องต่างๆสักเท่าไหร่ แต่ในวันนี้มันกลับตรงข้ามกัน
โดยสิ้นเชิง
เขาเดินเช็คหนังสือบนชั้นวางอย่างใจจดใจจ่อ หากเรื่องไหนเล่มไหนหมดเขาก็จะหยิบ
จากกล่องมาจัดเรียง เขามองหนังสือทุกเล่มบนชั้นหนังสือจนมาสะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเขาจำได้ดีว่าเรื่องนี้เธอผู้นั้นเป็นคนเขียน
หญิงสาวละสายตาจากหนังสือในมือแล้วหันไปมอง เมื่อเธอรู้สึกว่าโซฟาตัวที่เธอนั่งยุบไปตามน้ำหนักตัวของใครอีกคนมานั่ง
อ้าว!!! เธออุทานออกมาเมื่อรู้ว่าคนที่มานั่งคือใคร
“คุณเลิฟเช็คเสร็จแล้วเหรอคะ”
“ครับ! พอผมเช็คเสร็จก็รีบมานั่งเป็นเพื่อนคุณเลยนะเฟิสท์ รู้มั้ยผมหยิบอะไรติดมือมาด้วย”
“อะไรเหรอคะ?” เธอพูดพร้อมเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“นี่…ไงครับ” เขาพูดพร้อมวางหนังสือที่หยิบติดมือมาด้วยตรงหน้าเธอ
“นี่มันหนังสือที่เฟิสท์เขียนนี่ค่ะ”
“ใช่ครับ! ผมอยากให้คุณเขียนมอบให้ผมหน่อยน่ะ เอาไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งเคยมี
นักเขียนเก่งๆสวยๆอย่างเฟิสท์มานั่งในร้านผม”
“เฟิสท์ไม่เชื่อที่ผมพูดเหรอ”
“ไม่รู้สิค่ะ แต่ถ้าจะให้ชมตัวเองคงไม่ไหว แต่ก็ต้องขอบคุณน่ะค่ะที่อุตส่าห์ชม อืม…
เดี๋ยวน่ะคะนี่ค่ะ…..” เธอหยิบหนังสือในกระเป๋าซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันกับเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะยื่นให้กับเขา
“เฟิสท์ให้คุณค่ะ ส่วนเล่มนี้เก็บไว้เถอะค่ะ” เธอเลื่อนเล่มหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะไปทางเขาก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ที่จริงเฟิสท์ตั้งใจจะให้ตั้งนานแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสสักที ”
“ขอบคุณครับ”
“จะไม่เปิดดูหน่อยเหรอคะ”
“ครับ” เมื่อเขาเปิดหนังสือดูก็ต้องอมยิ้มให้กับข้อความบนกระดาษที่เธอเขียนให้กับเขาในหน้าว่างเปล่าของหนังสือ
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเขาขณะนี้เธอกำลังก้มมองนาฬิกาที่ใส่อยู่ ซึ่งทำให้ชายหนุ่มเจ้าของร้านเศร้าลงเล็กน้อย ‘คงได้เวลาที่เธอต้องกับแล้วสินะ ทำไมหนอเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ผมยังไม่อยากให้คุณกลับเลยถึงแม้คุณจะมาที่นี่ทุกวันก็เถอะ’ ชายหนุ่มครุ่นคิดภายในใจ
“เอ่อ….เฟิสท์ต้องขอตัวกลับก่อนน่ะค่ะ”
“ครับ! ขับรถดีๆนะครับเฟิสท์”
“ค่ะ ไปก่อนน่ะคะ บ๊าย บายค่ะ”
“บ๊าย บายครับ !!!”

