Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา

ร่องรอยแห่งความทรงจำ...อันแสนนาน

นารา รุ่งแจ้ง : เขียน yaipim_p@hotmail.com

หน้าบ้านมีต้นมะขามสูงใหญ่
หลังบ้านมีสระน้ำ
ภาคเหนือตอนล่าง   ประเทศไทยแลนด์
บนโลกมนุษย์ ใบนี้

           ณ บ้านเก่าหลังนี้   ยังคงมีร่องรอยแห่งความทรงจำอันแสนนาน หลงเหลือ
           อยู่มากมายเหลือเกินไม่รู้เพราะอะไร ณ บ้านหลังนี้ ที่ ที่ ฉันเกิด    ที่ ที่
           ฉันเติบโตมากับความรู้สึกต่างๆ ทั่วทุกมุมบ้าน ฉันลืมมันไปนาน นานจนฉันแทบ
           จำมันเกือบไม่ได้    บ้านไม้สีน้ำตาล บ้านผุๆ   กับกลิ่นดิน ที่หน้าบ้าน
           ใช่ฉันลืมมันไปแล้ว ความรู้แบบนี้ เท่าที่รู้สึกและสัมผัสได้ มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่
           หนอ .และเท่าที่ฉันจำได้ ฉันไม่เคย ชอบ มันเลยสักครั้ง
           แม้นมันจะโอบอุ้มฉันมาตลอดเวลาก็ตาม   มันออก จะดูเชย เก่าและคร่ำครึ   เมื่อ
           ยังเด็กฉัน มองมันครั้งใด ฉันก็อดที่จะบอกกับตัวเองทุกครั้งไม่ได้ว่า ซักวันนะ ฉัน
           จะไป จากที่นี่ ไปอยู่ใน ตึก สูง ใหญ่สีขาวทีผู้คนรายล้อมมากมาย
           ไม่มีเสียงแมลงเล็กๆ ให้รำคาญ เวลานอน และไม่ต้องตกอยู่ในความเงียบบ่อยๆ
           ฉันไม่ชอบมันเลยสักอย่าง
             วันนี้วันที่ฉันได้ออกมาจากบ้านไม้ ผุ ผุ หลัง นั้น  ออกมานาน   มีตึกสีขาวสูงใหญ่
              มีผู้คน รายล้อม ความสะดวก สบายทั้งหลาย พรั่งพร้อมตามกันมา   สระว่ายน้ำ
             ที่มีน้ำสีคราม    ภายในตึก  เพื่อน บ้านที่ ดูแล สอดส่องกันอย่างเกินจะทั่วถึง
             และมีคนเฝ้าบ้านเวลาฉันไม่อยู่   ฉันชอบเหลือเกิน ฉันได้แต่เฝ้าบอกกับตัวเอง
             ว่านี่แหละ สิ่งที่หาและรอคอยมานาน มันดูดีไปหมด มันใช่ฉัน (รึเปล่า ) ฮึ ฮึ..  
             แล้วฉันก็ตื่นขึ้นมา ในความรู้สึกเหล่านั้นอีก ฮือไม่เห็นจะเหงา เลย
             ฉันไม่เหมือนเดิมแล้วมีพร้อมทุกอย่างแล้ว   แล้ว.... แล้วฉันยังจะต้องการอะไร
             ไปคิดถึงมันทำไม ในเมื่อไม่ต้อง ตกอยู่ในความเงียบ   ไม่ต้องได้ยินเสียงแมลง
             ไม่ได้กลิ่นดิน ที่เคยคิดว่าไม่ชอบหนักหนา ... อืม
แต่ ทำไม ฉัน ยังคงรู้สึกเงียบ..อยู่ ภายในใจอย่างเหลือเกิน
รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรว่างเปล่า   อีกทั้งเหมือนมีอะไรมาตีบตัน อยู่ที่ลำคอนิดๆ  คล้าย
คล้าย คน จะร้องไห้    แต่ฉันคิดในใจ ไม่มีเรื่องให้เศร้า นี่นา 
ฉันนั่งอยู่แบบนี้ตั้งนาน   คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย    กินเวลาไปมาก     จนเริ่มรู้สึกตัว
ใช่สิ มามัวนั่งได้ไง วันนี้ฉันมีธุระสำคัญมากซะด้วย และคงต้อง รีบไป
ฉันรีบลุกขึ้นแต่งตัว อย่างที่คิดว่าเร็วที่สุด แต่ ทำไมมันดูนานเหลือเกิน 
ฉันขับรถออกไป วันนี้รถไม่ติด   แต่ทำไม ฉันกลับรู้สึกว่าเวลามันนาน ขึ้นเสียนี่ ..
น่าแปลก   ฉันฮัมเพลงเบาๆ ระหว่างทาง เพราะฉันคิดว่า วันนี้ ฉันคง จะมีความสุขที่สุด   



