Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน (7) :

เพราะเรา..คู่กัน

 (7)

ในขณะที่นัทกำลังเป็นห่วงเกี่ยวกับความเป็นตายของชาอุ่นนั้น ยายหลิวได้เดินทางกลับไปบ้าน ระหว่างเดินทางกลับแกคิดไปถึงบ้านท้ายสวนของแก บ้านไม้เก่าแก่ที่ยังคงสภาพเกือบเหมือนเมื่อ 50 ปีก่อน บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยสวยสง่ากลางสวนลิ้นจี่อันกว้างขวางนับร้อยไร่ของลูกชาย บ้านที่เคยเป็นที่พักอาศัยของสาวงามนามว่า หล่านฟ้า
หล่านฟ้าเป็นสาวงามจากเซี่ยงไฮ้ ที่ย้ายมาอยู่ที่ซานตุงตามสามี อาเต็กเป็นข้าราชการผู้น้อยที่บิดามารดาของหล่านฟ้าไม่ชอบหน้าเลย แต่เมื่อลูกสาวคนเดียว ยืนกรานจะ ต้องแต่งงานกับเขาให้ได้ เพราะเกิดตั้งท้องขึ้นมาเสียแล้ว พ่อแม่ที่กลัวเรื่องคำครหา มากกว่าชีวิตตัวเอง จึงจำต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้
การครองคู่ชีวิตรักของเธอกับสามี เป็นไปอย่างเรียบง่าย ทางบ้านของสามี มีสวนลิ้นจี่ วันๆหนึ่งคุณหนูหล่านฟ้าของบ่าวทั้งบ้านซึ่งเคยแต่ชี้นิ้วสั่งงาน ในยามนี้กลับต้องลงสวน คลุกคลีกับคนงาน ต้องดูแลลิ้นจี่ทั่วสวนร่วมกับ น้องสะใภ้ของสามี เพื่อป็นการหารายได้อีกทางมาช่วยจุนเจือครอบครัว เพราะในครอบครัวของอาเต็กนั้น นอกจากพ่อแม่ที่แก่ชราแล้ว ยังมีน้องชายซึ่งป่วยออดแอดมาแต่เด็ก ก่อนมากระดูกขาแตกเดินไม่ได้ เนื่องจากลื่นหกล้มในสวน เพราะไปช่วยคนงานเข็นรถบรรทุกผลลิ้นจี่ขณะฝนตกหนัก กว่าจะมีคนมาช่วยอาลิ้มก็หมดทางรักษาให้เดินได้เช่นเดิมแล้ว
รวมทั้งน้องสะใภ้ของสามี ที่เริ่มตั้งท้องลูกคนที่สอง มักแพ้ท้องหนักไม่สามารถลงมาช่วยงานในสวนได้มากนัก หล่านฟ้าเห็นค่าใช้จ่ายที่มากมายของครอบครัว ต้องตกเป็นภาระของสามีเธอคนเดียว หล่านฟ้าเป็นห่วงกลัวสามีล้มป่วยลงไปอีกคน เธอจึงยืนกรานจะลงสวนช่วยงานเพื่อแบ่งเบาภาระของสามี และเมื่อหล่านฟ้ารู้งานทั่วสวน เธอก็ให้น้องสะใภ้ของสามีกลับขึ้นเรือนเพื่อดูแลอาการป่วยของสามีและลูกชายคนโต ซึ่งกำลังกินกำลังซนในขณะนั้นแทน แม้ว่างานในสวน จะทำให้หล่านฟ้าเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ..แต่หล่านฟ้าก็มีความสุข เพราะสามีรักและเอาใจเธอเสมอมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง..
จนหล่านฟ้ามีลูกชายชื่ออาตง เมื่ออาตงอายุย่าง 3ขวบ ญาติผู้ใหญ่ทางสามีของหล่านฟ้ามาเยี่ยม พาเด็กหญิงฝาแฝดคู่หนึ่งมาด้วย คนน้องเป็นเด็กช่างพูดเฉลียวฉลาด สนใจกับเรื่องรอบตัว ในขณะที่พี่สาวค่อนข้างเงียบ แต่ทว่ายามเหม่อมองน้องสาว สายตาของเด็กหญิงกลับมีแววตาที่น่ากลัว จนทำให้หล่านฟ้าเกิดอาการหนาวๆ ร้อนๆ ชอบกล
“พ่อกับแม่อยากหมั้นหมาย อาตงของเรากับหนูเหมย เธอคงไม่ขัดข้องนะหล่าน”
สามีถามหล่านฟ้าเชิงปรึกษาในค่ำคืนนั้น หล่านฟ้าคิดไปถึงเด็กแฝดผู้พี่ ความไม่ชอบใจเกิดขึ้นมาทันที เธอจึงเผลอพลั้งอารมณ์ของคุณหนูหล่านฟ้าของบ่าวทั่วบ้านในอดีตอีกหน
“หมั้นกับหนูไหมได้ไหมท่านพี่ น้องชอบความเฉลียวฉลาดของเธอจ๊ะ”
งานหมั้นเด็กทั้งคู่ก็ถูกจัดขึ้นในวันถัดมาก่อนที่ญาติผู้ใหญ่สองท่านนั้น จะพาเด็กแฝดคู่นั้นกลับไป และอีก15ปีต่อมา ทางสามีของเธอก็ส่งหมายกำหนดแต่งไปให้พ่อแม่ของเด็กสาวคนน้อง ว่าจะจัดขบวนสู่ขอตามประเพณีไปในวันสิ้นเดือนนั้น ก่อนวันแต่งสองคืน หล่านฟ้ามองลูกชายหนุ่มเดินไปมาทั่วบ้านด้วยความใจร้อน ก็อดขำไม่ได้ที่ลูกช่างใจร้อนไม่ผิดกับเธอในอดีต ครั้งที่ดิ้นรนจะแต่งงานกับสามี...ความรู้สึกเป็นสุขของแม่แผ่ซ่านไปทั่วตัว เมื่อรับรู้ว่าสามารถทำให้ลูกเป็นสุขสมหวังในรักได้อีกคน

