Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

Linmy >>

Butterfly of Love (ปีกรักข้ามเวลา) ภาคกระบี่ผีเสื้อสีขาว :บทที่2 กระบี่และผีเสื้อสีขาว :

Butterfly of Love (ปีกรักข้ามเวลา) ภาคกระบี่ผีเสื้อสีขาว :บทที่2

กระบี่และผีเสื้อสีขาว

สายลมช่วงบ่ายกำลังจะลา ผลัดเปลี่ยนเป็นลมยามเย็น พลางอ้อล้อใบหน้าของหญิงสาว ที่ทำทรงผมหน้าม้าเป๋นิด ๆ ข้างหลังไว้ยาวสลวยยาวถึงกลางหลัง มองแล้วเหมือนไหมสีดำที่กำลังลู่ไปตามแรงลมที่พัดมาเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตเข้ารูปแขนสั้นสีขาว กระโปรงยีนสั้นเลยเข่าประดับประดาด้วยลูกปัดเป็นลวดลายน่ารักสมวัย รองเท้าผ้าใบสีชมพูดูเหมือนห้าวแต่แอบซ่อนความหวาน ร่างบางนั่งอยู่บนม้านั่งสีน้ำตาลใต้ต้นไม้ใหญ่เพียงลำพังราวกับรอใครบางคน แต่ก็เป็นจุดเด่น จนผู้คนที่ผ่านไปมาต่างจ้องมองในความน่ารักนั้นอย่างไม่คลาดสายตา

“เฮ้อ!!! “

ริมฝีปากอมชมพูระเรื่อถอนหายใจ ด้วยความเบื่อหน่ายในการรอคอย ขนตางอนยาว หรี่นัยน์ตาดำขลับกลมโตที่ส่องประกายสดใสราวกับดวงตะวันลงเล็กน้อย พลางหยิบโทรศัพท์มือถือสีชมพูคล้องด้วยสายห้อยรูปกระต่ายสีเดียวกันในกระเป๋ากระโปรงขึ้นมาเล่นเกมฆ่าเวลา แต่เล่นไปได้ไม่ทันไรดวงตานั้นก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“ตุ๊บ!!!”
เสียงบางอย่างกระทบเขากลางหลังบางของเธออย่างแรง จนใบหน้านวลเบ้ด้วยความเจ็บปวดก่อนจะหันไปหาที่มานั้นอย่างเอาเรื่อง

“อุ๊ย!!!”

แล้วใบหน้าหาเรื่องก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร่าด้วยความดีใจทันทีที่เห็น หญิงสาวสวยในชุดแซกสีส้มลายดอกลิลี่สีขาว สวมใส่รองเท้ารัดส้นเปลือยสีขาว ผมแสกกลางยาวถึงหลัง พร้อมทั้งประดับกิ๊บรูปดอกไม้เล็ก ๆ อมส้มไว้ที่ผมข้างซ้าย ในมือถือหนังสือที่ดูท่าทางจะอ่านยากไว้ด้วย ใบหน้านั้นส่งสายตาที่งดงามและอ่อนโยนพร้อมทั้งร้อยยิ้มจากริมฝีปากชมพูอมส้มอ่อน ๆ ให้เธอ

“ไง!!! ยัยแอน มาทำอะไรที่นี่ล่ะ”

“พี่เจน โธ่!!! นึกว่าใคร ตกใจหมด”

แอนนา หน้ามุ่ยใส่ เจนนี่ เล็กน้อยก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะอย่างสนุกในการที่เห็นใบหน้านั้นของเธอ

“ใครน่ะ!!!! “

คนพูดส่งเสียงเขียวไม่พอใจ ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นชายหนุ่ม ใบหน้าคมสันงดงาม ผมดำสนิทแสกกลางซอยสั้นประบ่า จมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาคมมืดสนิทราวกลับราตรีกาล สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาหมอกปล่อยชายเสื้อออกอย่างหลวม กางเกงสีดำ รองเท้าผ้าใบกีฬาสีเข้ากัน ดูเท่บาดใจคนที่ให้เห็น รวมทั้งทำเอาเธอใจเต้นเช่นเดียวกัน หากแต่ริมฝีปากได้รูปนั้นยิ้มยวนคนมองอย่างหาเรื่อง

“นะ..นายเป็นใคร”

“อ้าว!!!!คุณ แอบตามฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันค่ะ” เจนนี่ตกใจนิด ๆที่เห็นเพื่อนชายของตัวเอง

“ก็มาเมื่อกี้แหละ” ร่างสูงยิ้มเล็กน้อยให้ทั้งสองคน

“อ๋อ!! แอน... นี่เพื่อนพี่เองจ๊ะ เค้าชื่อแจ๊คกี้... เป็นคนฮ่องกง เหมือนกับพวกเราแหละ”

