Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน(3) :

เพราะเรา..คู่กัน

(3)

พ่อกับแม่ของชาอุ่น เป็นพนักงานเสิร์ฟที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง กลางวันทำงาน กลางคืนเรียนต่อภาคค่ำที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อย้ายมาอยู่ด้วยกัน แม่จำต้องเลิกเรียนเพราะค่าใช้จ่ายมากขึ้นในขณะที่รายได้ยังคงเดิม
แต่แค่มาอยู่ด้วยกันได้สองเดือน แม่ก็เกิดแพ้ท้อง ด้วยเหตุที่มักเหนื่อยกับงานที่ร้านอาหาร เมื่อกลับถึงบ้านยังต้องมาเก็บกวาดเช็ดถูทำงานบ้านอีก เป็นเหตุให้แม่ลืมกินยาคุมอยู่บ่อยๆ ส่วนพ่อเมื่อเลิกงาน ก็มัวยุ่งวุ่นวายกับการมุดูหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ...ชาอุ่นมาเกิดในช่วงที่พ่อแม่ไม่พร้อมจะดูแลหล่อนเลย
เมื่อพ่อสอบติดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แม่ในยามนั้นเพิ่งย่าง17 รู้ว่าท้องก็มีชาอุ่นได้สี่เดือนแล้ว เมื่อคนทำงานหารายได้เหลือเพียงพ่อคนเดียว กับค่าใช้จ่ายที่เริ่มมากขึ้นทุกที ด้วยแม่แพ้ท้องมากจนลุกจากที่นอนไม่ได้จะอาเจียนโอ้กอ้ากทันที

เมื่อพ่อเหนื่อยและหงุดหงิด แถมกลัวว่าอาจจะต้องสละสิทธิ์ในการเรียน เพื่อออกมาหาเงินเลี้ยงครอบครัวเพียงอย่างเดียว การทะเลาะเบาะแว้งก็เกิดบ่อยขึ้น พ่อซึ่งมีวัยเพียง18 มักกล่าวหาว่าแม่เห็นแก่ตัวคิดมีลูกขัดขวางอนาคตของพ่อ ไม่ให้พ่อมีโอกาสเจริญก้าวหน้าได้ ก่อนจะหลบหายไปจากบ้านเช่าหลายเดือน แม่จึงจำบากหน้ากลับไปหายายที่บ้าน เพื่อขอเงินก้อนหนึ่งมาประทังชีวิตในช่วงนั้น
จนกระทั่งเมื่อแม่ตั้งท้องได้เจ็ดเดือน บ่ายวันหนึ่งมีรถเบนซ์มาจอดที่หน้าบ้านเช่า สาวสวยคนหนึ่ง เดินเข้ามาที่ห้องพร้อมพ่อ และด้วยเช็คเงินสดราคาสองแสนบาทแลกกับเซ็นชื่อรับรองจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพ่ออีก

แม่จำต้องรับปากดีกว่าปล่อยให้พ่อจากไปโดยไม่ได้อะไรเลย แล้วพ่อก็เก็บของไปอยู่กับแม่หม้ายสาวใหญ่คนนั้น ไม่เคยติดต่อมาอีก แม่จึงกลับไปหายายและคลอดชาอุ่นที่เชียงใหม่ เงินก้อนโตแม่แบ่งไว้ใช้เพียงเล็กน้อยส่วนที่เหลือมอบให้ยายเก็บ เพื่อดูแลชาอุ่นและตัวยายเอง และด้วยเหตุผลสั้นๆแต่ยายจำต้องรีบรับปากทันที
“หนูจะไปหาผัวใหม่ ถ้าติดนังหนูไปด้วยกลัวว่าสักวัน แม่กับลูกต้องมีผัวคนเดียวกันนะจ๊ะแม่”
เมื่อชาอุ่นอายุ 4ขวบ แม่ก็พาพ่อค้าหมูคนหนึ่งมาสู่ขอกับยาย แต่นั้นมาแม่แค่ส่งเงินมาให้ยายเลี้ยงชาอุ่นจนจบปริญญาตรี และเมื่อยายตายแม่มาเผาศพ พร้อมกับบอกชาอุ่นสั้นๆว่า
“ไปอยู่กรุงเทพฯ หางานทำที่นั่นดีกว่า แต่แม่จะเช่าบ้านให้แกอยู่คนเดียวนะ”

