Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน (11) :

เพราะเรา..คู่กัน

 (11)

ชาอุ่นรู้สึกตัวครั้งสุดท้าย หล่อนคิดว่าคิดว่าหล่อนเห็นนัทได้รางๆ ก่อนทั่วร่างอ่อนระโหยลง เหมือนลูกโป่งถูกปล่อยลม สายตาที่เริ่มพร่ามัว ยังมองเห็นคนมากมายล้อมรอบตัวเขา เกิดอะไรขึ้นหนอ? ทำไมเราหมดแรงยืนแล้ว ฉับพลันวิญญาณหล่อนก็กระเด็นออกจากร่างเปียกชื้นของตนอีกครั้ง แม้หล่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าร่างเดิมของตนอีกกี่ครั้ง มันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ไม่นะ!! ฉันยังไม่ยอมตาย ฉันจะหาคนรักของฉัน ไม่ ไม่!!
อารมณ์โกรธที่พุ่งขึ้นทันทีที่รู้ว่าต้องจากคนรักอีกหน ทำให้ชาอุ่นได้คิดรีบรวบรวมพลังจิตอีกหน จึงได้ยินเสียงรอบกายลอยละลิ่วเลือนลับไปไกลนอกจากเสียงของหญิงชราร่างเล็กคนนั้น
“หนูอุ่นอย่าเพิ่งสลายพลังจิตนะจ๊ะ อย่ารีบร้อนค่อยๆผ่อนลมหายใจรักษาพลังเอาไว้ก่อน ร่างของหนูเพิ่งพ้นน้ำ มันจะเปื่อยทันทีถ้าหนูหยุดสร้างพลังจิต”
ความดีใจที่ได้พบหน้าคนรักอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวรีบร้อนพาวิญญาณเข้าร่างและยุติสมาธิสร้างพลังจิตทันที ทว่าร่างของหล่อนผ่านการแช่น้ำและบาดเจ็บมานาน ถ้าเป็นร่างกายคนธรรมดาผิวพรรณที่เริ่มเปื่อยเปราะบาง ป่านนี้คงดับสลายไปตามสายลมของกาลเวลานานแล้ว แต่เพราะหล่อนได้สร้างพลังจิตครอบร่างเนื้อของตนเอง ร่างนั้นจึงยังคงสภาพอยู่ได้จนบัดนี้
ชาอุ่นเริ่มหลับลึก หลับอยู่ในห้วงความหวัง หวังที่จะได้พาร่างของตนไปยืนต่อหน้าคนรัก หล่อนหลับด้วยสมาธิลึกจึงไม่รับรู้สภาพรอบตัวชั่วครู่ ชาอุ่นหลับนาน เมื่อวิญญาณหล่อนลืมตาอีกหน ข้างๆกายเนื้อของหล่อนมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนคุยกับหญิงชราคนนั้น คนที่เตือนสติหล่อนบนเรือ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าร่างกายเนื้อของตนเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“หนูคงเข้าร่างตัวเองไม่ได้แล้วนะจ๊ะ เพราะถ้าเข้าไปครั้งนี้จะพาวิญญาณออกมาไม่ได้แล้ว เพราะร่างของหนูเริ่มเปื่อยตามสภาพของกาลเวลาแล้ว ตอนนี้ที่ยังไม่เปื่อยสลายเน่าทันที เพราะพลังจิตของเจ้าของแหวนและผู้ลงอาคมที่แหวนช่วยเสริมร่างของหนูอยู่ ไม่ใช่แค่ยาที่หมอฉีดให้นะจ๊ะ”
ดวงวิญญาณของชาอุ่น รีบร้อนกลับเข้าร่างกายเนื้อของตนทันทีที่ถูกนำขึ้นจากทะเล วิญญาณที่ต้องจมอยู่กับน้ำเค็มและอ่อนเพลีย กับเฝ้าร่างด้วยพลังจิต เพื่อปกป้องทั้งวิญญาณและกายเนื้อมาแสนนาน จึงไม่มีพลังเพียงพอที่จะบังคับให้วิญญาณเข้าประทับกับกายเนื้อได้ตรงสนิท
ทำให้ช่องทวารทั้งเจ็ดในร่างกายถูกเปิดออก ร่างของหล่อนจึงเปลี่ยนเป็นสีเทา วิญญาณที่บริสุทธิ์เริ่มแปดเปื้อน จึงถูกหน่วงเหนี่ยวยึดไว้ในกายเนื้อ ทำให้หล่อนเหนื่อยจนสลบไป ถ้าภายในสามวันหล่อนยังไม่สามารถ เรียกธาตุวิญญาณที่เหลือให้สมานตัวกันอีกครั้ง หล่อนก็จะแตกสลายไปจากโลกนี้ทั้งกายเนื้อและวิญญาณ
ทางหนึ่งที่เป็นพลังช่วยให้หญิงสาวเรียกพลังจิตของตนได้เร็วขึ้น คือ ต้องทำให้กายเนื้อหล่อนหยุดถ่ายเทน้ำออกมาให้ได้เสียก่อน หมอวัฒน์จึงเสนอกับยายหลิวว่า จะลองฉีดยาชนิดหนึ่งให้ ซึ่งเคยนำมาใช้กับคนไข้ท้องร่วงรุนแรง เป็นยาอันตราย ต้องใช้ในขนาดที่เหมาะสม ถ้านัทไม่มีปัญหา เขาจะเริ่มทดลองฉีดยาให้
ชาอุ่นเมื่อรู้เรื่องราวจากหญิงงามกลางคนผู้นั้น วิญญาณหล่อนเริ่มกังวลจนสั่นพลิ้วแทบไม่เป็นรูป หล่านฟ้ารีบยื่นมือไปจับมือหล่อน พลางปลอบด้วยเสียงอ่อนโยน
“ตามน้ามาเถิด น้าจะพาไปดูอะไรบางอย่าง อาจมีทางช่วยหนูได้ ทางนี้ยายหลิวกับนัทคงหาทางช่วยหนูอยู่แล้ว น้าอยากให้หนูกลับไปบ้านของเรา ไปดูเรือนหอของหนูกับนัท ตามน้ามาสิจ๊ะ”

