Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


มินิไดอารี่

อีกหนึ่งรูปแบบของการให้บริการ ที่สอดคล้องกับแนวทาง และวัตถุประสงค์เดิมของบ้านจอมยุทธ คือส่งเสริมการอ่าน และการเขียน แด่เหล่าบรรดานักเขียนที่ต้องการรวมรวบผลงานไว้ในมุมส่วนตัว ในแบบฉบับของตัวเอง

จอมมารกระบี่หัก >> เรื่องเสียวๆ...ของผม

จอมมารกระบี่หัก

หน้า 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12

เรื่องเสียวๆ

...ของผม

วันนี้เป็นวันที่ยุ่งมากแล้วงานก็หนักทั้งวัน จนแทบไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะลุกออกจากโต๊ะทำงานของตัวเองเลย...นั่งอยู่หน้าคอมฯ ทั้งวันมันล้าครับ เหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ผนัง ชี้บอกเวลา 18.35 น. แล้วนี่ผมนั่งทำงานยาวมากี่ชั่วโมงแล้วนี้ แม้กระทั่งข้าวเที่ยงวันนี้ผมก็โทรฝากน้องที่สำนักงานซื้อเข้ามาให้ ทานไปด้วยทำงานไปด้วย แหมมม ช่างเอร็ดอร่อยอย่างไรขนาดนี้ หึ หึ หึ….

มองไปที่โต๊ะทำงานที่แสนจะรกรุงรัง ของผมที่เต็มไปด้วยกองเอกสารต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับงบประมาณเกี่ยวกับงานที่จะต้องส่งรายงาน เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้าง ที่ผมจะต้องทำเบิก นี่ยังไม่ร่วมเอกสารแผนพัฒนาอีก อีกทั้งแก้วกาแฟ วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์ คอมฯ มองไปยังใต้โต๊ะก็เต็มไปด้วยแฟ้มเก็บเอกสารต่างๆ ข้างโต๊ะทำงานที่ฉากกั้นก็เต็มไปด้วยกระดาษโน๊ต แป๊ะเรียงรายเป็นทิวแถว โอ้....ล่าสุดที่ผมเก็บโต๊ะทำงานคงเป็นเมื่อครั้ง คณะกรรมการมาตรวจติดตามผลการดำเนินการกิจกรรม 5 ส. ซึ่งผมก็เก็บกวดภายใน 5 นาทีก่อนที่คณะกรรมการจะมาถึง โดยการสะสางจากบนโต๊ะทำงาน ไปสะสมไว้ในเบาะหลังของรถแทน 555 นี่ไม่ได้คุยนะครับ สำนักงานผมจะผ่านรึไม่ผ่านเนี๊ย อยู่ที่ผมคนเดียว 555 เพราะคนอื่นเค้าเก็บกวดกันเรียบร้อยเสร็จกันก่อนรับการตรวจ เป็นอาทิตย์ ของผมแค่ 5 นาที 555

ว่าแล้วผมก็เริ่มเก็บแฟ้ม ต่างๆที่อยู่บนโต๊ะ แยกเป็นงานๆ แล้วยัดลงใต้โต๊ะ เก็บแก้วกาแฟ เก็บกระป๋องกาแฟ เก็บซองบุหรี่เปล่าที่ม้วนเป็นก้อน อยู่ 2-3 ซอง ลงถังขยะ ปิดคอมฯ เก็บใสกระเป๋าจัดเอกสารที่จะเอากลับบ้าน ใส่กระเป๋าอีกใบ มองไปยังอีกฟากของฉากกั้น ซึ่งทั้งวันผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองใครเลย มีแต่ก้มหน้าง่วนอยู่กับงาน เอกสาร และครื่องปริ๊น แล้วสายตาผมก็ไปเจอเอากับสายตาอีกคู่หนึ่งที่กำลังมองมายังผมเหมือนกัน....

“กลับแล้วหรอพี่?”

“อื้ม...”ผมตอบกลับไปอย่างเหนื่อยๆ แล้วลุกเดินตรงไปยังห้องน้ำของสำนักงาน มองเห็นเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ในห้องน้ำ ก็เห็นผู้ชายรูปร่างค่อนข้างผอม หนวดเขียวครึ้ม ใส่แว่นตา หัวฟู เสื้อเชิ๊ตแขนยาวที่พับแขนขึ้นมาเหนือศอก และตอนนี้ชายเสื้อผมก็ดึกออกมานอกกางเกงแล้ว...

