Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

         หากสมองถูกอัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากการอ่านและขยะทางความคิด บางสิ่งบางอย่าง ความทรงจำ ความรู้สึกดีๆ อาจจะกำลังละลายหายไป การเขียนถือเป็นการจัดระเบียงความคิด เก็บกวาดแต่งแต้มจินตนาการ ที่รกร้างกระจัดกระจายให้เป็นที่เป็นทาง : จอมยุทธ แห่งบ้านจอมยุทธ กล่าว

มุมนักเขียน

กรุงานเขียนเก่า 1  กรุงานเขียนเก่า 2  กรุงานเขียนเก่า 3  กรุงานเขียนเก่า 4  กรุงานเขียนเก่า 5

Linmy >>

Butterfly of Love (ปีกรักข้ามเวลา)

ภาคกระผีเสื้อสีขาว

Butterfly of Love (ปีกรักข้ามเวลา) ภาคกระผีเสื้อสีขาว

ปฐมบท

เสียงลมหวิวหวีดก้องราตรีกาล
มิพบพานแสงจันทร์มืดมนจิต
ดุจดวงใจจมลงสุดยั้งคิด
เหมือนความผิดที่ก่อมิตั้งใจ
หากความรักเหมือนมีดเข้ากรีดเนื้อ
มิเคยเบื่อโลหิตที่รินไหล
จักยึดมันคำสัญญาอยู่ร่ำไป
สุดอาลัยร้อยปียังรอคอย

ความมืดมิดแห่งรัตติกาลครอบคลุมทั่วผืนดิน เมฆาน้อยลอยล่องบดบังสิ้นแสงจันทร์ เสียงสายลมพลิ้วปลิวพัดผ่านพงไพร ใบต่างพรรณพลันร่วงหล่นลงจากยอด ราวกับเสียงกระซิบที่หวนไห้ ร่างหนึ่งใต้เงาจันทราลอยล่องทะยาน เหนือพิภพพลันผลัดเปลี่ยนยอดไม้สูงชัน อย่างไม่หยุดนิ่ง รวมทั้งศัสตราวุธที่ละลิ่วล่องตามมาเป็นระยะเพื่อหมายปลิดชีพ แต่ก็มิอาจทำให้ร่างนั้นเกิดบาดแผลได้แม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งกระบี่คมกริบวาววับพุ่งเข้าใส่ตรงหน้า ร่างนั้นจึงม้วนตัวทะยานลงสู่ผืนแผ่นดิน ร่างเงาดำทมิฬจากยอดไม้หลายร่างก็ล่วงหล่นตามมามิขาดสาย

แสงนวลจากเจ้าจันทร์เริ่มลอดผ่านเมฆลงมาเล็กน้อยเผยให้เห็น ชายหนุ่มในชุดสีม่วงสลับดำปักด้วยดิ้นทองลวดลายวิจิตร ใบหน้างดงามราวกับเทพบุตรแห่งราตรีนี้ก็มิปาน แววตาเยือกเย็นประดุจใบมีดนับพันเล่มเข้าเชือดเฉือนผู้ใดก็ตามที่สบตา ยืนนิ่งมิหวั่นเกรงผู้หมายเอาชีวิตมากมายอยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นดาบคมกริบในมือเหล่าเงาก็พุ่งเข้าใส่เขา ร่างสูงรีบผละตัวออกจากพื้นดินลอยตัวขึ้นสูงจนกายสะท้อนเงาจันทร์ ริมฝีปากเรียบเฉยเผยรอยยิ้มอำมหิตออกมาที่ละนิด ก่อนจะชักกระบี่สีทองสุกวาวข้างเอวออก มือหนาปล่อยกระบี่ลอยขึ้นเล็กน้อยแล้วใช้นิ้วผลักอย่างรวดเร็ว หากแต่กระบี่นั้นกลับหมุนวนราวกับใบพัดพุ่งตรงเข้าใส่อริราชทันที

