Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

ยามี่จัง >>

เพราะเรา..คู่กัน(2) :

เพราะเรา..คู่กัน

(2)

นัทชายหนุ่มในวัย 25 ผู้ชอบชีวิตโลดโผนทุกอย่าง ไม่เคยเกี่ยงงอนกับไอ้อีคนไหนที่กล้าเข้ามา ท้าทายประลองความเร็วดุเดือดเผ็ดร้อน ทั้งรถแข่ง มวยไทย หรือแม้แต่จะมวยหมาหมู่ ที่อาจเต็มไปด้วยมีด ปืนหรือหมัดมวยเลือดเนื้อล้วนๆ จะเป็นแค่ชนิดตัวต่อตัวหรือตัวต่อสิบ ไอ้นัทคนนี้ก็ไม่เคยมีคำว่ากลัว
เด็กกำพร้าอย่างเขาไม่มีโอกาสเลือกอะไรได้มากนัก เพียงแค่เติบโตมาเป็นผู้เป็นคนจนบัดนี้ได้ ก็นับว่าเป็นบุญแล้ว น้าโตคนที่ชุบเลี้ยงเขาก็ไม่ใช่คนดีเลวอะไรนักหนา แค่ยังมีจิตเมตตาต่อเด็กน้อยตัวแดง ที่ถูกมดรุมกัดจนระบมทั่วตัว เพราะแม่ที่เป็นเด็กนักเรียนเกิดตั้งท้องไม่มีพ่อ เมื่อคลอดเขาก็ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงดู จึงแอบทิ้งไว้ข้างๆอู่รถเก่าๆของน้าโตเสียเลย
“มดมันกัดเอ็งทั้งตัว แล้วเสียงแหกปากของเอ็ง ก็ทำเอาข้านอนงีบกลางวันไม่ได้ เลยต้องลุกมาดู”
นายโตชายขาเป๋ผู้นั้นนำเขาไปให้แม่ค้าจุ๋ม ที่จอดรถเข็นขายไก่ย่างส้มตำอยู่หน้าอู่ ให้ช่วยนำไปชำระล้างเนื้อตัว ก่อนหาซื้อนมข้นกระป๋อง มาชงให้ทารกดูดดับความหิวกระหายชั่วคราว
“พี่โต ชั้นว่านังแม่มันคงไม่ใช่เด็กใจแตกแถวๆนี้แน่ ถึงกล้านำมาแอบทิ้งที่นี่ เราเลี้ยงมันเถิดนะชั้นอยากมีลูก”
แต่นั้นมาจุ๋มแม่ค้าส้มตำก็รอดพ้นจากตำแหน่งสาวแก่ขึ้นคาน แถมคู่ขาของนายโตคนนี้ยังสามารถ เดินหน้ายืดคอสูง เมื่อนายโตพยักหน้ายอมรับกับชาวบ้านแถวๆนั้นว่า
“อื่อ กูทำมันท้องเองว่ะ”
แต่เมื่อนัทจบชั้นมอสาม นายโตก็ถูกคนร้ายที่เข้ามาขโมยรถแทงด้วยมีดเล่มยาว ขาดใจตายคาที่ ก่อนจะมีใครทันมาพบเห็น จุ๋มเป็นลมสลบไปหลายพับหลายหน ไหนจะเสียใจเรื่องผัว ไหนจะเสียใจเรื่องลูกที่แท้งหลังจากตั้งท้องได้เพียง3เดือน จุ๋มร้องไห้ราวคนบ้าคลุ้มคลั่งทุบตีทำร้ายตัวเองอยู่นานหลายเดือน

