Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> เศรษฐศาสตร์แห่งความสุข(1)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

เศรษฐศาสตร์แห่งความสุข(1)

Feb.21.2007 2:22:36 pm

เศรษฐศาสตร์แห่งความสุข(1)

        ข้าฯว่าจะจินตนาการเรื่องการข้ามผ่านระบบเลขฐานสอง…ที่เคยเขียนหัวข้อไว้ในงานเขียนของกระบี่ดาวแดงไว้แต่ยังไม่ได้อธิบายถึงจินตนาการว่าจะเป็นแบบไหน…แต่พอดีอ่านพบบทความท่าน ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญญาแก้ว คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯที่นำมาลงในตอนที่แล้ว  ท่านยังได้คิดต่อในเรื่องควอนตัมดอทโซล่าเซลล์ ต่ออีก….เลยขอวกมาเรื่องสังคมมั่ง เอาไว้จบเรื่องนี้ที่ค้างอยู่แล้วข้าฯจึงจะวกกลับมากล่าวถึง เรื่องการก้าวข้ามระบบเลขฐานสองต่อ….

        ที่ผ่านมาเรามักจะเคยชิน กับ คำว่าจีดีพี ( Gross Domestic Product) ไม่ว่าผ่านมา20-30ปีหรือรัฐบาลไหนๆก็ตาม(ที่ปัจุบันนักวิชาการที่นำเสนอเขาตั้งชื่อใหม่เป็นระบอบทักษิโนมิกส์)….รวมไปถึงการสร้างแบบจำลองทางเศรษฐกิจ ด้วยหลักการเศรษฐมิติ มักจะใช้ปรัชญานี้เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้นๆ  ด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติของบรรดาเทคโนแครต…  ก็ต่อยอดกันมาเรื่อยๆ
        จีดีพี หรือผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ   ก็จะใช้สูตรการตั้งสมติฐานกับตัวเลขที่ตั้งเป้าหมายไว้เป็นค่าบวกหรือจะต้องมีเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา…ด้วยสูตร
        GDP = C+I+G+ ( X-M)
         C= การบริโภค, I = การลงทุน,G = การใช้จ่ายภาครัฐ, X = ผลสุทธิการส่งออก และM= การนำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อ X-M ก็จึงเท่ากับผลสุทธิการนำเข้าส่งออก
         ปัจจุบัน เริ่มมีคำที่ฮิตใหม่คือ GHP ( Gross Happiness Product) หรือผลผลิตมวลรวมแห่งความสุข…
         ในความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน….ไม่มีประเทศไหนหน้าโง่ที่จะให้ประเทศไทยเอารัดเอาเปรียบประเทศเขา…การเจรจาในทุกเรื่องราวต่างล้วนมีวัตถุประสงค์แอบแฝงในเศรษฐกิจการเมืองของทุกประเทศ….
         แนวนโยบายที่เป็นรูปธรรมของปรัชญาเศรษศาสตร์แบบ GHP ที่เป็นรูปธรรมปัจจุบันก็ยังไม่เห็นมีนักวิชาการเทคโนแครตผู้ใดนำเสนอออกมาในสิ่งที่ปฏิบัติเป็นจริงได้….จึงเป็นเพียงนามธรรม อุดมคติเป็นหลัก…
         มีเพียงรูปธรรมที่เห็นๆคือ แรงงานภาครากหญ้า และนอกภาคเกษตร กว่า20ล้านคนก็ยังจนอยู่เช่นเดิม…อาจจะมีคำถามว่าเขามีความสุขไหม…ข้าฯคิดว่าคงมีความสุขน้อยกว่าบรรดาท่านเทคโนแครตทั้งหลายแหละครับเพราะต้องดิ้นรนกู้หนี้ยืมสิน กันแทบทั้งนั้นเพื่อความสุขเล็กๆน้อยๆตามอัตภาพ…
และไม่โอ่อ่ากับเงินเดือนละแสนกว่าบาทของท่านผู้ทรงเกียรติที่ได้รับการแต่งตั้งทั้งหลายที่มาบริหารประเทศ….
         มีหลายคำถามที่ข้าฯยังสงสัย ในรูปธรรม กล่าวคือ อะไรคือสิ่งที่ท่านเรียกว่าระบอบทักษิโนมิกส์ซึ่งเป็นแนวนโยบายที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ที่ประเทศล้มละลาย…และการวางรากฐานในการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของประชาชน….และอีกประเด็นอะไรคือความพอเพียง โดยไม่ต้องใช้ทุน…ที่ข้าฯกล่าวเช่นนี้มิได้หมายความว่าข้าฯคัดค้านแนวคิดปรัชญาความพอเพียงที่เป็นอัจฉริยภาพของในหลวงที่พระองค์ท่าน กล่าวแนะนำแนวทางมาตั้งแต่ยุครัฐบาลชวน 2 หลังการล้มละลายของประเทศ..
         ที่ข้าฯเห็นก็คือถ้าใครสามารถทำตามทฤษฎีใหม่ก็ควรทำ ……แต่โดยทั่วไปชาวนาชาวไร่ จำนวนมากจะสร้างบ้านอยู่เป็นชุมชน และจะมีบริเวณที่ราบลุ่มเป็นแปลงนาที่อยู่นอกชุมชนที่เป็นหมู่บ้าน…การทำตามทฤษฎีใหม่ก็ต้องใช้ทุน เช่นการขุดสระน้ำ..และต้องย้ายบ้านเรือนไปทำการผลิตผลผลิตต่างๆที่ต้องดูแลใกล้ชิด…ทั้งหมดก้ต้องใช้ทุนทำทั้งนั้น( ความหมายคำว่าทุน ดูในระบอบทุนนิยมสังคม คลิกลิงค์ที่กระบี่ดาวแดง)

