Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน (12) :

เพราะเรา..คู่กัน

 (12)

ท้องฟ้าคืนนี้ไร้ทั้งฝนและแสงจันทร์ ทุกมุมมองของบ้านดูเงียบสงบราวกับทุกสิ่งต่างหลับใหลลง ที่ห้องนอนใหญ่ในคฤหาสน์หลังงาม ซึ่งเป็นที่พักอีกแห่งของเพิ่มพูล ยามนี้ร่างหนาใหญ่กำลังหลับอย่างสุขสบายบนเตียงหนานุ่มที่กว้างราวเจ็ดฟุต ร่างหนาหนักพลิกตัวส่ายไปมาราวคนตกอยู่ในห้วงฝันร้าย..
เพิ่มพูลวิ่งหนีโจรกลุ่มใหญ่โดยมือขวาจูงมือหญิงสาวคนหนึ่ง เขาวิ่งฝ่าฝูงโจรราวสิบคน พร้อมมีดหนายาวที่ฟันสะเปะสะปะไปตลอดทาง โจรไล่ตามขึ้นเนินสูงมาเรื่อยๆ ครั้งหนึ่งหญิงสาวที่เขาพาหนีมาด้วยสะดุดรากไม้ล้มลง เขาหันไปมองด้วยความห่วง
“โอ๊ย !”

เขาร้องด้วยความเจ็บชาที่บ่าซ้าย เลือดสดๆไหลซึมเลอะเสื้อสีเข้ม แต่เขาไม่ได้ห่วงอาการบาดเจ็บของตนเท่าอาการของหญิงสาวคนนั้น
“คุณหนูเหมย รีบลัดเลาะเข้าไปหลบที่ป่านั่นก่อนเถิด ข้าจะจัดการกับพวกมันเอง”
เขากระซิบที่ริมหูหญิงสาวคนนั้นด้วยสายตารักใคร่เป็นห่วง เมื่อหล่อนลุกถอยเข้าไปหลบที่พุ่มไม้ตรงโค้งหน้าแล้ว เพิ่มพูลก็ปักหลักยืนขวางทางฝูงโจร เขาต่อสู้ด้วยความทรหดอดทน จนชาวบ้านหลายสิบคนวิ่งมาช่วยด้วยมีดพร้าหลายสิบเล่ม โจรกลุ่มนั้นจึงถอยร่นห่างจากไป เขาพาร่างโชกเลือดมายืนที่เบื้องหน้าหญิงสาวอีกครั้ง หญิงสาวที่งามหมดจด หญิงสาวที่เป็นนางในดวงใจมานานหลายสิบปี ตั้งแต่วันแรกที่เขาตามพ่อแม่มาทำสวนให้บ้านของหล่อนและจากวันนั้นเขาก็ไม่อาจลาจากไปที่อื่น แม้พ่อกับแม่จะเร่งให้ตามไปช่วยงานที่ได้รายได้มากกว่าทำสวนผักและดอกไม้ให้บ้านของหล่อนก็ตาม
“เธอเป็นดอกฟ้า ไม่เหมาะกับเรานะลูก เชื่อพ่อกับแม่เถิด ตัดใจเสียแต่เดี๋ยวนี้เลย”
จนแล้วจนรอดเขาก็ยังเป็นคนใช้ในบ้านของหล่อน มีอาชีพทำสวนผักและปลูกดอกไม้แล้วนำไปส่งตามบ้านขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มาสั่งจองกับบิดาของหล่อน จนหล่อนแต่งงาน เขาจึงหนีออกจากบ้านบิดามารดาของหล่อน ไปหลบและของานชาวไร่ทำอยู่ใกล้ๆบ้านของสามีหล่อน เขาไม่กล้าหวังว่าจะได้หล่อนมาเป็นคู่ครองแม้รู้ว่าหล่อนกับสามี ครองรักกันเพียงในนาม

