Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน (6) :

เพราะเรา..คู่กัน

 (6)

แม่ชีรื่นเดินมารับปิ่นโตจากข้าวตังลูกสาวคนเดียวของเธอ พลางมองหน้าเด็กสาว ก่อนก้มหน้าซ่อนรอยชื้นที่ดวงตา แม่ชีรื่นเริ่มคิดไปถึงวันในอดีตอีกครั้งแล้ว
ข้าวตังปีนี้อายุ 22แล้ว สีหน้าซูบซีดผอมแห้ง ใครพบใครเห็นก็บอกได้ทันทีว่าเป็นคนป่วย แม่ชีมองหน้านวลขาวของลูกสาว แม้จะซีดเซียวแต่หน้าผากที่กลมมน นัยน์ตาใหญ่ ยาว เปลือกตาลึก จมูกขึ้นสัน ปากเต็มอิ่ม สูงเพรียวบางของลูกสาว ก็ทำให้เธอภูมิใจอยู่ลึกๆว่า...ลูกสาวสวยไม่แพ้เธอยามเป็นสาวเลย
ข้าวตังเกิดมาพร้อมกับอาการประหลาดของโรคหัวใจชนิดหนึ่งทั้งๆที่เธอกับเพิ่มพูลและคนในครอบครัว ไม่เคยมีใครเป็นโรคนี้มาก่อนเลย อีกทั้งน้อยคนจะรู้ว่า ข้าวตังเป็นลูกสาวคนเดียวของเพิ่มพูล เขารักและหวงลูกที่สุด สั่งให้เธอพาลูกมาหลบซ่อนตัวเงียบๆที่บ้านเกิดในเชียงใหม่ โดยเขาจะเป็นคนส่งเงินมาให้ใช้จ่ายตลอดไป นับตั้งแต่ข้าวตังเริ่มเต็ม 3 ขวบ วันนั้นเด็กหญิงตัวกลมแก้มยุ้ยวิ่งเล่นที่สนาม แล้วหกล้มแน่นิ่งไป ภายหลังหมอตรวจพบว่าเด็กหญิงเป็นโรคหัวใจพิการชนิดไม่แสดงอาการชัดเจน !!!.
“เป็นโรคหัวใจที่ทางวงการหมอทั่วโลก ยอมรับว่ารักษายากที่สุด เพราะเป็นชนิดที่เราไม่อาจตรวจพบอาการล่วงหน้าได้เลย มักเกิดอาการแปลกๆอย่างฉับพลันเสมอ ทางที่ดีควรให้หนูข้าวตังพักมากๆอย่าให้เหนื่อยได้เป็นดีที่สุดครับ”
ข้าวตังจึงต้องอยู่แต่ในบ้านไม่อาจไปเล่นกับเด็กๆเหมือนเด็กทั่วไป เพิ่มพูลรักลูกมาก เขามักส่งครูมาผลัดเปลี่ยนสอนภาษาหลายชนิดให้ลูกสาวอยู่บ่อยๆ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ข้าวตังไม่อาจเรียนอะไรได้มากมายนัก เพราะทุกครั้งที่ใช้สมองคิดหนักไปสักนิด หล่อนก็จะเพลียสลบไสลไปทุกครั้ง
อีกทั้งการนั่งเรียนนานนับชั่วโมง บางทีก็จะทำให้ข้าวตังเกิดหายใจหอบ แล้วมือไม้ชาราวเป็นอัมพาตไปโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ทำให้ครูที่มาสอนมักแอบหนีหายไปบ่อยๆ เพราะกลัวว่าถ้าข้าวตังตาย คงไม่รอดพ้นอิทธิพลมืดจากเพิ่มพูล
เพิ่มพูลจึงต้องส่งครูมาสอนลูกสาวแทบจะเป็นเดือนละคน สลับกับส่งหมอใหญ่ผู้ชำนาญโรคเดินทางมาจากกรุงเทพฯมาดูแลอาการของข้าวตังทุกสัปดาห์ อีกทั้งยังมีหมอประจำบ้านที่เรียกได้ทุกเวลา เผื่อหล่อนเกิดอาการป่วยอย่างกระทันหัน นอกจากนี้ข้าวตังยังมีพยาบาลมาคอยอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลา

