Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


มินิไดอารี่

อีกหนึ่งรูปแบบของการให้บริการ ที่สอดคล้องกับแนวทาง และวัตถุประสงค์เดิมของบ้านจอมยุทธ คือส่งเสริมการอ่าน และการเขียน แด่เหล่าบรรดานักเขียนที่ต้องการรวมรวบผลงานไว้ในมุมส่วนตัว ในแบบฉบับของตัวเอง

ความกล้าหาญ >> มะหมาหน้าปากซอย

ความกล้าหาญ

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65

มะหมาหน้าปากซอย

วันนี้ฉันจะเล่าเรื่องเจ้าสี่ขา ที่ฉันเคยไปผูกมิตรกับมันไว้ มันเป็นหมานักเลขอยู่หน้าร้านขายข้าวมันไก่ที่ปากซอบบ้านฉันเองค่ะ แวบแรกไอ้หมาตัวนี้มันเป็นมะหมาที่ตัวใหย่มาก พันธุ์อาเซเชี่ยน นอกจากตัวมันใหย่แล้ว มันยังกัดคนอีกต่างหาก นี่เป็นเหตุผลที่เวลามันเดินผ่านหน้าร้านขายของไหน ก็ไม่ค่อยจะมีใครต้อนรับมันนัก ถึงแม้ว่ามันจะตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ โดยที่เจ้าของร้านไม่ค่อยเต็มใจนัก และมันมักจะถูกไล่เอาน้ำสาดเป็นประจำ แต่มันก็ไม่เคยย่อท้อที่จะไปนั่งอยู่ที่เดิมๆ เหมือนเฝ้ารออะไร ทั้งๆที่มันโดนสาดน้ำซ้ำๆมันก็ยอม ถ้าเปรียบเป้นเทศกาลสงกรานตืสำหรับเจ้าหมาตัวนี้คงมี365วันต่อปีเลยทีเดียว ฉันกับเจ้าหมาตัวนี้เจอกันคร้งแรกตอนที่ฉันปิดเทอมใหย่ ระหว่างที่ว่างจากการเรียนพิเศษและไม่มีอะไรทำ กิจกรรมยามว่างของฉันก็คือหาอะไรอร่อยๆกิน และบังเอิญร้านข้าวมันไก่เพิ่งจะมาเปิด ตามประสาคนชอบลองของ(อร่อย)ก็แวะเข้าไปอุดหนุน ด้วยอัธยาศัยของเจ้าของร้านที่ดีมีไมตรีต่อลุกค้า- ยกเว้นกับเจ้ามะหมาตัวนี้ - ฉันจึงแวะไปอุดหนุนประจำ ฉันไปกินทีไรก็เจอเจ้าตัวนี้มานั่งอยู่ที่หน้าร้านเป็นประจำ ตามประสาคนปากหมา*เจอพวกปากเดียวกันก็เลยต้องทักทายกันเป็นธรรมดา เริ่มจากฉันผูกมิตรกับมันด้วยการเอาขนมส่งให้มันกิน ระหว่างยื่นๆให้มันอยู่ เจ้าตัวนี้มันก็เงยขึ้นมองหน้าเหมือนถามว่า ให้กรูทำไม? อ้าว...นอกจากดุแล้วยังหยิ่งอีก ขนาดไม่มีคนคอยเลี้ยงข้าวนะเนี่ย......น่าปล่อยให้อดตายจริงๆ แต่ความพยายามของฉันก็ยังไม่ลดละ เพราะว่าเจ้ามะหมาตัวนี้มันอาจจะมีปมด้อย หรือว่าฝังใจจากอะไรบางอย่างก็ได้ คราวนี้ฉันเลยเปลี่ยนเมณูใหม่ อากาศเมืองไทยร้อนๆ มันนั่งตากแดดอาจจะหิวน้ำก็ได้ ฉันจัดการเอาน้ำแข็งไสที่กินไปแล้วครึ่งถ้วยส่งให้มัน คราวนี้มันมองหน้าอีก ฉันวางเอาไว้ที่หน้ามันแล้วถอยออกมา คราวนีได้ผล เจ้าตูบยอมรับมิตรภาพของฉันแล้ว มันกินน้ำแข็งไสจนหมดถ้วยแล้วหันกลับมามองหน้าฉัน คิดได้2อย่างที่มันหันมาหาฉัน 1.ขอบใจนะ 2.