“อ๋อเหรอ !!!” แอนนาเชิดหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ หากแต่ความจริงกลับต้องการจะปกปิดหน้าที่แดงนิด ๆต่างหากนี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกอย่างนี้กับผู้ชาย ซึ่งเธอเองก็งงเหมือนกัน

“เฮ้ย!!!! ยัยแอน พูดกับพี่เค้าหยั่งงี้ได้ ไงจ๊ะ เค้าอายุเท่ากับพี่นะ”

“ช่างเถอะ เจนนี่เด็ก ๆ ก็งี้แหละ” เขาหัวเราะเบา ๆ แต่ทำให้คนฟังถึงกับยัวะนิด ๆ

“ว่าแต่ เธอมาทำอะไรที่นี่ละ ตอนนี้เธอน่าจะอยู่ที่อเมริกาไม่ใช่รึไง” เจนนี่พูดพลางลงไปนั่งใกล้ ๆ กับแอนนา

“ก็ลุงหยู น่ะสิค่ะเรียกให้หนูกลับมา เห็นบอกว่ามีของดี
อะไรจะให้ดูนี่แหละ” แอนนาพูดพร้อมทั้งค่อย ๆ ปิดมือถือแล้วเก็บเข้ากระเป๋ากระโปรง

“คุณพ่อน่ะเหรอ...หืม...จริงสินะ ก็เธอจบด๊อกเตอร์ด้าน
โบราณคดีตะวันออกนี่เนอะ” สิ่งที่สองสาวสนทนากันทำให้ชายหนุ่มถึงกับงงจนต้องถามออกมาอย่างสงสัยว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป

“ดะ..เดี๋ยวเมื่อกี้ เจนนี่เธอว่า ใครจบอะไรนะ”

“จริงสิ ฉันลืมบอกคุณไปว่าแอนนา น่ะจบ ปริญญาเอกคณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาโบราณคดีตะวันออก ตอนนี้เธอทำงานเป็นที่ปรึกษาและสอนนักศึกษาในมหาลัยที่อเมริกาน่ะค่ะ”

“เธอ ล้อเล่นใช่ไหม” แจ๊คกี้ถลึงตาไม่อยากเชื่อว่าสาวน้อยตรงหน้าจะเป็นอย่างที่พูด

“ไม่เชื่อรึไง” แอนนาหันมาส่งสายตาอย่างผู้เหนือกว่า

“ว่าแต่..เธออายุเท่าไหร่กัน”

“17 ทำไมมีปัญหารึไง” หญิงสาวยิ้มกวน ๆ ให้ชายหนุ่มที่ตกใจจนพูดอะไรไม่ถูก ทั้งที่เขาเพิ่งจะอายุ 20 อยู่ปี4 ยังเรียนไม่จบเลย ก่อนที่ศึกปะทะริมฝีปากจะเริ่มขึ้นเสียงห้ามศึกก็ปรากฏขึ้นทันใด

“แอนนา”

ชายแก่ร่างท้วมในชุดสูดสีน้ำตาล ใต้กรอบของแว่นฉายแววตาที่อบอุ่น ก่อนริมฝีปากจะฉีกยิ้มดีใจที่เห็นหญิงสาวทั้งสองอยู่ด้วยกันพอดี

“ลุงหยู” แอนนารีบลุกขึ้นวิ่งโผเข้ากอดคนเรียกอย่างดีใจ

“เจน ก็อยู่ด้วยรึลูก” ชายแก่พูดพลางลูบหัวร่างบางที่กอดพุ่งของเขาอยู่

“สวัสดีครับ อาจารย์หยู” แจ๊คกี้รีบยกมือไหว้ หยูเฟย อย่างสุภาพ แต่เหมือนชายแก่จะไม่ค่อยอยากจะรับไหว้เท่าใดนัก เขาส่งสายตาไม่พอใจให้ชายหนุ่มที่มายื่นอยู่ใกล้ลูกกับหลานสุดรักของเขา พลางคิดอยากเอาปืนมายิงเจ้าหนุ่มนี่ให้ไส้แตกไปซะตรงนี้เลยทีเดียว

“คุณเป็นใคร!!!?”