“อาซูน แกช่วยชั้นหาหมอทำเสน่ห์มาหน่อยนะ พี่ตงเขาไม่รักชั้นเลย”
เพิ่มพูลมักฝันซ้ำๆซากๆมาแต่รุ่นหนุ่ม จนจำหน้าหญิงสาวในฝันได้ เมื่อรื่นคลอดข้าวตัง ความรู้สึกยินดีวาบเข้ามาในใจ หล่อนมาเกิดแล้วมาเกิดตามคำอธิษฐานของเขาเป็นแน่
“แม่ธรณีที่รักแห่งข้า เกิดชาติหน้าฉันใดขอให้ข้าได้รักและปกป้องนางผู้เป็นที่รักแห่งข้าด้วยเทอญ”
เพิ่มพูลจึงรักข้าวตังมากที่สุดเป็นความรักปนความหวงและห่วงทุกฝีก้าว และเขาเผื่อแผ่ความใจดีต่างๆให้รื่นด้วย เขารู้ว่าชาติก่อนข้าวตังคือหญิงในฝันของเขา และสัญญากับตัวเองว่าชาตินี้ทั้งชาติเขาจะปกป้องดูแลหล่อนให้ดีที่สุด และต้องให้ดีกว่าชีวิตของเขาด้วย
เพิ่มพูลยังจำฝันของปีนั้นได้ ปีที่เขาพาเหมยหรือข้าวตังในชาตินี้ไปเยี่ยมพ่อแม่ หลังจากเหมยอยู่ครองคู่กับสามีคนที่สี่ได้สองปี สามีของหล่อนก็มีอนุภรรยาอีกคนที่สาวและสวยกว่าหล่อน เหมยชอกช้ำใจจนต้องให้อาซูนช่วยพากลับไปเยี่ยมบิดามารดา เพื่อหนีภาพบาดตาบาดใจชั่วคราว แต่ทว่าเมื่อกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ได้เพียงหนึ่งคืน ก็ต้องรีบร้อนหนีออกจากบ้านในดึกคืนนั้น หนีออกไปก่อนที่ทางการจะส่งคนมาลากตัวหล่อนไปรับโทษตามที่หล่านฟ้าได้แจ้งความไว้
“อาซูนแกดูแลลูกฉันให้ดีที่สุดนะ ฉันยกให้แก”
แม้มารดาของหล่อนจะยินดียกหล่อนให้เขา แต่เขาก็เจียมตนเสมอ ในสายตาของหล่อน เขาเป็นได้แค่ทาสที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง สายตาของหล่อนมีไว้แค่กับชายหนุ่มรูปงามที่หัวใจโลเลพวกนั้นต่างหาก ก่อนเข้าหมู่บ้านของสามีคนที่สี่ เหมยกับเขาถูกกลุ่มโจรดักทำร้ายเพื่อชิงทรัพย์ เขาใช้ความสามารถเฉพาะตัวเข้าต่อสู้กับโจร จนสามารถพาหล่อนกลับถึงบ้านสามีได้ก่อนสิ้นใจ เพิ่มพูลมองตัวเองในฝันภาพชายหนุ่มที่ตาโปนโตปากหนายื่น ไม่ต่างจากตนในยามนี้ จะผิดไปบ้างก็ตรงเขาในวัยหนุ่มของอดีต ไม่ได้อ้วนใหญ่เท่าปัจจุบันนี้
“พ่อแม่สร้างเราให้อัปลักษณ์ทุกชาติเลย..”
เพิ่มพูลได้ยินหญิงสาวคนนั้น ที่ตรงเข้ามาเขย่าตัวเขาเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต
“อาซูนแกยังตายไม่ได้นะ แกต้องอยู่ช่วยชั้นตลอดไป”
สายตาของหล่อนบอกให้เขารู้ อย่างน้อยๆหล่อนยังอาทรเขา เพิ่มพูลมองรอยยิ้มของตัวเองที่หลับตาลงด้วยความสุข ก่อนตายเขาได้รับความเมตตาจากหญิงสาวแล้ว มันเป็นฝันซ้ำซากหลายสิบปีที่เพิ่มพูลมักพอใจที่จะฝันและซุกเก็บไว้เงียบๆเพียงคนเดียว เขาไม่เคยปริปากเล่าให้ใครรู้แม้กระทั่งข้าวตังที่เขารักและถนุถนอมเป็นที่สุด
“คุณผู้ชายขา เกิดเรื่องใหญ่แล้วค้า...”
ป้าปริกเคาะประตูห้องนอนอย่างรีบร้อน น้อยคนจะรู้จักป้าปริก แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีคนรู้ถึงความสัมพันธ์ของป้าปริกกับเพิ่มพูล อย่างน้อยๆเจ้าว่องก็รู้จักป้าปริก และรู้ว่าป้าปริกคนนี้แหละที่รักเพิ่มพูลจริงๆ รักอย่างลำเอียงเสียด้วย
“ใครวะ ใครหน้าไหนกล้ามาบอกว่าคุณผู้ชายของข้าเป็นคนเลว มาพูดให้ได้ยินหน่อยเถิดแม่จะตบให้ฟันร่วงหมดปากเลย”
ป้าปริกเลี้ยงเพิ่มพูลมาแต่แบเบาะและรักเขาเหมือนลูกตัวเอง สาวปริกที่มาจากบ้านป่าคนนั้น อยู่รอดมาจนทุกวันนี้ก็เพราะมารดาของเพิ่มพูลอุปถัมภ์ให้อยู่รับใช้เหมือนญาติๆคนหนึ่ง แถมเป็นคนใช้คนเดียวที่เพิ่มพูลติดแจมาแต่เด็กจนบัดนี้ ป้าปริกย่างเข้า80แล้ว แต่แกก็ยังตามรับใช้เพิ่มพูลไปทุกที่ และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าจะตามเพิ่มพูลพบได้ที่ไหน