จุ๋มสาวใหญ่วัย35 เพิ่งมีลูกของตนเป็นครั้งแรก และนายโตก็รับปากจะพาไปจดทะเบียนสมรสในเช้าวันจันทร์ที่อยู่ถัดวันเกิดเหตุไปเพียงหนึ่งวันเท่านั้น ทำให้จุ๋มเสียใจหลายเรื่องจนสติเลอะเลือน มักออกไปทำร้ายชาวบ้านใกล้เรือนเคียงบ่อยครั้ง นัทจึงต้องนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลประสาท
แต่นั้นมานัทก็ไม่ได้ เรียนหนังสือ ซึ่งเขาก็ไม่เสียใจ เพราะในสมองเขามักบรรจุแต่เรื่องรถแข่ง เรื่องมวยไทย ที่เขาแอบเรียนรู้จากค่ายมวยของน้าเที่ยงคนข้างบ้าน ด้านหลังอู่รถนายโต
เมื่ออู่รถถูกเจ้าของที่ให้เช่ามาเอาคืน นัทจึงไปอาสาขอเป็นยามเฝ้าค่ายมวยให้น้าเที่ยง เพื่อแลกกับที่พักหลับนอน และในทุกครั้งที่ค่ายใหญ่ๆเปิดสมัครทำการแข่งขันชกมวยในกลุ่มคนกันเอง นัทมักแอบไปสมัครด้วย ในยามนั้นเขาหวังเพียงเบี้ยเลี้ยงชีพมากกว่าชื่อเสียง

แม้ในใจคิดอยากเป็นศิษย์ของน้าเที่ยงก็ตาม แต่การชกครั้งนั้นเขากลับเป็นฝ่ายชนะคู่ต่อสู้ได้ ทั้งที่ฝ่ายตรงข้ามเจนเวทีมากกว่า ทำให้น้าเที่ยงทึ่งในฝีมือจึงเอ่ยปากรับเขาเป็นศิษย์เอกทันที น้าเที่ยงฝากความหวังและถ่ายทอดแม่ไม้มวยเด็ดให้ จนเขาเริ่มมีชื่อเสียงในสังคมเล็กๆแถวนั้น
แต่เมื่อวัฒน์ลูกชายเถ้าแก่ร้านขายยาในตลาด ผู้เป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากชนิด “ตายแทนกันได้” มากระซิบบอกนัทว่า “ ร้านอู่รถทองเทพ ที่ข้างๆร้านขายยาของเตี่ยข้า เขาเปิดรับคนงานแต่งรถแข่งเอ็งจะไปไหมวะนัท?”
เด็กหนุ่มวัย 18 อย่างนัท มีรึ? จะรอช้า หนทางที่เฝ้าใฝ่ฝันมานานแต่วัยเด็ก ตอนนี้เริ่มแย้มทางออกมาปูรอเขาแล้ว นัทจะไปขออนุญาตน้าเที่ยงออกไปทำงานที่อู่รถ โดยรับปากจะกลับมานอนเฝ้าค่ายและซ้อมมวยในยามดึกทุกคืน ทว่าบ่ายวันหนึ่งน้าเที่ยงผู้เป็นเจ้าของค่ายมวย ก็แวะมาหาเขาถึงอู่รถที่ทำงาน

“คุณเพิ่มพูลอยากรู้จักเอ็งว่ะไอ้นัท”
ในการพบกับคุณเพิ่มพูลเขาก็ “ถูกแนะนำตัว”ก่อนด้วยการทักทายจากอาเส็งนักขับรถแข่งคนเก่งประจำอู่ของเพิ่มพูลที่เดินทางมาจากฮ่องกง ตามด้วยนักแข่งคนเก่งอีกหลายคนที่พัทยา ตลอดจนไปถึงรุ่นพี่นักมวย สมุนคุมบาร์ ที่ทักทายเขาด้วยมีด มวย และการต่อสู้ชนิดหมาหมู่นับหลายสิบคน

“ไม่เลวไอ้หนู เอ็งเพิ่ง20 ยังมีฝีมือขนาดนี้ ข้าชอบว่ะ”

เขาจึงได้เป็นมือขวาของนายเพิ่มพูล แทนคนเก่าที่ตายไปด้วยข้อเสนอที่ได้มากกว่าและดีกว่าการแต่งรถแข่งที่อู่ทองเทพ นัทย้ายงานทันที

