Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> กลศาสตร์การเคลื่อนที่ของผี(3)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

กลศาสตร์การเคลื่อนที่ของผี(3)

Feb.09.2007 12:25:42 pm

กลศาสตร์การเคลื่อนที่ของผี(3)

     เมื่อเราทำความเข้าใจในสิ่งที่เราเรียกว่าวัตถุนั้น ได้เพียงในระดับนาโน หรือเหนือกว่านั้นเล็กน้อยเราจะถือว่ามวลพลังงานที่เราไม่มีเครื่องมือตรวจวัดได้ว่าไม่มีอยู่จริงย่อมไม่ได้…และในการคำนวนหาค่าประมาณการทางคณิตศาสตร์ใดๆ…เราก็ยังจำกัดกับค่าที่เราเรียกว่าค่าคงที่…เป็นการอ้างอิงในการตรวจวัด
     ค่าคงที่ใดๆล้วนแล้วเป็นค่าที่มีลักษณะสัมพัทธ์เท่านั้นหากจะเรียกว่าเป็นค่าสัมบูรณ์ก็เพียงแค่ภายใต้กรอบอ้างอิงหนึ่งใดๆเท่านั้น( ความหมายของคำว่าสัมพัทธ์และสัมบูรณ์ ดูรายละเอียดในฟิสิกส์ระบำปลายเท้าโดยคลิกเข้าไปในลิงค์กระบี่ดาวแดง) ดังนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะคำนวณถึงตำแหน่งแห่งที่หรือกาลาวกาศที่แน่นอนของผี ตนหนึ่งตนใดได้อย่างแน่นอนได้  เช่นว่าจะมีมวลพลังงานกี่จูลในการปรากฏร่างให้คนเห็นเป็นต้น….เนื่องจากมวลพลังงานที่เคลื่อนที่เหล่านี้ปัจจุบันมีเครื่องมือเดียวที่ตรวจวัดก็คือจิตวิญญาณของแต่ละคนเท่านั้น…และการผันแปรของมวลพลังงานที่มีระดับความเร็วที่สูงและต่ำมีการแปรเปลี่ยนที่เร็วมากเกินจะสร้างเครื่องมือมาตรวจวัดได้อย่างสัมบูรณ์

     จากการศึกษา ประสบการณ์ของคนใกล้ตาย หรือ NDE( Near  Death  Experience)ในต่างประเทศจำนวนหลายพันคน  และในประเทศไทยที่ได้ถ่ายทอดมาในเรื่องราวประสบการณ์ทางวิญญาณ ล้วนแล้วจะมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ไม่มีการจำแนกเชื้อชาติและศาสนา…
     การตายที่ตรวจวัดคลื่นสมอง ด้วยเครื่องวัด EEG ที่พบว่าเส้นกราฟจากคลื่นสมองเป็นเส้นตรง หยุดการทำงานแล้วหรือที่เรียกว่าการตายแบบ Clinically  Dead  ที่ถือว่าเป็นการตายจริงเพราะตรวจไม่พบการทำงานของคลื่นไฟฟ้าในสมอง…ส่วนหัวใจหยุดเต้นก็ยังไม่ถือว่าเป็นการตายที่สมบูรณ์
     แต่ถ้าในสมองหลังจากที่ตรวจไม่พบสัญญาณไฟฟ้าและถ้าเกินกว่า12 นาทีเซลล์ส่วนสมองก็จะเสื่อมสลายและเซลล์แต่ละส่วนก็จะตายลงเนื่องจากขาดออกซิเจน…หรือที่เรียกว่าแอโนเซีย(Anoxia)