หล่านฟ้าดีใจที่เลือกคนได้ไม่ผิด เพราะไหมกับอาตงของเธอถ้อยทีถ้อยปราศัยกันเสมอมา เธอไม่เคยเห็นอาตงขัดใจไหมสักครั้งเดียว อาตงของเธอช่างเหมือนสามีของเธอยิ่งนัก เขามีใจรักเดียวให้เด็กไหมจริงๆ จะคอย เฝ้ารอวันที่ น้องไหมจะเดินทางมาเยี่ยมในทุกปี เฝ้าด้วยสายตาเพ้อฝันเปี่ยมสุข และนั่นก็คือความสุขของแม่เช่นเธอด้วยเช่นกัน
แต่ก่อนหน้าวันส่งตัวเจ้าสาว...ในคืนนั้น...จู่ๆข่าวเรื่องหนูไหมกินยาฆ่าตัวตาย!!!!ก็ลือไปทั่ว หล่านฟ้าสั่งทุกคนในบ้านห้ามบอกข่าวนี้กับอาตงอย่างเด็ดขาด การแต่งงานจึงดำเนินต่อไป เจ้าสาวคือหนูเหมยผู้เป็นพี่สาวของไหม..แต่คืนนั้นอาตงก็รู้จนได้..ว่าสาวที่มาเข้าห้องหอกับตนไม่ใช่น้องไหมที่เขารัก แม้เหมยจะพยายามเลียนกริยาท่าทางต่างๆแบบน้องสาวก็ตาม แต่น้ำเสียงยามเอ่ยวาจาของแฝดคู่นี้ก็ช่างต่างกันลิบลับเหลือเกิน..อาตงจึงเดินออกจากห้องโดยไม่ยอมคลี่ผ้าคลุมหน้าของเจ้าสาวเลย!!!
และจากวันนั้นเป็นต้นมา ลูกชายของเธอก็เริ่มเงียบขรึมและมักซ่อนตัวอยู่แต่ในห้องอ่านตำราของพ่อเท่านั้น จนวันสอบไล่ประจำปี ลูกชายที่พ่อแม่เคยภูมิใจกับการเรียน และหวังความก้าวหน้าทางราชการมาแต่เด็กๆ ก็ล้มป่วยลงด้วยอาการโรคประหลาด ซึ่งหมอหลายต่อหลายคนที่ไปเชิญตัวมาด้วยค่าเชิญที่แพงลิบลิ่ว ต่างก็ส่ายหน้าด้วยความหมดปัญญารักษา หัวใจของหล่านฟ้าผู้เป็นแม่เจ็บเจียนแตกเป็นเสี่ยงๆ..
ก่อนลูกสิ้นใจในวันนั้น..ลูกขอร้องให้เธอพาเขาไปที่สุสานของหนูไหม. คนรักของลูก.....ลูกรักของเธอไปถึงสุสานของคนรัก..แล้วเขาก็ใช้มีดกรีดข้อมือของตนให้เลือดหยดลงพื้น เซ่นแม่ธรณี ที่ตรงหน้าสุสานนั้น พร้อมกับคุกเข่าลงอธิษฐานว่า
“เกิดชาติหน้าหรือทุกๆชาติต่อจากนี้ไป ขอให้เราได้เกิดมาพบและได้ครองรักกันทุกครั้งไปเทอญ”
ลูกสิ้นใจที่หลุมฝังศพแห่งนั้น หล่านฟ้าจึงตัดสินใจฝังลูกชายข้างๆสุสานคนรัก แต่หนูเหมยเมื่อทราบเรื่องเข้า ก็อาละวาดบ้านแตก และเข้าทำลายข้าวของส่วนตัวของอาตงจนเกลื่อนบ้าน ก่อนจะหายไปจากบ้าน ตกดึกยามที่เฝ้าสุสานก็มาเคาะประตูเรียกเธอ
“คุณหนูเหมยให้คนขุดเอาศพคุณหนูตงไปครับท่านนายหญิง”
แต่เมื่อหล่านฟ้าไปถึงสุสานอีกครั้ง เธอก็พบว่าไม่ใช่แค่ศพลูกชายเธอที่หายไป แม้แต่ศพของไหมผู้เป็นน้องสาวของเหมยก็หายไปด้วยอีกคน!!!!