และไม่นาน “งานแข่งรถใต้ดิน”นับสิบแห่งของ
เพิ่มพูล ก็อยู่ในความรับผิดชอบของนัทแต่ผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นการเปิดขายตั๋ว รวมทั้งจัดหาคนมาท้าแข่ง รวมทั้งลงไปประลองฝีมือเอง ก็สร้างชื่อเสียงเขาให้โด่งดังไม่แพ้มือขวาคนก่อนของเพิ่มพูลเลย
จากนั้นมานัทกลายเป็นคนมีศัตรู และมากขึ้นทุกๆเดือนที่ผ่านไป ส่วนเรื่องบาดเจ็บนั้น มีบ่อยมากจนนัทมองแค่เป็นเหมือนหวัด ที่มักติดต่อง่ายแค่นั้น เรื่องสาวๆที่มาติดตามขอรับใช้ เขาก็มีนับไม่ถ้วนคน

ในยามบาดเจ็บ เขาก็จะแอบไปนอนกบดานด้วยสักพัก แต่ทว่าเมื่อเขาหายเป็นปรกติ เขาก็จำสาวเหล่านั้นไม่ได้สักที...คนแล้วคนเล่าผ่านมาแล้วก็ผ่านไป นัทไม่เคยแวะไปหาซ้ำสองสักคน จนกระทั่งมาพบหล่อน... “ชาอุ่น”

ครั้งนั้นเขาหนีตายด้วยร่างและหัวที่อาบไปด้วยเลือด เมื่อปีนเข้าไปหลบซ่อนที่ระเบียงของบ้านเช่าหลังเล็กแห่งนั้น เสียงเล็กๆที่ขู่ทั้งที่ตัวสั่นงันงกว่า
“ไอ้บ้าห้าร้อยแกไม่มีแรงทำงานรึไง? ถึงต้องมาขโมยเขากินแบบนี้”
นัทมองสายตาที่พยายามดุดันแต่ก็ยังไม่วายซ่อนแววหวานในดวงตา ด้วยความตะลึงชั่วคราว สาวสวยเคยเจอมามากแล้ว แต่สาวคนนี้ไม่อาจเรียกว่าสวยจัด แต่มีเสน่ห์ประหลาด ที่ทำให้ใจของเขากระตุกแรง นัทบอกตัวเองอยากรู้จักหล่อนอย่างจริงจัง สาวน้อยแปลกหน้าคนนี้ เหมือนแปลกหน้าแต่ก็เหมือนรู้จักมานาน
“นี่นายทึ่มหน้าที่แตกยับนี่ ชั้นไม่ได้เกี่ยวนะชั้นแค่ตีหัวแกเบาๆครั้งเดียวเอง”
เสียงใสๆที่อุทรณ์ทันที เมื่อเปิดไฟแล้วมองเห็นหน้าที่อาบเต็มไปด้วยเลือดของเขา ไม่ทันที่เขาจะตอบหล่อน อาการวิงเวียนก็ทำให้เขาหน้ามืด และก่อนที่จะสลบไป เสียงที่เจือความห่วงใยของหล่อนก็ยังติดตามไปด้วย และจากคนแปลกหน้าในครั้งนั้น เริ่มก่อเป็นใยเสน่หาอันหนาแน่น ปลดความชังให้หดหายเปลี่ยนเป็นความรักในที่สุด

“ พรุ่งนี้ผมจะมารับตอนหกโมงเช้านะครับ อุ่นตื่นไหวแน่นะ”

นัทไม่วายสั่งย้ำอีกครั้ง ด้วยชาอุ่นทำงาน “กะดึก” ที่ร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่งของเพิ่มพูล เป็นวันหนึ่งที่ชาอุ่นอ้อนให้เขาพาไปเที่ยวชายทะเลที่อยู่ใกล้ๆแถวนั้น

“อุ่นอยากไปนั่งมองดูดวงตะวันสีส้ม ที่ค่อยๆโผล่หน้ามาช้าๆในตอนเช้าตรู่ค่ะ นัท”