“สวัสดีค่ะ คุณเลิฟ” เสียงหญิงสาวดังขึ้นสีหน้าของชายหนุ่มมีรอยยิ้มขึ้นและคลายความเศร้าลงได้บ้าง
“สวัสดีครับ เฟิสท์หายไปไหนมาตั้งหนึ่งอาทิตย์ครับ”
“พอดีเฟิสท์ไปทำธุระที่ต่างจังหวัดน่ะ แล้วก็เลยถือโอกาสไปเที่ยวด้วยซะเลย”
“ผมก็นึกว่าคุณจะเบื่อร้านนี้แล้วซะอีก เห็นหายหน้าหายตาไป”
“ใครจะเบื่อร้านนี้ได้ลงคอล่ะค่ะ บรรยากาศในร้านออกจะดี แถมร้านถูกแต่งได้เลิศหรูอีกต่างหากแน่ะ”
“เฟิสท์ก็ชมเกินไป ว่าแต่เฟิสท์ไปนั่งที่โซฟาตรงนั้นดีกว่ายืนนานๆเดี๋ยวจะเมื่อย”
“ค่ะ” เธอหันไปยิ้มหวานให้ชายหนุ่มก่อนเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดิมที่เธอมักจะนั่งประจำเวลามาที่นี่
“ชามะนาวเย็นๆครับ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอพูดพลางยกแก้วชามะนาวขึ้นจิบ “รสชาติดีเหมือนเดิมเลยน่ะคะ” เธอเอ่ยต่อพร้อมกับวางแก้วน้ำลง
ชายหนุ่มยิ้มให้กับคำพูดของหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวข้างๆเขา เธอจะรู้บ้างมั้ยนะว่าเธอมีอิทธิพลต่อเขามากแค่ไหน เพียงแค่เขาไม่เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียงเธอแค่อาทิตย์เดียวเขาก็แทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว
“เอ่อ…. คุณเลิฟค่ะ คือเฟิสท์มีของมาฝากคุณด้วยน่ะคะ” เธอพูดพลางส่งถุงกระดาษสีชมพูใบเล็กให้กับเขา
“ขอบคุณนะครับ ที่ความจริงไม่เห็นต้องลำบากเลยน่ะเฟิสท์”
“เฟิสท์เต็มใจค่ะ”
เธอพูดประโยคที่เขาชอบพูดกับเธอเสมอออกไป ไม่รู้ว่าเธอต้องการจะล้อเลียนเขาหรือเปล่าที่เขามักจะพูดประโยคนี้กับเธอบ่อยๆหรือในทุกครั้งที่เธอมาที่ร้านนี้ เธอก็จะได้ยินเขาพูดคำนี้กับเธอทุกครั้งเลยล่ะ
ชายหนุ่มรับถุงกระดาษใบเล็กมาแล้วเปิดดู และของที่อยู่ภายในนี้ก็คือ สร้อยทองคำขาวห้อยด้วยจี้ที่เป็นชื่อเขา ‘LOVE’ เขาบอกได้ตามตรงเลยว่าเขาชอบมันมากๆเลยเพราะเธอเป็นคนให้เขา แถมยังอาสาใส่ให้เขาอีกแน่ะ เขาตั้งคำถามภายในใจว่า ‘เธอนั้นรู้สึกกับเขาเหมือนที่เขารู้สึกกับเธอบ้างหรือเปล่า แล้วถ้าคำตอบของเธอคือไม่ล่ะเขาจะทำใจยอมรับได้มั้ยกับความผิดหวังและชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรล่ะ’ แต่เขาก็ต้องหลุดออกจากห้วงความคิดเมื่อได้ยินเสียงของเธอร้องเรียก
“คุณเลิฟคะ!!!”