ผมยิ้มให้ตัวเองในกระจก รำพึงกับตัวเอ็งเบาๆ “ เฮ้อ เหนื่อยหน่อยนะมึงช่วงนี้ ทนหน่อยละกันเว้ย” ผมถอดแว่นตาแล้วล้างหน้าพอใบหน้าโดนน้ำเย็นๆ ความสดชื่นก็กลับคืนมา เช็ดแว่นตาเช็ดหน้า หวีผมเสร็จ

ก็เดินออกจากห้องน้ำ เดินกลับเข้ามาห้องทำงานใหม่อีกรอบเก็บกระเป๋าเอกสารและสะพายกระเป๋าคอมฯ ก็อดมองไปยังอีกด้านของฉากกั้นไม่ได้ ก็พบสายตาคู่เดิมมองมายังผม

“อ้าว...นึกว่าพี่กลับไปแล้ว”....เธอทัก กลับมา

“ยัง...ไปเข้าห้องน้ำมา...แล้วเธอทำไมยังไม่กลับหล่ะ”

“ยังลงบัญชียังไม่ลงตัวเลย คร่ะ”

“เอากลับไปทำที่บ้านดิ” ผมแนะนำ

“ก็ว่าจะทำอย่างนั้นแหล่ะค่ะ ทีแรกก็ว่าจะกลับแต่พอทำไปทำมาเลยเพลินนั่งทำยาวเลย” เธอตอบกลับมาพร้อมกับเก็บเอกสารบนโต๊ะของเธอไปด้วย

“อื้ม...งั้นพี่ไปก่อนเว้ย...อยู่คนเดียวระวังผีหลอกนะน้อง” ผมอดแหย่เธอไม่ได้ ว่าแล้วผมก็เดินออกจากสำนักงานได้ยินเสียงเธอพูดตามหลังมาแว่วๆ “เก็บของเสร็จก็จะกลับแล้ว” ผมยกมือให้โดยไม่หันไปมองเป็นการตอบรับ

ผมเปิดปะตูรถด้านเบาะหลัง เอากระเป๋าเอกสารและกระเป๋าคอมฯ วางบนเบาะปิดประตู มาเปิดประตูด้านคนขับ กดเปิดกระจกประตูหน้าทั้งของข้างแล้ว ควักบุหรี่ออกมาสูบ อัดเข้าไปเต็มปอด สองสามครั้งแล้วก็ขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง เป้าหมายอยู่ร้านขายของชำข้างสำนักงาน ผมจอดรถหน้าร้านขายของชำและด้วยความคุ้นเคยผมตะโกนสั่งเจ้าของร้านโดยที่ผมไม่ลงรถด้วยซ้ำ

“เฮีย...เหมือนเดิมเอาขึ้นกระบะเลย”.....

“ล่ายๆ”....

“เหมือนเดิม” ที่ผมสั่งคือ เบียร์กระป๋องหกกระป๋องแช่ในถังน้ำแข็ง เรียบร้อยเอาขึ้นกระบะหลังของรถและบุหรี่หนึ่งซอง

“เรียบร้อยแล้วคัก นี่คักบุหรี่ ทั้งหมดก็”....

“เหมือนเดิม...สิ้นเดือนเฮีย...” ผมตัดบท พร้อมกับรับบุหรี่จากแก

“ล่ายๆ” ชายชาวจีนรูปร่างเล็กพยักหน้ารับทราบ

ผมขับรถเลยทางเลี้ยวกลับบ้านพัก ตรงไปยังอ่างเก็บน้ำที่ซึ่งผมใช้เป็นที่ปลอดปล่อยอารมณ์หลังจากทำงานหนักๆ เป็นประจำ เป็นที่ที่มองออกไปจะเห็นเป็นท้องน้ำกว้าง มีภูเขาเป็นฉากหลังหลังและเวลาพระอาทิตย์ตกบริเวณนี้จะสวยมาก อากาศยามเย็นสายลมเกรียวคลื่นบรรยากาศโดยรวมที่สวยงาม ทำให้ที่แห่งนี้เป็นเสมือนที่พักเติมพลังของผม เมื่อจอดรถได้ผมก็เอาเสื่อที่ผมมีติดอยู่หลังเบาะมาปู เปิดเบียร์กระป๋อง กำลังจะนั่งก็เห็นรถอีกคันตามมา....

