Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน(4) :

เพราะเรา..คู่กัน

(4)

ช้านี้นัทตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง ปวดระบมทั่วตัวทั้งๆที่ไม่ได้กินเหล้า แม้ตัวเองจะเพลียจัดขนาดไหน ชายหนุ่มยังลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว เขาอยากออกไปเดินเล่น ระหว่างอาบน้ำในห้วงสมองเขาเต็มไปด้วยคำพูดประหลาดของยายหลิว

“คุณอุ่นตายแล้วค่ะ แต่น่าแปลกมากที่วิญญาณของเธอสามารถเข้าใกล้มาเฝ้าร่างของตัวเองได้ ผิดไปจากคนตายทั่วๆไป ซึ่งเมื่อร่างหมดลมหายใจวิญญาณก็จะกระเด็นไกลหลุดไปเอง และไม่สามารถเข้ามานั่งเฝ้าร่างของตนได้นะคะคุณนัท ถ้าเราหาร่างของเธอพบก่อนที่วิญญาณของเธอจะหมดเรี่ยวแรง อาจมีทางช่วยชีวิตเธอให้ฟื้นได้อีกหนก็เป็นได้นะคะ”
นัทเอากุญแจรถจากพงศ์ก่อนขับรถแข่งคันโปรดของเขาออกไปนั่งคิดอะไรเงียบๆที่ดงไม้ลับตาคน บริเวณนั้นเขาเคยไปนั่งนอนกับชาอุ่นหลายครั้งหลายครา ในตอนที่เริ่มรักกันและชาอุ่นแวะมาหาเขาที่อู่รถ บนพื้นหญ้าที่ยังเขียวและรกรุงรังนอกจากเสียงนกกา ก็มีเพียงเสียงใบไม้กรีดบรรเลงมาช้าๆตามสายลม ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนผืนหญ้าอย่างง่ายๆ พลางเริ่มคิดไปถึงคนรักอีกครั้งหนึ่ง
เขาคิดไปถึงสาวคนนั้นสาวที่อยู่ในวัยยี่สิบ หรืออาจมากกว่านั้นก็ไม่เกินสองปี เส้นผมบางละเอียดยาวเคลียไหล่ สีน้ำตาลแก่ไม่ดำสนิท ในวันนั้นเสียงฝนได้กลบเสียงหล่อน ที่เอ่ยตอบคนข้างห้อง แม้จับใจความไม่ได้ชัดเจน แต่เสียงใสหวานน่าฟังไม่น้อย หน้าเรียวขาวสะอาดที่เห็นเพียงข้างๆ มีจมูกโด่งปลายเชิดนิดๆ บอกความดื้ออยู่ไม่น้อยอีกทั้งอาการซบหมอน เอียงหน้าออกไปมองสายฝน ที่ตกไม่ลืมหูลืมตา ช่างเหมือนภาพวาดในเทพนิยายที่ทำให้เขาอยากคอยเฝ้ามองหล่อนให้นานแสนนาน อย่างที่ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แต่บาดแผลที่หน้ากลับทำให้เขามึนงงจนต้องหลับตาลงนิ่งๆเป็นครู่ใหญ่

“ไอ้บ้าห้าร้อย ไม่มีแรงทำงานรึ? ถึงต้องมาขโมยเขากินน่ะ”

เขารับรู้ถึงตะหลิวไม้ที่เคาะลงตรงกลางศีรษะ แม้ไม่แรงราวคนเคาะไม่คิดให้เจ็บ แต่ก็เรียกสติเขาให้ลืมตามองหล่อนได้อีกครั้ง ก่อนจะทรุดล้มลงหมดสติที่ระเบียงแคบๆนั่น แต่เสียงใสๆยังอุทธรณ์ให้ได้ยินก่อนหมดความรู้สึกว่า
“นี่นายทึ่ม ที่หน้าแตกนี่ชั้นไม่เกี่ยวด้วยนะ ชั้นตีที่หัวแกเท่านั้นเอง ทำไมสลบเลยล่ะ?!!”
เขาหลับอยู่ในบ้านเช่าของหล่อนถึงสองวันเต็มๆ ด้วยพิษไข้จากบาดแผลที่หน้า แต่แม้กระนั้น เขาก็มีสติเป็นพักๆ อาการสลึมสลือ ที่หลับๆตื่นๆ ยังบอกให้เขารู้ว่า