ชาอุ่นมองดูหญิงแปลกหน้าคนนั้น ใจหนึ่งบอกกับตนว่าหล่อนรู้จักเธอเป็นอย่างดี แต่อีกใจกลับลังเล การถูกเพิ่มพูลทำร้ายจนต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ทำให้หญิงสาวเริ่มกลายเป็นคนช่างระแวง หล่านฟ้าเดาใจอีกฝ่ายได้จึงตอบว่า
“เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ตามน้ามาสิจ๊ะ แล้วหนูจะเข้าใจ”
หล่านฟ้าจูงมือชาอุ่นมาสู่บ้านเก่าท้ายสวน บ้านที่เธอปลูกให้ไหมกับอาตงเพื่อเป็นเรือนหอ บ้านที่ในยามนั้นยังเป็นบ้านไม้สองชั้น ที่หน้าบ้านรายล้อมด้วยไผ่เขียวขจี เสียงไผ่กรีดตามลมดังพลิ้วสูงต่ำราวเสียงดนตรี
คิดถึงน้องนวลนางสุดที่รัก
คิดถึงบ้านพำนักกลางสวนสวย
คิดถึงลมพรมพลิ้วเอื้ออำนวย
คิดถึงกลิ่นรวยรินจากกายนาง
ชาอุ่นมองเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งฝ่ายชายหน้าตาไม่ผิดนัทคนรัก แต่ฝ่ายหญิงหน้าตาไกลไปจากสภาพของตนในปัจจุบัน จึงหันหน้ามาเชิงถาม หล่านฟ้ายิ้มอ่อนโยนมองหญิงสาวด้วยสายตาเมตตา
“เด็กคนนั้นคือหนูไหม ชาติก่อนของหนู ที่หน้าตาและรูปร่างผิดแปลกตาไปเพราะชาติก่อน ..ก่อนที่หนูจะตายหนูได้สัตย์สาบานกับตนว่า จะเกิดมาในชาติต่อไปด้วยหน้าตาผิดจากเดิม.. ผิดจากพี่เหมย”