“คะ...คือผมชื่อ แจ๊คกี้ครับ เป็นเพื่อนของ เจนนี่ ตอนนี้เรียนปี 4 คณะฟิสิกข์ครับ” แจ๊คกี้พูดด้วยใบหน้าที่ซีดเล็กน้อยด้วยกลัวว่า หยูเฟยจะสงสัยความสัมพันธ์หรือจุดประสงค์ที่เขาเป็นเพื่อนกับ เจนนี่ อันที่จริงเขาก็ชอบเธอมากเลยทีเดียวกำลังจะขอเธอเป็นแฟนวันนี้พอดี จะให้มาพังตอนนี้ไม่ได้

“แค่เพื่อนแน่นะ” ชายแก่ถามย้ำ พร้อมทั้งเหล่ตาจับผิด จนคนถูกจ้องถึงกับกลืนน้ำลายตัวเอง

“โธ่!!! พ่อค่ะ พวกเราไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นแค่เพื่อนจริง” เสียงใสของเจนนี่ พยายามแก้ต่างให้ เพราะเธอเองก็รู้สึกแบบเดียวกับเขาแต่ว่าถ้าพ่อรู้เข้ามีหวังได้โดนกักบริเวณแน่

“ก็ได้พอเชื่อลูก แต่อย่าให้รู้นะ” หยูเฟย ขบฟันเล็กน้อยพร้อมส่งตาดุใส่ชายหนุ่ม ก่อนจะข่มใจเชื่อลูกสาวสุดที่รัก แต่ แอนนา ไม่คิดอย่างนั้นเพราะเธอเห็นชายหนุ่มชอบส่งสายตาหวานให้ เจนนี่ แต่ก็นะมันไม่ใช่เรื่องของเธอนี่นา เฉย ๆ ไว้ดีกว่าเพราะไม่อยากทำให้พี่สาวสุดที่รักผิดหวัง

“จะคุยกันอีกนาน รึเปล่าค่ะ ว่าแต่ไอ้ของที่ลุงเรียกหนูมาดูล่ะค่ะ”

“โอ๊ะ!!! จริงสิ งั้นเราไปกันเถอะ เจน ก็ไปด้วยกันนะลูก” ชายแก่รีบจูงมือสองสาวไปทันทีโดยทิ้งให้ชายหนุ่มยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่แล้ว แอนนาหันกลับมา พร้อมทั้งเหล่ตามองเล็กน้อย

“นายก็ไปด้วยกันสิ”แจ๊คกี้อึ้งไปนิด ๆในคำชวนของแอนนา

“จะไปไม่ไป” เธอถามอีกครั้งเพราะว่าถ้า เธอปล่อยเขาไว้คนเดียวมันคงจะดูน่าเกลียดเกินไปถึงจะไม่ค่อยชอบหน้าก็เถอะนะ

“ไปสิ”

ณ ตึกคณะมนุษย์ศาสตร์ ภายในห้องเก็บวัตถุโบราณ

ชายหนุ่มได้แต่ยืนตะลึงจ้องมอง วัตถุโบราณลำค่ามากมายที่ถูกเก็บรวบรวมเอาไว้อย่างดีบางอันอยู่บนชั้น บางอันตั้งโชว์เอาไว้ แต่ทุกอันล้วนสวยงามและประเมินค่ามิได้เลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาในที่แบบนี้

“นี่อะไรน่ะ!!!” แจ๊คกี้ หยิบถ้วยรูปร่างประหลาดลงทองคำขึ้นมาดู

“นั่นเป็นถ้วยในสมัยราชวงศ์จิ๋นซีฮ่องเต้น่ะ ถือระวังหน่อยล่ะ” แอนนาส่งเสียงดุอย่างกับครูดุนักเรียน แต่คนโดนดุรู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ที่คนอายุน้อยกว่าเป็นคนพูด

“หว่อซงลีลีคล้าย เทียนลีจือเหวย หนี่ปูซือเฮปาย เชนมัวเนียบ้ายโฮสุยกู่กาย ฮายเยาเยียนเด๋อเซียงอาย”

เสียงเรียกเข้ามือถือเป็นเพลงเจย์ โชว ของ เจนนี่ดังขึ้นจนเธอต้องรีบรับ

“สวัสดีค่ะ..อ๊ะ!!...ค่ะเดี๋ยวพี่มานะ”

“อือ”

แอนนาพยักหน้าเล็กน้อยก่อน เจนนี่ จะรีบวิ่งออกจากห้องไปคุยข้างนอก

“นี่ ๆ แล้วนี่อะไรน่ะ” มือหนาหยิบของ รูปร่างคล้ายหยกสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ขึ้น มาพร้อมหงายดูไปมาอย่างหน้าหวาดเสียว

“นั้นเป็นตราประทับของฮ่องเต้ถังไทจง วางมันลงซะ” ร่างบางรีบคว้าของจากมือของชายหนุ่มก่อนจะว่างลงอย่างระมัดระวัง พลางคิดในใจว่าหมอนี่มือบอนจริง ๆ

“นี่ไงแอนนา นี่แหละที่จะให้ดู ว่าแต่เจน ล่ะไปไหน” ชายแก่เดินยิ้ม ๆเข้ามาในห้องพร้อมกับถือลังไม้ไม่ใหญ่มากเข้ามาด้วย