หล่านฟ้าจำวันนั้นได้ตราบสิ้นชีวิต เธอเสียใจจนสลบไปหลายครั้งหลายครา และแม้ว่าจะจ้างคนมากมายสักแค่ไหน ศพของหนุ่มสาวคู่นั้น ก็ไม่เคยได้มาปรากฎที่เบื้องหน้าของเธออีกเลย จนถึงวันที่เธอสิ้นใจ ก่อนตายเธอได้ขอร้องให้สามี ช่วยฝังเธอไว้ที่เรือนหอของลูกชาย ที่สร้างอยู่ท้ายสวนลิ้นจี่ เธอบอกว่า...จะรอคอยลูกของเธอกลับมา
“แม่จะอยู่ช่วยลูกให้ได้ แม้จะนานตราบโลกมลาย พสุธาสลายสิ้น ดวงวิญญาณของแม่จะคอย ตามไปปกป้องช่วยลูกรักของแม่ ให้สมหวังกับความรักครั้งนี้ให้ได้ แม้ว่าแม่จะไม่ได้ไปผุดไปเกิดอีกต่อไปก็ตาม…แม่ก็พร้อมจะทำเพื่อลูกตงของแม่เสมอ”
ไม่นานอาเต็กผู้เป็นสามีของหล่านฟ้าก็ได้ตายจากไปอีกคน สวนแห่งนั้นถูกญาติๆขายทอดตลาดหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดก็มาขายให้ลูกชายของยายหลิว และอีก4ปีต่อมา ยายหลิวก็เดินทางมาอยู่กับลูกชายของแกที่สวนนั่น แกจึงได้พบกับวิญญาณของหล่านฟ้าและบ้านไม้ปริศนาหลังนี้

..........................................