เมื่อเท้าชายหนุ่มสัมผัสพื้นดินก็บังเกิดสายหยดน้ำสาดกระเซนไปทั่วบริเวณนั้น ชายชุดดำพากันล้มลงเหมือนใบไม้ร่วงไม่ได้ยินแม้แต่เสียงร้องก่อนสิ้นลม โลหิตมากมายไหลรวมกันเหมือนกับสายธาราสีแดง

ชายหนุ่มแหงนหน้าเหมอมองดวงจันทร์ที่บัดนี้เหล่าเมฆเริ่มบดบังอีกครา ด้วยแววตาที่เศร้าหมอง หากแต่การชื่นชมต้องถูกขัดจังหวะลง เหล่าเงามืดชุดใหม่ได้เริ่มเข้ามากรูใส่ร่างสูง ดาบสีเงินมากมายพากันพุ่งตรงใส่ทันที เขายิ้มที่มุมปากพร้อมสะบัดเริ่มสายกระบี่สีทองประดุจสายวารีที่เชี่ยวกรากที่จักพัดพาผู้กีดขวางให้สิ้นซาก หากแต่ร่างที่สู้นั้นก็มีขีดจำกัด ในราตรีนี้เขาสู้มาโดยยังมิได้หยุดพักแม้แต่น้อย

“แฮ่ก..อือ.”

เสียงหอบเหนื่อยอ่อนเริ่มก่อเกิดรอดไรฟันของชายหนุ่ม แม้กายเหนื่อยล้าเพียงใดแต่มิอาจเทียบได้กับหัวใจที่ดำมืดของเขา มือหนายังคงกำกระบี่ไว้แน่นเข้าพาดพันผู้ต่อกรอย่างเหนื่อยอ่อนจากการสู้ที่แสนยาวนาน เกินกว่าตัวเองจะรับไหว เพียงพริบตาดาบอริราชอาศัยช่องโหว่นั้นพุ่งคมดาบเข้าปลิดชีพ หากแต่มีกระบี่สีนิลราวราตรีกาลสกัดไว้ได้ทัน

“อะ..องค์ชาย เป็นอย่างไรบ้างพะยะคะ”

สายตาปวดร้าวจ้องมองมาอย่างไม่ยินดี ในการรอดพ้นจากความตายเท่าใดนัก

“มะ..หม่าอี้...เจ้ามาทำไม”

สีหน้าของใบหน้าคมเริ่มซีดขาวเหมือนกลีบเมฆ อาการบางอย่างเริ่มรุกเร้าอย่างรุนแรง มือข้างหนึ่งรีบยกขึ้นกุมริมฝีปากนั้น ก่อนตัวจะสั่นเทาแล้วไอออกมาอย่างทรมาน จนคนช่วยมองอย่างตกใจแต่เหนืออื่นใดสถานการณ์ตรงหน้า ชายชุดดำหลายคนยังคงเข้าฟาดฟันไม่หยุดหย่อน จนต้องระงับความตกใจนั้นเข้ารับมือก่อน

“องค์ชายหนี ไปพะยะคะ ...กระหม่อมจะรั้งพวกมันไว้เอง”

“ข้า...ขะ..ข้า.. ไม่อุ๊บ!!!!”

เพียงฝืนเอ่ยวาจา โลหิตมากมากก็ไหลรินออกมาจากปากหยักนั้น จนอาบล้นมือที่กุมเอาไว้ แต่หากคืนนี้ไม่สามารถรอดพ้นจากการลอบฆ่าไปได้ก็ไม่เป็นไร ร่างกายที่ถูกรุมเร้าด้วยโรคร้ายอีกไม่นานคงจะถึงเวลาเขารู้ดี ตอนนี้ความตายอาจจะเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุด

เหล่าศัตรูเห็นเป็นโอกาสดีจึงใช้ดาบมากมายพุ่งตรงหาในคราเดียว ชายหนุ่มรีบโผตัวทะยานขึ้นทันทีพร้อมทั้งวางเท้าที่ปลายดาบของพวกมัน พร้อมทั้งตวัดกระบี่ราวกับแส้วนรอบตัวเอง ทันใดนั้นโลหิตมากมายก็พวยพุ่งออกมา เขารีบกระโดดลอยตัวออกห่างทันที แต่ทว่า

“ฉึก!!”