          และเช่นกันในแนวนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ก็อย่างที่ข้าฯได้กล่าวมาว่าไม่มีประเทศไหนหน้าโง่ให้ไทยเราเอาเปรียบเขาได้..

          ยังมีจุดอ่อนหลายประการ ในปรัชญาที่ใช้เป็นดัชนีชี้วัด ในแบบGDP กล่าวคือ
1. ภายใต้การกำหนดเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยตัวเลขจีดีพี ที่จะต้องเป็นค่าบวกตลอดรวมไปถึงการผลักดันตลาดหุ้นนั้น มีผลต่อความสุขของประชาชนทั่วไป หรือไม่
2. GDP คิดจากเงินในกระเป๋าใคร ซื้อความสุขให้กับคนส่วนใหญ่ได้หรือไม่
3. เมื่อตัวเลขเป้าหมายจะต้องตั้งไว้ให้ขยายตัวอยู่ตลอดเวลาหรือค่าบวก  สิ่งที่ตามมาก็คือการกู้เงินเพื่อทำตามเป้าหมาย กลุ่มไหนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์
4. การเร่งและกระตุ้นการนำใช้ทรัพยากรธรรมชาติของกลุ่มทุน  บนรากฐานการแสวงหากำไรสูงสุดอันเป็นผลต่อการลดทอนต้นทุนค่าใช้จ่ายสาธารณะในการทำลายสภาพแวดล้อม  
5. การกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายของประชาชนในประเทศ เป็นผลให้ก่อเกิดค่านิยมแห่งการบริโภคนิยม และวัฒนธรรมที่ไม่รู้จักเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีอำนาจทั้งหลาย..
6. ภายใต้วัฒนธรรมการคอรัปชั่น ของผู้มีอำนาจควบคุมกลไกรัฐทุกระดับสืบทอดกันมายาวนานของระบอบพันธมิตรนายพล-นายทุนและเทคโนแครต  ก่อเกิดการสูญเสียประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนพึงได้รับรวมไปถึงความมีเสรีของประชาชน….( เช่นการเกิดหนี้…หรือการขาดโอกาส  การขาดเงินทุน เป็นต้นล้วนแล้วเป็นการขาดเสรี อันเป็นผลที่ไม่สามารถเกิดดุลยภาพได้ และไร้ซึ่งความสุขที่มนุษย์พึงมีในขั้นพื้นฐาน)

(ยังมีต่อ)

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com