แม้ว่ารื่นกับเพิ่มพูลจะหย่าขาดจากกันนานแล้ว แต่เพิ่มพูลที่เป็นเสมือนปีศาจจากนรกมาผุดเกิดในสายตาคนทั่วไป เขากลับเป็นพ่อที่รักลูกสาวคนนี้อย่างมากมาย และเป็นความรักที่จริงใจที่สุดในชีวิต เป็นความรักชนิดที่ตายแทนลูกได้เสียด้วยซิ!!
และความรักนี้เองที่ช่วยให้เขาพลอยเมตตารื่นผู้เป็นแม่ของลูกสาวเขาด้วย ทุกครั้งที่ได้คิดถึงลูกสาวและรื่น หน้ากากความอำมหิตของเขาก็พลันแตกสลายไป มีแค่พ่อที่มีใจอารีย์ มีแค่สามีที่เอาใจใส่ต่อหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัว รื่นเป็นสาวคนแรกที่แม่จัดงานแต่งให้ และเป็นสาวคนเดียวที่มีลูกกับเขา
“รื่นเธออยู่เฝ้าลูกเถิดนะผมขอร้อง ผมจะส่งเสียคุณกับลูกไม่ให้ลำบาก ขอแค่ให้คุณอย่าทิ้งลูกผมอย่างเด็ดขาดนะรื่น”
เพิ่มพูลเอ่ยปากขอร้องเธอ ขอร้องสาวที่เขาได้มาเป็นเมียอย่างถูกต้อง สามปีที่อยู่กับรื่นเขาไม่เคยรักเธอเลย แต่ในวันที่เซ็นหนังสือหย่าขาดจากกัน เขากลับเกิดอาการเจ็บปวดอย่างมากมายที่เห็นลูกป่วยหนักและตนไม่อาจสละเวลามาดูแลเอง กับลูกเขากลับลืมได้ถึงสมบัติและอิทธิพลต่างๆที่มี แต่ทว่าเขาก็รู้ดีว่าตราบใดที่ลูกอยู่ข้างกายเขาโอกาสปลอดภัยมีน้อยมาก เพราะศัตรูเขามีมากมายกว่าตาสับปะรด
เขาจึงต้องดูแลรื่นให้ดีที่สุดเพื่อให้เธอทำหน้าที่ปกป้องลูกแทนเขา และแม้ว่าเขาจะยุ่งกับงานมากมายแค่ไหน เขาก็ยังยอมสละเวลาโทรมาถามอาการของลูกสาวเสมอ และทุกเดือนจะบินมาเยี่ยมลูกสาวอย่างลับๆด้วย
เมื่อข้าวตังอายุย่าง 8ขวบ ก่อนวันเข้าพรรษา รื่นก็พาลูกสาวไปบวชชีพราหม์พร้อมๆกับเธอที่วัดใกล้บ้าน เพราะมันเป็นความหวังชิ้นสุดท้ายที่เธอคิดว่าอาจช่วยลูกได้ แม้ว่าจะเป็นความหวังที่ริบหรี่มากก็ตาม ...นานมากแล้ว นานเหลือเกิน..แต่อีกไม่นาน..วันที่กลัวที่สุดก็จะมาถึง....
“คุณนายรื่น ผมขอทายตามดวงชะตาเกิดของคุณหนูนะครับ”
หมอดูคนนั้น เป็นหนึ่งในหลายสิบคน ที่เพื่อนๆและญาติๆรวม ไปถึงแม่ของรื่นเองก็นับถือมาก แนะนำให้เธอไปหา แต่เป็นคนแรกที่รื่นยอมปฎิบัติตามคำแนะนำเหล่านั้น เพราะ คำทำนายทายทักที่แปลกไปจากทุกคน
“ผมดูตามตำราจีนโบราณนะครับ ในดวงชะตาบอกว่าชาติก่อนคุณหนูเป็นลูกสาวฝาแฝดของครอบครัวหนึ่ง แต่เป็นเพราะเด็กน้อยใจที่แม่มักลำเอียง มักรักและเอาใจใส่แต่น้องสาว ที่ขี้โรคแถมฉลาดกว่าเธอ จนบางครั้งหลงลืมว่ายังมีลูกสาวอีกคนอยู่ร่วมโลกด้วย ทำให้เด็กกดดันจนเพาะพลังความโกรธและริษยานานหลายปี "
"อีกทั้งทุกครั้งที่มีโอกาสไปกราบไหว้เซ่นบรรพบุรุษ เด็กคนพี่มักแอบกรีดเลือดหยดลงที่สุสานแล้วอธิษฐานขอพรกับบรรพบุรุษ ขอแลกเปลี่ยนชะตาชีวิตกับน้องสาวในชาติหน้า และขอให้ได้ไปเกิดเป็นแค่ลูกคนเดียวในบ้านที่มีพ่อแม่รักตนยิ่งกว่าชีวิตนะครับ”
หมอดูหนุ่มคนนั้นยังทำนายต่อไปอีกว่า ลูกสาวเธอจะตายก่อนวัย 23เต็ม แต่ถ้าเธออยากจะช่วยต่อชีวิตให้ลูก ก็ลองไปบวชชีพราหม์ทุกปีๆละ สามเดือน โดยไปบวชก่อนวันที่ลูกสาวเกิดหนึ่งเดือน ซึ่งอาจจะพอช่วยลดกรรมเก่าของลูกได้บ้าง บางทีข้าวตังอาจมีชีวิตยืนยาวขึ้นก็เป็นได้
แรกๆรื่นแค่ขำที่หมอดูพูดเพ้อเจ้อทายส่งเดช อีกทั้งเธอไม่นิยมการดูหมอเชื่อคำทำนายเหมือนแม่ แต่เมื่อแม่หวังดี และรักหลานมากจนมาขอร้องให้พาข้าวตังไปให้หมอดูทำนาย รื่นก็ยินยอมเพราะอยากให้แม่สบายใจมากกว่าเรื่องอื่น และปีรุ่งขึ้นของคำทำนายนั้นคุณยายเปล่งก็ลากตัวรื่นผู้เป็นลูกสาวและข้าวตังไปบวชชีพรามห์จนได้
เป็นเรื่องแปลกที่ว่าในปีนั้นข้าวตังสามารถออกไปเดินรอบตัวบ้าน ทั้งตื่นเช้าเข้าไปเดินเล่นในสวนดอกไม้ได้นานค่อนวัน โดยไม่มีอาการเหนื่อยหอบและไม่มีอาการเหน็บชาเกิดขึ้นระหว่างนั่งเรียนหนังสือ เด็กหญิงข้าวตังมองเหมือนคนเพิ่งฟื้นไข้ที่อาการค่อยข้างดี จนรื่นแอบยิ้มด้วยความสุข