“ป้าปริก รีบด่วนเลยนะ บอกนายให้รีบหาที่หลบใหม่เสียวันนี้เลย เสี่ยสุจินต์ให้คนไปท่อมๆมองๆแถวสุขุมวิทแล้ว”
สมุนเอกกึ่งลูกบุญธรรมอย่างเจ้าว่องยังไม่สามารถหาเพิ่มพูลพบ แม้สายจะส่งข่าวให้เขารู้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของศัตรูแล้วก็ตาม มีทางเดียวที่เขาจะส่งข่าวให้นายได้เร็วที่สุด คือโทรศัพท์ไปที่วัดแล้วป้าปริกคนนี้แหละจะรีบเผ่นไปรายงานแทนเขาได้เอง และก็เป็นจริงเมื่อป้าปริกมารับสาย แกก็สั่งการณ์ทุกอย่างแทนนายได้ทันที
ว่องไม่รักเพิ่มพูลแค่กตัญญูรู้คุณ เขาเป็นเด็กทารกที่เพิ่มพูลเก็บมาเลี้ยงจากข้างวัดแห่งหนึ่ง แม้เพิ่มพูลจะไม่เคยบอกใครๆถึงความเป็นมาของเขา และให้เขารับใช้ใกล้ตัวได้ในบางครั้ง แต่เพิ่มพูลก็ทำให้ลูกน้องคนอื่นๆรู้ว่า ว่องเป็นตัวแทนตัดสินใจในบางเรื่องแทนนายได้เหมือนกัน
เสียงล้งเล้งแต่เช้าของป้าปริก เพิ่มพูลจำลุกจากเตียงอย่างเสียดายความฝัน ฝันที่อาภัพรักของตน แต่ก็ซ่อนอารมณ์เป็นสุขไม่เคยเบื่อสักครั้งเดียว ชายโฉดชั่วคนนี้ใครเลยจะเชื่อ..เขารักเป็น
ระหว่างที่เพิ่มพูลอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ป้าปริกก็พาร่างเล็กฉบับกระเป๋าของแกไปที่ห้องแต่งตัวของนาย จัดแจงเก็บข้าวของจำเป็นบางอย่าง เพียง20นาทีทุกอย่างก็เสร็จสิ้นเรียกคนใช้มายกลงไปที่รถได้
“ไอ้ทิศแกขับไปก่อนนะ อ้อมไปทางพระราม4 วนสัก2-3รอบค่อยไปบ้านพักนาย เดี๋ยวข้าจะไปกับนายเอง”
ป้าปริกรู้ทั้งรู้เพิ่มพูลไม่ใช่คนดีนัก แต่สายตาของหญิงชราที่รักหนุ่มใหญ่คนนั้นราวลูกเล็กๆของตน พลังความเป็นแม่จึงส่งผลให้ลำเอียงได้มากกว่า
“ก็นายข้าเขาเก่ง ศัตรูขี้อิจฉามันเลยมีเยอะแยะ”

