Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป »

ประเทศไทย 77 จังหวัด »

จังหวัด » จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว

» ย้อนกลับ หน้าถัดไป

ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ภาคตะวันออก(4)

         กองทัพพระยากำแพงเพชร (พระเจ้าตากสิน) สู้พลางถอยพลาง ทแกล้วทหารล้มตายไปบ้างแตกหนีกระจัดกระจายไปบ้าง พลพรรคที่ตามติดอยู่กับแม่ทัพคงเหลือไม่มากนัก หวังจะพึ่งพาเจ้าเมืองรายทาง เช่น เมืองฉะเชิงเทรา เมืองปราจีนบุรี ซึ่งมีเสบียงอาหารสมบูรณ์ ก็อยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนใจ เพราะตนเองนั้นทิ้งค่ายหนีออกมาขณะที่กรุงศรีอยุธยายังไม่แตก จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าเมือง อีกประการหนึ่งพระยากำแพงเพชรคงจะทราบดีว่าเจ้าเมืองเหล่านั้นยอมสวามิภักดิ์เข้าข้างด้วยไม่ได้ เพราะทางกรุงศรีอยุธยาจะกล่าวหาว่าเอาใจออกห่างจากราชธานี ฉะนั้นกองกำลังของพระยากำแพงเพชรจึงหลๆ ซ่อนๆ ตามชนบทนิคม หาสมัครพรรคพวกที่เป็นชุมชนขนาดย่อม ในครั้งนั้นกองกำลังพระยากำแพงเพชรเดินทางไปถึงเมืองนครนายก พบกับขุนชำนาญไพรสณฑ์ และนายกองช้างเมืองนครนายก เมื่อวันจันทร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือนยี่ (พ.ศ.2309) ขุนชำนาญไพรสณฑ์และสมัครพรรคพวกยอมเข้าด้วย จึงได้กำลังพลมากขึ้น มีเสบียงอาหารและได้ช้างพลาย พังถึง 6 เชือก อาจจะกล่าวได้ว่าจุดเริ่มต้นในการเกลี้ยกล่อมกำลังหัวเมืองภาคตะวันออกนั้น เริ่มต้นจากกองกำลังของขุนชำนาญไพรสณฑ์
              แต่กระนั้นก็ตามพระยากำแพงเพชรยังไม่กล้าที่จะขอความร่วมมือจากเจ้าเมืองนครนายก และเจ้าเมืองปราจีนบุรี แสดงให้เห็นว่าสถานภาพของกองกำลังของพระยากำแพงเพชรยังไม่เข้มแข็งพอที่เจ้าเมืองเหล่านั้นจะยอมอ่อนน้อมยอมเข้าด้วยโดยง่าย จึงพากองกำลังเดินทางมาด้านหัวเมืองชายทะเล เที่ยวเกลี้ยกล่อมชาวนิคมชนบท ครั้นถึงบ้านกง (แขวงเมืองนครนายก) พระยากำแพงเพชรก็ส่งคนไปเจรจากับขุนหมื่นพันทนายบ้านกง แต่ขุนหมื่นพันทนายเหล่านั้นก็หายอมเข้าด้วยไม่ เตรียมกำลังตั้งค่ายจะสู้รบ แม้ว่าจะเจรจาเกลี้ยกล่อมถึงสามครั้งสามคราก็ตาม ในที่สุดพระยากำแพงเพชรจึงนำหน้าทหารม้า 20 นาย เข้าโจมตีบ้านกง ตีหักเอาค่ายได้ ชาวบ้านแตกตื่นไม่เป็นส่ำ เก็บได้ช้างม้าและเสบียงอาหารจำนวนมาก ครั้นวันรุ่งขึ้นเดินทางมาประทับแรมที่บ้านหนองไม้ซุง เดินทางต่ออีกสองวันมาถึงบ้านนาเริ่ง (ในเขต อำเภอบ้านนาในปัจจุบัน) แขวงเมืองนครนายก ประทับแรมอยู่คืนหนึ่ง

