Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

บุหงาพัดโบก >>

ทวิกาลวันวานแห่งอดีต 4 :

ทวิกาลวันวานแห่งอดีต

 4

เช้าวันหยุดพักผ่อนของใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับฉายแล้วคงไม่ใช่แน่ ๆ เพราะวันนี้ฉายจะต้องเริ่มทำความสะอาดบ้านหลังนี้ซะแล้ว ฉายตื่นขึ้นมาพร้อมกับไก่ของใครก็ไม่รู้ ที่ส่งเสียงจนฉายต้องตื่นเพราะจำเป็นคิดไปคิดมา เหมือนกับมันร้องว่า "แกงก็แกงเถอะ" ฉายหัวเราะแล้วก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อต้มน้ำชงกาแฟ กินขนมปัง อาบน้ำแล้วเริ่มต้นงานนี้ตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว
ฉายเริ่มสำรวจบ้านหลังนี้อย่างละเอียด บ้านหลังนี้มี 3 ชั้น ชั้นล่างแน่จะเป็นที่รับแขกเพราะบ้านเปิดโล่งคือมีฝากันแค่สามมุม ด้านที่เป็นด้านหันหน้ารับแม่น้ำนั้นเปิดโล่ง ลมเย็นมาก ๆ ภายในมีเฟอร์นิเจอร์เป็นชุดรับแขก ตั่ง แจกันทรงสูง ตู้โชว์ ที่มีของเล็ก ๆ น้อย และรอบ ๆ ฝาบ้านจะเป็นรูปของบุคคลน่าจะเป็นของบ้านนี้นะแหละฉายคิดในใจ เริ่มต้นชั้นแรก ฉายเริ่มด้วยกันเก็บเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นไปมุม ๆ หนึ่งที่คิดว่าสะอาดและโล่ง หลังจากนั้นจึงตักน้ำขึ้นมาราดลงไปบนพื้น แล้วจัดการเอาแปรงลวดขัด ๆ ๆ ๆ ให้สะอาด ฉายใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการคัดไปร้องเพลงไป กว่าจะสำเร็จหลังจากนั้นก็เริ่มนำเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ประกอบไปด้วยโต๊ะ และเก้าอี้ 4 ตัวมาขัดให้สะอาด แล้วก็ตากแดดไว้ แล้วก็เริ่มจัดการกับตู้โชว์ต่าง ๆ ฉายฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์เช็ดกระจกทุกบาน ปัดฝุ่นทั้งภายในและภายนอกตู้ให้สะอาดเอี่ยมสุด ๆ ฝาพนังนั้นทีมีฝุ่นฉายปัดออกแล้วหลังจากนั้นก็นำรูปต่าง ๆ มาเช็ดให้กระจกสะอาดสดใส ฉายมาสะดุดกับรูปภาพเมื่อวานที่นี้อีกครั้ง ฉายนั่งมองแล้วอมยิ้มอย่างเป็นสุข ฉายคิดในใจ ผู้ชายอะไรดูเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้วจริง ๆ แล้วสุดท้ายฉายก็ต้องวางรูปนั้นอย่างตัดใจทำความสะอาดรูปอื่น ๆ ต่อสนเสร็จแล้วก็นำรูปทั้งหมดขัดแขวนให้สวยเหมือนเดิม ฉายมองผลงานสำเร็จชั้น 1 อย่างภาคภูมิใจ หมดไปเกือบ 4 ชั่วโมง เอาละงานนี้ฉายฉานลืมตายลุยชั้น 2 กันเลย
