Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน (13) :

เพราะเรา..คู่กัน

 (13)

เฮียตุ๊ยน้อยคนจะไม่รู้จักเขา ทั่วตลาดคลองเตย ร้านขายของชำของเขาใหญ่ที่สุดในตลาด แต่หลังฉากของเขากลับมีคนรู้ได้น้อยมาก การขายส่งทั้งยาเสพติด โพยหวยต่างๆที่นำรายได้มหาศาลมาให้เขานั้น ที่จริงเขาหาได้มีส่วนรับทั้งหมด เขาเป็นเพียงหุ่นหน้าฉากของเสี่ยสุจินต์เจ้าพ่อคนดังที่พัทยาเท่านั้น

ตุ๊ยเด็กหนุ่มจากเมืองพัทยาเมื่อ20กว่าปีก่อนนั้น เขาเป็นแค่ลูกชาวประมงจนๆที่พ่อแม่หมดปัญญาส่งเสียให้ได้เล่าเรียน เพราะมีลูกหลายคน เขาซึ่งเป็นลูกคนกลางจึงต้องเร่ร่อนรับจ้างทำงานจิปาถะแต่ยังเด็ก จนได้พบปะเพื่อนสนิทที่เคยทำงานรับจ้างมาด้วยกัน ช่วยแนะนำให้มาทำงานที่บาร์ของเสี่ยสุจินต์เมื่อเขาย่างเข้า 17

การทำงานเป็นบ๋อยดำเนินไปแค่ไม่นาน เขาก็ได้เลื่อนฐานะไปเป็นมือปืนในสังกัดของมนัสมือขวาของเสี่ยสุจินต์ นอกจากมนัสแล้วสามารถนับเป็นมือขวาคนเก่งที่สุดของเสี่ยสุจินต์ แต่เมื่อสามารถถูกนัทฆ่าตาย มนัสจึงคุมอำนาจของสมุนทั้งหมด และเมื่อมนัสสังเกตการทำงานที่ละเอียดรอบคอบของตุ๊ยหลายครั้งเข้า เขาก็ตัดสินใจให้ตุ๊ยลงมาคุมงานทั้งหมดที่คลองเตยแทนสมุนคนเก่าที่ตายไป แต่ทุกครั้งที่มีงานหนักมือ ตุ๊ยยังช่วยได้ดีกว่าสมุนทุกคน

“ไอ้ตุ๊ย เฮียนัสนะ เอ็งได้รับจดหมายเฮียแล้วใช่ไหม”
“ครับเฮีย ผมจะลองให้น้าเพ็ญไปดูลาดเลาก่อนนะครับ”

ตุ๊ยพลิกภาพของเพิ่มพูลในมือ พลางหนักใจกับภาระในครั้งนี้ยิ่งนัก ตลอดเวลา10กว่าปีมานี้ เขาฆ่าคนมานับไม่ถ้วน แม้ทุกวันนี้เขาเองยังไม่อาจวางอาชีพมือปืนได้สนิท แต่เฮียนัสซึ่งรักเขาเหมือนลูกก็น้อยครั้งจะให้เขาแตะงานเช่นนี้อีก เพราะมีสมุนมากมายพอจะเรียกใช้ได้เสมอ ครั้งนี้ต้องเป็นงานตึงมือจริงๆเขาจึงถูกเรียกมารับใช้อีกหน

“น้าเพ็ญ เจอป้าปริกเพื่อนเก่าที่เคยเข้าบ่อนของผมอีกไหมครับ”

ตุ๊ยถามหญิงชราวัยย่าง60 ที่ยังไม่อาจละเลิกการพนันจนลูกหลานพากันทิ้งหนีไปอยู่ที่อื่น ครั้งหนึ่งเขาพบน้าเพ็ญที่บ่อนลับของเขา และเกิดถูกชะตาเลยรับน้าเพ็ญมาทำงานที่บ่อน โดยให้คุมคนงานที่มาทำความสะอาดห้องน้ำและลานจอดรถ และยังเอื้อเฟื้อให้พักที่ห้องชั้นบนของบ่อน โดยพักเป็นเพื่อนร่วมห้องกับประไพผู้เป็นญาติทางแม่ ของตุ๊ยที่มาขอพึ่งอาศัยอยู่ก่อน

