Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> นวัตกรรมกอเอี๊ยะ (ตอนที่5)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

นวัตกรรมกอเอี๊ยะ (ตอนที่5)

Apr.04.2007 2:40:15 pm

Out  Of  Control  Syndrome (ตอน 2)

          ที่จริงสิ่งที่ข้าฯจะบันทึกมันก็เรื่องราวเกี่ยวกับการสรุปผลการใช้ยาและการหยุดการใช้ยาที่ต่อเนื่องมาจากตอนที่แล้ว…
          ข้าฯมิใช่หมอและศึกษามาทางด้านสมอง…ก็เป็นเพียงข้อสรุปส่วนตัวด้วยอัตตาของข้าฯเองว่าจะมีวิธีไหนที่จะหยุดการใช้ยาได้และเป็นวิธีการที่คนทั่วไปเขาทำได้อย่างง่ายๆในทางกายภาพ หรือด้านholistic  medicine ที่จะสามารถหาวิธีการรักษาได้ง่ายๆของชาวบ้านทั่วไปอันเกิดการขาดดุลยภาพในสมอง  และส่วนไขสันหลัง
           กระบวนการทึ่เกิดขึ้นในสมอง  ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างจากหน่วยเซลล์อื่น…ในความเข้าใจของข้าก็คือว่า…สมองเรามันไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนจากส่วนที่ตายไป   สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้คือการขยายตัวของเส้นประสาทในสมอง
           ดังนั้นในทัศนะข้าฯจึงเห็นว่า  กระบวนการ Revert  reaction  และ กระบวนการ Invert  reaction  ในสมองมันย่อมสัมพันธ์กับการรักษาตนเองของเซลล์ภายในสมอง  อันไม่ต่างจากเซลล์ทั่วไปที่มีนิวเคลียส และมีหน่วยทางพันธุกรรม หรือในส่วน DNA และRNA ที่จำลองแบบเซลล์ขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่ตายไปได้….เช่น  ในส่วนผิวหนังหรือในตับหรือส่วนอื่นๆที่สร้างขึ้นอยู่ตลอดเวลา24ชั่วโมง
           แต่ในสมองของเราจะเกิด ปฏิกิริยาได้สองแบบดังกล่าว
           ข้าฯจึงคิดว่า การเกิดการ revert reaction ของสมองคนเรานั้น ก็คือเพื่อดำรงความคงอยู่ มิต่างจากหน่วยเซลล์อื่นๆ  อันจะมีการดำเนินไปตลอดชีวิตของคนเรา
           ดังนั้นจึงมีความสำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจในพื้นฐานเหล่านี้  เพื่อการประยุกต์ในการบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง และการสร้างนวัตกรรมการบำบัดรักษาแบบง่ายๆทางกายภาพที่บุคคลทั่วไปสามารถที่จะบำบัดรักษาได้อย่างง่ายๆในการบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น

           ที่ข้าฯ เรียกอาการเหล่านี้ว่า Out  Of  Control  Syndrome  นั้น ก็ไม่มีอะไรมาก ก็คือมีชื่อบล็อกจอมยุทธ์สาวท่านหนึ่งใช้  แต่ข้าฯมาเติม อีกว่าเป็น ซินโดรม  ก็เนื่องจากข้าฯสรุปจากตนเอง…ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องนักก็เป็นไปได้…ข้าฯไม่อยากให้ไปซ้ำกับอาการที่หมอเขาใช้ว่า Bipolar Disorder ดังจอมยุทธ์เมย์ได้กล่าวไว้ และข้าฯก็อปปี้ ความคิดเห็นมาลงในตอนที่แล้ว
          เหตุที่ข้าฯต้องเรียกแตกต่างออกไปว่าเป็นอาการ OCSก็เนื่องจากข้าฯเห็นว่าแม้จะมีการเหนี่ยวนำในเพียงครั้งเดียว…มันก็สามารถเกิดการทวนซ้ำสัญญาณได้ในสมองไปตลอดชีวิต..