“คุณพระช่วย!!! ร่างกายของลูกเริ่มไม่ต่อต้านตัวยาที่หมอฉีดให้แล้วกระมั้ง?”
ปีต่อมาเธอจึงเลิกไปบวชชีพรามห์ตามแม่อีก จู่ๆอาการที่เริ่มดีของข้าวตังก็เปลี่ยนเป็นมีไข้ต่ำๆบ่อยขึ้น แล้วก็เริ่มแน่นหน้าอกในตอนกินข้าว ก่อนจะลามทวีรุนแรง จนสลบในห้องน้ำอยู่บ่อยหนอีกครา
แต่นั้นมาทุกปี ก่อนวันเกิดของลูกสาวหนึ่งเดือน รื่นจะเดินทางไปบวชชีพรามห์อย่างสมัครใจ อาการของข้าวตังจึงทรงตัวมองเหมือนคนฟื้นไข้ แค่กินยาตามหมอสั่ง หล่อนก็สามารถที่จะลุกไปทำอะไรได้มากมาย เหมือนเด็กสาวทั่วๆไป ไม่ต้องให้พยาบาลตามพยุงตัวทุกก้าวให้เป็นกังวลอีก แต่อีกสองเดือนเท่านั้น ลูกจะย่าง23แล้ว และถ้าคำทำนาย ของหมอดูคนนั้นเกิดเป็นจริง..ลูกสาวที่น่ารักของเธอ ...