“คะ….ครับ มีอะไรเหรอครับ”
“คือพรุ่งนี้ว่างมั้ยค่ะ พอดีเฟิสท์จะชวนคุณไปดูหนังด้วยกันน่ะคะ”
“ว่างสิครับ สำหรับเฟิสท์ผมว่างเสมอเลย”
“ขอบคุณค่ะ เอ่อ…ว่าแต่ว่าเฟิสท์ไม่ได้รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณใช่มั้ยคะ”
“ไม่หรอกครับ ไม่รบกวนเลย เพื่อเฟิสท์ผมเต็มใจเสมอ”
“ค่ะ!! เฟิสท์เชื่อค่ะว่าคุณเต็มใจทำเพื่อเฟิสท์ ก็คุณเล่นพูดทุกครั้งที่เฟิสท์มาที่นี่เลยนี่ค่ะ”
“งั้นเฟิสท์กลับก่อนนะค่ะ มืดแล้วเดี๋ยวรถจะติด”
“ขับรถดีๆนะครับแล้วพรุ่งนี้เจอกัน บ๊าย บายครับ”
“บ๊ายๆค่ะ”
นี่เขาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยที่เธอชวนเขาไปดูหนังน่ะ เขาจะได้ไปดูหนังกับเธอจริงๆเหรอเนี่ย อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆเหลือเกิน…. เขาได้ปล่อยตัวเองตกอยู่ในห้วงความคิดหลังจากที่เธอกลับไปแล้ว
แอ๊ดดดด……….. เสียงประตูถูกเปิดออก
“อ้าว!! หยาดดึกแล้วยังไม่นอนอีกเหรอ”
“ยังอ่ะ ฉันรอเธออยู่นั่นแหละ ไปไหนมากลับซะดึกดื่นเชียว”
“ก็ไม่ได้ไปไหนหรอก ก็อยู่ที่ร้านหนังสือนั่นแหละ”
“นี่เฟิสท์ขอถามหน่อยเหอะ ทำไม! เธอถึงชอบไปที่ร้านนั้นนักล่ะ”
“ก็ไม่รู้สิ คือฉันรู้สึกว่าเวลาไปที่นั่นทีไรมันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจน่ะแถมในร้านถูกตกแต่งได้เลิศหรูอีกต่างหาก”
“แต่ระยะทางจากบ้านไปที่ร้านนั้นไม่ใช่ใกล้ๆเลยน่ะ เธอนี่ขยันขับรถไปจริงๆเลย”
“อืม….แน่นอนก็ไปแล้วมันสบายใจนี่นา ต่อให้ไกลแค่ไหนฉันก็จะไป เพราะระยะทางมันไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับฉันเลยสักนิดเดียว”
“สงสัยฉันต้องลองแวะไปที่ร้านนั้นดูบ้างแล้วล่ะเพราะเธอเล่นโปรโมทซะยกใหญ่เลย แต่ตอนนี้ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะ ง่วงจะแย่อยู่แล้ว”
“อื้อ…. ฝันดีจ๊ะ”
หยาดฝนเป็นเพื่อนที่เฟิสท์สนิทด้วยมากที่สุด ถึงขั้นยอมตายแทนกันได้เลยล่ะ สองคนนี้มีอะไรจะพูดกันตรงๆที่สำคัญไม่เคยมีความลับต่อกันอีกด้วย เวลาที่ใครมีปัญหาอะไรก็จะได้คำปรึกษา ปลอบใจจากอีกฝ่ายเสมอ และบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านที่ทั้งสองซื้อร่วมกัน โดยออกเงินกันคนล่ะครึ่ง ซึ่งทั้งคู่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ทันทีหลังเรียนจากจบ
“ยัยเฟิสท์!! เธอจะออกไปไหนน่ะ แต่งตัวซะสวยเชียว”
“ฉันก็แต่งของฉันแบบนี้ทุกวันแหละน่า เออ…ฉันจะไปที่ร้าน valentine นะ แล้วเธอจะออกไปไหนเหรอเปล่า จะไปด้วยกันมั้ย”
“ไม่อ่ะ ขี้เกียจอยู่บ้านดีกว่า!!! ว่าแต่วันนี้ร้านปิดไม่ใช่เหรอแล้วเธอจะไปทำไมล่ะ”
“อืม…. ใช่วันนี้ร้านปิด แต่พอดีฉันมีนัดกับเจ้าของร้านน่ะ”
“นั่นแน่ จะไปเดทกันล่ะสิ”
“บ้าสิ เธอนี่คิดอะไรก็ไม่รู้ฉันแค่ไปดูหนังกับเขาเฉยๆย่ะ”