เสียงคมดาบดังขึ้นจากแผ่นหลังของเขา ก่อนมันจะถลำลึกเสียดแทงภายในกายที่เชื่อมต่อจนทะลุออกยอดอกแล้วทวนกลับที่เดิมที่เข้ามา ร่างนั้นลงสู่พื้นดินช้า ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่า ชุดสีม่วงเข้มแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินด้วยสีชาดที่หลั่งไหลมามิขาดสายจากร่างนั้น

“องค์ชาย!!!!”

ชายหนุ่มยังคงกำกระบี่ไว้แน่น ใบหน้าแหงนมองดวงจันทราที่บัดนี้ เมฆาน้อยนั้นได้จางหายไปแล้ว ก่อนจะหันมาฉายรอยยิ้มแห่งความยินดีให้องค์รักษ์ที่กำลังตกใจ แล้วหันไปมองฟากฟ้าอีกครา จ้องมองสีเหลืองนวลที่สาดส่องลงมาราวกับว่าแสงนั้นทะลุเข้าไปภายในใจที่ดำมืดนั้น

ทันใดนั้นราวเวลาหยุดนิ่งไปในพริบตาภาพต่าง ๆ ลอยล่องขึ้นในหัวของชายหนุ่ม เหนืออื่นใดภาพหญิงสาวผู้หนึ่งลอยเด่นขึ้นมา ริมฝีปากบางของหญิงสาวนั้นยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

นัยน์ตาที่พร่ามัวเหมือนกับเห็นผีเสื้อสีขาวมากมายบินล้อมรอบกาย มือหนากำกระบี่พยายามยกขึ้นอย่างไร้แรง ผีเสื้อตัวหนึ่งบินเข้ามาเกาะที่ปลายกระบี่ เขายกมืออีกข้างหนึ่งหมายจะเรียกมัน ราวสื่อถึงกันผีเสื้อโบยบินมาที่มือของเขาแทนอย่างว่าง่าย

“ได้โปรดเถอะ..พวกเจ้าจงชักพาทุกห่วงคะนึงหานี้ไป”

เมื่อกล่าวจบเขาก็ปล่อยให้ผีเสื้อตัวนั้นโบยบิยกลับฝูงไป ราวกับเวลาเริ่มเดินอีกคราร่างของเขาก็ค่อย ๆล้มลง องค์รักษ์ยังคงส่งเสียงเรียกแต่ไม่มีเสียงจากเขาตอบกลับ แสงในตาเริ่มดับวูบจนมืดมิดเพียงมีแต่หทัยนั้นได้ลอยล่องไปไกลพร้อมกับจิตวิญญาณที่มิได้ดับลงไปด้วย ต่อให้ผ่านไปนับร้อยปีก็ตามรึกี่ชาติก็ตาม ทุกอย่างจะต้องหวนคืน

-------------------------------------------------

ข้าน้อยลืมอัพภาคกระบี่ผีเสื้อสีขาวก่อนสินะ ดันไปเกริ่นภาคบทเพลงผีเสื้อสีขาวก่อน แถมพิมพ์ชื่อภาค ผิด ๆ ถูกๆ อีกต้องขอโทษทีเจ้าค่ะ เหอๆๆ(เบลอไปนิด)

โดย : Linmy  mailto:linmyrinko@hotmail.com
เมื่อเวลา : วันจันทร์ ที่ 30 เม.ย. ปี 2007 [ เวลา 1 : 2 ]

         ร้อยบุปผาผลิบานอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกนี้ แล้วโรยราร่วงไป ความฝันของเด็กน้อยตกหล่นเกลื่อนกลาด งานเขียนมากมายถูกปฎิเสธจากระบบการตลาด จะด้วยอะไรก็ตามที นั่นย่อมไม่ได้หมายความว่ามันจะไร้คุณค่า หรือต่ำต้อยด้อยวาสนา และทีนี่...ก็มิใช่สุสานหรือร้างไร้ผู้คน


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com