รักเอยแสนสนิท
รักมาชิดใจชื่นฉ่ำ
แค่เคียงก็สุขล้ำ
เฝ้าคะนึงมิเว้นวาย
รักคือทิพย์อัปสร
เฝ้าอาวรณ์มิห่างหาย
เฝ้าพร่ำเพ้อวุ่นวาย
แม้มลายยังคร่ำครวญ
ในยามนั้นคนทั้งสองต่างมั่นใจว่าจะไม่ทอดทิ้งกันและกัน และจะรักอีกฝ่ายไปตลอดชีวิต นัทให้คำสาบานกับตนเองหลังไปสักชื่อของชาอุ่นลงที่ต้นแขนว่า แม้วันหนึ่งข้างหน้าต้องตายจากกัน เขาก็จะสัตย์สาบานขอระลึกถึงหล่อนด้วยหัวใจรักเพียงผู้เดียว ไม่ขอมีสาวคนอื่นอีกต่อไปแล้ว
คำสาบานนั้น คนทั้งคู่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วถึงปานนี้ เพียงแค่เดือนเดียว..นัทเกิดมีปัญหากับฝ่ายศัตรู เรื่องรถแข่งที่สูญหาย แล้วตามพบในอู่รถของเขา และมันกลายเป็นรถที่เขาได้ “แปลงสภาพมันเสียเรียบร้อยเพื่อพร้อมที่จะจำหน่ายต่อแล้ว”
การตัดสินด้วยกำลังและอาวุธจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้นัทลงมือพลาดแม้จะฆ่าสามารถมือขวาของเสี่ยสุจินต์ได้ แต่ทว่าคนขับรถที่หนีรอดไป จึงกลายเป็นพยานปากเอก สามารถชี้ตัวเขาได้ถูกต้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดประกาศจับตัวเขา

เพิ่มพูลจึงให้เขาทิ้งงานทั้งหมดให้พงศ์สมุนมือขวาของนัทดูแลไปพลางๆก่อน แล้วให้หนีไปซ่อนตัวที่ฮ่องกง ...พักอยู่ที่แพปลาของอาเส่งสมุนเบอร์หนึ่งของเพิ่มพูล
เก้าเดือนแล้วที่นัทไม่ยอมส่งข่าว เพื่อบอกเล่าอะไรให้ชาอุ่นต้องพลอยเป็นห่วง ทั้งที่ใจเขาร้อนรนราวไฟแผดเผา..เขาคิดย้อนไปถึงวันที่หลบหนีมาที่ฮ่องกง คืนนั้นถ้าไม่ใช่ฝนตกหนักจนขับรถไปรับหล่อนให้มาด้วยกันไม่ได้ ตอนนี้ตรงทะเลเบื้องหน้าเขาคงได้นอนดูดวงตะวันขึ้น พร้อมเสียงใสๆที่แสดงอาการตื่นเต้นยามได้เห็นทะเลอีกเป็นแน่...ชาอุ่นที่รัก
นัทไม่เคยสังเกตจึงไม่รู้ว่าเพิ่มพลูก็หลงรักชาอุ่น และไม่รู้ว่าเพิ่มพูลรู้เรื่องเขากับชาอุ่นเป็นอย่างดี ในวันที่นัทต้องหลบหนีไปกับเรือสินค้า เพื่อไปกบดานที่ฮ่องกงนั้น เพิ่มพูลรีบสั่งย้ายชาอุ่นไปบรรจุที่สาขาทางชานเมืองทันทีเพื่อกันนัทพาชาอุ่นหนีไปด้วย
แต่ก็มีหลายครั้งที่นัทหลบออกไปโทรศัพท์ทางไกล เพื่อหาชาอุ่น แต่เมื่อได้ยินเสียงหล่อน เขาจะรีบวางสาย ด้วยกลัวว่าตัวเองจะพลั้งปาก พูดถึงเรื่องที่เขาหลบซ่อนตัวอยู่ที่ฮ่องกง นัทกลัวว่าจะทำให้ชาอุ่นได้รับอันตรายจากการรู้เห็นในเรื่องราวของเขา
ด้วยเหตุนี้คนทั้งคู่ จึงไม่เคยได้รับรู้ว่าอีกฝ่ายเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง และนัทก็ยังไม่รู้ว่า จะไม่มีใครได้มีโอกาสพบหล่อนอีกต่อไป เพราะหล่อนได้เลือนหายจากโลกนี้ ด้วยฝีมือของนายเพิ่มพูลนั่นแล้ว !!!

..................ยามี่จัง///..

โดย : ยามี่จัง : anomie_jj@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอาทิตย์ ที่ 2 พ.ย. ปี 2008 [ เวลา 22 : 50 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com