Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> The  Silence  War  ยุค 3G (ตอน 4)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

The  Silence  War  ยุค 3G (ตอน 4)

Mar.26.2007 1:21:25 pm

การทบสอบผลการหยุดการใช้ยารักษา

        ข้าฯต้องขออภัยที่ตอนที่แล้วมันตกหล่นและผิดพลาดในรายละเอียดมากและข้าฯได้แก้ไขแล้ว….และต้องขออภัยด้วยหากท่านผู้อ่านว่า…ข้าฯมันพล่ามอะไรไม่เห็นเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ตรงไหนมัวแต่ โม้เรื่องส่วนตัวที่เกิดอาการทางจิต….ก็นานาจิตตัง….

        แต่ข้าฯ เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญมาก…และหากผู้ใดทำได้ด้วยตนเองในการรักษาก็ย่อมถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของท่านแต่ละท่าน…ที่หมอด้านจิตเจชเองยังบอกว่าท่านต้องกินยาตลอดชีวิต
        ความสำคัญต่อเรื่องนี้….ท่านเชื่อไหมว่าแต่ก่อนข้าฯ ไม่เคยมองเห็นคุณค่าของจิตแพทย์เลย…และไม่คิดจะไปหา..เพราะข้าว่าไม่รู้จะไปนั่งคุยอะไร…แต่ที่ต้องไปเพราะหลานที่เป็นหมออุตส่าห์ขับรถมารับตั้งแต่ 6 โมงเช้าในหน้าหนาวคือวันที่18 ธ.ค.49….

        แต่ตอนนี้ ข้าฯเห็นแล้วว่า จิตเวชคลินิก มีความสำคัญต่อประชาชนไทยอย่างยิ่งในขณะนี้…และประชาคมโลก…

        เมื่อข้าฯมาดูจากประสบการณ์ตนเองและสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต่างๆ เช่น

เหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ เช่น สึนามิ   เหตุการณ์ความตึงเครียดภาคใต้   เหตุการณ์ความตึงเครียดในทางการเมืองของประชาชนไทยต่อภัยพิบัติน้ำท่วมและนักการเมือง   เหตุการณ์ความตึงเครียดของแต่ละท่านในสถานการณ์ที่จะต้องตัดสินใจในสิ่งเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นทั้งการงานและครอบครัว  เป็นต้น…ท่านลองคิดดูว่าจะมีปริมาณกี่ล้านคน…

        ข้าฯ มิใช่รถยนต์นิสสัน…ที่โฆษณาว่าขอบคุณ ความเครียดที่ให้ได้มาพบเธอ….เพราะแรงเค้นและแรงเครียดในทางกลศาสตร์ของเซลล์ มันย่อมมีจุดวิกฤติของมันเช่นกันและก่อเกิดการตายของ เซลล์สมอง..และที่สำคัญเซลล์สมองไม่มีการสร้างใหม่ได้แตกต่างจากเซลล์อื่นๆของร่างกาย…

        ข้าฯเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่า…ฟ้าดิน ทำไมให้ข้าฯต้องมาศึกษาตำราหมอในสภาพที่ไม่ต่างจากเพลงของ น้องใหม่ เจริญปุระ ร้องเลย..ข้าฯต้องศึกษาและใช้การทดลองในสมองข้าฯไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในสมอง…ใครที่เคยปวดฟัน ก็ลองนึกสภาพดูครับว่าลองปวดแบบสองข้างดู….
       ไม่ผิดจาก น้องใหม่ร้องเลย……เธอรู้…หรือเปล่า…..มันเจ็บรวดร้าวอย่างทรมาน….เสียงบทเพลงนี้แม้จะเป็นบทเพลงแห่งการทรมานใจแต่ก็มิต่างจากการทดสอบของข้าฯในการหยุดการใช้ยา..

นวัตกรรม….กอเอี๊ยะ

       ข้าฯต้องขอขอบคุณ จอมยุทธ์กอเอี๊ยะ ที่เป็นชายหนุ่มพนักงานที่ข้าฯหลังจากเสร็จธุระทั้งวันเมื่อวานนี้และขณะกำลังอยู่หน้าห้างแห่งหนึ่งเห็นเขาเดินผ่านมาโดยมี กอเอี๊ยะ ติดที่แก้มมิได้อายสาวๆเลย…
       และนี่แหละทำให้ข้าฯต้องฉุกใจได้  ว่าข้าฯสรุปว่ามิมีผลใดๆจากการหยุดยาในตอนที่ 3 และสรุปว่าข้าฯมีอาการปวดฟันซี่บนซ้ายในประการเดียวจึงเป็นการสันนิษฐานที่คลาดเคลื่อนจากความจริง….ซึ่งที่จริงแล้วมีสาเหตุร่วมเกิดจากการขาดดุลยภาพของประสาทใบหน้าด้านซ้ายของข้าฯด้วยในส่วน  ประสาทใบหน้าในส่วนแขนงกลาง…..และอีกประการที่ข้าฯได้ไอเดียคือ การทำกอเอี๊ยะเป็นเครื่องสำอางให้สาวๆใช้จะต้องไม่อายหนุ่มๆเวลาติดแก้ม…
       