ซึ่งหญิงชราทั้ง2คน ต่างก็ถูกอัธยาศัยกันยิ่งนัก น้าประไพในยามนั้นมีวัยเพียง40 กับน้าเพ็ญวัย50 ช่างเหมือนพี่น้องกันมาก มักคอยดูแลเอาใจใส่กันและกันเสมอ ทั้งๆที่น้าประไพได้ชื่อว่า “เค็มมหาโหด” แต่เขากลับเอื้ออารีย์ทุกสิ่งให้กับน้าเพ็ญคนแปลกหน้าคนนั้นจนคนในบ่อนต่างรู้สึก

“เพราะน้าเพ็ญหน้าเหมือนแม่ของน้าประไพที่ตายไปไงล่ะ”

คนที่รู้จักชีวิตน้าประไพต่างบอกต่อกันเรื่อยๆ จนคนในบ่อนเลิกสงสัยไปเอง อาชีพอดิเรกของน้าเพ็ญที่ทำนอกเหนือจากช่วยดูแลความสะอาดในบ่อนคือ เดินโพยทั่วตลาด ป้าปริกซึ่งเคยเข้าไปที่บ่อนของตุ๊ยเพื่อตามลูกชายคนเล็กให้กลับบ้านเพื่อดูลูกที่เจ็บป่วยอยู่หลายหน จึงได้พบกับน้าเพ็ญ กอปรกับป้าปริกเองก็ชอบนักชอบหนาเรื่องเล่นพนัน ทั้งคู่จึงมักมีการติดต่อกันหลายหน น้าเพ็ญจึงพอรู้ว่าจะตามป้าปริกได้ที่ไหนบ้าง

“พักนี้ป้าปริกมักไปนอนที่บ้านนาย ไม่ค่อยแวะมาที่ร้านลูกสะใภ้แกเลยค่ะคุณตุ๊ย”
“น้าเพ็ญช่วยผมดูๆหน่อยนะ วันไหนป้าปริกมาอีกอย่าลืมรีบมาบอกผมนะ อ้อแล้วเรื่องนี้รู้กันแค่น้ากับผมนะ”

แค่ตุ๊ยจ้องตาน้าเพ็ญก็หนาวเยือกรีบรับปากเสียงสั่น ตุ๊ยยื่นแบ็งค์ห้าร้อยให้น้าเพ็ญ2ฉบับ แค่นี้น้าเพ็ญก็พร้อมจะปิดปากพร้อมกับอาสาคอยดูป้าปริกตลอด24ชั่วโมง ส่วนตุ๊ยจะพบป้าปริกเรื่องอะไรนั้นน้าเพ็ญไม่คิดจะรับรู้อีกแล้ว

ทางป้าปริกช่วงนี้นอกจากไปตลาดใกล้ๆคฤหาสน์ของเพิ่มพูลแถวบางนาแล้ว แกก็แค่แวะไปวัดหาแม่ชีวัลย์เพื่อนสนิทของแกวันเว้นวันเพื่อดูอาการป่วยไข้ การแวะไปเล่นการพนันที่บ่อนแถวบ้านลูกชายคนเล็กที่คลองเตยก็เลิก
ราไปชั่วคราว

เพิ่มพูลมีหมอดูที่เขานับถือมากคนหนึ่งได้ทำนายว่า ภายในสองเดือนนี้เขาจะมีเคราะห์หนัก ซึ่งหมอดูคนนี้เป็นคนที่ป้าปริกเองก็เชื่อ เพราะเป็นน้องชายของแม่ชีวัลย์ เขาทำนายให้เพิ่มพูลทุกปีเกี่ยวกับการค้าที่ต้องติดต่อซื้อขายกับพ่อค้าทั่วไป ตลอด5ปีมานี้เขาไม่เคยทายพลาด มีแค่ครั้งนี้ที่เพิ่มพูลลังเล

“ปลายเดือนห้าไปถึงต้นเดือนเจ็ด ดวงคุณตกจนน่ากลัว ผมอยากเรียกว่าน่ากลัวมาก แต่ถ้ามีป้าปริกอยู่กับคุณ อาจพอช่วยปัดเป่าให้เบาบางลง ดวงป้าปริกเขาเป็นดวงเสริมชะตาคุณนะครับ”