มีอีกมั้ย? ไม่รู้ว่าอย่างไหนกันแน่ แต่ว่าหลังจากนั้นฉันก็เอาขนมมาให้มันกินเรื่อยๆ วัฒนธรรมการกินฉันเปลี่ยนไปด้วย จากที่เคยซื้อขนมแค่พอกินก็ซื้อให้เหลือกิน แล้วเอาส่วนที่เหลือไปให้เจ้านี่มันช่วยกิน มันกินได้ทุกอย่างจริงๆ ทั้งแซนวิช ขนมปัง น้ำแข็งไส ข้าวมันไก่ คุกกี้ วุ้น ไอติม ฯลฯ แถมกินจุซะด้วย เหมือนว่าให้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่มซะที แต่ว่าฉันก็ให้มันแค่ประมาณหนึ่งเท่านั้นเพราะว่า เงินค่ขนมของฉันมันก็มีประมาณหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้เกินตัวได้ ซึ่งฉันเชื่อวว่ามันคงเข้าใจที่ฉันพูดให้มันฟัง เวลาฉันพูดกับมันเหมือนว่ามันจะฟังฉันรู้เรื่องนะ เพราะว่าทุกครั้งที่ฉันพูด หูมันจะตั้งเหมือนรอรับฟัง และเงยหน้ามามอง แลบลิ้นแฮ่ๆๆ น้ำลายหยดบางเวลา เวลาฉันเดินมาทีไรมันก็จะวิ่งมาหา แล้วมันก็ไม่กัดฉันและไม่กัดใครอีกแล้วด้วย ดูเหมือนว่ามันจะเป็นมิตรขึ้ยเยอะเลย พอมันเป็นมิตรกับคน คนก็เป็นมิตรกับมัน ทีนี้เจ้าตัวนี้มันเดินไปไหนก็ไม่มีใครไล่มันไปอีกแล้ว แถมยังมีคนใจดีเอาขนมให้มันกินอีก แม่ค้าร้านข้าว ร้านก๋วยเตี๋ยวก็เอาน้ำแกง กระดูกไก่ที่เหลือจากขายมาให้มันกินอีก ชีวิตมันดูดีขึ้นมากจากแต่ก่อน จนมาวันหนึ่งฉันก็เริ่มสงสัยว่ามันชื่ออะไร?? คุยกันมาตั้งนานแล้วฉันยังไม่ได้ถามชื่อมันเลย? อ้าว.....ถ้าถามแล้วมันจะตอบมั้ยล่ะเนี่ย คุณคงสงสัยว่าแล้วเวลาฉันเรียกมันจะเรียกอะไรล่ะ? ไม่ยากเลยค่ะ แค่พูดว่า..เฮ้ย...แค่นี้เจ้าตัวนี้ก็ลุกเดินมาแล้ว มันแสนรู้จะตาย โดยเฉพาะของกิน จะไวเป็นพิเศษ บางวันเห็นมันมีคนให้ของกินแล้ว ฉันจะไม่ให้มัน มันก็จะมามองหน้าให้เรารู้สึกผิด แล้วก็ใจอ่อนซื้อให้มันจนได้ แล้วงฉันก็เลิกอยกากรู้ว่ามันชื่ออะไร เมื่อตราบใดที่ฉันเรียกมันว่อะไรมันจะเดินมาตามคำเชิญเสมอก็ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อไปไม? แต่ว่าช่วงที่ฉันไม่อยู่บ้านหลายวัน ฉันคงจะไม่ได้มาเอาขนมให้มันกินอีแล้วล่ะ ก็เลยต้องไปร่ำลามันเหมือนว่ามันจะมองหน้าฉันแล้วก็พูดอะไรกับฉันซักอย่าง...แต่ว่าฉันฟังมันไม่รู้เรื่อง?? ฉันฝากเงินให้แม่ค้าร้านขนม ให้เค้าคอยให้มันกินขนมแทนฉัน เพราะว่าเจ้านี่มันชอบกินแซนวิช กับ ขนมปังถั่วแดง ฉันไม่ได้เจอมันหลายวันแล้ว แต่ฉันก็ม่ได้นึกถึงมันเลย เพราะว่าสิ่งที่ฉันเจอมันน่าตื่นตากว่ามะหมาปากซอย แล้วมันก็หายไปจากความคิดของฉันชั่วระยะหนึ่ง จนวันที่ฉันกลับบ้าน รถของฉันขับเข้ามาในซอยอย่างเร็ว ฉันจำได้ลางๆว่ามีหมาตัวหนึ่งวิ่งตามรถยนต์คันหนึ่งออกจากซอยไป สีดำๆน้ำตาลๆดูคุ้นๆตา แต่ว่าก็ไมได้นึกอะไร ลืมๆมันไปแล้วด้วย