“ออกไปโทรศัพท์น่ะครับ” ชายหนุ่มพูดพลาง หยิบพัดโบราณขึ้นมาพัด

“อ๊ะ!! เรารีบมาดูกันเลยดีกว่า” หยูเฟย ค่อย ๆวางกล่องลงบนโต๊ะ ก่อนจะแกะลังเปิดฝาออกมาอย่างระมัดระวัง ภายในมีฝางพลาสติกฝอยกันกระแทกอยู่รอบ ๆ เขาเอามันออกจนหมด เผยให้เห็นของที่แท้จริง

“สวยจังคะ” หญิงสาวนัยน์ตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นกระบี่สีทองสุกวาวงดงาม ปลอกโดยรอบสลักด้วยลวดลายที่วิจิตรตระการตา ปราณีงดงามยิ่งนัก ด้ามจับก็สลักไว้ได้เช่นเดียว ปลายด้ามจับมีพู่เงื่อนมงคลและหยกขาวสลักเป็นรูปผีเสื้อขนาดกำลังดีห้อยเอาไว้ ทำให้รู้ได้ทันทีเลยว่า กระบี่อันนี้ต้องเป็นของเชื้อระวงศ์อย่างแน่นอน เพราะมีแต่เชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่จะใช้หยกขาว แต่เหนืออื่นใดเธอรู้สึกว่าเมื่อจ้องมองมันแล้วทำไมเหมือนกับได้รับการปกป้องกันน้า

“ลุงหยูไปได้มาจากไหนกันค่ะ”

“พอดีตอนไปขุดวัตถุโบราณใกล้ อาณาจักรน่านเจ้าก็ไปเจอเข้าพอดีน่ะ” ชายแก่มองอย่างยิ้ม ๆ

“เอ้อ!!!…เกือบลืมไปเลยมีอีกอันนะที่น่าตกใจกว่าอันนี้อีกเดี๋ยวลุงไปหยิบมาให้นะ” หยูเฟยรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที

แอนนาเริ่มค่อย ๆ หยิบกระบี่ที่งดงามขึ้นมามองในหัวใจ ของเธอราวกับยินดีที่เห็นมัน แต่เธอก็รู้สึกแปลก อาการแน่นหน้าอกเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆอย่างหนักหน่วง จนเธอยกมือขึ้นกุมหน้าอกทันที แถมเธอยังมีอาการมึนหัวอย่างบอกไม่ถูกจนเซเล็กน้อย หลังจากได้สัมผัสมัน ชายหนุ่มเห็นเธอแปลก ๆจึงรีบเข้าไปประคอง

“เป็นอะไรไปน่ะ” แจ๊คกี้ ถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง พลางหยิบกระบี่ออกจากมือบาง แต่ทันทีที่ผ่ามือสัมผัสกับผิวของมันเขาก็มีอาการแบบเดียวกันกับเธอ หัวใจเต้นแรงจนแน่นหน้าอก มึนหัวราวกับสติจะหลุดลอยไป

“ฉันไม่เป็นไร..”แอนนาพยายามดันตัวออกห่าง

“คราบเลือดนิ!!!”

เธอเหล่มองที่ด้ามจับก็พบว่ามีคราบเลือดติดอยู่จาง ๆ ร่างสูงได้ยินดังนั้นจึงจับด้ามจับที่เปื้อนรอยเลือด ราวกับต้องมนต์เขาค่อยชักมันออกมาช้าอย่าง ๆ

เสียงกระบี่ที่ออกจากฝักดังก้องกังวานไปทั่วห้อง แสงของกระบี่ทำให้พวกเขาต้องหลับตาลง ราวห้วงเวลาเริ่มหยุดนิ่ง ทั้งคู่ค่อย ๆ มองเห็นฝูงผีเสื้อสีขาวมากมายโผบินเข้ามาจากไหนไม่มีใครรู้ แต่พวกมันรายล้อมไปทั่ว มือหนาข้างหนึ่งของชายหนุ่มยกขึ้นผายออกเหมือนจะเรียกพวกมันเข้ามาอย่างคุ้นเคย ผีเสื้อตัวหนึ่งบินเข้ามาหาอย่างช้า ๆ เกาะที่มือนั้นโดยมิกลัว ทันใดนั้นเองราวกับสติของทั้งคู่หลุดลอย แจ๊คกี้และ แอนนา ค่อย ๆล้มลงแล้วหมดสติไปในที่สุด

---------------------------------
ยังเป็นบทที่ไม่ค่อยสมบูรณืเท่าไหร่อ่ะนะเจ้าค่ะ งืมๆๆแต่ก็พยายามทำเท่าที่ทำได้อ่ะนะ

โดย : Linmy  mailto:linmyrinko@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันอังคาร ที่ 1 พ.ค. ปี 2007 [ เวลา 5 : 23 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com