        เฮ้อ. . มาถึงเสียทีในทีสุด ฉันมาก่อนเวลานัด ไป 15 นาที   ฉันไขกุญแจเหล็กหนักอึ้ง
        มันเป็นแบบเก่า .. ไข ยากจัง เพราะไม่ได้ไข มันมานาน    ฉันปลดโซ่ แล้วผลัก
        รั้วเก่านั้นเข้าไป โอย มีหยากไย่ด้วย ฉันปัดออก ที่เสื้อ และตรงผม   รอสักพัก
        นั่งเล่นเดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย เดินมาถึงม้านั่งเก่าๆ  สี น้ำตาล ซีด
        เมือก่อนมันคงสวยมากนะ ฉันคิด สายลมอ่อนๆ พร้อมทั้งกลิ่นหอมชืดๆ โชยมา   ฉันลุก
        ขึ้นและเดินไป ยังที่มาของกลิ่น นี้      ต้นไม้สูงใหญ่   ใบสีเขียวสดอมเหลือง
        แม้นขาดการดูแล แต่มันยังคงงอกเงยดีอยู่ อย่างน่าประหลาดใจ อีกทั้งดอกผล ใบเล็กใบน้อย
        ที่ขึ้นเรียง ฉันรู้สึกเหมือนมันดีใจอะไรสักอย่าง    ฉันยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัว
        เดินไปอีกหน่อย ก็ถึงแล้ว  ฉันรีบเดิน เหมือนอยากพบอะไรสักอย่างบอกไม่ถูก  
        พอผ่านตรงนี้เลี้ยว ขวา ถึงแล้ว      ฉันหยุดยืนยิ้ม ลำคลองอันนี้ ไม่สิ ต้องเรียกว่า
        บ่อ  .. มันตื้นเขินไปมาก   แต่ยังคงมีน้ำหลงเหลืออยู่   สีดินซีดมาก  แต่ ก็ยังคงมี
        ไม้ต้นเล็กๆ ขึ้นรอบ ขอบบ่อ  และ เมล็ดสีเขียวเข้ม ตกอยู่โดยรอบ บางทีก็ไปรอยอยู่
        ในน้ำ คงเป็นของต้นใดต้นหนึ่งแถวนี้   ฉันหวนคิดถึงเด็กหญิง คน นึง ที่!
รอยคอในบ่อ แล้วพยายาม จินตนาการว่ามัน คือ สระน้ำวิเศษ  
แถมยังนำเมล็ดแปลกๆที่โดนน้ำแล้วเสียงดัง มาโยนเล่นทุกวัน เมล็ดสีน้ำตาลออกเขียว
อันเล็กๆ เป็นวงลี มันชื่ออะไรน้า พยายามนึกอยู่   ... ปริ๊น ๆๆ
เสียงแตรทำให้ฉันสะดุ้งตื่น กลับมาที่เดิม ฉันหันรีหัน ขวาง แล้ววิ่งไปที่ประตู 
เปิดออก   รถ เบนซ์   สีดำคันใหญ่ จอดอยู่ ชายคนขับรถ ลุกออกไปเปิดประตูให้คนข้างหลัง   2
คน ที่นั่ง   เป็นชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ลงมาจากรถ   ความจริงเราเคยเจอกันแล้ว
แต่วันนี้ต้องมาพบกันเพราะเรื่องสำคัญ    ชายคนใส่แว่น ถือกระเป๋าหนังสีดำ
เดินตรงมาที่ฉัน  “ ขอโทษมานานรึยังครับ”
อ๋อไม่เลยค่ะ ..ฉันตอบ พร้อมเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือ     อื้อ มาสายไปครึ่งชั่วโมง
แต่ไม่เป็นไรเต็มใจรออยู่แล้วฉันนึก   พร้อมทั้งเชื้อเชิญพาชายสองคนเดินวนโดยรอบ
รั้วทั้งด้านนอกและด้านใน ก่อนเข้าไปในบ้าน หาที่นั่ง “ เอกสาร ครบไม๊ครับ ”
ชายใส่แว่นถาม  “ค..ครบค่ะ ” ฉันตอบไม่เต็มเสียงนัก   “ ok   งั้นนำมาเลยครับ” ฉัน
หยิบเอกสาร ที่เตรียมไว้ ออกมา อย่างช้าที่สุด แล้วยื่นให้เขาดู   ชายคนดังกล่าว  จัดแจง
เตรียมนู่นนี้หลาย พร้อมทั้งอธิบาย แล้วก็บอกให้ฉัน เซ็นต์ ตรงนี้นะครับ ตรงนี้ด้วย
นี่ก็ด้วยฉัน  เซ็นต์ ตามแบบนิ่งๆ เหมือนหุ่นยนต์ แถมรู้สึก มึนๆ แบบ บอกไม่ถูก