สาวน้อยแปลกหน้าคนนี้ เป็นคนคอยเช็ดหน้าป้อนยา ป้อนน้ำข้าว ให้เขาทุกวัน หล่อนทำโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ ไม่รับรู้ว่าเขาเป็นคนดีหรือเลว ทุกอย่างล้วนทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจทั้งสิ้น จนเช้าวันที่สามเขาเริ่มฟื้นไข้ หล่อนจึงสั่งเขาก่อนจะแต่งตัวออกไปทำงานว่า
“ชั้นจะไปทำงาน ถ้าหิวมีข้าวต้มอยู่ในครัวตักมากินเองนะ”

แต่เพราะเขายังอยากหลับไม่อยากขยับเนื้อขยับตัว แม้ท้องจะร้องเตือนอยู่หลายหน จนเย็นลงเมื่อสาวน้อยหน้าหวานคนเดิมกลับมา จึงเริ่มแสดงบทแม่แก่ เริ่มบ่นเขาตั้งแต่เข้ามาจับตัวลุกนั่งแล้วป้อนข้าวคำแรก

บ่นไปเรื่อยๆจนหมดชาม แล้วยังบ่นเรื่อยไปแม้ขณะนำเสื้อผ้ามาให้เขาใช้เปลี่ยน เขามองปากอวบอิ่มได้รูปที่ขยับขึ้นลงด้วยความรัญจวนใจ และแล้วเขาก็ยื่นมือออกไปรวบร่างเล็กบางนั้นมาจุมพิตหนักๆทันที
สาวน้อยหน้าแดงก่ำ ก่อนลุกหนีไปอาบน้ำ หลังออกจากห้องน้ำหล่อนลุกมาพยุงเขาเข้าไปห้องน้ำบ้าง ชาอุ่นใช้ฝักบัวรดไปตามแผ่นอกที่หนากว้างของอีกฝ่าย พร้อมกับคิดไปถึงอาชีพของชายแปลกหน้าคนนี้ และเมื่อกลับเข้ามาที่ห้องรับแขกหล่อนก็เปลี่ยนเสื้อให้

เพราะแขนขวาของนัทตรงข้อศอกมีบาดแผลแม้จะแห้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ถนัดดีนักเมื่อสวมเสื้อแล้ว เขาก็ลุกขึ้นถอดกางเกงในเสียดื้อๆ แม้จะรู้สึกเจ็บตึงแผลตรงข้อศอกก็ตาม แต่ยังไม่ทันรูดกางเกงลงไปที่ปลายเท้า เสียงหล่อนร้อง ว๊ายๆๆดังลั่น จน “เสือยิ้มยาก”อย่างเขากลั้นไม่อยู่ ต้องปล่อยก๊ากออกมาทันที
แผลที่หน้าปลิแตกเป็นรอยมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ที่แท้หล่อนยังเป็นสาวบริสุทธิ์นั่นเอง เขาจึงเดินหายเข้าไปที่ฉากกั้นเพื่อเปลี่ยนกางเกงชื้นแฉะเสียเอง

จากนั้นสาวน้อยแปลกหน้า ก็สั่งเขาให้รีบเข้านอน ก่อนนำผ้าห่มมาห่มรัดตัวเขาไว้ราวกับเด็กทารกความรู้สึกละมุนละไมในครั้งนั้น เริ่มซึมซับเข้ามาในชีวิตวัย 25 ของเขาให้เริ่มเอ็นดูหล่อนมากขึ้น แม้เขาจะเคยผ่านสาวสวยมานับสิบ แต่เป็นครั้งแรกจริงๆที่เขาคิดว่าได้สัมผัสกับความรักแล้ว รักเธอ ..ชาอุ่นคนดี
“ทำไมชื่อชาอุ่น อย่าบอกนะว่าเป็นคนชอบดื่มชา เพราะผมไม่เห็นมีชาสักห่ออยู่ในบ้านนี้”

“ ฉันชื่อชาอุ่น เพราะยายเป็นตั้งต่างหากคะ ยายฉันเป็นคนชอบดื่มชาร้อนๆทุกรสเลยนะคะ”
เขาหลบกบดานรักษาตัวที่บ้านเช่าของชาอุ่นแค่สี่วัน ก็ต้องรีบกลับไปจัดการเรื่องราวต่างๆอีกครั้ง ก่อนจากกันในวันนั้น เขาถอดแหวนสลักชื่อของตนสวมเขากับนิ้วกลางของหล่อน