จนถึงวันรุ่งขึ้น ที่แม่ใช้ให้ไปซื้อกาแฟจึงนึกขึ้นมาได้ว่าเจ้าเฮ้ย*มันหายไปไหน?? แต่ฉันก็คิดว่ามันอาจจะย้ายไปหากินที่อื่น อาจจะมีร้านขายอะไรที่อร่อยกว่าข้าวมันไก่แล้วก็ได้ เวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ ฉันไม่ค่อยได้ออกจากบ้านซักเท่าไหร่เพราะว่าขี้เกียจออกไปตากแดด แต่วันหนึ่งก็นึกเซ็งการอยู่บ้านขึ้นมา ก้เลยไปเดินเล่นในซอยแถวบ้าน ก็เดินตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย แต่ก็ยังไม่เจอมันซะที เลยเดินไปถามแม่ค้าที่เลี้ยงขนมมันประจำว่าเจ้าตัวนั้นมันหายไปไหน แล้วก็ได้คำตอบ่ามันหนีตามเค้าไปแล้ว อ้าว.....เป็นหมาใจง่ายจิงๆ(ฉันคิดในใจ) แล้วก็นึกถึงรถยนต์คันที่มีหมาวิ่งตามไป ก็นึกได้ว่าคงจะเป็นเจ้าตัวนั้นแน่ๆเลย ด้วยความที่ซี้กับแม่ค้าข้าวมันไก่ ที่เจ้แกจะรอบรู้เรื่องในซอยทุกอย่าง ทุกบ้าน แม้กระทั่ง้จ่าหมาตัวนี้ป้าแกก็รู้ประวัติ (ฉันแอบทึ่งเจ้แกอยู่เงียบๆ) เจ้เล่าให้ฟังว่ามันเป็นหมาของเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในซอยนนี่ละ แล้วพอเจ้าของบ้านเค้าย้ายบ้าน เค้าก็เอาไปแต่ตัวกับของ ทิ้งหมาไว้ที่นี่ มันก็เลยรอเจ้านายของมันมาหลายเดือนแล้ว แล้วพอเจานายมันตัดสินใจหวนกลับมาแปะป้ายขายบ้านหลังเดิม เจ้าตัวนี้มันก็เลยจำเจ้านายของมันได้ มันก็เลยวิ่งตามเจ้านายมันไป ใจหนึ่งฉันก็นึกดีใจที่เจ้าตัวนั้นมันเจอเจ้านายของมันที่มันตั้งตารอมาหลายเดือนแล้ว แต่อีกใจหนึ่งฉันก็นึกเป็นห่วงว่ามันจะวิ่งตามรถคันนั้นทันหรือเปล่า?? ถ้ามันตามไม่ทันแล้วตอนนี้มันไปอยู่หน มีข้าวกินมั้ย โดนรถชนหรือเปล่า หวังอยู่ในใจว่ามันจะปลอดภัยดี ฉันเลื่อมใสความจงรักภักดีที่มันมีต่อเจ้านายมันจริงๆ ขนาดเจ้านยทำกับมันขนาดนี้แล้วมันก็ยังรักและก็นึกถึงเจ้านายมันเสมอ ถ้าเป็นคนจะซื่อสัตย์สู้หมาได้หรือเปล่าหนอ* ถ้าฉันได้เพื่อนเป็นคนแล้วโดนหักหลัง สู้ยอมมีเพื่อนเป็นหมาซะดีกว่า-- นึกถึงเจ้ามะหมาตัวนี้ทีไรฉันนึกถึงหนังสือเรื่อง-มอม-วะทุกครั้งเลย นึกเปรียบเทียบกันว่า ระหว่าเจ้าเฮ้ย* กับเจ้ามอม ใครมีความซื่อสัตย์มากกว่ากันนะ แต่ที่แน่ๆมันเป็นสัตว์*แต่ว่ายังมีใจที่ซื่อสัตย?*เสียมากกว่าคนที่มีหัวใจเป็นสัตว์*บางคนเสียอีก เกิดเป็นคนยังไงก็อย่าให้อายมะหมานะเจ้าค่ะ ^^

ปล. เรื่องเลือกตั้งที่ฝรั่งเศสจะเล่าให้ฟังวันหลังนะค่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบันทัดนี้ สวัสดีค่ะ

เขียนเมื่อ 24-04-2007 | 00:36:05 | ไดอารี่ที่ : 42


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com