เพิ่มพูลเริ่มเชื่อหมอดูเมื่อคราวที่เขาพลาดท่าถูกฝ่ายศัตรูย้อนรอยดักยิงปางตายเมื่อ4ปีก่อน ตามคำหมอดูทายทุกประการ ในครั้งแรกที่เขาพบหมอดูที่วัดที่ไปหาป้าปริก เขาแค่แอบเยาะในใจถึงความเชื่อคร่ำครึของคนทั่วไป แต่เพราะความปากพล่อยจึงรับคำท้าของหมอดูที่ทักเขาว่าจะมีเคราะห์ในอีก3วันข้างหน้านี้ว่า

“ถ้าผมมีเคราะห์จริงแล้วรอดได้อย่างที่หมอบอก ผมจะมาหาอีกนะ”

“คุณต้องกลับมาหาผมอีกแน่นอนครับ เพราะชาติก่อนเราเคยทำบุญร่วมกันมา”

“แหม หมอจะบอกว่าชาติก่อนเราเคยเป็นพ่อ-ลูกกันด้วยหรือเปล่าครับ”

หมอดูอู่ทองแค่ยิ้มๆ เพิ่มพูลไม่ชอบคนมากมายแต่หมอดูกวนประสาทคนนี้เขากลับไม่รู้สึกขัดตาเท่าที่เป็น แค่ขำอาการเอาจริงเอาจังของอีกฝ่ายมากกว่า แต่ทว่า3วันหลังเขากลับมอบความศรัทธาให้หมอดูคนนี้จนหมดสิ้น ถ้าไม่ใช่เพราะหมอดูแนะทางหนีทีรอดไว้ก่อน เขาเองคงจนมุมสิ้นชื่อแต่ครั้งนั้นแล้ว

“นายครับมีทางเล็กๆทะลุออกถนนได้จริงๆครับ เรารอดตายแล้ว”

ว่องพาเขาลัดเลาะเข้าป่าละเมาะหลายทอดจนพบทางเล็กๆสายนั้น และทางสายนั้นถ้าไม่ใช่หมอดูบอกนำทางไว้ก่อน เขาคงไม่กล้าบุกเข้าไป ทางที่เล็กแคบราวไร้คนและรถผ่าน กลับเป็นทางลัดพาเขาลอดตาศัตรูได้สำเร็จ

แต่ทว่าครั้งนี้หมออู่ทองกลับทักแปลกประหลาดขาดความมั่นใจ เมื่อบอกว่า

“ผมไม่แน่ใจว่าการทำนายครั้งนี้ของผม จะเป็นครั้งสุดท้ายของเราสองคนหรือเปล่า แต่ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ผมตายมากกว่าคุณนะ”

เกือบ20วันมาแล้ว เหตุการณ์ทางเสี่ยสุจินต์ที่ก่อกวนบ่อนและบาร์เขาหลายสิบแห่ง เริ่มเบามือลงเมื่อทางเขาตีโต้ทำร้ายสมุนของเสี่ยสุจินต์บาดเจ็บกลับไปตามๆกัน แม้แต่มนัสมือขวาของสุจินต์ก็ยังบาดเจ็บ แล้วใครกันนะที่หมออู่ทองบอกว่าจะมาฆ่าเขาได้ สมุนของสุจินต์ก็มีแต่พื้นๆทั้งนั้น???

“แม่ ไอ้เอกตัวร้อนจัดอีกแล้ว พี่ไก่ไปบ่อนเฮียตุ๊ยแต่เมื่อคืนเอาเงินไปหมดบ้าน แม่มาช่วยหนูหน่อยได้ไหมจ๊ะ”

วรรณีอ้อนวอนป้าปริกแม่ของสามีตัวแสบที่วันๆเอาแต่เล่นการพนัน ทั้งๆที่หล่อนเองต้องออกไปตั้งร้านข้าวแกงขายแต่เช้าจนค่ำ พร้อมเด็กลูกมืออีกหนึ่งคน ลูกชายคนเดียวก็ต้องจ้างคนข้างบ้านช่วยดูให้ งานการทั้งที่ร้านข้าวแกงและในบ้านนายไก่ผู้เป็นสามีไม่เคยสนใจจะช่วยเหลือ แถมเมื่อนายไก่กลับเข้าบ้านก็มักหาเรื่องลงมือลงไม้กับหล่อน เพื่อจะเอาเงินทองไปเล่นการพนันอยู่ทุกครา หล่อนเองแม้คิดอยากเลิกรากับนายไก่ แต่ลูกชายวัย3ขวบกับแม่หม้ายวัย32ที่ไม่ได้สะสวยอะไรนัก จะไปพึ่งใครได้ในเมื่อตัดสินใจหนีตามนายไก่มาเอง

