Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> Out  of  Control   Syndrome (ตอนที่8)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

Out  of  Control   Syndrome (ตอนที่8)

Apr.12.2007 10:52:21 am

Bipolar  Disorder  ( ตอนจบ )
โรคอารมณ์แปรปรวน

(จากบันทึกของ รศ. นพ. รณชัย  คงสกนธิ์ ….ต่อจากตอนที่แล้ว)
         
หลักการรักษา

       สิ่งแรกที่จะต้องทำคือจะต้องแยกโรคเจ็บปวดทางกาย(medical  condition) ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการ Mania  ได้อย่างเช่นโรคมะเร็งในสมอง, ความผิดปกติของฮอร์โมนหรือการใช้ยา หรือสารเสพติดที่สามารถทำให้เกิดอาการ Mania ได้ ดังนั้นจะต้องรักษาอาการตามสาเหตุเหล่านี้ก่อน(ขออภัยที่ลงแผนภูมิไม่ได้)

       การรักษาโรคอารมณ์แปรปรวนแบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ การรักษาในระยะเฉียบพลันและการรักษาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

การรักษาในระยะเฉียบพลัน

       มีจุดประสงค์เพื่อควบคุมอาการให้กลับมาสู่สภาวะปกติที่เร็วที่สุดซึ่งจะใช้ช่วงเวลาในการรักษาช่วงนี้ประมาณ 1.5-2 เดือน  โดยทั่วไปรักษาประมาณ 1 สัปดาห์อาการก็จะเริ่มดีขึ้นแล้วเพียงแต่ว่าจะต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับตัวยาอีกสักพัก
       ปัจจุบันการรักษาอารมณ์แปรปรวนในระยะ  manic episode สามารถรักษาได้ด้วยตัวยาในกลุ่มต่างๆดังต่อไปนี้คือ mood stabilizers, antiepileptic drugs และatypical  antipsychotic  drugs
       Lithium  เป็น mood stabilizer  ที่มีการใช้มาเป็นเวลานานและได้รับการยอมรับในวงการจิตเวชว่าสามารถรักษาโรคอารมณ์แปรปรวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งในปัจจุบัน ยังคงเป็น first  line  treatment    ให้ผลในการรักษาประมาณ60-70 % แต่จะมีผู้ป่วยบางกลุ่มประมาณ 20-30 % ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย lithium  ซื่งได้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการเกิดโรคค่อนข้างไว(rapid  cycling)  และผู้ป่วยในระยะ mixed  episode

       การรักษาอาการ mania ในช่วงเฉียบพลันด้วย lithium ซึ่งได้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการเกิดโรคค่อนข้างไว (rapid  cycling)และผู้ป่วยในระยะ mixed  episode  
       
       การรักษาอาการ mania ในช่วงเฉียบพลันด้วยlithium  จะต้องใช้เวลา 5-10 วันเมื่อระดับยาในเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสม(therapeutic  level ) จึงจะเห็นผลในการรักษาและเนื่องจาก lithium เป็นยาที่มีค่าดัชนีการรักษาแคบ( narrow  therapeutic  index ) ดังนั้นจะต้องปรับยาให้สมดุล  การใช้ยาน้อยก็จะไม่ได้ผล  และหากใช้มากเกินไปก็ทำให้เกิดอาการข้างเคียง

       ดังนั้นจะต้องมีการตรวจเลือดเป็นระยะๆ เพื่อปรับระดับยาในเลือดให้เหมาะสม  ผลข้างเคียงของlithium ที่สำคัญซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาเป็นระยะยาวคือ  อาจทำให้การทำงานของไตผิดปกติ  จะต้องมีการตรวจวัดระดับฮอร์โมนไทรอยต์ต่ำ( hypothyroid)ดังนั้นจะต้องมีการตรวจวัดระดับฮอร์โมน thyroxin ,  free T4 และ TSH  ทุก 6 เดือน ทุก6เดือนตรวจวัดระดับ creatinine ทุก 12เดือน    ตรวจ urinalysis ทุก12เดือน เป็นอย่างน้อยและควรวัดปริมาณปัสสาวะหาระดับ Creatinine clearance  และ urine  osmolarity ทุก 6-12 เดือนด้วย

       ผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย lithium โดยเฉพาะผู้ป่วยในระยะ mixed  episode และ  rapid  cycling  อาจจะพิจารณาให้ยาในกลุ่มยากันชัก ( antiepileptic  drugs )ร่วมกับmood stabilizer  โดยยาที่นิยมใช้ปัจจุบันได้แก่ Sodium  valproate( Depakine) และcarbamazepine ( Tegretol )

       สุดท้ายหากไม่ได้ผลอาจจะต้องทำ ECT ( Electroconvulsive Therapy )

       การรักษาอาการซึมเศร้าในระยะนี้โดยทั่วไปแล้วจะรักษาด้วย mood stabilizer  หากอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องเสริมด้วย antidepressants ในกลุ่ม SSRIs การให้  antidepressants  จะต้องระวังเพราะอาจเหนี่ยวนำให้เกิดอาการ mania ขึ้นได้

       
การรักษาเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ

       โรคอารมณ์แปรปรวนเป็นโรคที่สามารถกลับเป็นซ้ำ ( recurrent)ได้ตลอดชีวิต   ดังนั้นผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลรักษาเพื่อป้องกันการเกิดเป็นซ้ำหลังจากการรักษาอาการดีขึ้นแล้ว(recovery)
       ปัจจุบันยาที่ใช้สำหรับการรักษาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้แก่  lithium และ Sodium  valproate
         นอกจากการรักษาด้วยยาแล้วการรักษาทางจิต และสังคมก็มีความสำคัญเช่นกัน กล่าวคือ
              1. ต้องให้ความรู้เกี่ยวกับผู้ป่วยและครอบครัว
              2. สร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ผู้ป่วยและญาติให้เกิดความร่วมมือในการรักษาที่ดี
              3. ควรช่วยให้ผู้ป่วยทราบถึงสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดการกำเริบ และแนะนำให้หลีกเลี่ยง  เช่น
บางคนนอนไม่หลับแล้วเกิดอาการ  หรือบางคนกินยาบางชนิดแล้วเกิดอาการ
              4. แนะนำให้สังเกตถึงอาการเจ็บป่วยเริ่มแรกก่อนจะเป็น เช่นนอนไม่หลับ  เครียด
              5. แนะนำเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวันและการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้เกิดโรค

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บที่จอมยุทธ์เมย์ หรือจอมยุทธ์ Xanax แนะนำมา…ในหัวข้อ….นวัตกรรม กอเอี๊ยะ(ตอนที่  4 ) ดังนี้
http://www.med.nu.ac.th/cfom/data/10.pdf
หรือ http://www.dmh.go.th/stydepression/news/view.asp?id=46
หรือhttp://www.medicine.cmu.ac.th/dept/pharmaco/LearningCenter/Course301/CNS301.htm
หรือ http://www.dmh.go.th/abstract/pdf/0000581.pdf….
หรืออาจจะป้อนคำว่า “Manic-depressive disorder” ลงไปใน search engine ก็ได้

 ( หมายเหตุ คัดมาจาก ข้อเขียนของ รศ. นพ. รณชัย  คงสกนธิ์  ภาคจิตเวชศาสตร์วิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี  จัดพิมพ์โดย “ ศูนย์ข้อมูลโรคอารมณ์แปรปรวน” โทร. 02-2488242 หรือ 02-2488300 ต่อ1311   ได้รับการสนับสนุนการจัดพิมพ์โดย บริษัท Sanofi-aventis ( Thailand) Ltd. )

( ยังมีต่อ ในเรื่องของ Out  of   Control   Syndrome )

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com