วันรุ่งขึ้นเดินทางไปถึงแม่น้ำข้ามไปฟากตะวันออกอีกหนึ่งวัน ถึงบ้านกงแจะ ด่านเมืองปราจีนบุรี เดินทัพข้ามทุ่งไปจนเวลาพลบค่ำ หยุดพักหุงหาอาหารและพักคอยกองทหารของพระเชียงเงิน แต่ไม่เห็นกองทหารของพระเชียงเงิน จึงสั่งให้หลวงพรหมเสนาขึ้นม้าตามหากองทหารพระเชียงเงิน ส่วนกองทัพพระยากำแพงเพชรคอยอยู่ถึง 3 วัน ครั้นถึงวันจันทร์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือนยี่ กองทหารของพระเชียงเงินจึงตามมาทัน พระยากำแพงเพชรโกรธพระเชียงเงินที่แกล้งเชือนแช เดินทัพชักช้า หวังจะเอาใจออกห่าง จึงลงโทษโบยหลัง 30 ที แล้วให้ประหารชีวิตเสีย แต่นายทหารทั้งปวงได้ขอชีวิตไว้ 2. ปะทะกับกองทัพพม่าที่ปากน้ำเจ้าโล้ แขวงเมืองฉะเชิงเทรา แม่ทัพพม่าทราบว่ากองทัพที่สั่งให้ไล่ตามตีทัพพระยากำแพงเพชรเสียทีถอยกลับไป จึงได้ส่งกองทัพมาตั้งค่ายอยู่ที่ปากน้ำเจ้าโล้ (ลำน้ำเจ้าโล้ไหลลงแม่น้ำบางปะกง อำเภอบางคล้า) แขวงเมืองฉะเชิงเทรา และได้ส่งกองทัพเรือพม่ามาเสริมกำลังที่ปากน้ำเจ้าโล้อีกด้วย ค่ายพม่าที่ปากน้ำเจ้าโล้ได้ส่งกองลาดตระเวน สอดแนมกองทัพของพระยากำแพงเพชร ครั้นถึงวันอังคาร ขึ้น 14 ค่ำ เดือนยี่ ปีจออัฐศก กองทัพพระยากำแพงเพชรเห็นกองทัพพม่าที่ค่ายปากน้ำเจ้าโล้ยกตามมาติดๆ จึงขุดสนามเพลาะบังตัวต่างค่ายให้กองเสบียงลำเลียงหาบคอนล่วงหน้าไปก่อน
               ครั้นกองทัพพม่าเข้ามาใกล้เดินเรียงรายมาตามดงแขมห่างประมาณหกเจ็ดเส้น จึงให้ยิงปืนใหญ่น้อยระดมไปยังกองทหารพม่า แม้ว่ากองทหารพม่าจะดาหน้าหนุนเนื่องกันมา ก็สั่งให้ยิงปืนใหญ่น้อยสำทับไป ทหารพม่าล้มตายจำนวนมาก หนีกลับไป เหล่าทหารหาญในกองทัพพระยากำแพงเพชรต่างก็โห่ร้อง ตีฆ้อง ตีกลองสำทับ ไล่ตามฆ่าทหารพม่าล้มตายอีกจำนวนมากหลังจากนั้นก็เตรียมเดินทัพต่อไปการที่กองทัพพระยากำแพงเพชรสู้รบกับกองทัพพม่าที่ปากน้ำเจ้าโล้นั้น คงจะสูญเสียทหารจำนวนมากทั้งกองทัพพม่าและกองทัพของพระยากำแพงเพชร โดยเฉพาะพระยากำแพงเพชรคงจะสูญเสียทหารคนสนิทและเเพื่อคู่ใจไปจำนวนมากในการปะทะกับพม่าครั้งนั้น
                ดังมีหลักฐานการสร้างสถูปเจดีย์เป็นอนุสรณืแก่เพื่อนนักรบไว้ที่ปากน้ำเจ้าโล้ด้วยหลังจากท่านได้ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงธนบุรีแล้ว เป็นเจดีย์ทรงลังกาขนาดย่อมตั้งอยู่โดดเดี่ยว (ไม่มีวัดบริเวณนั้น) ชาวบ้านบริเวณนั้นเล่าสืบต่อกันมาว่าเป็นเจดีย์พระเจ้าตากสินสร้างไว้ ปู่ย่าตายายเรียกว่าเจดีย์พระเจ้าตาก เจดีย์ดังกล่าวถูกน้ำเซาะตลิ่งล่มในปี พ.ศ.2483 ฉะนั้นผู้อาวุโสอายุ 70 ปี (พ.ศ.25437 ยังจดจำกันได้ ขณะนี้ทางราชการอำเภอบางคล้าได้สร้างพระเจดีย์ขึ้นใหม่ในสถานที่เดิม นัยว่าพยายามรักษารูปสัณฐานเดิม และทำพิธีเปิดเมื่อ พ.ศ.2543 3. เดินทัพมุ่งเมืองระยอง ครั้นได้ชัยชนะกองทัพพม่าที่ปากน้ำเจ้าโล้ แขวงเมืองฉะเชิงเทราแล้ว พระยากำแพงเพชรจึงเดินทัพผ่านมาทางบ้านหัวทองหลาง สะพานทอง จังหวัดชลบุรี) ล่วงแดนเมืองชลบุรีไปยังหัวเมืองฝ่ายตะวันออก ซึ่งเมืองชลบุรีในสมัยนั้นตั้งอยู่บริเวณบ้านบางปลาสร้อย (หัวตลาดชลบุรีด้านกรุงเทพฯ) และชาวบ้านทั่วไปสมัยก่อนเรียกเมืองชลบุรีว่า "บางปลาสร้อย" เหมือนกับนิยมเรียกเมืองฉะเชิงเทราว่า "แปดริ้ว" ฉะนั้นจึงพบว่าชาวจีนและเอกสารจีนจดบันทึกชื่อเมืองชลบุรีว่า เมืองบังก๊อกส่วย คือบางปลาสร้อยนั่นเองเมื่อกองทัพพระยากำแพงเพชรผ่านมายังเมืองชลบุรีนั้น พระยากำแพงเพชรหาได้เขาไปเมืองชลบุรีไม่ นัยว่าขณะนั้นชลบุรีเป็นเมืองร้างเมื่อครั้งทัพพม่ามาตีค่ายหน้าด่านที่ปากน้ำโยธกาของกรมหมื่นเทพพิพิธ พ.ศ.2308 จึงเดินทัพลัดเลาะไปยังบ้านนาเกลือ แขวงเมืองบางละมุง ซึ่งได้พบกับนายกลม (ฉบับพระราชหัตถเลขาชื่อว่า นายกล่ำ) นายซ่องสุมไพร่พล เป็นหัวหน้าอยู่ที่นั่น นายกลมหัวหน้าซ่องบ้านนาเกลือหาได้อ่อนน้อมไม่ เตรียมท่าจะต่อรบ พระยากำแพงเพชรจึงขี่ช้างพลายพร้อมด้วยพลทหารแวดล้อมหน้าหลัง เดินตรงไปยังพลพรรคของนายกลมที่ยืนสกัดอยู่นั้น ด้วยท่าทีองอาจไม่เกรงกลัวกองกำลังของนายกลม

» ย้อนกลับ หน้าถัดไป

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com