ชาอุ่นมองคนตอบด้วยความงุนงง หล่านฟ้าจูงหล่อนเข้าบ้าน บนบ้านไม้ที่ดูเรียบง่ายแต่เพียงภายนอก ในยามนี้หนุ่มสาวทั้งคู่กำลังจัดแต่งทุกมุมบ้านด้วยเครื่องประดับตามชอบ ทุกส่วนของบ้านดูเรียบง่ายแต่ก็บอกให้รู้ถึงความมีรสนิยมของคนอาศัย ภาพบนผนังส่วนใหญ่มักเป็นภาพบทกวี ทั่วเรือนไม้ทาสีอ่อนเย็นตาผิดกับภายนอกที่ฉาบด้วยสีแดงคล้ำเกือบดำ บนโต๊ะกินข้าวกลางห้องมีภาพวาดสาวงามดีดพิณใหญ่สะดุดตา ชายหนุ่มกำลังวาดตกแต่งภาพ
“ไหมจะเอาเก้าอี้ยาวตัวนี้มาตั้งตรงนี้นะจ๊ะพี่ตง ตอนดึกๆจะได้นั่งดูพระจันทร์ด้วยกันได้สบายๆ”
“ตามใจจ๊ะ”
นัทในภาคของอาตงยังคงเจนตาเจนใจชาอุ่น ชายหนุ่มมาดขรึมพูดน้อย ดวงตาอบอุ่นคนนั้นจะเกิดกี่ชาติยังคงสภาพเช่นเดิมได้ไม่เปลี่ยนแปลง ชาอุ่นปรายตามองไปเด็กสาวที่กำลังเรียกคนใช้มายกเก้าอี้ยาวไปวางตรงระเบียงพลางยิ้มด้วยความขำตัวเอง
“ทำไมชาติที่แล้ว เราอยากดูแสงจันทร์ไม่ใช่แสงตะวันหนอ?”
ก่อนจะสาวเท้าตามหล่านฟ้าไปที่ห้องนอน เสียงหนึ่งก็ดังจากชั้นล่างของบ้าน
“นังไหม กลับบ้านเดี๋ยวนี้ หน้าด้านยังไม่ทันแต่ง ก็มาจัดเรือนหอแล้ว”
เสียงแปลกหูแต่ชาอุ่นเหมือนคุ้นเคย ดังล้งเล้งมาตามบันไดทางขึ้นชั้นสองของบ้าน ไม่นานเด็กสาวผมยาวหน้าผากกลมมน นัยน์ตาใหญ่ ยาว เปลือกตาลึก จมูกขึ้นสัน ปากเต็มอิ่ม สูงเพรียวบางไม่ผิดไหม ก็เดินขึ้นมาด้วยสายตาโกรธขึ้ง

“กลับบ้านเดี๋ยวนี้”
เหมยตรงเข้ากระชากแจกันรูปเรียวบางจากมือไหมทุ่มลงกับพื้น แล้วกวาดถ้วยชามงามๆบนชั้นวางที่เด็กสาวกำลังจัดให้หล่นตกแตกหลายสิบใบ ก่อนจูงมือน้องลากกลับบ้าน

ชาอุ่นตามเด็กสาวทั้งคู่ไปที่บ้านพร้อมหล่านฟ้า ภาพต่างๆในห้องนอนและภาพไหมที่ตายด้วยน้ำมือพี่สาว และภาพนัทที่ตายหน้าสุสานไหม เริ่มทยอยฉายอีกครั้ง ภาพสุดท้ายที่หญิงสาวเห็นคือภาพที่เหมยให้อาซูนพากลับบ้านทุกปีเพื่อแอบไปทำการกราบไหว้บรรพบุรุษ พร้อมคำสาบานที่ว่า
“ขอให้ไหมอย่าพบเหมยในทุกๆชาติเทอญ เหมยจะไม่คืนร่างให้น้องจะอามาตมันไปตลอดกาล”
เมื่อชาอุ่นเล่าให้หล่านฟ้าฟังถึงภาพต่างๆที่เห็น หล่านฟ้าเพียงพยักหน้าด้วยแววตาโศกเศร้า เหมือนทุกคนที่เธอพามาดูอดีต แล้วทำอย่างไรดีหนอ? จึงจะค้นพบเหมยได้ ถ้าไม่พบเหมย ไหมในชาตินี้ก็ต้องตายอีกหนตายโดยไม่อาจครองรักกับอาตงลูกเธออีก..โธ่ลูกรักของแม่

“แต่แปลกนะคะ คุณน้าหล่าน อุ่นมองเห็นเหมยในชาตินี้ค่ะ อุ่นเห็นเธอและความเป็นไปในบ้านในสภาพคนป่วยเหมือนคนโรคหัวใจที่ไหมเคยเป็นในชาติก่อนไม่มีผิด เห็นเธอนอนฝันร้ายทุกคืนจนหัวใจอ่อนแอ อุ่นฝันเห็นเธอและทุกคนในบ้านเธอมานานแล้ว แค่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใครเท่านั้น แต่ตอนนี้อุ่นรู้แล้วและรู้ว่าอาซูนคือคุณเพิ่มพูลนี่เอง ชาติก่อนเขาเคยช่วยเหมยฆ่าอุ่น ชาตินี้เขาจึงฆ่าอุ่นได้อีก”