แหวนวงนี้เป็นแหวนวงแรก จากการชนะเลิศการชกมวยในครั้งแรกของชีวิต แหวนที่ได้ผ่านการปลุกเสก แหวนที่เป็นเหมือนเครื่องรางคุ้มครองชีวิตเขาเรื่อยมาเขาไม่เคยยอมให้ใครสาวคนใดอ้อนขอเขาก็ไม่ให้ ..แต่เขากลับอยากให้หล่อน..สาวปลกหน้าคนแรกที่เขาเริ่มรักและคิดจะรักเพียงคนเดียว
ในสี่วันนี้เป็นสี่วันที่ชาตินี้ทั้งชาติ แม้แต่ชาติหน้าถ้ามีจริง เขาก็พร้อมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อแลกกับการได้อยู่เคียงข้างเฝ้าปกป้องดูแลหล่อน นัทบอกกับตัวเองนอกจาก น้าจุ๋ม ที่ทุกวันนี้ เขายังจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้ทางโรงพยาบาล “เป็นพิเศษ”ทุกเดือน เพื่อให้คนที่นั่น ดูแลน้าจุ๋ม ผู้เป็นเสมือนแม่ของเขาให้ดีที่สุดแล้ว สาวคนที่2 และเป็นสาวคนสุดท้ายที่เขาจะรัก ก็คือสาวตรงหน้าคนนี้
รออีกสักหน่อยเถิดนะ รอให้ไอ้นัทคนนี้ได้เก็บเงินสักพัก แล้วเราจะไปจากที่นี่ไปจากสิ่งเลวร้ายของชีวิต ไปสู่ที่ใหม่ที่ดีและสะอาดเหมาะกับเธอ แม้จะเป็นแค่ชีวิตบ้านป่าแต่ไอ้นัทคนนี้ก็พร้อมที่จะไปกับเธอ ..แต่ตอนนี้รอไอ้นัทอยู่ที่นี่เถิดนะ..สาวน้อยคนดี นัทรำพึงสาบานกับตนเพียงในใจเมื่อขึ้นรถประจำทางจากหล่อนมาในครั้งนั้น
และอีกหลายครั้งที่เขาได้พบหล่อนในที่ต่างๆ เพราะหล่อนมักถูกสั่งย้ายไปเรื่อยๆ เขาได้พบหล่อนในเดือนต่อมา ที่สาขาสมุทรสาคร ซึ่งครั้งนั้นเขาไปคุมรถแข่งที่จัดขึ้นถึงสิบแปดวัน ทุกเย็นที่เลิกแข่งรถหล่อนจะมายืนรอพบเขา แม้จะเหนื่อยและเพลียแค่ไหน แต่นัทก็ไม่เคยปฎิเสธสักครั้งเดียว ในเรื่องที่หล่อนขอให้เขาพาไปเดินเล่นในทุกเย็นที่เลิกงาน
“คืนนี้เรานั่งที่นี่จนพระอาทิตย์ตกดินได้ไหมคะ?”
หล่อนมักอ้อนขอไปนั่งริมหาดดูดวงตะวันทุกเย็น และในเย็นคืนสุดท้ายของการแข่งขันเสร็จสิ้นลง หล่อนอ้อนขออยู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าด้วย แม้จะไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายวัน แต่เขาก็เต็มใจทำเพื่อหล่อนเสมอ

ศรีษะเล็กๆ ที่มีผมหนานุ่มซบหลับตรงบ่าเขา จนเหน็บชาไปทั่วบ่า แต่เขาก็ยังนั่งนิ่งทนนาน..และนาน จนดวงอาทิตย์สีส้มนวลๆเริ่มแย้มหน้าออกมาจากหลังภูเขาลูกนั้น

“วู้ สวยจังเลยค่ะนัทจ๋า”
เขาสะดุ้งตื่น เพราะเสียงใสๆข้างตัว ที่โถมมากอดเขาแน่น รอยอุ่นกับกลิ่นกายละมุนจากเรือนร่าง ที่หอมด้วยแป้งเด็กผสมกับกลิ่นกายธรรมชาติ ทำให้เขาเกิดอารมณ์ทันที เขารวบร่างนั้นมากอดตอบ แน่น.. นาน..แต่แล้วเขาก็ได้สติเพราะเล็บยาวๆที่กดลงที่ต้นแขน

“โอ๊ยเจ็บ”
เสียงหัวเราะใสแหลม ที่กระโดดโลดเต้นไปมา ช่างเป็นภาพที่เขาอยากพิมพ์ไว้ชั่วชีวิตนี้จริงๆ
จากวันนั้นเขาเริ่มสาบานกับตนเอง จะไม่แตะต้องสาวคนใดนอกเหนือจากหล่อน เขาสักชื่อหล่อน เพื่อเตือนสติยั้งอารมณ์ ยามเข้าใกล้สาวงามทุกคน ..

หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือนถัดมา เขาปลีกเวลาไปพบหล่อน แต่พบว่าหล่อนถูกสั่งย้ายอีกครั้งแล้ว???
แล้วการพบหล่อนในครั้งที่สามก็มาถึง..เดือนที่ห้าเขาไปกรุงเทพฯ พบหล่อนอีกครั้งที่ตรอกจันทร์ ที่จริงถ้าเขาจะสังเกตสักนิด จะพบความผิดปรกติของ “นาย” แม้ว่าเพิ่มพูล หนุ่มใหญ่วัย 45ที่ไม่เคยมีข่าวว่าชอบสาวรุ่นๆมาก่อน

แต่การที่นายมักย้ายชาอุ่น ไปสาขานั่นบ้างสาขานี้บ้าง ในยามนี้เมื่อมาย้อนคิด นัทจึงเริ่มเห็นได้ว่านายหวงหล่อนมาก เพียงแค่ไม่แสดงออกมาให้ชัดๆ แต่การย้ายหล่อนให้ตามที่ต่างๆ ที่นายต้องไปคุมงาน ก็เป็นเครื่องหมายบอกทางอ้อมแล้ว ว่านายอยากเอาหล่อนไว้ดูแลใกล้ๆตานั่นเอง
“หนูอุ่น ผมผ่านมาทางนี้ กินข้าวที่ร้านนี้ทอดมันปลากับข้าวผัดปูรสชาดไม่เลว นี่เลยซื้อติดมือมาฝากนะ”

“แหวนวงนี้กับจี้เพชรอันนี้ เป็นของที่คนเอามาปล่อยไว้กับผม มันเล็กเกินไปเก็บไว้ก็ไม่ค่อยได้ราคา ไหนๆผ่านมาทางนี้ เลยคิดว่าเอามาให้หนูอุ่นใส่เล่นดีกว่า”

“ผ้าไหมผืนนี้ ทางร้านเขายกให้ผมว่าสีเหมาะกับหนูอุ่นจริงๆนะ”
ทุกครั้งทุกคราว นายมักอ้างโน้นอ้างนี่ แต่ลูกน้องทุกคนต่างก็รู้ดี คนอย่างนายเคยที่ไหน ที่จะให้ข้าวของกับคนที่ไม่มีผลประโยชน์ให้นาย แถมเอาไปให้ด้วยตัวเอง??? …แล้วทำไมนายปล่อยให้หล่อนตาย หรือนายเป็นคนฆ่าหล่อนแล้วเรื่องอะไรล่ะ ที่ทำให้นายโกรธจนถึงกับฆ่าหล่อนได้ลงคอ?
นัทคิดวนเวียนไปมา เกี่ยวกับเรื่องที่ชาอุ่นหายไปอย่างลึกลับ ถ้าสิ่งที่ยายหลิวของอาเส่งพูดเป็นความจริง..ศพของหล่อนตอนนี้อยู่ที่ไหนนะ?..และถ้าเกิดมีอันตรายกับชาอุ่นโดยไม่ใช่นายเป็นคนก่อ..ทำไมนายถึงไม่คิดตามหาหล่อน..อีกอย่างนายปิดบังเขาทำไมถ้าไม่ได้เป็นคนฆ่าชาอุ่น?
ทุกอย่างล้วนมืดมนไปหมด..คงเหลือแค่รอคอยยายหลิว..ยายหลิวบอกไว้ว่าต้องรอให้ถึงวันขึ้น๑๕ค่ำ ถึงจะทำพิธีเชิญวิญญาณของหล่อนมาสอบถามได้?..อีกตั้ง ห้าวัน เฮ้อ เขาจะทำเช่นไรดีหนอ?..ถึงจะได้รู้ความจริงได้เร็วที่สุด
ขณะนั้นลมโชยมาวูบหนึ่ง กลิ่นที่ลอยมาตามลม ทำให้นัทคิดถึงชาอุ่นทันที กลิ่นแป้งเด็กที่ชาอุ่นมักทาหลังอาบน้ำทุกครั้ง..ชาอุ่นที่รัก. .เธออยู่ไหน..พี่คิดถึง
ถ้านัทมีตาวิเศษอาจได้เห็นว่า ยามนี้ที่เบื้องหน้าเขา สาวคนรักกำลังยืนร้องไห้ ร้องเรียกหาเขาอย่างโหยหวน....

“นัทช่วยอุ่นด้วยยยย!!!”

..................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 5 พ.ย. ปี 2008 [ เวลา 20 : 50 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com