หญิงชราวัย 80 ผู้ว่องไวและแข็งแรงผิดวัย หูตายังใช้งานได้ดีเหมือนเมื่อ20ปีก่อน แกจำได้ถึงการเสียสละชีวิตในครั้งนั้น ครั้งที่ช่วยเพิ่มพูลหนีรอดตาคนร้าย ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่เพิ่มพูลขอร้องให้ช่วย และครั้งต่อๆมาอีกนับ10หน ที่แกอาสาเอง ทุกวันพระป้าปริกจะไปวัดเพื่อถือศีล แต่ถ้ามีข่าวคราวอันตรายมาใกล้เพิ่มพูล แกจะเป็นคนแรกและด่านแรกที่เพิ่มพูลจะใช้ให้ไปตายแทนได้ด้วยความเต็มใจ
คนชั่วร้ายอย่างเพิ่มพูลแม้มีคนเกลียดไม่น้อย แต่ก็มีคนรักภักดีเหมือนกัน

“นายขา วันนี้หน้านายหมองชอบกล อย่าใส่เสื้อสีเข้มเลยนะคะพ่อคุณ”

“อ้าวแล้วกัน ผมขี้เกียจเปลี่ยน สีนี้สีกรมท่าไม่ใช่ดำจ๊ะป้า”
ป้าปริกไม่ฟังเสียงตรงเข้าห้องหยิบเสื้อเชิ้ทสีฟ้าอ่อนออกมา เร่งให้เพิ่มพูลเปลี่ยนจนได้ หนุ่มใหญ่คนนี้เคยแต่บงการคนด้วยอำนาจ ยามนี้กลับอ่อนโยนได้อย่างผิดตา
“นายขา วันนี้ปริกตากระตุกแปลกๆ ตั้งแต่นั่งรถมา นายอย่าออกทางเก่าเลยนะคะ ไปออกทางลับพร้อมปริกเถิด”
เพิ่มพูลพยักหน้า เขาเชื่อปริกเสมอ เพราะปริกมักมีลางสังหรณ์ค่อนข้างแม่นยำ อีกทั้งพักหลังตั้งแต่ชาอุ่นตายไป มักมีเหตุการณ์เลวร้ายประดังเข้ามาไม่ขาดสาย เขายอมรับกับตัวเองว่าจิตส่วนลึกๆเขารู้สึก..กลัว กลัวเด็กสาวคนนั้นแม้หล่อนจะตายไปนานแล้ว แต่เขายังรู้สึกราวถูกสายตาอาฆาตจับจ้องไม่ขาดระยะ ไม่อยากคิดว่าตัวเองระแวง แต่เพราะตารางเวลามรณะ ยังไม่ได้จัดเตรียมนำชื่อเขาขึ้นไปวาง เขาจึงมองไม่เห็นวิญญาณของชาอุ่นที่พยายามเข้ามาหลอกหลอน

สิบโมงเช้าหลังอาหาร เพิ่มพูลก็ลุกเดินไปเปิดประตูครัว หยิบข้าวของที่พิงตรงซอกแคบๆออกวางข้างๆ จากนั้นจึงพยักหน้าให้ป้าปริกตะแคงตัวเดินเข้าไปก่อน แล้วเขาเดินตามเข้าไป ในห้องแคบยาวมีเพียงโต๊ะไม้สักตั้งอยุ่ เพิ่มพูลกับป้าปริกต่างจับขอบโต๊ะคนละมุม พร้อมกับกระทืบเท้าสองหน เสียงครืดดังเบาๆลอยมากระทบหูคนทั้งคู่ สักครู่โต๊ะไม้สักตัวนั้นก็เลื่อนต่ำลงราวอยู่ในลิฟท์ คนทั้งคู่หายไปกับทางลับแห่งนั้น