เมื่อพ้งจอดรถที่ท้ายสวนลิ้นจี่ ยายหลิวก็เปิดประตูก้าวลงรถไปก่อน แล้วเดินอย่างกระฉับกระเฉงตรงไปที่บ้านเก่าหลังนั้นอีกหน บ้านที่แกเคยพบภาพถ่ายเก่าๆที่แขวนอยู่ข้างผนัง ยายหลิวพบบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ที่ท้ายสวนเป็นครั้งแรก ก็ในวันที่แกลงมาตามลูกชายให้ไปเจรจากับคนส่งปุ๋ย บ้านไม้หลังเล็กๆซึ่งคงสภาพที่แข็งแรง แม้จะเก่ามากแล้ว แต่ก็ดูเหมือนมีคนคอยมาแวะซ่อมแซมอยุ่เสมอ วันหนึ่งแกพบกับ “พ้ง” เด็กหนุ่ม วัย16 คนนั้น เมื่อรู้เรื่องราวของบ้านหลังนั้น แกจึงสั่งห้ามไม่ให้ลูกชายสั่งคนรื้อบ้านทิ้ง
“พ่อสั่งผมก่อนตายว่า ไม่ให้ไปจากที่นี่ ต้องมาดูแลบ้านหลังนี้อย่างสม่ำเสมอ บ้านของบรรพบุรุษผู้มีพระคุณของครอบครัวผมครับคุณยาย”
ครั้งแรกที่ยายหลิวเดินเข้าไปที่ห้องเล็กๆห้องหนึ่งในบ้านนั้น ก็พบกับกระแสเยือกเย็นชนิดหนึ่ง แกจึงจุดธูปเทียนไปปักลงที่กระถางเบื้องหน้ารูปภาพสาววัยกลางคนที่ยังเหลือเค้าความงามอย่างผิดวัยคนนั้น ควันที่ลอยเป็นทางยาวสักนิ่งนานครู่หนึ่ง ยายหลิวก็ได้พบหญิงวัยกลางคนๆนั้นทันที .......เธอชื่อ หล่านฟ้า
..จากวันนั้นมา..สัญญาของยายหลิวกับหล่านฟ้าจึงเกิดขึ้น สัญญาจะช่วยเธอตามหาลูก แต่ปีแล้วปีเล่า ที่ยายหลิวได้นั่งสมาธิช่วยค้นหา แต่ก็ยังไม่เคยได้พบลูกชายของหล่านฟ้าเลย..จนวันที่อาเส่งพานัทมาหลบที่แพปลา..
“คุณพระช่วย!!!”
รูปเด็กหนุ่มที่ยืนกับหลานชาย ยายหลิวรู้สึกสะดุดใจมาก จนต้องนำภาพที่หลานชายส่งมาจากฮ่องกง นำมาเทียบกับภาพวาดของอาตงที่ได้จากบ้านไม้หลังนี้ ภาพวาดที่ไม่ผิดเพี้ยนจากเด็กหนุ่มในรูปเลย ทำให้ยายหลิวยอมเดินทางไปช่วยนัทตามคำขอร้องของหลานชายทันที และยามนี้หญิงชราก็บอกตัวเองว่ามีความคิดอยากเจอหล่านฟ้าเร็วที่สุด ร่างผอมบางของแกจึงที่เดินอย่างกระฉับกระเฉง โดยมีร่างสันทัดของลูกศิษย์เอก ชื่อ “พ้ง” เดินตามมาติดๆ ยายหลิวเริ่มย่างเข้า 70 แล้ว แต่ยังแข็งแรงคล่องแคล่ว และความจำดีเหมือนเมื่อ 20ปีก่อนไม่มีผิด เดินตรงไปผลักบ้านไม้ที่ท้ายสวน แล้วเดินเลี้ยวเข้าไปที่ห้องตั้งรูปบูชาของหล่านฟ้า หยิบเทียนไขมาจุดต่อด้วยธูปอีกกำมือ ปักลงที่กระถาง แล้วนั่งลงพนมมือหลับตาสวดมนต์
ก่อนผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ สำรวมจิตให้สงบนิ่งที่สุด ส่วนพ้งเมื่อเห็นยายหลิวเริ่มพิธี เขารีบเดินออกไปนั่งรอที่หน้าห้อง คอยสอดส่ายสายตามองทั่วสวน เผื่อมีคนเข้ามา อาจรบกวนสมาธิยายหลิวได้ เพราะที่นี่มักมีคนแอบมากราบไหว้เจ้าแม่หล่านฟ้าบ่อยๆ ด้วยทุกคนรู้ในความเฮี้ยนของเจ้าแม่ที่รักลูกยิ่งกว่าชีวิต พ้งรู้ว่ายายหลิวกำลังหาทางติดต่อกับเจ้าแม่อย่างเร็วด่วน เพราะเมื่อลงจากรถยายหลิวก็จ้ำหน้าตั้งมาอย่างรีบร้อน โดยไม่ยอมแม้แต่จะหันมาร้องสั่งเขา เหมือนทุกคราวที่ต้องการความสงบปราศจากคนรบกวน พ้งมองอาการของยายหลิวก็เข้าใจความหมายของยายคือ
“วันนี้ต้องห้ามสำหรับทุกคนอีกนะพ้ง”

พ้งติดตามเป็นศิษย์ยายหลิวมานาน รู้ว่าครั้งนี้ยายต้องมีเรื่องด่วนมาก ที่คิดติดต่อกับผู้มีพระคุณของครอบครัวเขาอย่างเร็วที่สุด เขาจึงรับหน้าที่อย่างแข็งขัน ระวังตัวเต็มที่ เมื่อเห็นคนงานเดินมาพร้อมธูปเทียนครั้งใด จะส่งสัญญาณเป็นการไล่แต่ไกลๆเสมอ
ส่วนในห้องเทียนที่จุดไว้สว่างเรืองรอง สบัดไปมาก่อนนิ่งตรงราวมีผู้ยึดจับไว้ แต่ก็แค่เพียงครู่เดียว เมื่อควันธูปลอยกระจายเป็นสายยาว เปลวเทียนก็เริ่มสะบัดไหวเหมือนเดิมอีกครั้ง ราวกับมีสายลมแผ่วเบาโชยมากระทบ ทั้งที่ยามนี้ทั้งหน้าต่าง และประตูห้อง พ้งปิดสนิทไม่มีสายลมหรือผู้คนใดๆผ่านเข้ามาได้
ร่างบางใสกลางควันธูปของหล่านฟ้าปรากฎกายขึ้นอย่างช้าๆ

“คุณหล่านฟ้า ฉันพบลูกคุณแล้วค่ะ”

.......................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 13 เม.ย. ปี 2009 [ เวลา 23 : 40 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com