“หนูขอแก้วไปอยู่ด้วยได้ไหมคะแม่?”
แก้วเพื่อนข้างบ้าน ที่เรียนด้วยกันมาแต่เด็ก จนจบปริญญามาด้วยกัน ต่างก็แต่พ่อของแก้วถูกรถชนตาย ตอนแก้วอายุเพียง 7ขวบ แม่ของแก้วก็กัดฟันต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆนานา จนสามารถเลี้ยงแก้วโตเป็นสาว โดยแม่ของแก้วยังครองตัวเป็นหม้ายอยู่จนบัดนี้
อยู่กรุงเทพฯครึ่งปีเข้าไปแล้ว ชาอุ่นยังหางานทำไม่ได้สักที ผิดกับแก้วซึ่งโชคดีกว่า มีญาติทางพ่อแนะนำไปทำงานที่ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งบัญชีแผนกเสื้อ และเมื่อมีงานทำ แก้วก็ขอย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งอยู่ใกล้กับที่ทำงานมากกว่า ชาอุ่นจึงไม่เคยได้พบแก้วอีก

นอกจากการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ในบางครั้ง ที่เป็นวันหยุดของแก้วเท่านั้น แต่ทว่าทุกครั้งที่แก้วอ่านพบมีบริษัทรับสมัครงาน จะรีบโทรมาบอกชาอุ่นทันที แต่เมื่อชาอุ่นเดินทางไปสมัคร มักจบลงด้วยเหตุการเช่นนี้
“คุณสมบัติของคุณ เป็นที่พอใจของบริษัทเรา ยินดีรับคุณเข้าทำงานได้เลยค่ะ เพราะเรามีที่ว่างหลายตำแหน่งในฝ่ายติดต่อ บัญชี และคอมพิวเตอร์”

“ดิฉันมาทำงานได้เมื่อไร และจะได้บรรจุที่ฝ่ายไหนคะ?”

“อ๋อ ได้เลยค่ะ หลังจากผ่านการฝึกอบรมแล้ว”

“อบรมอะไรคะ?”

“อบรมด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการสัมมนาแนะนำที่จำเป็นบางอย่าง พนักงานทุกคนจะได้รับการอบรม จากผู้เชี่ยวชาญ ที่เราเชิญมาเป็นพิเศษ..โดยไม่คิดค่าอบรมด้วยค่ะ”

“ไม่ต้องจ่ายค่าอะไรเลยรึคะ?”

“ค่ะ แต่ว่าค่าลงทะเบียน ค่ารถไปสัมมนา และค่าใบประกาศนียบัตร หลังผ่านการอบรมต้องจ่ายเองนะคะ ก็แค่ 8พันบาท แต่เงินเดือนของคุณจะสตาร์ทที่ 1หมื่น5พันบาทรวมค่าโอทีก็ราวสองหมื่นเทียวนะคะ”

“แล้วถ้าดิฉันไม่มีเงินค่าสมัครล่ะคะ?”

“งั้นก็เสียใจด้วยที่ไม่อาจรับคุณเข้าทำงานกับเราได้”

บริษัทเฮงซวยแห่งแล้วแห่งเล่า ยังไม่ทันทำงาน ก็เรียกเก็บเงินก้อนโต แล้วใช่แน่ว่าจะได้งาน บางครั้งเมื่อเปิดรับสมัครแล้ว อีกสองวันต่อมา ก็ปิดกิจการหนีหายไป..ตามที่เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ชาอุ่นเคยหลงกลเข้าอบรมด้วยครั้งเดียวก็เข็ดไปนาน

หญิงสาวเดินเซ็งๆผ่านถนนแห่งหนึ่ง สี่แห่งแล้วในเช้าวันนี้ ..ท้องเริ่มร้องจ๊อกๆ ชาอุ่นสอดส่ายสายตา มองร้านค้าแถวๆนั้น ก่อนตัดสินใจ ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ที่ตรอกเล็กๆตรงนั้น มีรถเข็นขายบะหมี่จอดอยู่
“อุ่นจริงๆด้วย เมื่อกี้แก้วคิดว่ามองคนผิด”
เมื่อบะหมี่มื้อนั้นผ่านไป ชาอุ่นจึงมาทำงานที่ร้านมินิมาร์ท ใกล้ห้างที่แก้วทำงานอยู่

“อุ่น ทำไปก่อนนะ ไว้มีงานดีกว่านี้แก้วจะมาบอกอีกนะจ๊ะ”
ชาอุ่นทำที่สาขานั้นได้สองเดือน ทางหัวหน้าก็ขอให้หล่อนย้ายไปช่วย ที่สาขาตรอกจันทร์รอบ “กะดึกชั่วคราว”จนพบเพิ่มพูล และเขาย้ายหล่อนไปที่เชียงใหม่ เป็นหัวหน้าแผนกคนงานคุมของของที่นั่น..และที่นี่เองหล่อนก็พบกับเขา...นัท
................................................

คืนนี้ฝนตกหนักมาก ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าฝน ชาอุ่นเพิ่งอาบน้ำสระผมเสร็จ เสียงคนมาเคาะประตูห้องหล่อนเหลือบสายตามองนาฬิกาที่หัวเตียงสี่ทุ่มแล้ว ใครกันนะ?

“คุณอุ่น เก็บข้าวของที่จำเป็นแล้วไปขึ้นรถผมเลยนะครับ”

“มีอะไรรึคะคุณเพิ่ม?”

“นัทถูกยิง เป็นตายเท่ากัน ตอนนี้อยู่ที่พระประแดง”

“เอ๊ะพงศ์บอกอุ่นเมื่อตอนเย็นที้เองว่า นัทไปพม่าเพื่อซื้อวัตถุโบราณให้คุณไม่ใช่รึคะ?”
ชาอุ่นถามอย่างงุนงง เพราะตอนเย็นก่อนเลิกงาน หล่อนโทรศัพท์ไปที่ทำงานของนัท คนสนิทของนัท ที่ดูแลอู่รถแทน บอกหล่อนเช่นนั้นนี่นา
เพิ่มพูลนิ่งไม่ตอบคำถามนั้น ชาอุ่นจึงไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ รีบเข้าไปเก็บของใช้ส่วนตัวเล็กน้อย ขณะนั้นความรู้สึกช่างหดหู่สังหรณ์ใจชอบกล...ราวกับว่า...หล่อนจะเป็นคนตายเสียเอง!!
เหมือนวิญญาณ..ลอยละลิ่ว..หลุดจากร่าง
จิตเวิ้งว้าง..เหมือนดับดิ้น..เศร้าเผลอเหม่อ
เหมือนชาตินี้..หยุดสิ้นแล้ว..จะพบเธอ
พร่ำเพียงเพ้อ..ละเมอครวญ..วังเวงใจ
เพิ่มพูลเมื่อหลอกชาอุ่นขึ้นรถได้ ก็รีบอ้างว่าสมุนพานัทมาที่ตลิ่งชันแล้ว เขาจะแวะไปเอาของสำคัญบางอย่างก่อน โดยลอบส่งสายตาบอกใบ้ให้ว่องขับไปที่บ้านพักตากอากาศอีกแห่งหนึ่งของเขา
เพิ่มพูลคิดว่าเขาต้องเอาชาอุ่นไปซ่อนก่อนที่นัทจะทันมารับหล่อนหนีไปที่ฮ่องกงด้วย ส่วนชาอุ่นเพราะไม่รู้ความจริงอีกทั้งไม่คุ้นเคยกับเส้นทางที่รถแล่นผ่าน หล่อนจึงนั่งเงียบก้มหน้าไปตลอดทาง