“แน่ใจเหรอ”
“แน่สิ ฉันกับเขาไม่ได้คิดอะไรกันมากเกินกว่าเพื่อนแน่นอน”
“ฉันเชื่อเธอ ว่าแต่ดูหนังให้สนุกน่ะ”
“อื้อ…ฉันไปนะ บ๊าย บาย”
รถของเธอขับเคลื่อนมาจอดยังบริเวณหน้าร้าน ‘valentine’ ที่เป็นจุดนัดพบของทั้งสองเพื่อที่จะไปดูหนังด้วยกัน
เธอเปิดประตูก้าวลงมาจากรถ และเมื่อจัดการล็อครถเรียบร้อยแล้วเธอก็เดินเข้าไปในร้าน ซึ่งหน้าร้านปิดป้าย ‘close’เอาไว้แต่ประตูไม่ได้ถูกล็อค เธอเปิดประตูเข้าไปในร้านเห็นเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เธอก็เลยเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวข้างๆเขาซึ่งก็เป็นตัวเดียวกับตัวที่เธอนั่งประจำนั่นแหละ
”สวัสดีครับ” เขาเอ่ยทักทายพร้อมกับล่ะสายตาจากหนังสือในมือ ซึ่งก็เป็นเล่มเดียวกับที่เธอให้เขานั่นแหละ
“สวัสดีค่ะ ขอโทษด้วยน่ะคะที่ทำให้รอ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ!!!! ผมว่าเราไปกันเลยดีมั้ยเราจะได้แวะหาอะไรทานก่อนไปดูหนังด้วย”
“ค่ะ!!!!”
“ผมขับรถให้นะ” เขาพูดพลางแบมือเพื่อขอกุญแจรถจากเธอ
“จะดีเหรอคะ เฟิสท์รบกวนคุณแท้ๆเลย” เธอพูดพลางก้มหน้าลง
“ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่รบกวนแล้วผมก็เต็มใจด้วย”
เธอยิ้มให้พลางส่งกุญแจรถให้เขา
“เชิญครับ” เขาเปิดประตูให้เธอเข้าไปในรถ
“ขอบคุณค่ะ”
วันนี้คงเป็นอีกวันหนึ่งที่เขามีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดเธอเฉกเช่นทุกวัน แต่ต่างกันตรงที่วันนี้พิเศษกว่าทุกๆวันก็คือเขาได้มาดูหนังกับเธอ แล้วก็ทานอาหารกับเธอ ซึ่งมันทำให้เขามีความสุขมากเป็นพิเศษเลยล่ะ
“อาหารร้านนี้อร่อยมากเลยน่ะครับ” เขาพูดพร้อมกับเดินนำเธอเข้าไปในร้าน
เธอไม่ได้ฟังที่เขาพูดเลยสักนิดเดียว เพราะเธอมัวแต่เพลินอยู่กับการมองการตกแต่งภายในร้าน ที่ทำให้บรรยากาศในร้านดูโปร่ง สดชื่นแล้วก็สบายตามากเลยทีเดียว เธอมองเพลินซะจนเขาต้องสะกิดให้เธอนั่งลงได้แล้ว
“เฟิสท์ชอบร้านนี้มั้ย”
“ชอบมากๆเลยล่ะค่ะ”
“ผมว่าเราสั่งอาหารกันเลยดีกว่าน่ะครับ”
“ค่ะ”
หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เขาก็สั่งไอศกรีมเป็นของหวานตบท้าย ซึ่งเขาสั่งไอศกรีมบลูเบอรี่ให้ตัวเอง แล้วก็สั่งไอศกรีมมะนาวให้กับเธอไม่นานไอศกรีมก็ถูกยกมาเสริ์ฟ เขารับไอศกรีมจากพนักงานส่งให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ”
“อืม….คุณรู้ได้ค่ะว่าเฟิสท์ชอบไอศกรีมรสมะนาว” เธอพูดพลางตักไอศกรีมเข้าปากก่อนจะพูดต่อว่า “เฟิสท์ว่าเฟิสท์ไม่เคยบอกคุณน่ะ”
“ก็ผมรู้ใจเฟิสท์ไงครับ”
หลังจากทานไอศกรีมเสร็จแล้ว เราก็ไปดูหนังกันตามที่วางโปรแกรมไว้ และกว่าหนังจะจบก็ปาไปเกือบเที่ยงแล้ว เราสองคนก็เลยทานอาหารกลางวันกับต่อเลย
