Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> Out  of   Control  Syndrome (18)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

Out  of   Control  Syndrome (18)

Apr.27.2007 10:46:59 am

เมื่อนักฟิสิกส์ประยุกต์ โดนเหนี่ยวนำในทางฟิสิกส์(1)

         ฟิสิกส์ที่ถือเป็นราชินีแห่งวิทยาการเนื่องจากเป็นพื้นฐานในการวิเคราะห์ในการประมาณการในเชิงประจักษ์นิยม…หรือการแปรเปลี่ยนจากจินตนาการสร้างสรรค์ให้กลายเป็นจริงในทางวัตถุตามคุณภาพแห่งสรรพสิ่งที่ดำรงอยู่ในจักรวาลแห่งนี้ที่มีการต่อยอดองค์ความรู้กันมาอย่างต่อเนื่องของมนุษยชาติในการทำความเข้าใจต่อสรรพสิ่ง( ที่จริงข้าฯอยากจะให้สอนตั้งแต่ระดับอนุบาลเสียอีก เพราะปัจจุบันเด็กอนุบาลเราอาจเน้นภาษาเป็นหลัก ….เช่นตำราการอ่านเขียนภาษาไทยเราแทรกได้ครับ เกี่ยวกับเรื่องฟิสิกส์มากมายรอบกายของเรา ที่เป็นตำราง่ายๆสำหรับเด็กอนุบาลจะได้จินตนาการได้)

          นักฟิสิกส์ประยุกต์ ที่ข้าฯกล่าวนั้นหมายถึง  หมอท่านหนึ่งซึ่งตกเป็นข่าวครึกโครม….และข้าฯต้องขออภัยต่อครอบครัวของท่าน  ตัวท่านหมอเอง   และผู้ที่เกี่ยวพันกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด…และเมื่อสถานการณ์ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการทางศาล ….

          การบันทึกของข้าฯจึงเป็นเพียงทัศนะหนึ่งซึ่งอาศัยอัตตา ของตนมาวิเคราะห์  ก็ด้วยเจตนาอย่างเดียวคือ จะทำอย่างไรที่ให้หมอจะหายอย่างสมบูรณ์ได้เป็นปกติทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณ

          และก็มิใช่ว่าอยากจะโอ้อวดหรือกระทำตนเป็นผู้รู้…ข้าฯเป็นเพียงการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับสิ่งที่ข้าฯเกิดขึ้นในสมองเช่นกัน กับสิ่งที่หมอได้เกิดขึ้นและเข้ารับการบำบัดรักษาในปัจจุบัน

          สาเหตุแห่งการเกิดความผิดปกติของหมอที่เกิดขึ้นและมีความคล้ายคลึงกันกับข้าฯในหลายประการกล่าวคือ  

         ประการแรกเกิดการจากการฝึกสมาธิและถูกเหนี่ยวนำทางจิตเช่นกันกับข้าฯ….

         ประการที่สองข้าฯเองก็ชอบในด้านฟิสิกส์และในเชิงประยุกต์ หากแต่ข้าฯมันโรแมนติกฟิสิกส์หรือฟิสิกส์ระบำปลายเท้า ต่างจากหมอตรงเป็นนักฟิสิกส์ในเชิงการประมาณการทางคณิตศาสตร์และในเชิงประจักษ์นิยม….

          ประการที่สามข้าฯซึ่งผ่านประสบการณ์ที่ข้าฯขอเรียกว่าแมเนียหัวใจก็แล้วกันนะมาหลายเรื่องราวที่หนักหนากว่าหมอเสียอีกในช่วงชีวิตที่ผ่านมา….( ข้าฯไม่ขอกล่าวรายละเอียดในเรื่องนี้นะปัจจุบันผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้าฯผู้หนึ่งนางที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันระยะหนึ่ง…ปัจจุบันนางก็ใช้ชีวิตและมีกิจการหลายแห่งอยู่ที่อเมริกาและมีครอบครัวใหม่แล้ว..หากเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่  )…

          ประการที่สี่ หมอชอบดนตรีเหมือนข้าฯคือเห็นข่าวว่าชอบสะสมกีตาร์นอกเหนือจากสะสมปืน…ส่วนข้าฯมีกีต้าร์2ตัวและเล่นคีย์บอร์ดมั่งก็เพื่อเขียนโน้ตเพลงไว้เยอะ(เรื่องดนตรีมีผลในการบำบัดรักษาข้าฯในช่วงวิกฤติในเดือนแรกได้ดีมากทีเดียวล่ะ)