ฉายเดินขึ้นมาบริเวณชั้น 2 ๆ นั้นมีห้องอยู่ 5 ห้องด้วยกัน
1 ห้องนอน
2 ห้องพระ
3 ห้องห้องสมุด (มั้ง)
4 ห้องอะไรก็ไม่รู้
5 ห้องอะไรก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน
แต่ว่าทั้ง 5 ห้องมีรูปแบบที่แตกต่างกัน
ห้องนอนที่ฉายนอนถูกจัดตกแต่งไว้ถูกใจฉายมาก ๆ ลูกไม้พริ้วสีชมพูดอ่อน พร้อมโต๊ะเครื่องแป้งตัวใหญ่ ตู้ไม้สักที่เอาไว้เก็บเสื้อผ้า และกำปั่นใหญ่ที่ฉายคิดว่าคนโบราณน่าจะเอาไว้อบผ้าแน่ ๆ ห้องนี้หายห่วงเพราะว่าฉายทำความสะอาดไปแล้วก็เหลืออีก 4 ห้องที่ฉายต้องลงมือทำ
ห้องพระฉายเปิดประตู้เข้าไป แสงสว่างลอดมาตามช่องสลักของหน้าต่าง ฉายค่อยเดินเปิดหน้าต่างทั้งหมดแสงสว่างที่สาดเข้ามาเต็ม ๆ ทำให้ฉายมองเห็นว่าห้องพระนี้ใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว โต๊ะหมู่บูชาขนาดใหญ่ จัดวางพระพุทธรูปล้ำค่าต่าง ๆ ไว้แต่ว่าฝุ่นก็กลบความงดงามของพระพุทธรูปซะไม่งามเอาซะเลย ฉายตัดสินใจเดินลงไปตักน้ำขึ้นมา 2 กระแป๋งใหญ่ ๆ ค่อยหิ้วขึ้นมาโอ้ย เหนื่อยมาก ๆ ฉายเริ่มหาผ้าขนหนูสีขาวที่เพิ่งแกะออกมาจากซองมาชุบน้ำ แล้วหยิบพระพุทธรูปทีละองค์ ๆ มาเช็ดให้สะอาดจนครบทุกองค์หลังจากนั้นฉายจึงเดินไปหยิบขวดน้ำปรุงที่ติดมาด้วยมาประพรมแล้วไหว้พระขอพรท่านหลังจากจัดพระพุทธรูปทุกองค์เข้าที่เสร็จเรียบร้อยส่วนพื้นห้องนั้นไม่ต้องพูดถึง เต็มไปด้วยฝุ่นฉายจัดการเอาผ้าชุบมาถูพื้นห้องนี้ถึง 2 รอบเพื่อให้แน่ใจว่าห้องนี้สะอาดจริง ๆ แล้วเมื่อเห็นว่าห้องพระดูเรียบร้อยขึ้นฉายจึงเดินลงไปข้างล่างไปดูที่กระถางต้นแก้วว่ามีดอกไม้พอจะถวายพระได้ไหม ฉายเด็ดช่อแก้วมาหลายช่อแล้วน้ำขวดแบร์นที่เกินไว้มาข้างให้สะอาดใส่น้ำแล้วน้ำช่อแก้วมาใส่แล้วจึงถวายพระ หมดไปอีก 3 ชั่วโมง ฉายเหลือมองนาฬิกา ลุยต่อไม่หิวแล้ว เหลืออีก 3