           เมื่อในทางกายภาพนั้นจิตเราซึ่งมองไม่เห็นสามารถออกคำสั่งได้เช่นการเคลื่อนที่ของอายตนะภายนอกต่างๆ…เช่นรูปรสกลิ่นเสียง และสัมผัสอันเป็นการกระตุ้นให้เกิดลักษณะ ของDisorderได้ในทุกสถานการณ์ที่มีการเหนี่ยวนำขึ้นใหม่ได้จากสมองเรา…ดังนั้นข้าฯจึงเชื่อว่าสมองเราไม่แตกต่างจากแขนขาหากแต่ว่าเป็นส่วนของอายตนะภายใน…การควบคุมอวัยวะภายในเหล่านี้จึงขึ้นกับกระบวนทางจิตของเราเอง เป็นส่วนสำคัญ  
            มิใช่ว่าข้าฯปฏิเสธ การบำบัดด้วยตัวยาหรือสารเคมีอื่นๆ ก็เนื่องจากในส่วนของเซลล์ประสาทนั้น จะเกิดขึ้นภายใต้กลุ่มสารตัวนำประสาท  และมีเรื่องของระบบไฟฟ้าในสมองมาเกี่ยวพันด้วยซี่งเป็นตัวก่อเกิด ความผิดปกติของไอออน ในกลุ่มเซลล์ในสมองที่อาจผิดปกติได้ภายใต้การเกิดกระบวนการดังกล่าวมา อันเกิดความต่างศักย์ในทางไฟฟ้าภายในสมอง
            เหตุที่ข้าฯเรียกอาการเหล่านี้(ข้าฯตั้งชื่อเอง ไม่ต้องไปค้นตำราไหนหรอกครับ) ว่าอาการOCSก็มาจากข้าฯลำดับอาการต่างๆที่เกิดขึ้น มันไม่มีความคงที่กล่าวคือ
             ใน3วันแรกข้าฯยังคิดว่ามันเป็นจริงตามภาพและเสียงที่ได้ยินในสมอง…จากนั้นหลังจากข้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการจำลองสถานการณ์  แต่ก็ไม่สามารถที่จะยับยั้งใดๆในสมองได้เช่นการยับยั้งต่อสิ่งไม่พึงประสงค์ ที่ตกลงมาเป็นตัวอักษรภายในสมอง ดังนั้นใน30 วันแรกข้าก็ยังกังวลใจต่อการดาวน์โหลดคลื่นสัญญาณสมอง เพื่อผลบางประการของบางกลุ่ม
              ในระยะนี้สมองของข้าฯเรียกว่าตึงไปทั้งหัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ พูขมับบนด้านขวามือจะปวดมากและเส้นเลือดก็ปูดโปนออกมาอย่างเห็นได้ชัด  และเช่นกันกับพูขมับด้านซ้ายรวมไปถึง บริเวณพูท้ายทอยของซิลิบลัม  เมื่อเปิดเส้มผมขึ้นจะเป็นจุดวงกลมสีแดงที่บริเวณศรีษะกลางด้านหลัง
               หลังจากใช้ยา อาการเหล่านี้ก็หาย  แต่ก็มาเกิดอาการที่ปวดสันหลังเวลาเราลุกขึ้นจากที่นอนในตอนเช้า เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
               และหลังจากนั้นข้าฯหยุดการใช้ยาก็มาเกิดอาการของประสาทคู่ที่5  ดังได้กล่าวมา เป็นเวลา1สัปดาห์เช่นกัน ปัจจุบันหายเป็นปลิดทิ้งกับอาการที่เหมือนกับปวดฟัน
               แต่หลังจากอาการที่คล้ายปวดฟันหายสนิท…อาการต่อมาก็เป็นเรื่องของระบบหัวใจและความดัน  กล่าวคือ หัวใจมันเต้นเร็วขึ้นและจนในที่สุดข้าต้องหยุดการทดสอบสมองข้าฯ ด้วยการกลับมากินยาอีก ก็ค่อยยังชั่วขึ้นมาและเลิกการเกิดการกระวนกระวายในใจและรู้สึกหงุดหงิดใจ
               ปัจจุบันข้ากินยาที่หมอให้มา( ข้าฯได้กล่าวมาในตอนที่แล้วมาถึงตัวยาอะไรบ้าง) วันนี้เป็นวันที่2 ก็เพื่อลดอาการเหล่านี้…
(ยังมีต่อ…)

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com