“แม่ชี ร้องไห้อีกแล้วนะคะ”
ข้าวตังล้อแม่ แล้วดึงเรื่องลูกหมาตัวใหม่ที่พ่อส่งมาให้ ออกมาเล่าเปลี่ยนเรื่องทันทีที่เห็นอาการตาแดงๆของมารดา หญิงสาวรู้มาแต่เริ่มเดียงสาว่า แม่รักและห่วงหล่อนอีกทั้งกลัวว่าหล่อนจะตายในเร็ววันนี้ แต่ข้าวตังกลับเริ่มเหนื่อยหน่ายกับอาการป่วยของตัวเอง...จนอยากให้วันตายนั้นเดินทางมาหาหล่อนเร็วๆ
ทุกครั้งที่เผลอวิ่งอาการเจ็บหน้าอกจะรุกรานจนต้องปวดดิ้นทรมานจนสลบ ไม่ใช่ชีวิตที่เป็นสุขเลย หล่อนอยู่บนโลกนี้ด้วยความทรมานทั้งกายและใจ...ใจรัก รักใครสักคนแต่เป็นได้แค่รักในเงามืดของความฝัน ฝันที่ไม่มีทางเปิดประตูให้หล่อนเดินเข้าไปพบใครคนนั้นได้ตลอดชีวิต...
“อยู่อย่างเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ไร้ซึ่งสุขภาพที่แข็งแรง”
ข้าวตังเคยแอบมองพี่พงศาลูกชายป้าแวววรรณ เพื่อนสนิทของแม่ หลายๆครั้งที่หล่อนบอกตัวเองว่าอย่ามองอย่าคิด แต่ใจแสนดื้อกลับทำร้ายหล่อนจนต้องเจ็บปวด อาการป่วยรุนแรงในบางครั้งเกิดจากการที่ข้าวตังหยุดความคิดถึงพงศาไม่ได้ หล่อนมักเหม่อคิดมากจนสมองเพลียแล้วสลบไป จนพยาบาลต้องฉีดยานอนหลับให้ข้าวตังทุกคืน มิเช่นนั้นหญิงสาวจะเผลอใช้ความคิดเกินขนาดทุกที
กับพงศาผู้กองหนุ่มคนนั้น เขากลับรู้แค่ว่าเด็กสาวที่น่าสงสารคนนี้ ไม่ทำให้เขาเกิดความประทับใจได้สักนิดเดียว ทั้งๆที่ข้าวตังไม่ใช่คนขี้เหร่ ไม่ใช่คนร้ายกาจเหมือนพ่อหล่อน ค่อนข้างน่าสงสารด้วยซ้ำ ทว่าทุกครั้งที่เขาได้พบหญิงสาว ในห้วงสมองกลับมีแต่ภาพว่างเปล่า ว่างเปล่าทั้งความคิดรักและเอาใจเหมือนเด็กสาวทั่วๆไป ทั้งๆที่พงศาเป็นหนุ่มเจ้าสำราญแท้ๆ กลับอับจนถ้อยคำจะปลอบหล่อน สายตาที่มองผ่านมายามที่เขาขับรถมาส่งแม่ที่บ้านของข้าวตัง จึงมีแต่แววสงสารปนสมเพช พงศาคิดว่าอาจเป็นเพราะเขาไม่ชอบเพิ่มพูล เลยมองเลยแววเสน่หาของหญิงสาวก็เป็นได้

..............................................

