Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ซุนปิน >> พลังจิตและการสร้างผลย้อนกลับทางชีวภาพ(ต่อ..5)

ซุนปิน
จินตนาการเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อจุดประกายไอเดียความคิดใหม่ๆและจินตนาการเพื่อการสร้างนวัตกรรมใหม่

พลังจิตและการสร้างผลย้อนกลับทางชีวภาพ(ต่อ..5)

Feb.06.2007 1:50:36 pm

พลังจิตและการสร้างผลย้อนกลับทางชีวภาพ(ต่อ..5)

        จากที่ได้กล่าวมาหลายตอนแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้   ที่จริงแล้วมนุษย์ทุกคนมีศักยภาพแห่งมวลพลังงานเหล่านี้ดำรงอยู่   เพียงแต่เรามิได้ฝึกฝนและนำมันมาใช้….
         พลังงานความงามความรักเป็นส่วนหนึ่งของการก่อรูปการทางพลังจิต…ที่จะสามารถฝึกฝนด้วยจินตนาการให้เกิด ตำแหน่งแห่งที่ หรือกาลาวกาศให้มันคำรงอยู่ ณ.จุดอ้างอิงหนึ่งใด…
         บางครั้งเราอาจใช้จินตนาการ กำหนดให้ไปบันทึกความจำไว้ที่ตำแหน่งหนึ่งใดในสมองได้….ตัวอย่างเช่น การเกิดภาพในสมอง…ที่เป็นรูปภาพหรือตัวอักษร  การเกิดขึ้นของตัวอักษรในสมองก็จะเกิดการ ทวนซ้ำของสัญญาณนั้นอีกครั้งด้วยการแปลความหมายถ้อยคำหรือรูปภาพเหล่านั้นที่เกิดการเหนี่ยวนำเข้ามาจากภายนอกโดยการสัมผัสทางอายตนะของเราและ เกิดขึ้นของกระบวนการrevert ของตัวอักษรโดยอัตโนมัติเมื่อเราจะต้องทำความเข้าใจความหมายของกลุ่มถ้อยคำเหล่านั้นในทันทีที่เห็นภาพเหล่านั้น…หรือเกิดการทวนซ้ำคลื่นสัญญาณเหล่านั้นจากกระบวนการทางกายภาพของสมอง….
        เราอาจฝึกฝนการควบคุมสมองด้วยการจินตนาการ  บังคับด้วยพลังจิตภายในว่าจะให้ไปบันทึกไว้ในส่วนไหนและการควบคุมถ้อยคำเหล่านั้นไม่ให้เกิดการทวนซ้ำของสัญญาณ ด้วยพลังจิตของเรา…
        นั่นเท่ากับเป็นการควบคุมการหลั่งของฮอร์โมนจากต่อมไร้ท่อต่างๆและการหลั่งเอ็นไซม์ในสารสื่อประสาทจากที่ต่างๆได้…จากจินตนาการ…
        เมื่อจิตวิญญาณของแต่ละคนไม่มีเครื่องมือตรวจวัดได้….จิตวิญญาณอันหมายถึงรูปการที่ได้มีการวิเคราะห์กลั่นกรอง…แยกแยะและรังสรรค์ขึ้นใหม่จากสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่นความงาม ความรัก ความดี ความชั่ว ฯลฯ อันเป็นอารมณ์ต่างๆของมนุษย์..เมื่อผ่านจากขั้นตอนเหล่านี้จึงจะนำไปสู่การกระทำของคนๆนั้น…
        จากประสบการณ์ของข้าฯ….ข้าฯใช้วิธีจินตนาการหาตำแหน่งที่เกิดการ  revert ของสัญญาณอันไม่เป็นที่ต้องการเหล่านั้น ด้วยวิธีการจินตนาการรูปภาพและตัวอักษรต่างๆทับไว้บริเวณนั้น..เช่นบริเวณพูสมองที่ขมับด้านขวา  หรือด้านซ้าย เพื่อซ้อนทับ ภาพและตัวอักษรถ้อยคำต่างๆที่ได้รับการเหนี่ยวนำเข้ามาจากภายนอก….และก็สามารถที่จะยับยั้งไว้ได้ แต่ตราบใดที่ขาดสมาธิ สิ่งเหล่านั้นมันก็จะ ทวนซ้ำสัญญาณขึ้นมาใหม่ได้…
         ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพใดๆของร่างกายเรามีผลต่อการเหนี่ยวนำในคลื่นสมอง….เช่นการเต้นของหัวใจ…อุณหภูมิ…แสง สี เสียงต่างๆที่เหนี่ยวนำมาจากภายนอก   รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงภายในสมองที่ถูกคลื่นสัญญาณไฟฟ้ากดไว้อย่างต่อเนื่อง…หรือเหนี่ยวนำเข้ามา…

         การฝึกฝนสมาธิของเรา…….กระบวนการฟิวชั่นและฟิชชั่นนั้นเราสามารถที่จะทำได้ทุกรูปแบบทุกชาติทุกศาสนา…
         และเนื่องจากเราที่ดำรงความเป็นมนุษยภาพอยู่   ความเป็นมนุษยภาพนั้นมีรอยเชื่อมต่อกับอีก 2 แกนโคออดิเนตในทางจิต คือแกนโคออดิเนต แห่งเทวะภาพหรือแกนที่มีพลังงานสูงภายใต้การลดลงของมวลกิเลส…และแกนโคออดิเนตทางจิต แห่งมวลพลังงานต่ำ หรือที่ข้าฯฃอเรียกว่า อมุษย์ที่มีมวลพลังงานกิเลสสูงและหนาแน่น

          การดำรงซึ่งความมีสมาธิจะทำให้เกิดดุลยภาพในส่วนสมองและมีการหลั่งของฮอร์โมน และเอ็นไซต์ต่างๆเป็นไปอย่างมีดุลยภาพ…
          การดำรงอยู่ในความเป็นมนุษยภาพของคนเรา ซึ่งจะต้องมีความเกี่ยวพันกับครอบครัว  และผู้คนอื่นๆในสังคม…
          การสร้างความงามความรักให้เกิดขึ้นย่อมเกิดจากการลดลงของมวลกิเลสต่างๆลดน้อยลง…อันก่อให้เกิดจิตวิญญาณที่มีมวลพลังงานสูงขึ้น…
           ข้าฯเคยอ่าน ฃ้อเขียนของท่านที่ใช้ชื่อว่า เรน…ในบล็อกแห่งหนึ่งวเมื่อ 2-3ปีมาแล้ว…คุณเรน ได้อธิบายถึงวิธีการทำอาหารที่ปรุงรสชาติด้วยความรัก…เช่นการทำแกงจืดโดยให้ลูกๆช่วยกันทำ ให้เด็กสร้างจินตนาการว่าแตงกวา หรือผักต่างๆเป็นรูปดาวมั่ง เป็นนางฟ้ามั่งก็สุดแต่จะจินตนาการ…เมื่อปรุงเสร็จเวลาทานเข้าไปก็จะมีรสชาติแห่งความรักเข้าไปด้วย..
           การสร้างพลังจิตของเราให้แข็งแกร่ง และเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่สูงส่ง จึงทำได้ทุกรูปแบบจากการที่เราให้ความรักออกไปจากความรักเพื่อตัวตน….ไปสู่ความรักที่ออกไปจากตัวตน
            ไม่ว่าการทำอาหาร   การทำงานกับเพื่อนร่วมงาน…การดำรงอยู่ของครอบครัว หรือทุกกิจกรรม เราทำสมาธิได้ตลอดเวลา
             นอกจากนั้นเราจะต้องฝึกฝนอายตนะทุกอย่างของเราให้สัมผัสรับรู้กาลาวกาศแห่งจิตวิญญาณของเราได้…ในทุกๆการสัมผัสของอายตนะของเรา เช่นหูตา จมูก ปาก กายและใจ
             ด้วยการจินตนาการตำแหน่งแห่งที่หรือกาลาวกาศแห่งจิตวิญญาณให้เกิดขึ้น ตามศักยภาพสูงสุดแห่งความเป็นมนุษยภาพของเรา…ไม่ว่าทั้งหญิงและชาย…อันเป็นธรรมชาติที่ดำรงอยู่ในแต่ละคน
             เมื่อกว่า2,100% ปี ที่กำเนิดศาสนาพุทธ แต่ก่อนก็มี ภิกษุณี ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย  จะมีครอบครัวหรือดำรงความเป็นโสด  ไม่ว่าจะออกบวช หรือไม่บวช…เราสามารถยกระดับจิตวิญญาณ อันเป็นองคาพยพหนึ่งแห่งองค์รวมทางกายภาพแห่งมนุษยภาพได้….สุดแต่ผู้ใดจะเลือกจุดเชื่อมต่อทางแกนโคออดิเนตใดๆที่มีการทับซ้อนอยู่….

กลศาสตร์การเคลื่อนที่ของผี

          ดังข้าฯได้กล่าวมาจากตอนก่อนหน้านี้ ถึงรูปแบบการทำสมาธิ…เหมือนตะแกรงที่ร่อน ท่านจะต้องทำสมาธิให้ลึกลง ไปทีละระดับ และดำรงสมาธิไว้ทำความเข้าใจในร่องรอยที่แผ่วเบามากระทบและทำการรับรู้….และก็สูญสลายเพื่อก่อรูปการใหม่ที่ละเอียดไปยิ่งขึ้น…ในแต่ละขั้นตอนที่ท่านสแกนลงไปก็จะรับรู้เรื่องราวต่างๆที่ลึกซึ้งขึ้น…
           วิธีการเช่นนี้ท่านยังสามารถที่จะนำไปสู่การทำความเข้าใจในสิ่งที่ท่านศึกษาทางวิชาการเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในรูปสหวิทยาการหรือบูรณาการภายใต้ความรู้เฉพาะทางที่ท่านศึกษามาให้ลึกซึ้งได้ยิ่งขึ้น….รวมไปถึงการเกิดขึ้นแห่งนวัตกรรมใหม่ใดๆ…

(ยังมีต่อ)
         

  
ซุนปิน : leehonglong@hotmail.com
ข้าฯเองมิใช่นักฟิสิกส์….เป็นเพียงนักโรแมนติกฟิสิกส์ที่จินตนาการไปตามอัตตาของตน…


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com