ห้องสมุดห้องนี้ดูท่าจะเอาเรื่องอยู่ ก่อนอื่นต้องเปิดหน้าต่างให้สว่างหน่อยมาแสงพระอาทิตย์ส่องเข้าไป ตอนแรกฉายก็หนักใจแต่ทว่าพอฉายเห็นก็ต้องเบาใจเพราะว่า มีแต่ตู้ไม่มีหนังสือ ฉายคาดว่าคงโดนมอด ปลวก กัดไปหมดซะแล้ว ห้องนี้เลยจัดการเช็ดปัดฝุ่นที่ตู้ต่าง ๆ ที่ว่างอยู่ตามมุมพนักห้อง เพราะว่าจากประตูมองเข้าไปจะเห็นตู้หนังสือว่างอยู่ซ้ายและขวา เมื่อเดินเข้าไปหน่อยจะเจอรูปแขวนอยู่ ฉายหยิบออกมาดูค่อย ๆ เอามือลูบรูปนั้น ฝุ่นจัดหนาค่อยหลุดออกตามนิ้วมือของฉายที่ปัดออก เผยให้เห็นรูปชายหนุ่มหน้าตาข้มเข้มอยู่ในมาดใหม่คือ นั่งเก้าอี้ทรงยุโรปมีพนักพิงโดยเจ้าตัวนั่งขวาง ๆ ดูให้เท่ห์ ๆ ฉายคิดในใจ แต่ก็เผลอพูดออกมาว่า "งามนัก" เพราะว่าในภาพชายหนุ่มสวมเสื้อคอตั้งที่เรียกว่าราชปะแตน แต่ก็ยังนุ่งโจงอยู่ เฮ้อ ฉายถอนหายใจเปรยออกมาว่า ท่านชายนพงามนัก ท่านชายนพคุณแท้ ฉายสะดุดกับคำพูดตัวเองนิดนึ่งแล้วก็รีบเช็ดรูปนั้นแล้วแขวนไว้ที่เดิม เหลืออีก 2 ห้อง
สองห้องที่เหลือ เป็นห้องว่าง ๆ ไม่มีอะไรฉายจึงได้แค่เปิดหน้าต่างและเช็ดทำความสะอาดพื้นให้สะอาดแล้วปัดกวาดห้องให้ดี ส่วนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ นั้นไม่มี มีก็แต่โต๊ะเล็ก ๆ ทรงสูงที่เอาไว้วางของเล็ก ๆ ตามมุมห้องก็แค่สองตัวแค่นั้น หมดไปอีก 3 ชั่วโมง
ฉายฉานมานั่งเหนื่อยถอดหายใจริมหน้าต่างขั้นสองมองไปที่แม่น้ำที่ไหลผ่านแล้วช่างเพลินตาเหลือเกิน เอาละเหลือชั้น 3 มองดูนาฬิกาแล้วบ่ายแล้วเหรอ เอาน่าชั้น 3 ไม่น่ามีอะไร ฉายเริ่มเดินตรงไปที่บันไดทางขึ้นชั้น 3 ฉายค่อยก้าวเดินขึ้นไปช้า ๆ เพราะว่าตอนบนไม่มีแสงสว่าง เมื่อเดินขึ้นไปถึงฝุ่นหยากไย้ ฟุ้งไปหมด เห็นได้ก็เพราะแสงที่ส่องเข้ามาเป็นลำ ๆ ทำให้มองเห็น ฉายเหลือไปเห็นเตียงไม้แบบในห้องฉายวางอยู่ในชุดคิดว่าน่าจะใกล้ระเบียง ฉายตัดสินใจเดินฝ่าฝุ่นละอองเข้าไปเปิดหน้าต่างทีละบาน ทีละบานจนครบ ฉายค่อย ๆ หันหลังกลับมามองอีกครั้งว่าต้องทำความสะอาดมากแต่ไหนแต่ดูแล้วคงเยอะหน้าดู ด้านบนดูท่าจะเป็นห้องนอนใหญ่ของเจ้าของบ้านเป็นแน่ เตียงไม้สักขนาดใหญ่ หยากไย้ปก ตู้ไม้ ชั้นวาง โต๊ะทำงาน และกระจกบานใหญ่ที่ส่องได้เต็มตัว ฉายคิดเล่น ๆ ว่าจะเหมือนทวิภพไหมหนอ ถ้ากำลังเช็ด ๆ อยู่จะมีคุณหลวงเดินออกมา