“อืม….เฟิสท์จะไปไหนต่อมั้ยครับ ผมจะได้ไปเป็นเพื่อน”
“คงไม่แล้วล่ะค่ะ แล้วคุณเลิฟล่ะค่ะ”
“เฟิสท์ไม่ผมก็ไม่เหมือนกันครับ”
“เอ่อ….แล้วถ้าเฟิสท์ขอไปนั่งทำงานต่อที่ร้านคุณจะได้มั้ยค่ะ คุณจะได้พักผิอนไปในตัวด้วย”
“………”
“ที่คุณเลิฟเงียบเนี่ยถือว่าโอเคน่ะค่ะ”
“ครับ!! เฟิสท์ว่าไงผมก็ว่าตามนั้นแหละครับ”
บางครั้งเขาก็รู้สึกไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเวลาที่เขาอยู่ใกล้ๆเธอเขาแทบจะไม่เป็นคนของตัวเองเลยก็ว่าได้ ปกติแล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบตามใจใครง่ายๆซะด้วยสิ แต่เป็นเธอ เธอคนนี้เขาถึงยอมให้เสมอ
“คุณไปพักผ่อนเถอะค่ะ ไม่ต้องมานั่งเป็นเพื่อนเฟิสท์หรอกค่ะ เดี่ยวจะเบื่อซะป่าวๆ”
“ไม่เบื่อหรอกครับ”
”แต่เฟิสท์ก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี”
“ไม่ว่าเฟิสท์จะพูดว่าอะไร ผมก็ยังยืนยันว่าจะนั่งเป็นเพื่อนคุณอยู่ดี”
“งั้นก็ตามใจแล้วกันค่ะ!!” เธอยิ้มๆแล้วเริ่มทำงานต่อ
มีรู้ว่าเธอนั่งจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว(โน๊ตบุ๊ค)นานเท่าไร รู้เพียงว่าเวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิดแล้ว และเธอคิดว่าคงจะดึกพอดูแล้วด้วย
“เอ้อ !!! เมื่อยจัง วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า” เธอพูดพลางบิดขี้เกียจไปมาพร้อมกับล่ะสายตาจากจอคอมฯ มองไปยังชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆแทน
“อ้าว หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ไหนบอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนไง แต่ไหงกลับนั่งหลับเป็นเพื่อนล่ะนี่” เธอคิดพลางส่ายหัวไปมาเบาๆพร้อมกับอมยิ้มกับภาพชายหนุ่มที่ฟุบหลับกับโต๊ะ
เธอจ้องมองเขาเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าพอเขาลืมตาขึ้นมา เธอก็หลบสายตาเขาไม่ทันซะแล้ว
“เอ่อ….ผมนี่แย่จังเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปล่อยให้เฟิสท์นั่งมองผมหลับซะอย่างงั้น แถมที่ผมบอกว่าจะนั่งเป็นเพื่อนกลายเป็นว่าผมหลับเป็นเพื่อนเฟิสท์ทำงานแทนซะนี่”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ !! อืม….เฟิสท์ขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะเดี๋ยวจะดึกมากไปกว่านี้แล้วคุณจะได้พักผ่อนด้วย”
“ครับ!!! ขับรถดีๆนะครับ”
“ค่ะ ฝันดีน่ะคะ บ๊าย บายค่ะ”
“บ๊ายครับ”
เธอจะรู้บ้างมั้ยน่ะว่าเขารู้สึกยังไงกับเธอ เขายินดีแค่ไหนที่ได้ทำทุกอย่างเพื่อเธอแม้มันจะเพียงเล็กน้อยก็เถอะ แต่เขาก็รู้สึกสุขใจที่ได้ทำ