แต่ความหวังที่คิดยึดครองชาอุ่นของเพิ่มพูลก็ล้มไม่เป็นท่า เพราะในคืนนั้นสุจินต์ เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลที่พัทยาอีกคน ซึ่งมือขวาของเขาได้ถูกนัทฆ่าตายไปแล้ว กำลังจับตาคอยหาโอกาสตอบโต้อยู่ เมื่อเห็นเพิ่มพูลประมาท ด้วยเชื่อในฝีมือฝ่ายตน ทีมีกำลังอาวุธและคนมากกว่า เสี่ยสุจินต์จึงดักล้อมจู่โจมทันที
เมื่อรถทั้งแปดคัน ที่คอยประกบให้เพิ่มพูลทั้งหน้าและหลัง รวมทั้งสมุนมือเอกอีกนับสิบ ผ่านโค้งมืดตรงแถวบ้านสวนมาแล้ว และเหลืออีกแค่โค้งหน้าโค้งเดียว ก็จะเข้าถึงเขตบ้านพักของเพิ่มพูลที่พัทยาแล้ว รถทุกคันที่แล่นมาด้วยความเร็วสูง จนฝ่ายศัตรูที่ดักรออยู่จำต้องรีบตัดสินใจ
เสียงปืนดัง ปัง!!ดังสะท้านขึ้นที่เบื้องหน้า ตามด้วยเสียงคนร้องโอ๊ย จากสมุนในรถคันแรก จากนั้น เสียงปืนก็ดังรัวราวจุดประทัด รถทุกคันพรุนไปด้วยรูกระสุน
เพิ่มพูลกับมือปืนอีกแปดคน หลบลงจากรถเบนซ์คันที่ 4 มือซ้ายของเพิ่มพูลรีบคว้าฉุดกระชากชาอุ่น ที่ตื่นตระหนกหน้าซีดปากสั่น ให้วิ่งหลบตามอยู่เบื้องหลังเขา โดยเลาะเลียบไปตามมุมมืดของกำแพงรั้วบ้านแถวๆนั้น
ทันใดนั้นมีคนอีกหกคนพร้อมอาวุธปืนครบครัน กระโดดออกมาดักยิงที่เบื้องหน้าอีกครั้ง มือปืนของเพิ่มพูลล้มลงคนแล้วคนเล่า สุดท้ายเหลือเพียงเขากับชาอุ่น ซึ่งวิ่งหลบพ้นเข้ามาจนถึง รั้วประตูหน้าบ้านของเขาแล้ว ขณะที่สมุนในบ้านเปิดประตูไฟฟ้าให้เพิ่มพูลเข้าบ้าน
“เปรี้ยง !เปรี้ยง!”
กระสุนดังขึ้นอีกสองนัด ถูกที่ต้นแขนเพิ่มพูล ความเจ็บปวดบวกกับความคิดต้องการมีชีวิตต่อไป เขาจำต้องเสียสละสาวน้อยที่เบื้องหลังคนนี้เสียแล้ว จากที่เขากำบังกระสุนให้หล่อนมาตลอดเวลา ยามนี้เขาดันตัวหล่อนมาที่เบื้องหน้าของเขาเพื่อเป็นเป้ารับกระสุนแทน ....
นัดแล้วนัดเล่า ของกระสุนฝ่ายศัตรู..ที่แล่นเข้ามากระทบตัวหล่อน ชาอุ่นสะดุ้งเฮือกชานิ่งสักครู่ ก่อนร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด เพิ่มพูลใจอำมหิตหลบอยู่เบื้องหลังหล่อน ยึดตัวหล่อนบังนิ่งนาน..และนาน
จนหลบเข้าตัวบ้านพักได้สำเร็จ เมื่อเข้ามาที่ห้องรับแขก ชาอุ่นสาวน้อยผู้อาภัพตลอดทั่วร่าง เต็มไปด้วยรอยกระสุน หล่อนตายโดยตายังคงเหลือกค้างนิ่งตกใจอยู่เช่นนั้น!!!
เพิ่มพูลรู้ดีว่า ตอนนี้เขาไม่อาจให้นัทรู้เรื่องนี้ได้ เพราะอิทธิพลของอาเส่งที่ฮ่องกงก็ใหญ่ไม่ใช่ย่อย อีกทั้งนัทกับอาเส่ง ตอนนี้ต่างเป็นศิษย์ครูเดียวกัน อาเส่งนิยมชมชอบนัทเหมือนน้องชาย ในขณะที่นัทนับถืออาเส่งเหมือนพี่ชายถ้านัทขอความช่วยเหลือ มีหรือที่อาเส่งจะดูดาย อีกทั้งสมุนในอู่รถทั้งหมดก็ขึ้นกับนัทโดยตรง เขาจำต้องปิดบังความจริงเรื่องชาอุ่นให้เงียบที่สุด เพราะการกำจัดสุจินต์ต้องใช้คนจำนวนมากด้วย