“อะไรนะ!! หนูเห็นภาพชีวิตปัจจุบันของหนูเหมยด้วยหรือจ๊ะ?”
หล่านฟ้าอุทานด้วยความแปลกใจปนความยินดี กี่คนแล้วที่เธอลองพามาสู่อดีตของชีวิตเศร้าของลูกรัก ต่างมองไม่เห็นเรื่องราวในชีวิตปัจจุบันของเหมย ไม่ว่าจะมีพลังจิตหรือไม่ ทุกคนมักเจอแต่อดีตของเรื่องราว มีแต่หญิงสาวคนนี้ที่เห็นชีวิตปัจจุบันของเหมย ถูกแล้วเธอต้องเป็นไหมอย่างแน่นอน จึงสามารถมองทะลุผ่านคำสาบานของเหมยไปได้...
ไหมตายด้วยพลังความแค้นและอาฆาต และคิดผูกเวรกรรมข้ามภพกับพี่สาว หล่อนผูกได้สำเร็จเพราะมีความเจ็บช้ำอย่างแสนสาหัส เจ็บช้ำอย่างชนิดที่สามโลก คือ โลกมนุษย์ วิญญาณ และสวรรค์ ต่างยอมเปิดทางให้หล่อนผ่านไปทุกคำสาบานของเหมยจึงไม่เกิดผลกับหญิงสาว..
“น้ารู้แล้วจะช่วยหนูได้อย่างไร ตอนนี้หนูต้องพยายามรวบรวมพลังสมาธิให้เร็วที่สุด เรากลับไปที่บ้านน้านะจ๊ะ ที่นั่นเท่านั้น ที่น้าจะมีพลังจิตได้กล้าแข็งที่สุด กล้าแกร่งพอจะช่วยผลักพลังวิญญาณของหนูกลับเข้าไปที่แหวนอาคมของอาจารย์หวังซานได้”

............................................................

“ในสามคืนที่ยายทำพิธี ต้องมีคนมาเป็นเวรยามป้องกันคนมารบกวนตลอด 24 ชั่วโมง”

“ผมจะมายืนเวรยามผลัดกับพ้งเองครับยาย”
นัทจึงมีหน้าที่ไปยืนผลัดเปลี่ยนเวรยามกับพ้ง ศิษย์เอกของยายหลิว ที่หน้ากระโจมผ้าป่าน ที่ยายหลิวทำพิธีต่อดวงประทีปเสริมชะตาชีวิต ให้ชาอุ่นมีพลังจิตที่กล้าแข็งพอจะพาวิญญาณแทรกเข้าไปในแหวนอาคมร้อนแรงของหวังซานได้อีกครั้ง
เมื่อยายหลิวออกจากกระโจมผ้าป่านเพื่อไปอาบน้ำแล้วรับประทานอาหารค่ำนั้น นัทอดคิดเข้าไปเยี่ยมร่างที่ซีดเทาลงทุกทีของคนรักไม่ได้ คืนนี้เป็นคืนที่สองแล้วที่ยายหลิวทำพิธีข้ามคืนอีกหน คืนพรุ่งนี้อีกคืนเดียว ..ถ้าชาอุ่นยังพาวิญญาณเข้าไปที่แหวนของเขาไม่ได้อีก...น้ำตาของลูกผู้ชายอย่างนัท..ร่วงหล่นกระทบหลังมือทันที
“ถ้าพี่ตายแทนอุ่นได้ พี่พร้อมจะตาย จะไม่ยอมให้อุ่นของพี่ต้องทรมานแบบนี้”
เสียงรำพึงของนัทได้สื่อไปไกล ร่างสีเทาซีดที่ในกระโจมเริ่มกระพริบตาอย่างแผ่วเบา พ้งเดินเข้ามาตบบ่านัทเพื่อเตือนสติ กลัวนัทเผลอไปแตะถูกตัวชาอุ่น จะทำให้ร่างของหล่อนสลายก่อน ที่จะทันดึงธาตุวิญญาณทั้งหมดให้สมานกันแล้วผลักดันให้เข้าไปอาศัยที่แหวนได้สำเร็จ แหวนวงนั้นคือที่เดียวที่จะซ่อนวิญญาณของชาอุ่นได้ ในยามที่ร่างของหล่อนเปื่อยสลายไป แต่ต้องพาธาตุวิญญาณทั้งหมดเข้าไปก่อนที่ร่างกายเนื้อจะเปื่อยจนหมดสิ้น นัทพยักหน้าให้พ้งก่อนเหลียวมองร่างคนรักอีกหน ก่อนนิ่งอึ้งไปสักครู่พ้งมองหน้าอย่างสงสัย
นัทจึงดึงพ้งออกจากกระโจมแล้วทำมือเป็นนัยว่าให้เฝ้าไว้ก่อนนะ ส่วนตัวเขาวิ่งตัวปลิวไปที่โต๊ะอาหาร ซึ่งยายหลิวกำลังรับประทานอาหารอยู่
“ยายครับผมได้ยินเสียงน้องอุ่นเรียกผมแล้วครับ!!!”

..................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 13 เม.ย. ปี 2009 [ เวลา 23 : 50 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com