Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> Out  of  Control   Syndrome (ตอนที่6)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

Out  of  Control   Syndrome (ตอนที่6)

Apr.05.2007 5:16:35 pm

Bipolar  Disorder  ( 2 )
โรคอารมณ์แปรปรวน
(จากบันทึกของ รศ. นพ. รณชัย  คงสกนธิ์ ….ต่อจากตอนที่แล้ว)
         
อุบัติการณ์

        อุบัติการณ์ของโรคนี้สูงมาก ในประเทศอเมริกามีผู้ป่วยด้วยโรคอารมณ์แปรปรวนถึง 4ล้านคน โรคนี้ถูกยกเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมอเมริกา  โดยมีการตั้งสมาคมโรคอารมณ์แปรปรวนโดยมีผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ร่วมเป็นสมาชิกชมรมนี้มีคนไข้โรคนี้เข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก
        แต่เมืองไทยยังไม่ค่อยรู้จักโรคนี้ ซึ่งคนเป็นโรคนี้น่าสงสาร  ในสหรัฐอเมริกาได้มีการจัดให้ความรู้และมีกรรมการเพื่อดูแลปัญหานี้และช่วยกันต่อสู้เพื่อสิทธิของผู้ป่วย
        ท่านทราบหรือไม่ว่าคนไข้ที่เป็นโรคนี้เมื่อใช้จ่ายเงินหมดและเขาต้องเสียเงินเสียทองกับคดีแต่ไม่มีใครต่อสู้เพื่อเขาขณะที่เขาก่อคดีเป็นช่วงเวลาที่เขาป่วยแต่ไม่มีใครรับทราบ  เพราะคนส่วนใหญ่รู้จักแต่โรคจิต…แต่โรคนี้ไม่ค่อยมีใครรู้จักกัน  ในยุโรปมีผู้ป่วยโรคนี้เกือบ2ล้านคน
        ในประชากรทั่วไปพบ 1.59 % ของชีวิต( lifetime risk )ในประเทศไทยซึ่งมีประชากร ประมาณ60ล้านคนดังนั้นคนไทยหลายแสนคนมีโอกาสป่วยเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนอยู่ในขณะนี้แต่ตัวคนไข้เองไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคและคนรอบข้างไม่รู้ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่ของโรคนี้
         โรคนี้พบได้ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นจนกระทั่งสูงอายุ ช่วงอายุที่พบมากที่สุดคือ 15-24 ปีโดยมีอายุเฉลี่ยที่21ปี แต่มักจะมารับการรักษาในอายุเฉลี่ย 30ปี
          สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือคนไข้ที่เป็นโรคนี้ เมื่อมีความรู้สึกเศร้าถึงจุดหนึ่งอาจเบื่อมากทำให้ฆ่าตัวตายอย่างไม่มีเหตุผล  
          เพศหญิงเป็นเพศที่มีแนวโน้มในการฆ่าตัวตายสูงกว่าเพศชาย  และจากประสบการที่ได้ดูแลรักษาผู้ป่วยมาพบว่า 15-20% ฆ่าตัวตายสำเร็จ อัตรานี้มากพอๆกับโรคซึมเศร้า  เพียงแต่สังคมเรารู้จักแต่โรคซึมเศร้า  ไม่รู้จักโรคนี้
           คนไข้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ถึง1ใน5 จบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายหากไม่ได้รับการรักษา  ภาวะผู้ป่วยที่เราจะรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลคือ คนไข้ไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา  มีอาการรุนแรงเช่นในช่วงคนไข้มีอาการป่วยหนักๆ  มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย คนรอบข้างปลอบใจแล้วไม่ได้ผลจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยการบำบัดด้วยยา  คนไข้ที่ไม่มีคนดูแล  คนไข้ที่มีอารมณ์เศร้ารุนแรงหรือรื่นเริงเกินปกติและเป็นบ่อยมาก รวมทั้งคนที่มีลักษณะอาการที่มีแนวโน้มจะก่อคดี

การวินิจฉัยโรค

          การวินิจฉัยโรคอารมณ์แปรปรวน ผู้ป่วยจะต้องมีอาการของ manic  episode อย่างน้อย1สัปดาห์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานและการดำรงชีพในสังคม  และอาการในระยะ manic จะต้องไม่ได้มีสาเหตุเกิดจากความเจ็บป่วยร่างกายอื่นๆหรือเกิดจากการใช้ยาหรือสารเสพติด
          เกณฑ์ การวินิจฉัยที่นิยมในการวินิจฉัยโรคทางจิตเวชในประเทศไทยก็คือ DSM-IV( The Diagnostic  and  Statistical Manual of  Mental Disorders, Fouth Edith )