เขาจึงสั่ง “เจ้าว่อง”สมุนเอก ที่เขาเอามาเลี้ยงแต่เด็ก ซึ่งยามนี้หนีรอดเข้ามาในบ้านด้วยแล้ว ให้รีบจัดการกับศพชาอุ่นโดยเร็ว เมื่อเขาขึ้นไปชั้นบนเพื่ออาบน้ำชำระคราบเลือด ว่องรีบให้สมุนไปหาถุงกระสอบบรรจุข้าวมาหลายใบ ก่อนจัดการยัดร่างที่ขาดใจของชาอุ่นลงในถุงกระสอบข้าวด้วยตนเอง

ก่อนออกมาที่ท่าเรือหลังบ้านพัก หยิบก้อนหินที่ใช้แต่งสวนรอบบ้าน ทยอยใส่ลงจนเต็มกระสอบก่อนมัดปากถุงด้วยลวดอ่อนจนแน่นหนาดีแล้ว ก็ลากลงเรือเร็วลำย่อม ขับไปกลางทะเลแล้วถีบถุงกระสอบหนักอึ้งลงทะเล.. ชีวิตของสาวน้อยก็หายลับ..ไปกับสายน้ำ..หายไปจากโลกนี้ตลอดกาล

ว่องรู้พอๆกับเพิ่มพูล ชาอุ่นเป็นสาวที่นัทพึงพอใจที่สุด ถ้านัทรู้เพิ่มพูลเป็นคนฆ่าหล่อน เรื่องคงเลวร้ายแน่ เขาจึงไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้ได้ ตลอดเวลาที่กำจัดศพชาอุ่น เขาจึงไล่สมุนทุกคนไปที่หน้าบ้าน โดยอ้างว่าเผื่อสุจินต์วนมารอบสอง จึงไม่มีใครสงสัย ทว่าชาอุ่นตายเพราะเพิ่มพูลไร้คนรู้แน่หรือ??

............................

“นัทช่วยอุ่นด้วย อุ่นทั้งหนาวทั้งกลัว ที่นี่ช่างมืดเหลือเกิน ได้โปรดช่วยอุ่นด้วย”
เสียงร้องโหยหวนเช่นนี้ เกิดขึ้นติดต่อกันมาเป็นอาทิตย์แล้ว นัทหวั่นใจชอบกล หรือมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับชาอุ่น?
ทว่าเพิ่มพูลก็ยืนยันหลายครั้ง ว่าชาอุ่นปลอดภัยกลับไปบ้านแล้ว ดึกคืนนั้นนัทตัดสินใจลอบขึ้นเรือสินค้า จากฮ่องกงมาทีท่าเรือจุดนัดพบกับ พงศ์คนสนิทของเขา ซึ่งพงศ์ก็ได้เอารถแข่งมารอรับเขาอยู่ก่อนแล้ว
“เฮียนัทผมว่ามันชักกลิ่นไม่ค่อยดีนะ ผมโทรตามหาเจ้อุ่นไม่เคยเจอเลย”
อาเส่งที่มาเป็นเพื่อนด้วย มียายเป็นชาวพื้นเมืองซานตุง ซึ่งมีวิชาหาคนหายตามแบบคนโบราณที่ได้ผลดีและพิศวงเหลือเชื่อมาก แถมชาวบ้านในชนบทจำนวนหนึ่ง ยังเชื่อถือมีการปฎิบัติติดกันมานาน เรียกว่า “ฉ่ำซี”(ติดตามหาศพ) เขารับปากจะให้คนไปรับยายของเขามาช่วยตามหาชาอุ่นอีกแรงหนึ่ง
สี่วันที่นัทหลบซ่อนตัวที่อู่รถด้วยใจกังวลถึงคนรัก คืนที่ห้าอาเส่งก็พายายมาหาเขา ยายหลิวของอาเส่ง สั่งตั้งเครื่องเซ่นบูชาที่หน้าอู่รถในตอนตีสาม จากนั้นก็สั่งให้นัทนำเสื้อของชาอุ่นออกมา เมื่อยายหลิวสวดมนต์ทำพิธีเสร็จ ก็หยิบเสื้อชาอุ่นมารนไฟตรงกระถางพิธี .. ทันใดนั้นยายหลิวหน้าเปลี่ยนสีไปทันที

“คุณพระช่วย!! คุณชาอุ่นตายมายี่สิบกว่าวันแล้วนี่คะคุณ?”

..................ยามี่จัง///...

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันพุธ ที่ 5 พ.ย. ปี 2008 [ เวลา 20 : 40 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com