          ประการที่ห้า….ข้าฯเองเป็นคนตั้งชื่อใหม่ให้กับนางผู้นั้นเมื่อกว่า10ปีที่แล้วและนางก็ใช้ชื่อนี้มาถึงปัจจุบัน…เช่นเดียวกันกับหมอที่ตั้งชื่อให้กับนางผู้หนื่งที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน…

          ข้อมูลที่ข้าฯนำมาใช้วิเคราะห์อาจไม่ตรงความจริงหรือไม่รอบด้านก็ต้องขออภัยด้วยเพราะข้าฯได้มาจากทั้งหนังสือพิมพ์และทางทีวี ที่รายการจับเข่าคุยของคุณสรยุทธ์  ที่ข้าฯติดตามดูทั้งสองฝ่ายมาออกรายการในแต่ละสัปดาห์…..ดังนั้นจากข้อมูลเหล่านี้ข้าฯจึงสรุปได้ว่า ปัญหาหลักก็มีคือ

1. ปัญหาเกี่ยวกับกิจการและครอบครัวของหมอที่มีรายได้กว่า100ล้านต่อปี
2. ปัญหาจากตัวหมอเองที่เกิดความผิดปกติในทางสมอง(กายภาพ)และทางกระบวนการจิตวิญญาณ( ข้าฯหมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งการเหนี่ยวนำด้วยตัวยาและกลุ่มบุคคล)
3. ปัญหาคนรักใหม่ของหมอ…( ประเด็นนี้ข้าฯอาจวิเคราะห์ไม่ถูกต้องก็ต้องขออภัยเพราะวิเคราะห์จากข่าวจากสื่อ)
4. ปัญหาอื่นๆที่อาจเป็นไปได้ในทางสังคมเช่น…ทางการเมือง, หรือเรื่องราวของผู้เกี่ยวข้องในเรื่องการจัดหาเรื่องปืนที่หมอมีใบอนุญาตได้อย่างไรถึงกว่า 50 กระบอก มันมากพอตั้งกองร้อยได้เลยนะหมอ และการจัดหาเสื้อเกราะ ที่อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน.. ( เพราะมันผิดกฎระเบียบและปัจจุบันที่ยังคงกฎอัยการศึกอยู่หรือประกาศของกลุ่มรัฐประหาร )

            สำหรับประเด็นปัญหาข้าฯขอสรุปเพียงหัวข้อเท่านั้นนะ ไม่กล่าวในรายละเอียด ดังนั้นเองปัญหาที่ก่อเกิดอาการหวาดระแวงของหมอ มันจึงยุ่งอีรุงตุงนังไปหมด…มากกว่าข้าฯในปัจจุบันเยอะและโดยรายละเอียดข้อเท็จจริงที่มิได้เปิดเผยในทางสื่อมันอาจจะมีอีกมากมายที่ไม่มีผู้ใดทราบ

           ข้าฯเองก็สงสารครอบครัวหมอ ทั้งทางคุณแอนและลูกของหมอ…หลังดูข่าวทางทีวี…การแก้ไขปัญหาในสมองของหมอจึงมีเพียงว่า…หมอต้องเข้าใจในความเป็นจริงของการเกิดภาพเหล่านั้นในสมองว่าตรงกับกับข้อเท็จจริงภายนอกหรือไม่ก่อนเป็นลำดับแรก..…เรื่องนี้หมอต้องเก่งกว่าข้าฯอยู่แล้วเพราะเรียนมาโดยตรง

………………………………………
           เพิ่มเติม:พอดีข้าฯเข้าไปในเว็บบอร์ดในเว็บไซต์สมาคมจิตแพทย์ ฯ มีกระทู้ท่านอาจารย์หมอท่านหนึ่งเขียนบันทึกไว้ เลยนำมมาให้อ่านถึงประสบการณ์การรักษาของท่าน ดังนี้

        โรคอารมณ์แปรปรวน

       “  ก่อนอื่น ในการรักษาผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวนนั้น  เราต้องเข้าใจก่อนว่า โรคนี้นั้น มักเป็นกับคนเก่งๆ  มักเป็นกับคนคิดมาก โดยปกติแล้ว คนทั่วๆ ไปนั้นมีโอกาสเป็น 15 เปอร์เซนต์  บางทีก็อาจจะมาจากพันธุกรรม  ผมจะพูดถึงกระบวนการรักษานะครับ