จะกลับไปหวังพึ่งพ่อแม่ที่แก่ชราก็ละอายแก่ใจ จึงจำต้องทนอยู่กันไป ดีที่นายไก่กลัวแม่มาก ทุกครั้งที่แม่มาอยู่ด้วยเขาจะเป็นสามีที่ดี พ่อที่น่ารักให้ลูกได้ระยะหนึ่ง

“อือ วรรณเอ้ย แม่ก็อยากไปหาแกนะ แต่ว่าทางนายของแม่ก็ยังยุ่งๆอยู่ แกพาลูกไปหาหมอก่อน ไปยืมตังค์ที่น้าเพ็ญนะ พรุ่งนี้เช้าๆแม่จะแวะไปหาแล้วกัน”

ป้าปริกปิดมือถือทันทีที่เพิ่มพูลลงจากรถเดินเข้าห้องรับแขก พักนี้ป้าปริกเองก็รู้สึกห่วงหน้าพะวงหลัง กับอาการของแม่ชีวัลย์ที่มีแต่ทรุด กับท่าทีของเพิ่มพูลที่หมองคล้ำราวคนใกล้ตาย!! แล้วยังปัญหาคาราคาซังของลูกชายลูกสะใภ้ คนแก่วัยชราราว 80 ที่แข็งแรงอย่างไรก็ตาม ถ้าต้องเทียวไล้เทียวขื่อโดยไม่หยุดพักก็ป่วยได้เหมือนกัน

“ป้าครับ ไม่สบายหรือเปล่าหน้าตาซีดเซียวชอบกลนะครับ”

“ป้าไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่นายเป็นอย่างไรบ้างคะ ออกไปกับเจ้าว่องแต่เช้าตกลงที่บริษัทเรียบร้อยไหมคะ”

“อึ่ม ยังยุ่งน่าดู พรุ่งนี้คงต้องออกไปอีก ป้าพักก็แล้วกันนะ ไม่ต้องตามผมไปแค่สองโค้งถนนแค่นี้ คนของฝ่ายนั้นคงไม่กล้ามาดักแน่ แถมนี้คนของเราอยู่กันแน่นไปหมด”

“ งั้นพรุ่งนี้ป้าไปธุระเรื่องหลานไม่สบายหน่อยนะคะนาย สายๆก็กลับมาค่ะ”

“รีบกลับมาพักหน่อยนะป้า พักนี้ป้าดูเพลียๆไปผมชักเป็นห่วงนะ เอ่อ ผมกินข้าวมาจากบริษัทแล้วว่าจะอาบน้ำแล้วดูเอกสารเลย ป้าตามสบายนะครับ”

………………………………
“แม่เพ็ญ นี่จ๊ะ2000บาท ไม่ต้องทอน ป้าให้เป็นค่าทิปที่เป็นธุระเรื่องหลานป้านะ”

เมื่อป้าปริกเข้าไปนั่งพักที่ห้องของน้าเพ็ญที่ชั้นบน น้าเพ็ญรีบใช้น้าประไพไปส่งข่าวให้ตุ๊ยรู้ทันที ราวเที่ยงเมื่อป้าปริกด่านายไก่จนเหนื่อยแล้ว แกก็เรียกรถแท็กซี่ไปส่งที่คฤหาสน์ของเพิ่มพูลทันที โดยไม่รู้ว่าตุ๊ยขับรถสะกดรอยตามไปด้วย

“เฮียนัสครับ ผมขอคนสัก50คนนะครับ ไปรอที่บางนาที่คราวก่อนที่พี่นัดกับผมนั่นแหละ ผมดูแล้วไอ้ว่องไม่อยู่แน่ๆ แต่กันดีกว่าพลาด ผมจะหลบไปรอที่บาร์ตรงบริษัทของมัน เฮียให้คนล้อมทั่วๆแถวนั้นไว้แล้วกันนะ เผื่อมันหนีรอดออกถนนด้านในไปได้ ”

ตุ๊ยปิดมือถือเมื่อพูดธุระกับมนัสจบ เขากลับมาที่บ้านจัดแจงนำอาวุธประจำกายออกมาทำความสะอาด พลางคิดถึงเส้นทางที่ลอบสังเกตมาในบ่ายวันนี้ ทางหลังคฤหาสน์เหมือนจะเป็นถนนทางตัน ถ้าสมุนของเพิ่มพูลบุกเข้ามาเขาจะหาทางหนีออกไปตรงไหนดีหนอ???