แล้วก็ฟังที่เค้า   อธิบายแต่ค่อยไม่รู้เรื่องเท่าไรนัก
เหมือนฉันเริ่มคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย   จนกระทั่ง   เรียบร้อยแล้วครับ “
คุณครับเรียบร้อยครับ ” อ้อ ค่ะ ค่ะ   ฉันมองพร้อมทั้งเห็นเอกสาร และ เช็ค วางตรงหน้า
ฉันหยิบมันขึ้นมาดู  อืม 7 หลัก เหมือนที่ตกลงกันไว้ ฉันนิ่งเงียบ
แต่มือยังคงถือเช็คนั้นไว้อยู่ “ เอ่อ. ถ้าอย่างนั้นหมดธุระแล้ว   ผมลากลับก่อนนะครับ
โชคดีครับ”  ค่ะ ค่ะ    ชายสองคนยังมีทีท่ารีๆ รอๆ   ฉัน  “อ้อ ขอโทษค่ะ” 
แล้วรีบยื่นกุญแจ!
ส่งให้เขา “เช่นกันค่ะ โชคดี” ชายคนดังกล่าวรับกุญแจแล้วลุกจากไป   
         แต่ฉัน ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม กุญแจ ดอกนั้น มันเป็นดอกเดียวกัน ที่ตอนแรกไขเข้ามา
         มันไข ยาก ใช่ เพราะมันขึ้นสนิม นี่นา ฉันนั่งเงียบสักพักแล้วลุกขึ้น ในมือ ถือเอกสาร
         พร้อมทั้งเช็คใบนั้น ฉัน เริ่มเดินออกมา  มัน บอกไม่ถูก
         ฉันมีอาการแบบนั้นอีกแล้วมันเกิดขึ้นอีกแล้ว   มันเงียบ เงียบเหลือเกินเงียบจากข้างใน
         มันเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ คล้าย คนจะร้องไห้ได้   ฉันเดินออกมา ตัวเบา และชา
         มากว่าเดิม   ฉันออกมาหยุด อยู่ที่ประตูรั้ว   หันกลับไปมอง   มันเหมือนกับว่า
         ฉันคิดไปเอง   ต้นไม้เมื่อครู่นี้ สีมันไม่สดเหมือนตอนแรกเลย ไม่มีแม้ลมจะพัด
         ไม่มีเสียง นก และเสียงสัตว์ให้ได้ยิน มันเงียบ เงียบเหลือเกิน ฉันมองบ้านไม้ ผุ ผุ
         หลังนั้นเป็น ครั้งสุดท้าย มองทุกอย่าง เหมือนจะเก็บเอาแค่ช่วงเวลาอันนี้เอาไว้
         ช่วงเวลา สั้น สั้น   ทั้งที่ฉันมีเวลามาตลอดชีวิต แต่ฉันไม่.. ไม่ เคย ได้มองมันอย่าง
         เต็ม ตา เท่ากับ เวลานี้เลย  .... ..... .....
        ฉันเดินจากมา ในมือ ฉัน กำเช็คแน่น เม้ม ปากเบาๆ เพื่อไม่ให้อะไร หลุดออกมา .......
        สตาร์ทรถออกมือฉันกำพวงมาลัย แบบหนักและบีบ ราวกับจะระบายอะไรในใจ ออกมา รถฉันเปิดเพลง
        เสียงดัง แต่ไม่มีเสียง ฮัมเพลงออกจากปากฉัน มีแต่เสียง ความคิดที่ดังออกมาข้างนอก
        ........... บ้าน ใช่ บ้านของฉัน ๆ ขายมัน บ้านที่ฉัน เกิดและเติบโตมา
        บ้านที่เคยให้ความอบอุ่น   มโนสำนึกทุกอย่างหวนกลับไป   “ แก้ว
        บ้านหลังนี้ถึงมันจะไม่ใหญ่โตนัก แต่มันเป็น ของแก้ว รู้ไม๊ ลูก แม่กับ พ่อ
        ช่วยกันสร้างมันขึ้นมา ก็เพื่อแก้วนะ   และบ้านหลังนี้ก็จะชื่อว่า บ้านแก้ว
        มันเป็นของแก้วจ้ะ”   ฉันเม้ม ปากแน่น มันว่าง ในความรู้สึก
        มันร้อนจากลำคอทั่วถึงใบหน้า   ฉัน ฉัน รู้แล้ว ความรู้ที่ขาดหายไปมันคืออะไร
        เพราะคำตอบทุกอย่าง มันอยู่ในบ้านของฉัน บ้านที่ฉัน เพิ่งจากมันมา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com