“ใครมาว่ะ?” ผมสงสัยแต่พอมองเห็นรถก็จำได้ว่าเป็นรถของน้องที่ทำงานที่เดียวกับผมที่ผมเพิ่งคุยกับเธอก่อนจะออกมาจากสำนักงานเมื่อกี้นี้เอง ...เธอจอดรถได้ก็เปิดประตูลงมา

“ใกล้ที่ทำงานเรามีที่สวยๆอยู่อย่างนี้ด้วยเหรอ ? พี่” เธอพูดพร้อมกับสูดหายใจเข้าไปเต็มปอดโดยไม่หันมามองหน้าผมเลย

“อื้ม...” ผมตอบรับแบบเซ็งๆ เพราะอยากอยู่คนเดียวมากกว่า

“ปอย เห็นรถพี่ขับเลยทางเข้าบ้านพักมา ก็เลยลองขับตามมาดูเห็นเลี้ยวเข้าที่นี่ สวยดีนะค่ะที่นี่”

“ปอยกวนพี่รึเปล่า ค่ะ” เธอหันมาถาม

“เปล่านี้ นั่งก่อนดิ” ผมเชิญเธอ แล้วผมก็ล้มตัวลงนอนซึ่งบริเวณที่ผมปูเสื่อนอนอยู่นั้นเป็นที่ลาดกำลังเหมาะที่พอนอนลงไปแล้วจะเห็นภาพอ่างเก็บน้ำอย่างสวยงามพอดี ปอยเธอเดินลงมาและนั่งลงข้างๆผม

“ปอยไม่ได้กวนพี่นะค่ะ?”

“เปล่า... แค่พี่ก็เหนื่อยๆก็เลยมาหลบมุมพักสมอง” ผมตอบพร้อมลุกขึ้นนั่ง

“มาที่นี่บ่อยเหรอค่ะ?”

“ก็บ่อย ช่วงหลังๆเบื่อๆก็มานั่ง หายเบื่อก็กลับไปนอน”

“ดีเน๊อะ....” เธอพูดแค่นั้นสีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปเป็นเศร้าลง จนสังเกตได้ปกติ ผมกับปอยไม่ค่อยได้คุยกันนักในที่ทำงาน ซึ่งจากสายตาที่ผมมองเธอ ปอยก็เป็นผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่งและที่รู้มาคือเธอมีแฟนแล้วผมจึงไม่ค่อยให้ความสนิทสนมกับเธอมากนัก....

“ซัก ป๋องเปล่า?” ผมยื่นเบียร์ให้กับเธอ

“ก็ดีค่ะ”

ผมเปิดให้แล้วยื่นกระป๋องเบียร์ให้เธอ “ไม่มีแก้ว นะเว้ย กระดกเลย”

หลังจากเธอรับไปแล้วก็กระดกเฮือกใหญ่พร้อมกลับถอนหายใจ

“เป็นไรว่ะ? ปกติไม่เห็นค่อยดื่ม” ผมพูดพร้อมกับเกร็ดบุหรี่ออกมาสูบ

“ก็มีปัญหากับแฟนนิดหน่อยค่ะ”

“ปัญหามันก็มีกันทุกคนแหล่ะ อี่หนู ใจเย็นๆ”

“แต่ครั้งนี้มันอาจจะถึงขั้นเลิกกันเลยนะพี่”

หลังจากผมอัดควันบุหรี่เข้าปอดอย่างเต็มๆ ก่อนพูด “บอกแล้วไง ว่าให้ใจเย็นๆ เธอหน่ะยังดีที่มีคนทะเลาะด้วย ดูพี่ดิ ทุกวันนี้อยู่ตัวคนเดียว บางครั้งเหงาจะตาย”

“ดีออก...ไม่ต้องคิดอะไรมากดี...ใช้ชีวิตแบบพี่อ่ะ” เธอพูดพร้อมกับกระดกเบียร์ในมือ

“ไม่รู้ดิว่าดีหรือไม่ดี แต่กว่าพี่จะผ่านจุดที่มันมีปัญหามาได้ก็หนักเอาการ ปัญหาหน่ะมันมีกันทุกคน”

“แล้วตอนนี้แฟนพี่อยู่ไหนแล้ว”

“อย่าถามถึงเค้าเลยว่ะ...มีผัวใหม่ไปแล้วม้าง...”

“ปอย...ได้ยินมาว่าพี่แยกกันอยู่เฉยๆไม่ใช่หรือ?”