แล้วสายตาของฉายก็เหลือไปเห็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ด้านหลังกระจกนั้นก็คือฉากลับแล ประดับมุกลวดลายวิจิตรบรรจงยิ่ง เป็นลายเครือเถามีนกน้อยเกาะกิ่ง ดอกพุดตาน บานสพั่ง ฉายค่อย ๆ เดินเข้าไปเหมือนต้องมนต์แล้วค่อย ๆ ลากฉากนั้นออกมาเช็ดอย่างเบามือ ฉายค่อย ๆ เช็ดไปเรื่อยแต่แล้วระหว่างที่ฉายกำลังจะเดินอ้อมฉากไม้ไปเช็ดด้านหลังก็เหมือนมีพลังบางอย่างดึงฉายให้วิ่งเข้าไปด้านหลังฉากนั้นทันทีฉายฉานตกใจ พยายามจะไขว้ขวาหาอะไรจับไว้ ปากก็ร้องแต่ว่าไม่มีเสียงใดหลุดออกมาเลย สุดท้ายฉายก็หลุดลอยไปกับแรงดึงดูดนั้นแสงสว่างสีทองสว่างวับขึ้นมาฉับพลันฉายฉานถึงตะลึงจนสลบไปโดยไม่ทันร้องอะไรออกมา

จิ๊บ ๆ เสียงนกร้องเหรอ โอ๊ยมึนหัวจังสงสัยฉายคงเหนือยเกินไปจนตาลายคิดอะไรเป็นตุเป็นตะไปหมด ฉายค่อยรู้สึกตัวขึ้นมาตาปรือปวดหัวตุ๊บ ๆ ฉายค่อยเอามือยันพื้น"นุ่ม" ขึ้นมา "นุ่ม" พอได้สติ
ฉายก้มลงมองที่ ๆ ที่ฉายนอนอยู่ที่นอนเหรอหรือว่าคุณตามาเจอเลยพาฉายลงมาแต่ เอา! มันไม่ใช่ซิห้องเราไม่ได้ใช่แบบนี้ ฉายเริ่มหวาดกวาดตามองไปรอบฉายฉานตะลึงกับสิ่งที่มันอยู่ตรงหน้า ชั้น 3 ห้องชั้น 3 ฉายมองไปรอบๆ แล้วแทบกระโดดลงจากที่นอน
ไม่ เป็นไปไม่ได้ ฉายฝัน ฉายฝันไป ไม่จริง ฉายพยายามตบหน้าตัวเองแต่ทว่าก็ไม่เป็นผลเพราะยิ่งตบก็ยิ่งเจ็บ ฉายเดินดูรอบ ๆ ห้องอย่างตะลึงงัน ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี
"ตื่นแล้วรึ" เสียงผู้ชาย ฉายหันขวับไปทันที
"คุณเป็นใคร ที่นี้มันที่ไหน" ฉายถาม
"อันที่จริง ฉันน่าจะถามหล่อนมากกว่าว่าหล่อน เป็นใคร ถึงมาอยู่ที่นี้ได้ แต่งตัวก็ประหลาด พูดจาก็ประหลาด ดูรึไม่น่าจะเป็นโจร " ชายผู้นั้นตอบ
"ดิฉันชื่อ ฉายฉานคะ" มาอยู่บ้านหลังนี้กำลังทำความสะอาดอยู่แล้วก็ ทำไมเป็นแบบนี้ เมื่อกี้ไม่ใช่แบบนี้นิ ฉายฉานรำพึงน้ำตาเริ่มจะไหลออกมา
"หล่อนใจเย็น ถ้าไม่ใช่โจร " เอ๊ายาหอม ดื่มซิ ประเดี่ยวลมจับอีก ฉันไม่อยากอุ้มหล่อนมาไว้บนเตียง
ฉายฉานแทบสำลักยาหอม "อุ้มเหรอคะ"
"ใช่" หล่อนนอนอยู่ตรงหน้าฉากนั้น"
คุณคือ .................... พระองค์นพ เหรอคะ
