Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


บ้านจอมยุทธบล็อก

>> ปุถุชน >> สายป่าน

ปุถุชน
มรรคากระบี่ วิถีบูรพา

สายป่าน

Nov.09.2008 4:48:20 pm

ท่ามกลางคิมหันต์อันร้อนอบอ้าว…ชาวนาเก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จไปนานแล้ว

ท้องทุ่งโล่งกว้างจึงกลายเป็นสนามของเด็กๆในหมู่บ้านไปโดยปริยาย

ท้องฟ้าพื้นหลังฟ้าจัดตัดกับปุยเมฆขาวราวสำลีบริสุทธิ์ล่องลอยแปรรูปไปตามแรงลม

มรสุมตะวันตกถึงคราต้องพัดมา…ตามหน้าที่ของมันอย่างสัตย์ซื่อมิเคยบิดพริ้ว

ยามเย็นในทุ่งกว้างกลางคิมหันต์…จะว่าไปแล้วนับเป็นสถานที่พักผ่อนอันแสนวิเศษ

ลมพัดเอื่อยเอื่อย…ล้มตัวลงนอนเหยียดแขนเหยียดขาทอดสายตาสู่ท้องฟ้ากว้างกลางหญ้าเขียว

จินตนาการเพริดแพร้วบรรเจิดไปกับก้อนเมฆขาวที่ก่อตัวสลายกลายเป็นรูปลักษณ์นานา


ที่ที่มีลมและที่ที่เดียวกันนั้นมีเด็ก…ว่าวตัวน้อยจึงล่องลอยอยู่เต็มท้องฟ้า

ลางตัวลอยนิ่งเด่นเป็นสง่า…ลางตัวคว้าซ้ายคว้าขวาไม่เคยหยุดนิ่ง

ลางตัวไม่อาจต้านแรงลม…ป่านขาดหลุดหายไปกับสายลม

ไม่นานก็คงตกลงสู่พื้นดิน…หมดสิ้นโอกาสล่องลอย

สายป่านจึงเสมือนสายใยคอยรั้งเหนี่ยวไว้ให้ว่าวต้านลม

ชีวิต…หากไม่เหนี่ยวรั้งไว้ในครรลองคลองธรรมคงเหมือนกัน…หลุดลอย

ว่าวชีวิต



ใต้ต้นหลิวริมท้องทุ่ง…หลวงจีนรูปหนึ่งปักกลดอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทันสังเกตุ

ช่วงกลางวันหลวงจีนจะหายขึ้นไปบนภูเขา…ที่ร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่ใบบัง

เพลาเย็นเท่านั้นที่เห็นหลวงจีนลงจากเขา…มาต้มน้ำร้อนชงชา

แล้วผ่อนคลายอิริยาบทสบายสบาย…อยู่บนหินก้อนใหญ่ใต้ต้นหลิว



ท้องฟ้าเริ่มมืดค่ำแล้ว…พวกเด็กๆทยอยกลับเข้าสู่หมู่บ้านจนเกือบหมด

เหลือแต่เด็กชายคนหนึ่งที่มัวแต่เพลิดเพลินอยู่กับการวิ่งเล่นจนลืมเวลา

เมื่อเห็นเพื่อนฝูงพากันกลับไปหมดแล้ว…มันจึงนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เอาว่าวลง

ด้วยความเร่งรีบร้อนรน…มันไม่ได้หมุนสายป่านเข้ากับไม้เก็บเชือก

มันกลับสาวป่านลงมากองกับพื้นดิน…จนติดพันกันอย่างยุ่งเหยิงวุ่นวาย

เมื่อคลายเชือกป่านมิได้…สุดท้ายมันกลับร้องไห้โฮ



มืดค่ำแล้วผีมันก็กลัว…เสียงร้องไห้จึงดังแผดจ้าไปทั้งท้องทุ่ง

ไม่นานเท่าไดนัก…หลวงจีนรูปนั้นปรากฎกายขึ้นปลอบประโลมให้มันหายกลัว

“เด็กน้อย…เราอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้าแล้ว..เจ้าจะยังกลัวไปใยกัน

สายป่านนั่น   มอบมันให้เป็นภาระแก่เราเถอะ เย็นวันพรุ่งเจ้าค่อยมารับกลับคืน”

แล้วหลวงจีนก็โอบประคองไหล่มัน…เดินไปส่งที่ริมหมู่บ้าน

ภาพ..หนึ่งหลวงจีน..หนึ่งเด็กน้อย..ที่เดินเกาะขาหลวงจีนแน่นเลือนหายไปในความมืด




เย็นวันรุ่งขึ้น…สายป่านที่คลายปมแล้วม้วนเก็บเรียบร้อยอยู่ในไม้เก็บ

เด็กน้อยรับสายป่านกลับไปด้วยความยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง

แต่แทนที่จะหันกลับไปวิ่งเล่นในทันที…มันกลับยืนนิ่ง..ยิ้มกริ่มอย่างอายๆ

ล้วงมือขวาเข้าไปในอกเสื้อ…ดึงกลับออกมาอีกที กลับมีซาละเปาลูกหนึ่งติดออกมาด้วย

ปากมันไม่กล่าวว่ากระไร…เดินตรงเข้าไปยื่นส่งให้หลวงจีน

“เด็กน้อย…นับว่าเจ้ามีน้ำใจ สายป่านเจ้ายุ่งเหยิงเมื่อใด จงมาหาเรา”

มันก็ยังไม่กล่าวว่ากระไร…เดินตรงเข้าไปกอดขาหลวงจีน..แล้วผลุบวิ่งออกไปอย่าวรวดเร็ว