“หมอสมานบอกแม่ว่า วันที่หนูข้าวย่าง 23 ไปจนถึงวันครบรอบวันเกิด ต้องดูแลลูกอย่างใกล้ชิดนะรื่น เพราะการป่วยรุนแรงครั้งนี้ อาจทรมานจนยายหนูสลบแน่นิ่งนาน เหมือนหมดลมหายใจไปชั่วครู่ แต่เขาสั่งว่าอย่าเพิ่งเรียกหมอมาดูอาการ แล้วก็อย่าไปขยับเขยื้อนตัวยายหนู ถ้าลูกหลับเกิน 3 ชั่วโมง ก็รีบไปรับเขามาทำพิธีปลุกยายหนูตื่น รื่นจะทำตามคำสั่งของหมอสมานไหมลูก”
“ถ้าไม่เรียกหมอ อาจช่วยลูกไม่ทันนะคะแม่?”

“แล้วรื่นคิดว่า เรียกหมอจะดีกว่าทางนี้ไหมละ?”
แม่ชีรื่นคิดถึงปัญหาหนักใจนี้ทีไร อดทุรนทุรายไม่ได้สักที จะบอกเรื่องนี้กับเพิ่มพูลดีไหมนะ? เขาจะยอมเชื่อด้วยไหม เขาจะยอมปล่อยลูกทรมานเจ็บปวดในตอนนั้นด้วยไหม?..อีกแค่สองเดือนกว่าๆ ...ลูกรักของแม่????

…………………………..

“ยายจ๋า ข้าวฝันอีกแล้วค่ะ ฝันเห็นคนถูกถ่วงน้ำ เขาขอร้องให้ช่วยพอข้าวเข้าไปใกล้เขา เขาก็บีบคอข้าว จนหายใจไม่ออก สะดุ้งตื่นทุกที”
ข้าวตังแอบกระซิบ บอกความฝันกับยายเปล่งอีกครั้ง ร่วมสองอาทิตย์มาแล้วที่หญิงสาวมักฝันซ้ำซากแบบนี้ ยายเปล่งเป็นกังวลกับหลานสาวด้วยเช่นกัน จึงให้คนแอบไป เรียกหมอดูสมานมาอย่างเงียบๆ เพราะไม่อยากให้รื่นลูกสาวแกพลอยกังวลตามไปด้วย
“อย่างที่ผมเรียนคุณยายนั่นแหละครับ ใกล้จะถึงวันเกิดแล้วนี่ ถ้าเจ้ากรรมนายเวรมาทวงจริงๆ เธอก็จะต้องไป แต่ผมอดแปลกใจไม่ได้จริงๆ..ในตำรานี้บอกว่าเธอ จะฟื้นได้อีกครั้ง ฟื้นจริงๆนะครับคุณยาย..และที่แปลกมาก เธอจะไม่มีอาการโรคหัวใจอีกด้วย แต่เธอจำทุกคนที่นี่ได้นะครับ ทำให้ไม่อาจบอกว่าเป็นวิญญาณอีกดวงมาสิงสู่แทน”
คำทำนายที่แปลกประหลาดของสมาน หมอดูหนุ่ม ที่เริ่มมาเป็นหมอทำนายโชคชะตา ตั้งแต่วันที่เขาฟื้นขึ้นมา หลังโดนรถชนสลบไปถึง 6 เดือน ยังก้องอยู่ในหูของยายเปล่ง คุณยายที่ห่วงหลาน ห่วงข้าวตังมากกว่าชีวิตตัวเอง แต่ทำอย่างไรดีนะ? ข้าวตัง ของยายถึงจะรอดเคราะห์ครั้งนี้ไปได้
“แต่ว่าข้าวตังจะฟื้นจริงๆแน่รึ?”

........................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันศุกร์ ที่ 20 ก.พ. ปี 2009 [ เวลา 17 : 49 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com