นี่ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เธอมานั่งทำงานในร้านนี้ และทุกครั้งที่เธอมาจะต้องมีคนมานั่งเป็นเพื่อนเสมอ แม้เธอจะบอกว่าไม่ต้องมานั่งเป็นเพื่อนก็ตามแต่เขาก็ไม่เคยทำตามที่เธอบอกสักครั้ง แต่ในวันนี้ไม่มีคนมานั่งเป็นเพื่อนเธอเหมือนเคยและเธอก็รู้สึกว่ามันว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก คงอาจเป็นเพราะเธอชินกับการที่มีคนมานั่งเป็นเพื่อนข้างๆประจำล่ะมั้ง
เธอแทบจะชะเง้อคอมองหาเขาเสมอในทุกๆ 5-10 นาทีเลยก็ว่าได้ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์มองเธออยู่เช่นกัน
เธอเริ่มถอดใจที่จะมองหาเขาแล้ว เธอก็หันมาทำงานต่ออย่างเอาจริงเอาจัง และพอเธอเริ่มทำงานได้สักพักนึง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามายื่นข้างๆโซฟาที่เธอนั่ง แล้วเอ่ยกับเธอที่นั่งอยู่ว่า
“เอ่อ…ขอโทษน่ะครับ ใช่คุณเฟิสท์รึป่าวครับ”
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือค่ะ”
“คือว่า พี่เลิฟเขาฝากของไว้ให้คุณครับ” เขาพูดพลางยื่นแผ่นกระดาษให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ” เธอเปิดอ่านหลังจากที่ชายหนุ่มคนนั้นเดินกลับไปนั่งที่เคาน์เตอร์ตามเดิม
‘…….ผมคงไม่ได้อยู่ร้านสัก 3-4วัน หวังว่าคุณคงไม่เหงาน่ะครับที่ไม่มีคนมานั่งเป็นเพื่อนเฟิสท์ทำงาน ถ้าต้องการอะไรก็บอกน้องชายผมได้เลยน่ะครับ……’
…….เลิฟ……….
เธอยิ้มให้กับข้อความในกระดาษที่เพิ่งอ่านจบไปเมื่อสักครู่ แล้วเธอก็จัดการเก็บกระดาษแผ่นนั้นลงกระเป๋าก่อนจะก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ แล้วอยู่ๆเธอก็นึกถึงข้อความในกระดาษที่เขาเขียนไว้ว่า ‘ถ้าต้องการอะไรก็บอกน้องชายผมได้เลยน่ะครับ’
แสดงว่าคนที่เอากระดาษแผ่นนี้มาให้เป็นน้องชายของคุณเลิฟงั้นเหรอ มิหน้าล่ะถึงได้หน้าตาคล้ายกันนัก เธอคิดในใจ
“ตายแล้ว !!!! เลยเวลานัดมาเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ ป่านนี้ยัยหยาดคงรอแย่แล้วล่ะมั้งเนี่ย” เธอพูดออกมาเบาๆมือก็เก็บอุปกรณ์ใส่กระเป๋าไปด้วย
“อ้าว !! จะกลับแล้วหรือครับ ทำไมกลับเร็วจัง”
“ค่ะ พอดีฉันนัดเพื่อนไว้น่ะค่ะ”
“ครับ !! งั้นขับรถดีๆน่ะครับ เอ่อ….พี่เลิฟเขาฝากบอกคุณน่ะ”
“ค่ะ”ฉันพยักหน้าแสดงความเข้าใจก่อนเอ่ยต่อว่า “งั้นเฟสิท์ฝากขอบคุณ คุณเลิฟด้วยแล้วกันนะค่ะ”
“ครับแล้วผมจะบอกพี่เลิฟให้”

“ทำไมมาช้าจังอ่ะ ฉันรอตั้งนานแน่ะตอนนี้ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว”
“ขอโทษที พอดีทำงานเพลินไปหน่อย”
“ไม่เป็นไรหรอก สั่งอาหารกันเลยดีกว่าฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว”
“เฟิสท์ เดี่ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ถ้าอัฐมาแล้วเธอก็ชวนเขาคุยไปพลางๆก่อนนะ”