หลายวันผ่านไป…จนใครใครเห็นเป็นภาพที่คุ้นตา

หลวงจีนหนึ่ง เด็กน้อยหนึ่ง…และสายป่านยุ่งสุ่มอยู่กองใหญ่

ปมเชือกค่อยค่อยคลี่คลายออกทีละปมทีละเปลาะ

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กน้อยกับหลวงจีนกลับกระชับเกลียวแน่นขึ้นเรื่อยๆ

เสียงทุ้มนุ่มนวลปราณีของหลวงจีนทีพูดกับเด็กน้อยดังแว่วมาตามกระแสลม

“ปมเชือกที่ดูเหมือนมันยุ่งเหยิง  คล้ายหาทางแก้ไม่เจอ  คล้ายหาทางออกมิได้

สำคัญอยู่ที่จิตใจเจ้า  อย่าได้ท้อแท้หมดอาลัยเสียแต่ทีแรก  ตั้งสติให้มั่น

เพ่งพินิจมองมันทีละปมทีละเปลาะ  ค่อยค่อยคลายออกทีละปมทีละเปลาะ

ด้วยใจที่สงบเยือกเย็น  สุดท้ายสายป่านที่ดูเหมือนจะแก้ไขใช้การไม่ได้

จะกลับมาดีดั่งเดิม  สำเร็จประโยชน์สมเจตนา”

“เมื่อเจ้าสามารถคลายปมได้แล้ว…อย่าลืมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือผู้อื่นด้วย”




ปีนี้เทศกาลว่าวประจำหมู่บ้านดูคึกคักเป็นพิเศษกว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา

คหบดีผู้มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดแห่งมณฑลเสฉวนต้องการให้เป็นเช่นนั้น

นัยว่าเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและระลึกถึงผู้มีพระคุณท่านหนึ่ง

พื้นเพเดิมท่านเป็นคนที่นี่…ตอนเด็กๆท่านชมชอบการเล่นว่าวเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากที่ท่านจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป…มุมานะบากบั่นทำมาค้าขายอยู่สิบเจ็ดปี

จนสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งในบรรดาพ่อค้าวาณิชย์แห่งเสฉวน

ชื่อเสียงโด่งดังขจรกระจายไปทั่วทั้งๆที่ก่อร่างสร้างตัวมาจากเด็กชายชาวนาที่ยากจน

ว่ากันว่าท่านมีความมุมานะพากเพียรเป็นเลิศ…และเป็นนักแก้ปัญหาตัวฉกาจ

ปัญหาการค้าใหญ่น้อยที่ประดังเข้ามา…ท่านกลับเผชิญหน้าอย่างสงบเยือกเย็น

ค่อยค่อยแก้ปัญหานั้นทีละปมทีละเปลาะ…จนสำเร็จลุล่วงไปได้ในที่สุด

ที่สำคัญท่านเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โอบอ้อมอารีต่อผู้อื่นเป็นอย่างยิ่ง

ทำให้มีมิตรสหายมากมาย…ขยายเป็นเครือข่ายทางการค้าที่ยิ่งใหญ่เข้มแข็ง




ทุกปีในคิมหันต์ฤดูที่ร้อนอบอ้าว…และลมมรสุมตะวันตกพัดมาเยือน

คหบดีท่านนี้จะปลีกเวลาจากความวุ่นวายทางการค้า…กลับมาบ้านเกิด

ทุกครั้งที่ท่านกลับมา…เด็กๆในหมู่บ้านจะตื่นเต้นยินดีปรีดากันเป็นอย่างมาก

พากันวิ่งออกไปเข้าแถวต้อนรับท่านที่ช่องเขาทางเข้าหมู่บ้าน

นอกจากขนมนมเนยแล้ว…สิ่งที่เด็กๆจดจ่อเฝ้ารอจะได้รับคือว่าวที่สวยงามตัวหนึ่ง

ทุกคนจะได้รับแจกว่าวที่สวยงามจากท่านเสมอ…พร้อมสายป่านอย่างดี

ที่น่าแปลกใจไม่น้อย…แทนที่ท่านจะเข้าไปพำนักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้าน

กลับสั่งผู้รับใช้ให้สร้างที่พักแรมอย่างง่ายๆใต้ต้นหลิวในทุ่งกว้าง




ยามเย็นในท้องทุ่งกว้างกลางคิมหันต์…จะว่าไปแล้วนับเป็นสถานที่พักผ่อนอันแสนวิเศษ

ลมพัดเอื่อยเอื่อย…ล้มตัวลงนอนทอดสายตาสู่ท้องฟ้าในท้องทุ่งกว้างกลางหญ้าเขียวขจี

จินตนาการเพริดแพร้วบรรเจิดไปกับก้อนเมฆขาวที่ก่อตัวแล้วสลายกลายเป็นรูปลักษณ์นานา

คหบดีทอดตัวเหยียดยาว…จิตใจล่องลอยประหวัดไปถึงผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่เคยพูดว่า

 ”ปมเชือกที่ดูเหมือนมันยุ่งเหยิง  คล้ายหาทางแก้ไม่เจอ  คล้ายหาทางออกมิได้

   สำคัญอยู่ที่จิตใจเจ้า  อย่าได้ท้อแท้หมดอาลัยเสียแต่ทีแรก  ตั้งสติให้มั่น

  เพ่งพินิจมองมันทีละปมทีละเปลาะ  ค่อยค่อยคลายมันออกทีละปมทีละเปลาะ

   ด้วยใจที่สงบเยือกเย็น  สุดท้ายสายป่านที่ดูเหมือนจะแก้ไขใช้การไม่ได้

  จะกลับมาดีดังเดิม   สำเร็จประโยชน์สมเจตนา”

  
ปุถุชน :: wi_sdom@hotmail.com


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com