Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


มินิไดอารี่

อีกหนึ่งรูปแบบของการให้บริการ ที่สอดคล้องกับแนวทาง และวัตถุประสงค์เดิมของบ้านจอมยุทธ คือส่งเสริมการอ่าน และการเขียน แด่เหล่าบรรดานักเขียนที่ต้องการรวมรวบผลงานไว้ในมุมส่วนตัว ในแบบฉบับของตัวเอง

ความกล้าหาญ >> เรื่องไม่เป็นเรื่อง

ความกล้าหาญ

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 | 35 | 36 | 37 | 38 | 39 | 40 | 41 | 42 | 43 | 44 | 45 | 46 | 47 | 48 | 49 | 50 | 51 | 52 | 53 | 54 | 55 | 56 | 57 | 58 | 59 | 60 | 61 | 62 | 63 | 64 | 65

เรื่องไม่เป็นเรื่อง

วันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ฉันนัดกับเพื่อนไปชอบปิ้งกัน ระหว่างเดินเลือกของก็ไม่ค่อยจะได้ซื้ออะไรมาก เพราะว่าไม่ค่อยถูกใจ แต่ในฐานะที่สอบมหาละยติดแล้ว ก็เลยเห่อ ซื้อชุดนิสิตมาแล้ว หนึ่งตัว ยังไม่กล้าซื้อมาก เผื่อเจอที่อื่นถูกใจกว่า แล้วก็อะไรๆมาอีก แล้วก็หมดแรงเดินเพราะว่าหิวแล้ว เพื่อนๆตกลงกันว่าจะกาอะไรกินกันที่เซนทรัลนะแหระ หาอะไรท่เร็วๆ ง่ายๆ อร่อยๆ ก็เลยปกินไก่ทอดผู้พัน วันนี้สั่งข้าวเกาหลี เพราะอยากจะรู้ว่าอร่อยแบบฮันกุ มันเป็นจังไส แต่แล้วก็รู้คำตอบว่าบ่แซบเลย ไม่เห็นแม่งจะอร่อยตรงไหน ส้มตำบ้านเฮาอร่อยกว่าอีก เมื่อสวาปามกันหมดอย่างรวดเร็ว พี่ฉันก็ยังไม่มารับซักที เพื่อนๆก็เริ่มมองหน้ากันแล้ว เพราะว่าต่างมีธุระที่ต้องไปทำต่อกันทั้งนั้น ก็เลยบอกให้กลับไปกันก่อน เดี๋ยวพี่เราก็คงจะมารับแล้วล่ะ เพราะใกล้เวลานัดแล้ว แต่แล้วก็นั่งฟังเพลง อ่านหนังสือ กินโค้กไปนานพอควร พี่ฉันก็ยังไม่มา จนมีชานคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก ขอนั่งกินข้าวด้วย พระเจ้า ฉันอยากจะวิ่งหนีให้ไกลไปจากตรงนั้น เพราะว่าคนที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายที่ฉันคิดว่าจะบังเอิญมาเจอตอนนี้ เค้าคือ เพื่อนต่างโรงเรียนของฉันนะเอง รู้จักกันตอนไปสอบ หลงจากนั้นมนก็จะโทรมาคุยบ้าง แล้วทักในเอ็มทุกครั้งที่อนตรงกัน มันจะชอบเล่าเรื่องอะไรฮาๆให้ฟัง แล้วก็ชอบเป็นห่วงเรามากเกินปกติ แต่ฉันก็รู้ว่ามันเป้นอย่างนี้กับทุกคนนะแหระ แต่ว่าฉันเองนะแหระที่ชอบเผลอไปชอบมันอยู่เรื่อย ต้องคอยเตือนสติตัวเองไม่ให้เผลอใจ ใจจริงอยากจะวิ่งหนีไป หรือว่าไล่ไปให้พ้น แต่ตามมารยาทแล้ว ทำแบบนั้นมันจะโหดเกินไป ก็เลยให้มันนั่งตามมารยาท รู้สึกว่าอยู่ใกล้มันแล้วมันเขิลๆยังไงชอบกล ไม่ชอบเลยที่เป็นแบบนี้ เพื่อนฉันคนนั้นมันก็ชวนคุย ได้เรื่องว่าวันนี้ไปสัมพาดที่ม.เกษตรมา แล้วหลังจากแยกกับพ่อแม่ ก็เลยมาหาอะไรกิน แล้วไม่อยากกินข้าวคนเดียว บังเอิญเจอฉันก็เลยเข้ามาทัก หลังจากที่คุยกันไป กินกันไปซักพัก อาหารก็หมดแล้ว แต่พี่ฉันก็ยังไม่มารับ มันเลยเวลามานานแล้วนะ พอโทรตามก็ได้เรื่องว่า พี่ฉันมันอยู่ที่โคราช ไปทำอะไรที่โคราช น้องสาวรออยู่นี่ ฮือๆๆ แล้วกี่โมงถึงจะไดกลับละเรา สรุปว่ามันไล่ให้เราขึ้นรถเมลืกลับบ้านเอง แต่มันคงจะไม่รู้ ว่ากรุงเทพฝนตก ฮือๆๆ มองฝนที่ตกอยู่นอกกระจกร้าน ท่าทางถ้าวิ่งออกไปรอรถเมลื กว่าจะถึงป้ายรถเมลื หนังสือที่ซื้อมาก็คงเปียก รถแท็กซี่ก็ไม่ผ่านมาเลยซักคัน แล้วจะทำไงดี มองหน้าเพื่อนแล้วยิ้ง แหะๆ ก็เลยตัดสินใจเดินห้างต่อ รอให้ฝนหยุดแล้วค่อยกลับบ้าน โดยตกลงกับตัวเองไว้ว่าจะไม่ซื้ออะไรอีกแล้ว เพราะว่าเปลืองเงิน และอาจจะถือของไม่ไหว แต่เพื่อนฉันคนนี้มันก็แสนจะใจดีเหลือเกิน อาสาช่วยเดินถือของให้ ถ้าเป็นแฟนฉันพูดอย่างนี้ก็คงจะดีใจ แต่ว่านี่มันเพื่อนฉันเอง ฮือๆๆ เลิกทำให้หวั่นหววะทีได้มั้ยเนี่ย รู้บ้างป่าวว่ากำลังจะชอบแล้วนะ แต่ถ้าไล่ไปก็ไม่ได้ ห้างมันเป็นของสาธารณะ ใครจะเดินก็ได้ แต่บังเอิญมันมาเดินตามฉันนะซื เดินๆไปก็ไปเจอร้านขายของที่ระลึกฟุตบอล ด้วยความที่ชอบเชียร์ฟุตบอลทั้งคู่(แต่คนละทีม)ก็เดินเข้าร้านไปอย่างไม่ลังเล บังเอิญเจ้าของร้านเชียร์ทีมเดียวกัน ก็เลยแนะนำกันใหญ่โต ว่าอะไรที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น น่าสะสมบ้าง หักห้ามใจแทบแย่ สุดม้ายก็ยังอุตส่าห์ซื้อซองโทรสับกำมะหยี่ ที่ปักสัญลักษณ์ทีมฟุตบอลที่ตัวเองชอบมาคนละหนึ่งอัน แล้วก็เดินออกมา หันซ้ายหันขวา พระเจ้าช่วย เสื้อซื้อ1แถม1 กำลังอยากได้เลย ทำไมเดินเมื่อกี้มองไม่เห็นอะไรมันมาบังตา ก็เลยพากันเดินเข้าไปเลือกเสื้อผ้า สรุปว่าได้เสื้อมา2ตัว ส่วนเพื่อนฉันมันก็ได้หมวกแก๊บ2ใบ แล้วก็เดินออกมานอกร้าน หันไปเจอคนรู้จักขายผ้าปูที่นอนอยู่ ก็เลยเดินไปทักทาย บอกว่ามารับจ้างเค้าขาย แล้วรับค่าจ้างเป็นเปอร์เซนต์ ที่ขายได้ แต่ว่าวันนี้ขายไม่ดีก็จะได้เงินน้อย น่าเห็นใจ แล้วผ้าปูที่นอนที่บ้านก็เริ่มเก่าแล้ว ช่วยซื้อซะหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นไร ระหว่างทีเลือกลายอยู่ เพื่อนฉันมันก็มาช่วยเลือกด้วย กรี๊ดๆๆ อย่างนี้ฉันก็คิดถึงเธอก่อนนออีกนะซิ อิอิ ล้อเล่นนนน ถ้าเป็นแฟนกันแล้วมาทำอย่างนี้คงปลื้มใจ แต่นี่มันเพื่อน ห้ามเผลอใจนะเว้ย พยายามเรียกสติตัวเอง เมื่อเลือกซื้อของเสร็จก็เดินมาที่หน้าห้าง มองดูฝนที่ยังตกมาอย่างไม่มีวี่แววว่าจะเลิก กำจิงๆ เงินก็ใช้ซะเกือบหมดแล้ว กลับแทกซี่ก็ไม่ได้ รถเมล์ก็แล้วกัน ยอมเปียกฝนก็ได้ แต่ก็ยังลังเลกับการตัดสินใจของเรา ไม่อยากเปียกเล้ยยย ระหว่างที่ยืนเงอะๆงะๆอยู่หน้าห้าง เพื่อนฉันมันก็ถามว่ากลับบ้านยังไง เราก็ตอบไปตามจริงว่า...รถเมล์...แล้วมันก็ดุเราทันทีว่า"จะบ้าเหรอ ของเยอะขนาดนี้ ฝนก็ตกหนัก กลับรถเมลือ่ะนะ"-พร้อมทั้งใส่กิริยาอาการชูของที่มันช่วยฉันถืออยุ่ขึ้น แล้วมันก็ลากฉันเดินไปที่ลานจอดรถ ไปหยุดอยู่ที่หน้ารถเชพโลเล็น ซาฟีร่าของมัน พระเจ้า เพิ่งจะรู้ว่าเจ้าคุณพ่อมันซื้อรถให้มันแล้ว ป้ายยังแดงๆอยู่เลย เจ้าของรถอาสาจะไปส่งฉันที่บ้าน แล้วจัดแจงเอาของโยนใส่เบาะหลังแล้วเปิดประตู ตอนแรกก็ดีใจ ไชโย่....ไม่ต้องเปียกฝนแล้ว แต่ว่าอีกใจก็กลัว แม่งเพิ่งจะได้รถมา มันเพิ่งเรียนขับรถแน่ๆเลย แล้วตูจะรอดมั้ยเนี่ย ฮือๆๆ แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ไปก็ยังไงอยู่ เลยพยายามปลอใจตัวเองว่า เอาน่าอย่างน้อยถ้าคาดเบ้วท์ไว้หนักมันก็จะเป็นเบา จากตายก็อาจจะแค่พิการ เฮ้ยยย.....ไม่นะ อนาคตนิสิตอย่างเราต้องมาจบเพราะเด็กเกาตรงั้นเหรอ ฮือๆๆ ไม่นะ ใจเย็นๆ เมื่อรถขับออกไป มันก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เพราะว่ามันก็ดูจะขับรถเป็นนี่นา เมื่อรถมาถึงบ้านฉันก็โล่งใจ เพื่อนฉันมันก็จัดแจงเอาของหลังรถส่งให้ แล้วก็กลับไป ก่อนกลับก็สั่งให้มันโทรมาบอกด้วยว่าถึงบ้านแล้ว ที่ทำอย่างนี้ไม่ได้เป็นห่วงมันหรอกนะ แค่คิดว่าถ้าขับไปชนใครเข้าเค้าจะเดือนร้อน แล้วก็เสียดายรถด้วย รถมันยังใหม่ๆอยู่เลย เหอๆๆ เมื่อข้ามพ้นธรณีประตู ก็โดนแม่เทศน์ทันที ที่กลับช้า แถมยังใช้เงินเกินขนาด อาจถึงตายได้ถ้าไม่รีบหลบ จึงรีบหยิบของเข้าห้องไปอย่างว่องไวหร้อมกับความรู้สึกผิดเต็มหัวใจที่ใช้เงินเยอะ อิอิ แต่ก็ได้ของมาเยอะเช่นกันนะ ว่าแล้วก็ขอหยิบมาชื่นชมกันซะหน่อยแล้ว เมื่อเช็คของก็รู้ว่ามีของเกินมา ถุงเสื้อผ้า ทำไมมีหมวกใส่มาด้วย ทำไมถุงซองโทสับมันกลายเป็นแมนยูฯ ฉันไม่ได้เชียร์แมนยูนี่นา แล้วเจ้าต้นเรื่องก็โทรมาหา เมื่อรับโทรศัพก็โวยวายใหญ่ แต่แล้วมันก็บอกว่ามันไม่ได้หยิบของใหผิดหรอก ไอ้หมวกนั่นอ่ะ ยกให้เราใบนึงเพราะว่ามันมีหัวแค่หัวเดียว ใช้หมวก2ใบไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ หมวกเอทูซีใบละไม่ช่น้อยๆ ทำงี้ได้ไง -ไม่รู้ว่าพ่อแม่มันรู้อ่ะป่าวว่าลูกชายเอาเงินไปซื้อของแจกสาวเนี่ย - ส่วนวองโทรสับกำมะหยี่ ที่ปักทัมฟุตบอลแมนยูอ่ะ ถือซะว่าแลกกันก็แล้วกันนะ เผื่อจะได้เปลี่ยนใจหันมาเป้นแฟนแมนยูบ้าง แน้.....ดูมันพูด ไม่มีทางซะละ แต่ถึงยังไงก็ใช้ เพราะว่าอันเก่าทำหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ มีใช้ดีกว่าไม่มี เจอเพื่อนอย่างนี้ฉันจะเข้าใจสถานภาพแกผิดมั้ยล่ะเนี่ย ห้ามเด็ดขาด ห้ามชอบมันเด็ดขาด มันทำดีกับเราก็เหมือนกับที่ทำให้คนอื่นๆอ่ะแหระ เพราะฉะนั้นถ้าเผลอไปชอบมันก็มีแต่จะเสียใจและเจ็บใจเปล่าๆ เป็นเพื่อนนะดีที่สุดแระ ต้องเตือนสติตัวเอง อาการของมันอย่างนี้รียกว่า หลีไม่เลือกหน้า เป็นอาการองคนที่มีฟามมั่นใจสูง+บ้านรวย แต่ถ้าขืนเจอแบบนี้บ่อยๆมีหวังเผลอแน่ๆเลยเรา นึกปลอบใจตัวเองว่าเอาน่า อย่างน้อยก็เรียนคนละที่ คงไม่เจอบ่อยๆหรอก แต่มันก็ดันโทรมาบอกว่าจะมารับที่ม. ฉันล่ะกลัใจตัวเองจริงๆ ถ้าสมมุติว่าเป็นแฟนกัน ถ้าวันเลิกกันจะมองหน้ากันติดมั้ย แล้วจะกลับมาเป็นเพื่อนได้ป่าวเนี่ย ว๊ายยย.......แค่คิดก็สยองแระ เป็นเพื่อนกันดีกว่า สบายใจสุด ถ้าเป็นคุณเจอแบบนี้จะเผลอใจหริแปลาค่ะเนี่ย ^^

เขียนเมื่อ 17-05-2007 | 18:04:17 | ไดอารี่ที่ : 51


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com