ชายหนุ่มยิ้มให้ฉัน พร้อมตอบว่าใช่ แล้วหล่อนเป็นใคร
เป็นแหม่มรึ แต่ทำไมพูดภาษาเดี่ยวกับฉันได้ พูดภาษาอื่นใดไหม
"ได้คะ" แต่ว่าที่นี้มัน ....... เหมือนมีอะไรมีจุกติดในลำคอ ชายหนุ่มมองหน้าของฉันแล้วยิ้มแล้วหันหลังเดินไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วก็พูดกับฉันว่า
"ตอนนี้ ร.ศ. ๑๐๐"
ตอนนี้ ร.ศ. ๑๐๐ ฉายเริ่มคำนวณ งั้นก็ต้องตรงกับรัชกาลที่ ๕ ซิ
"หล่อนรู้รึ" พระองค์นพตรัสถาม
คะ ดิฉันชื่อ ฉายฉาน อยู่ พ.ศ. ๒๕๔๙ ก็ประมาณ ร.ศ. ๒๐๐ กว่า ๆ ตกลงคือดิฉันย้อนยุคกลับมาเหรอคะนี้
"หล่อน ปด ฉ้นหรือเปล่า"
"เปล่านะคะ ดิฉันพูดจริง ๆ "
"ถ้าเช่นนั้น หล่อนอ่านเอกสารเหล่านี้ให้ฟังที" พระองค์นพค่อย ๆ ยื่นหนังสือให้ฉาย ฉายเริ่มอ่านภาษาไทยก่อน หลังจากนั้นก็เริ่มแปลเป็นภาษาอังกฤษให้เสร็จ
"ดูท่าหล่อนจะเป็น ได้เรียนมา"
"คะ ดิฉ้นเคยอยู่ต่างประเทศ อื่ม .. เมืองฝรั่งทำนองนั้นคะ"
ท่านชายนพมองหน้าฉายของทึ่ง ๆ ตอนนั้นเองที่ฉากลับแล เริ่มมีแสงสีทองส่องประกายออกมา ฉายฉานลุกพรวดพลาดทันที
"หล่อนจะไปไหน"
"ต้องกลับแล้วคะ ที่ฉากนั้นมีแสงแล้ว"
"จะมาอีกหรือไม่" สายตาของพระองค์นพมองจ้องฉายจนฉายแทบอ่อนระทวย
"ไม่ทราบคะ แต่ว่าถ้ามาได้ ฉายจะมาพบพระองค์นพอีกนะคะ"
"ฉายต้องไปแล้ว" ฉายค่อยเดินไปหลังฉากที่กำลังส่องแสงสีทองวาววับอยู่ ฉายค่อย ๆ เดินอ้อมไปหลังจากเพื่อให้พลังดึงดูดนั้น ดึงฉายกลับไปโลกปัจจุบัน
ฉายหันมายิ้มให้กับพระองค์นพอีกครั้ง
"มาอีกนะ ฉันจะรอ"
ฉายได้แต่ยิ้มให้และยกมือไหว้ ก่อนที่พลังอันมหาศาลนั้นจะดึกฉายกลับไปโลกของฉายอีกครั้ง
ผ่านไปแค่ชั่วพริบตาฉายเดินกลับออกมาหลังฉากนั้น ห้องเดี่ยวกันแต่ทว่าคนละบรรยากาศ ห้องนี้รกแสนรก เตียงเก่า ๆ เมื่อครู่ที่ยังมีผ้าคลุมสีขาว ม่านปลิวตามแรงลม ฉายคิดว่า ฉายคงฝัน แต่ทว่ามันไม่ใช่ เพราะในมือของฉาย ยังถือถ้วยแก้วที่มียาหอมเหลืออยุ่นิดหน่อยค้างอยู่ในมือ
โดย : บุหงาพัดโบก mailto:navy30@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันเสาร์ ที่ 10 มี.ค. ปี 2007 [ เวลา 23 : 34 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com