       หลังข้าฯได้ใช้ตัวยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบมาได้ราว 2-3 วัน ที่ข้าฯนั่งเขียนในตอนที่3นั่นข้ากินยาแก้ปวดโดยใช้พาราเซตามอนไป 2 เม็ดในทุก4ชั่วโมง.. การกินยานี้ก็ต้องระวังต่อผลข้างเคียงอันจะเกิดต่อตับและไต หากใช้นานเกินควรหรือมากเกินไป…และดื่มน้ำน้อยเกินไป เช่นหลานสาวข้าคนหนึ่งถึงกับไตวายเรื้อรังเนื่องจากการตกค้างของสาร ในใต…โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากท่านใช้ยาประเภทซัลฟายิ่งต้องระวังหนักและต้องใช้การดื่มน้ำให้มาก…

       ประสาทใบหน้านั้น  ก็คือส่วนเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 หรือเส้นประสาทไตรเจมินัล( Trigeminal Nerve)  ในคู่หนึ่งจากทั้งหมดที่ออกไปจากส่วนสมองที่มีทั้งหมด 12 คู่
       และยังสัมพันธ์กับประสาทคู่ที่ 10 หรือ ประสาทเวกัส (Vegus  Nerve)  ที่ควบคุมเกี่ยวกับความรู้สึกเจ็บปวด  อุณหภูมิ  การสัมผัส ฯลฯ

       ในประสาทคู่ที่ 5 และ10 ต่างก็ออกมาจากส่วนพอนส์(Pons) ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังส่วนของส่วนไขสันหลัง….(Pons  จะอยู่ติดกับด้านบนของก้านสมอง(Medulla Oblongata)และจะเชื่อมโยงสมองส่วนกลาง)


       ประสาทใบหน้าจะแยกเป็น 3แขนง คือ แขนงบน  แขนงกลางและแขนงล่าง…

       เมื่อมีความผิดปกติของประสาทส่วนนี้ อย่างข้าฯที่เกิดขึ้นก็คือส่วนกลาง….ดังนั้นจึงเกิดการปวดอยู่ตลอดเวลาไม่แตกต่างจากการปวดฟันที่จะเสียวแปลบอยู่ตลอดเวลาในหลายวันทีผ่านมาไปยังสมองส่วนบน..ส่วนใต้ลูกตา..บริเวณฟันซี่แถวบน ของข้าฯด้านซ้าย….บางท่านคิดว่าปวดฟันจึงถอนทิ้งแต่ก็ไม่หาย…

       เหตุที่ข้าฯสรุปได้เนื่องจาก  ก่อนหน้านี้ข้าฯ มีอาการปวดที่กลางสันหลังประมาณ 5 วันทุกครั้งที่ตื่นนอน จนข้าฯ ต้องใช้มือยันขึ้นเวลาลุกขึ้นจากที่นอน แต่ก็จะเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้นเมื่อเราเดินหรือยืน กลับไม่รู้สึกอะไร  แต่ระหว่างที่เกิดอาการข้าฯ ยังใช้ยาอยู่หรือไม่ก็ไม่แน่ใจเพราะมิได้บันทึกไว้ หรืออยู่ในช่วงที่ข้าฯขาดการใช้ยา หรือเปลี่ยนตัวยาซึ่งข้าฯไม่แน่ใจ  คือในระหว่างช่วงการนัดกับหมอนัดที่2 นั้นข้าฯลืม เลยเลื่อนไป 2-3วัน ดังนั้นตัวยาหมด และข้าฯมิได้ใช้ยาตามหมอจ่ายมา
        หลังจากนั้นข้าฯก็ใช้ยาตามนัดที่3 ประมาณ 1 สัปดาห์เพราะข้าฯจะรู้สึกคลื่นไส้ และเบื่ออาหาร จึงหยุดกินและอีกอย่างข้าอยากจะทราบว่าถ้าหยุดกินมันจะมีผลหรือไม่เพราะข้าฯปวดหัวกับสารตกค้างเวลาตื่นนอนโดยเฉพาะกับยากล่อมประสาท….

(ยังมีต่อ…นวัตกรรมกอเอี๊ยะ )
หมายเหตุ: สำหรับจอมยุทธ์ทุกท่าน อย่าเพิ่งลองใช้กอเอี้ยะที่ขาดมาตรฐาน..ข้าฯยังมิบอกท่านว่าเท่าที่ข้าฯดูร้านขายยามีเพียงยี่ห้อเดียวที่ขายอยู่ แต่ไม่มีการรับรองของ อ.ย.
ที่ไม่มีคำเตือน ที่ต้องห้ามใช้กับเด็กและผู้แพ้ ซิงค์ออกไซด์ หรือสังกะสีออกไซด์ หรือโซเดียมบอเรท…..ใบหน้าอาจเป็นจอมยุทธ์หน้าแหกได้…ข้าฯจะอธิบายให้ทราบถึงนวัตกรรมใหม่นี้ให้ในตอนต่อไป….

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com