………………………………………………
“นายครับผมค้นทั่วบ้านแล้วจริงๆครับ”
มนัสกดปิดมือถือทันทีที่รายงานเรื่องราวให้เสี่ยสุจินต์รู้ถ้วนทั่ว เขาลอบพาสมุนเข้ามาแอบหลบรอเวลาอยู่ตรงป่าละเมาะหลังคฤหาสน์นานแสนาน พบแต่สมุนของเพิ่มพูลแล่นรถออกจากบ้าน ไม่เจอเพิ่มพูลออกจากบ้านสักที จึงรีบปีนเข้ามาพร้อมลูกน้องและปืนเก็บเสียงนับสิบกระบอก ซึ่งพร้อมจะทำงานทันทีที่เจอศัตรู ทว่าเขากลับหาเพิ่มพูลไม่พบ!!
“เฮียนัสผมว่ามันต้องมีช่องทางลับซ่อนอยู่ในบ้านนี้แน่ๆเลย”

“อือ กูก็รู้ แต่เอ็งรู้แล้วหาทางลับเจอไหมล่ะ?”
ต๋องหุบปากทันที มนัสมือขวาอีกคนของเสี่ยสุจินต์สบถยึดยาวพลางชวนลูกน้องขึ้นรถขับหายไปใน ป่าละเมาะที่สามารถทะลุไปที่ปากซอยอีกฝั่ง รถของทิศที่ขับวนรอบที่สามก็ปรากฎตรงหน้าเขาทันที

“เร็ว ไอ้ปลั๊ก รีบขับตามมันไป”
ระหว่างที่มนัสไล่ตามรถของทิศไปนั้น เพิ่มพูลกับป้าปริกก็ออกมายืนรอรถของว่องตรงป่าละเมาะที่มนัสกับพวกมาดักรอสังหารเขานั่นเอง ถูกแล้วทางลับนั้นไม่ได้วนไปไกล อยู่หลังคฤหาสน์ของเขา เป็นแค่ทางอำพรางตาศัตรูอย่างง่ายๆ
“นายครับ เสี่ยสุจินต์เข้าถล่มบ่อนของเราอีก3แห่ง ทั้งที่ประตูน้ำ สุขุมวิท และคลองตัน ผมสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว นายจะบุกไปจัดการที่จุดไหนก่อนครับ”

“ไอ้สุจินต์มันกบดานที่ไหนวะว่อง”

“มีสายบอกมา4ทาง ทั้งพัทยา บางนา ปากน้ำ และราชบุรีครับ”

“อึ่ม ข้าคิดว่ามันอยู่ที่ราชบุรีมากกว่าที่อื่น”
ระหว่างที่เพิ่มพูลปรึกษางานกับว่อง ป้าปริกข้ารับใช้กึ่งแม่นมก็รู้สึกกระสับกระส่ายชอบกล แกเคยมีอาการแบบนี้มาหนหนึ่ง หนนั้นเพิ่มพูลถูกยิงเกือบตาย แกเฝ้าชายหนุ่มด้วยอาการเจียนบ้าคลั่ง ชั่วชีวิตนี้แกยอมอยู่ดูแลเขาได้เสมอ ทั้งๆที่ลูกหลานคนอื่นๆก็ไม่เข้าใจกับความคิดของแม่ ที่รักลูกคนอื่นมากกว่าลูกของตน

“นายขา ปริกรู้สึกไม่ดีเลย นายอย่าไปราชบุรีเลยนะ”

“ผมไม่เป็นไรนะครับป้า ผมมีเสื้อเกราะป้องกันตัวด้วย”
เพิ่มพูลปลอบคนใช้เก่าด้วยเสียงละมุน ชั่วชีวิตเขานอกจากแม่ก็มีแค่หญิงชราคนนี้ที่ห่วงเขาจริงๆ ห่วงโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ทว่าความห่วงครั้งนี้ของป้าปริกแกไม่รู้เลยว่าเป็นห่วงครั้งสุดท้าย สำหรับตัวเองและเขา..เพิ่มพูลที่แกรักเหนือกว่าลูกของตน!!!

...................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 13 เม.ย. ปี 2009 [ เวลา 23 : 52 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com