ราวตี2 ตุ๊ยลุกมาเตรียมการณ์ออกจากบ้านด้วยมอเตอร์ไซด์คันโปรดอีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับทางเพิ่มพูลที่ตื่นมาด้วยเสียงหวีดของแม่บ้าน

“ป้าปริกเป็นลม ล้มที่พื้นในห้องน้ำสลบแน่นิ่งไปแล้วค่ะคุณเพิ่ม”

เพิ่มพูลให้ว่องพาป้าปริกขึ้นรถไปโรงพยาบาลทันที ตอนรถแล่นผ่านสะพานออกมาถนนใหญ่ เขาต้องรีบเบนหลบรถมอเตอร์ไซด์ที่แล่นผ่านไปด้วยความเร็วราวคนเมา เขาสบถออกมาคำหนึ่ง ก่อนขับต่อไปโดยไม่สนใจมอเตอร์ไซด์คันนั้นอีก แต่ถ้าเขาหันกลับไปดู จะกล้าเปลี่ยนใจทิ้งป้าปริกกลางทางไหมหนอ?

ตุ๊ยแล่นมอเตอร์ไซด์ผ่านมาที่หน้าบ้าน เป็นตอนที่เพิ่มพูลหันหลังเดินเข้าบ้านไปแล้วโดยยามกำลังปิดประตูพอดี
ตุ๊ยเห็นโอกาสเหมาะรีบลงจากรถ เดินเรื่อยๆเฉื่อยๆเลียบเข้าใกล้ประตู ยามรีบหันมาดู

“เปรี้ยงๆ”
“โอ๊ยๆ”

ยามสองคนล้มลงพร้อมกับประตูไฟฟ้ายังไม่ทันจะล็อกสนิท ตุ๊ยก็ลอดตัวเข้าไปได้แล้ว เขาวิ่งเข้าไปที่ห้องรับแขกในขณะที่เพิ่มพูลนั่งหันหลังให้กับประตู เขาวิ่งเข้าประชิดตัวรัวอาวุธในมือ ใส่ชายร่างหนาจนสะดุ้งนับครั้งไม่ถ้วน ทว่าก่อนที่ร่างนั้นจะขาดใจ ตุ๊ยก็เริ่มเจ็บชาๆรอบตัวด้วยเช่นกัน เมื่อเขาหันไปมองที่ประตูจึงเห็นชายฉกรรจน์นับสิบกำลังรัวอาวุธร้ายเข้าสู่ร่างเขาเช่นกัน!!!

“เร็วโว๊ย รีบออกรถพานายไปโรงพยาบาล นายโดนยิง”

เสียงที่ดังลั่นค่อยๆเบาลงพร้อมตาของตุ๊ยที่หนักอึ้งจนต้องปิดลง...

ทว่ารถที่พาร่างบาดเจ็บอาการสาหัสของเพิ่มพูลแล่นผ่านบริษัทเพิ่มพลูและเพื่อน ไปถึงหน้าบาร์แล้วแค่แล่นผ่านเข้าซอย ปากซอยอีกทางก็จะเห็นโรงพยาบาลเอกชนแล้ว กลุ่มสมุนของมนัสก็กระโดดออกมาล้อมถนนไว้ สมุนของเพิ่มพูลเบรครถทันทีด้วยความตกใจ จากนั้นเสียงปืนที่ดังนับไม่ถ้วนครั้งก็กระหึ่มทั่วบริเวณ เสียงโอดโอยในรถดังไม่นานก็เงียบสนิท แต่สมุนของเสี่ยสุจินต์ยังเปิดประตูรถเข้าไปยิงร่างของเพิ่มพูลที่ไม่ไหวติงอีก5นัด เพื่อความมั่นใจก่อนแยกย้ายกันขึ้นรถจากไป

“คุณพระช่วย คุณเพิ่มตายแล้วหรือนี่!”

เสียงอุทานอย่างตกใจของรื่น ดังลั่นกลางโต๊ะอาหาร ก่อนเจ้าของเสียงจะทรุดล้มลงหมดสติไป

....................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 13 เม.ย. ปี 2009 [ เวลา 23 : 54 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com