         ในการรักษานั้น สิ่งหนึ่งคือ คุณต้องเข้าใจผู้ป่วย  สองคือต้องอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจ  โดยวิธีการอธิบายด้วยวิธีการบอกนั้น อย่างที่คุณเคยเรียนมา  คือบางทีคุณอาจจะรู้สึกว่า  อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง  อาจารย์เก่งแต่ทำไมพูดไม่รู้เรื่องบ้างไหม  

         โอเคนะ  ผู้ป่วยโรคนี้ มักเป็นคนที่มีความคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล  สิ่งที่คุณควรจะทำก็คือ พยายามตอบคำถามด้วยคำถาม และให้ผู้ป่วยคิดเอง ไม่ใช่คุณเองคิดแทนผู้ป่วย  ไม่เช่นนั้น ผู้ป่วยจะไม่มีทางหายขาด  

         คุณต้องเข้าใจในทฤษฏีพื้นฐานในสิ่งที่คุณเรียนมา และเมื่อผู้ป่วยเข้าใจแล้วว่า ตัวเองนั้นป่วย ในสิ่งแรกจากประสบการณ์ในการทำงานของผมนั้น ผู้ป่วยจะถามทันทีว่า เค้าเป็นมากไหม และเค้าจะหายไหม และเค้าจะต้องทำตัวอย่างไร บางคนอาจจะมีความรู้บ้างเกี่ยวกับยาที่ใช้รักษา เค้าก็จะถามอีกว่า มีผลข้างเคียงอย่างไร  ต้องกินยานี้ไปอีกนานเท่าไร  หายแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่  

          ที่สำคัญ คุณต้องให้คำแนะนำผู้ป่วยว่า “ห้ามโกหกคุณหมอนะ” และอย่าลืม! เมื่อเค้าหายดีแล้วนั้น ให้ข้อคิดไปด้วยว่า จากประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานได้สอนผมว่า “ถ้าคิดว่ามันเป็นมันก็เป็น แต่ถ้าคิดว่ามันไม่เป็นมันก็ไม่เป็น” ผู้ป่วยจะได้สบายใจและโอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกจะน้อยมาก  

         ผมอยากให้จิตแพทย์ทุกคนเข้าใจอาการของโรค และเข้าใจว่า หายคืออะไร  รับรองได้เลยว่า หายทุกๆ คน

           ผมพยายามพูดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เผื่อว่าผู้ป่วยที่เข้ามาอ่าน จะได้เข้าใจในสิ่งที่เค้าเป็นขึ้นมาบ้าง…..”  


          จากกระทู้…ท่านที่ใช้นามว่า   อ.สุรพล….เว็บไซต์สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยhttp://psychiatry.or.th/2006/…..
          หรือจะดูได้จากลิงค์ที่ข้าทำไว้ในซ้ายมือส่วนของการประชาสัมพันธ์ - ข่าวสาร

………………………………………………………………………………
           อืม…ยังมีอีกนะ…ถ้าท่านดูในหน้าแรกของเว็บจะมีภาพ ต้าฟูที่รักษาข้าฯอยู่ด้วย ต้าฟูที่เชี่ยวชาญจิตเวชและการ์ตูนนั่นแหละ…อ้าวข้าฯทำผิดกฎของอาซิมอฟแล้วละซิ…เมื่ออ่านข้อเขียน อาจารย์สุรพล..ที่ว่าหุ่นยนต์โรคจิต(ข้าฯหมายถึงตัวข้าฯเองนะมิได้หมายถึงผู้อื่น)   นั้น ” ห้ามโกหกคุณหมอนะ” …..ข้าฯต้องขออภัยอาจารย์หมอที่รักษาข้าฯด้วย..ข้าฯคงต้องบอกท่านล่ะ ว่าความจริงของอาการข้าฯ ทั้งหมดมันอยู่ในบล็อกบ้านจอมยุทธ์นี่แหละ….ที่ข้าฯบันทึกไว้

( ยังมีต่อ…นอกจากเรื่องหมอซึ่งข้าฯคงมีการวิคราะห์เพียงบางประการเท่านั้นเช่นเรื่องสมาธิ…เพราะเรื่องราวมันดำเนินการเข้าสู่กระบวนการทางศาล….และข้าฯจะได้บันทึกเกี่ยวกับการวิเคราะห์ในทางฟิสิกส์หัวแม่เท้าคือเรื่องมิติวงแหวนหรือในส่วนของ ออร่า อันเป็นเทคนิคทางฟิสิกส์ที่พิสูจน์การเหนี่ยวนำทางจิต..ข้าฯต้องรีบสรุปเพราะเกรงว่าในเดือนหน้าข้าฯอาจจะไม่มีเวลามากนัก )

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com