………อัฐ(อัฐินันท์) เป็นแฟนของหยาดฝน ซึ่งรู้จักกันตอนที่ไปเที่ยวภูเก็ตเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ติดต่อกันมาตลอดจนถึงวันนี้ ฉันเป็นเพื่อนก็ดีใจด้วยที่เพื่อนสามารถยิ้มอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง ไม่ใช่ยิ้มแบบคนอมทุกข์หรือยิ้มทั้งน้ำตาเหมือนครั้งก่อนที่จะเจออัฐ เขาคือคนที่รักษาแผลใจให้กับเธอ และในการไปเที่ยวครั้งนั้นจึงทำให้เธอได้ทั้งรอยยิ้มสดใส และและความสุขกลับมาอีกครั้งโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน………
ไม่นานอาหารที่สั่งไปก็ถูกนำมาวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ ไม่รู้ว่าสั่งมากซะขนาดนี้จะกินกันไหวหรือเปล่า สงสัยเพราะความหิวของหยาดฝนล่ะมั้งเห็นอะไรก็น่ากินไปซะหมด อาหารที่สั่งถึงได้มากขนาดนี้
“เฟิสท์ อัฐยังไม่มาอีกเหรอ??” หยาดฝนถามพลางทรุดตัวลงนั่ง
“ยังเลย แลวเธอนัเขาไว้กี่โมงล่ะ”
“ก็เวลาเดียวกับที่นัดเธอนั่นแหละ” เธอพูดพลางทำจมุกย่นๆบ่งบอกว่าเธอกำลังน้อยใจที่เขามาช้า
“สงสัยรถคงติดล่ะมั้งเดี๋ยวก็คงมาถึงแหละ อย่าคิดมากเลย ว่าแต่หิวไม่ใช่เหรอกินซะสิเดี๋ยวก็เป็นลมหรอก”
“อื้อ….ก็ดีเหมือนกัน”
“ทำไมยังไม่มาอีกน่ะ” หยาดฝนพูด พร้อมกับชะเง้อคอมองอกไปนอกร้าน แล้วก็ก้มลงมองนาฬิกาที่ใส่
“เฟิสท์นี่ก็เลยเวลานัดมาตั้งสองสามชั่วโมงแล้วนะทำไมยังไมมาสักทีก็ไม่รู้”
“เขาอาจจะยังติดธุระอยู่ก็ได้มั้ง รออีกสักพักคงไม่เป็นไรหรอกไหนๆก็รอมาได้ตั้งหลายชั่วโมงแล้ว”
“ก็ได้ฉันจะรอ แต่อีกแค่ 20 นาทีเท่านั้นนะถ้าไม่มาเราก็กลับกันเถอะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
……….ยี่สิบนาทีผ่านไป ก็ไร้วี่แววของเขา……………..
“เรากลับกันเถอะเฟิสท์ รอมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว ถ้าเขาจะมาคงมานานแล้วล่ะ ผิดนัดขนาดนี้ถ้าจะรอต่อไปคงไร้ประโยชน์” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกับจะร้องไห้
“ตามใจ กลับก็กลับ”
ระหว่างทาง หยาดฝนได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรเลย เอาแต่เหม่อลอยมองออกไปนอกกระจกรถ บรรยากาศในรถดูอึมครึมพอสมควร มีแค่เสียงเพลงจากคลื่นวิทยุที่หยาดเปิดตอนขึ้นรถเท่านั้นที่ขับกล่อมไม่ให้เงียบจนเกินไป ในขณะที่รถกำลังติดไฟแดงนั้น เสียงสะอื้นก็ดังขึ้น ซึ่งทำให้เฟิสท์ตกใจอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวที่อยู่ๆหยาดฝนก็ร้องไห้ขึ้นมาซะเฉยๆ
แต่สาเหตุที่ทำให้เธอร้องไห้นั้นไม่ใช่เรื่องที่อัฐินันท์ผิดนัดเธอ แต่จะรู้ได้ไงล่ะว่าเพราะอะไรหยาดฝนถึงร้องไห้ในเมื่อเธอเองก็ไม่ปริปากพูดสักคำไม่ว่าเพื่อนรักของเธอจะเฝ้าถามเธอแค่ไหน
โดย : ปรียานุช(สายลมแห่งรัก)
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 27 ม.ค. ปี 2007 [ เวลา 18 : 36 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com