เกณฑ์การวินิจฉัยอาการระยะ Manic episode  มีดังนี้ :

มีความผิดปกติทางอารมณ์คือมีอาการปลื้มปิติยินดีหรือฉุนเฉียวโกรธง่ายเป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย1สัปดาห์ร่วมกับมีอาการต่อไปนี้อย่าน้อย 3 อย่างขึ้นไป
- มีความคิดว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ มีความสามารถพิเศษเหนือคนปกติ(Grandiosity)
- ความต้องการนอนน้อยลง ( Diminished  need for sleep)
- พูดมากกว่าเคยหรือพูดไม่หยุด(Excessiv  talking or pressured speech)
- มีความคิดมากมายแล่นอยู่ในหัว  คิดเร็ว (Racing thoughts  or fight  of ideas)
- ขาดสมาธิ( distractibility)
- มีกิจกรรมต่างๆเพิ่มมากขึ้น( hyperactivity)
- มีกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินที่มากเกินไปและมักจักจะมีผลเสียตามมาเช่น ใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายโดยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ หรืออาจมีความต้องการทางเพศมากขึ้นจนทำให้เกิดปัญหาสำส่อนทางเพศ

เกณฑ์การวินิจฉัยกลุ่มอาการในระยะซึมเศร้า ( Depressive episode)

        ผู้ป่วยจะต้องมีอาการดังนี้อย่างน้อย 5 อย่างติดต่อกันเป็นระยะในเวลา  2 สัปดาห์
- มีอาการซึมเศร้า
- ความสนใจในกิจกรรมต่างๆลดลง  ความอยากอาหารลดลง ทำให้น้ำหนักลดลง หรือในทางตรงข้ามบางรายอาจรับประทานอาหารมากขึ้นจนน้ำหนักเพิ่ม
- นอนไม่หลับหรือนอนหลับมาก( hypersomnia or insomnia)
- การเคลื่อนไหวเชื่องช้า
- ไม่มีเรี่ยวแรง
- ขาดสมาธิ ตัดสินใจไม่เด็ดขาด
- มีความคิดความพยายามในการฆ่าตัวตาย

สิ่งที่สำคัญคือการวินิจฉัยแยกโรคด้านอารมณ์  เป็นโรคคนละกลุ่มกับโรคจิตเภท( Schizophrenia) การแยกโรคเราจะพิจารณาดูอาการทางจิต( psychosis  symptoms) กับอาการทางอารมณ์ว่าอาการในด้านใดจะเด่นกว่ากัน  โรคจิตเภทจะมีอาการทางจิตค่อนข้างเด่น เช่น จะมีลักษณะของประสาทหลอน(Hallucination) มีความคิดหวาดระแวง  มีความหลงผิด  อาการเหล่านี้เป็นการผิดปกติทางจิต
หากเป็นโรคทางด้านอารมณ์จะมีความผิดปกติทางอารมณ์อย่างเด่นชัด   และสิ่งที่จะแยกโรคอีกอย่างหนึ่งก็คือ การดำเนินของโรค  โรคจิตเภทจะมีการดำเนินโรคอย่างต่อเนื่องและมีอาการของโรคแย่ลงเรื่อยๆ   แต่โรคอารมณ์แปรปรวนจะมีอาการเป็นช่วงๆเมื่อมีอาการช่วงหนึ่งแล้วจะกลับเป็นเหมือนคนปกติระยะหนึ่งจากนั้นก็จะมีอาการขึ้นมาอีก

( ยังมีต่ออีกยาว…ในหัวข้อสาเหตุ และการรักษา…ในทัศนะข้าฯเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประชาชนไทยเราปัจจุบันที่นอกจากมีความเครียดในเรื่องส่วนตัวแล้วยังมีปัญหาสารพัดในการดำรงอยู่ในสังคมที่บีบรัดทั้งเศรษฐกิจและการเมือง…รวมทั้งภัยพิบัติต่างๆที่ได้รับ  ข้าฯคิดว่าคงเป็นจำนวนหลายล้านคน…ดังนั้นข้าฯจึงจะต้องหารายละเอียดมาบันทึกไว้ให้ท่านอ่านเพื่อหาวิธีในการบำบัดรักษา )

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com