     บุคคลจำนวนมากที่เกิดการตาย แบบ Clinically  Dead  และเกิดการฟื้นชีพขึ้นมาใหม่ในเวลาไม่เกิน12นาที ต่างล้วนเล่าประสบการณ์การตายของตนเองที่คล้ายคลึงกันแทบทุกรายจะมีความรู้สึกพบตัวเองล่องลอยไป เบาหวิว เห็นภาพต่างที่กว้างไกล…พบกับแสงสว่างจ้า…บางกลุ่มก็จะพบกับภาพของปีศาจและความน่ากลัวต่างๆ
     หากจะดูจากข้อมูลเหล่านี้ ก็จะเห็นได้ว่าแม้ว่าจะมีการตายจริงในทางกายภาพแต่ การดำรงอยู่ของจิตวิญญาณ ของแต่ละคนยังดำรงอยู่ในการรับรู้เรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆหลังการตาย และเมื่อฟื้นขึ้นมาต่างก็จะอธิบายประสบการณ์ได้คล้ายคลึงกัน
     ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า กาลาวกาศที่ดำรงอยู่ของรูปการทางจิตย่อมมีอยู่จริง….

กลไกการมองเห็นภาพในสมอง

      การเห็นภาพต่างๆที่เกิดขึ้นในการรับรู้ทางจิตวิญญาณของคนเรา สามารถที่จะมองเห็นได้หลายแบบวิธีการ…
      แบบแรก จากแสงที่ผ่านเข้าสู่ตาและไปตกภาพที่เรตินา  ผ่านออฟติกเนิร์ฟ และไปสู่สมองส่วนการเห็นภาพในซิลิบลัม….
      แบบที่สอง การรับคลื่นสัญญาณโดยตรงจากการ เหนี่ยวนำเข้ามาโดยไม่ผ่านเรตินา หากเกิดจากปฏิกิริยาที่มีการ invert  และการ revert  รวมไปถึงการรังสรรค์ขึ้นใหม่จากหน่วยความจำ
      แบบที่สาม…เป็นแบบวิธีการเห็นภาพภายใต้การควบคุมจิตให้อยู่ในสภาวะที่เรียกว่าสมาธิ..หรือความนิ่งอย่างยิ่งยวดโดยไม่รับเอาข้อมูลทางอายตนะภายนอกมาเป็นตัวกำหนดในการรังสรรค์ภาพขึ้นมา..

      ภายใต้สมมติฐานว่า เมื่อมีการตายทางกายภาพอินทรียวัตถุของร่างกายมนุษย์  แต่ก็ยังมีการคงอยู่ของมวลพลังงานในรูปการแห่งจิตวิญญาณ  หรือที่เราเรียกว่าผีนั้น เราจะตรวจวัดได้อย่างไร…เมื่อสิ่งเหล่านั้นบางเบาและไร้ในสิ่งที่เป็นมวลทางอินทรีย์ และอนินทรีย์

      ดังนั้นจากข้อมูลเหล่านี้เราจะเห็นว่า องค์รวมแห่งมนุษย์ย่อมประกอบไปด้วยองค์รวมทางกายภาพอินทรียวัตถุ…และองค์รวมในสิ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณ…

       การปรากฏของมวลพลังงานผี (หมายถึงสิ่งที่มีมวลพลังงานสูงและต่ำเกินกว่าการตรวจวัด)ย่อมจะเกิดการเหนี่ยวนำด้วย3วิธีแห่งการเห็นภาพ หรือการเหนี่ยวนำด้วยแสงสีเสียงใดๆ…แม้แต่ในขณะหลับฝันที่ตาเรายังเคลื่อนไหวตลอด..รวมถึงมิติแห่งวงแหวน ( หมายถึงมิติหนึ่งที่ข้าฯคิดขึ้นในทฤษฎีองค์รวมพหุภาพ9มิติ) ที่ยังมี การส่งออกในรูปรังสี แอลฟ่า เบต้า และแกรมม่า รวมไปถึงคุณสมบัติแห่งออร่า ของแต่ละคนที่เกิดอันตรกิริยาต่อภายนอกร่างกาย

(ยังมีต่อ)

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com