“หย่าแล้วน้อง หย่าอย่างเป็นทางการ” ผมตอบพร้อมกระดกเบียร์

“ขอโทษค่ะ ปอยไม่รู้”

“ไม่เป็นไร มันผ่านไปแล้ว และก็จบแล้ว”

“แต่ของปอย กำลังจะเลิก” เธอพูดแค่นั้นก็น้ำตาไหลออกมาดื้อๆ

“อ้าวเป็นไร อีกว่ะ อยูดีๆร้องไห้เฉยเลยเว้ย”

“เจ็บนะพี่ เวลาโดนใครเค้าทิ้งเราหน่ะ”

“มันก็แค่ช่วงแรกๆ ว่ะสำหรับพี่ อีกหน่อยแกก็จะรู้เองว่า สุดท้ายแล้วแกจะอยู่คนเดียวได้ เหมือนพี่ในตอนนี้ เพราะช่วงแรกพี่ก็หนักเหมือนกัน ถึงกับได้บวชก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี้ และถ้าพี่ไม่ได้บวช ก็ไม่แน่นะน้องไม่เป็นบ้าไปเลย ก็คงเป็นนักโทษ ในเรือนจำว่ะ เพราะพี่ตั้งใจจะตามฆ่ามันทิ้งเลยจะบอกให้ที่บังอาจมาทิ้งเรา ฮึ ฮึ” ผมพูดทีเล่นทีจริง

“อยู่คนเดี๋ยวมันก็ดีเน๊อะพี่เน๊อะ”

“ปอยฟังพี่นะน้อง คนเรามันมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะ ไม่มากก็น้อยไม่มีใครเลยที่ไม่มีปัญหาสำคัญที่ว่าใครจะจัดการกับปัญหาที่เจออยู่อย่างไร? ปัญหาทุกปัญหามันมีที่มาและมันก็จะมีทางออกของมันอยู่เสมอลองใจเย็นๆแล้วคิดดูและเราก็จะเจอทางออกเอง ไม่ต้องรีบร้อนเว้ย”

“แล้วปัญหาของปอยตอนนี้หล่ะ พี่ว่าจะหาทางออกยังไง?”

“ทางออกมันก็พอมี ว่าแต่ว่าแกจะยอมเลือกไหม๊ แค่นั้น”

“ยังไง?”

“ทางแรก ก็คือแกเลิกแล้วก็จบ....ทางที่สองทนต่อไปก็แค่นั้น”

“พูดง่ายเน๊อะพี่... ถ้าเลือกได้ว่าจะเลิกหรือจบแล้วทำใจได้ง่ายๆ คงจบไปแล้ว”

“ก็นั้นไง ในเมื่อแกก็มีคำตอบอยู่แล้วว่าไม่เลิก แกจะถามพี่ทำไม?

“แต่เราอยู่ตรงนี้เราก็เจ็บนี่ พี่” พูดพร้อมกับกระดกเบียร์จนหมดกระป๋อง

“เลิกก็เจ็บ อยู่ก็เจ็บ...เฮ้อ ชีวิตน้อ ชีวิต... ฟังนะน้อง ถ้าเลือกที่จะอยู่ตรงนี้ต่อ ก็ขอให้แกอยู่ให้สบาย อย่ายึดติด ชีวิตคนเรามันมีไม่กี่คนหรอกที่อายุถึงร้อยปี เพราะฉะนั้นเวลามีชีวิตอยู่ ต้องอยู่ให้มีความสุข แต่ต้องตั้งอยู่ในความสุขที่ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ชีวิตปอยเองก็ไม่ได้เป็นของผู้ชายคนนั้น ชีวิตผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้เป็นของปอย ต่างคนต่างไม่ใช่จ้าวชีวิตของแต่ล่ะคน เพราะฉะนั้นมันก็มีบ้างที่ต้องทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดาผู้ชายคนนั้นของปอยเค้าคงจะมีอะไรที่ดีบ้างแต่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดและไม่ใช่ทุกอย่างตรงตามที่ปอยต้องการ และปอยเองก็เป็นแบบเดียวกันไม่ใช่รึ มีดีบ้างแต่อาจไม่ใช่ทั้งหมดและไม่ใช่ทุกอย่างตรงตามที่ผู้ชายคนนั้นต้องการ แต่ก็รักกันได้คบกันได้ เพราะปอยรักเขา ที่เขาเป็นตัวเขา ไม่ใช่รึ?”

“มันก็ใช่พี่”....พูดพร้อมกับเปิดเบียร์กระป๋องใหม่กินเอง

“แต่อย่างว่าแหล่ะ ผู้ชายคนนั้นคือคนที่ใช่ สำหรับปอย มันก็จะใช่เองเราไปบังคับและเร่งรีบกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอก เพราะถ้ามันไม่ใช่ขึ้นมา แต่งกันมาอยู่ด้วยกันมา 5 - 6 ปี ก็เลิกกันได้ ดูพี่ดิ พี่ถึงบอกว่าอยู่ให้มีความสุขปล่อยให้มันเป็นไปตามวิถีทางของมันเอง ไม่ต้องฝืนไม่ต้องประชดปะชัน ใช้ชีวิตให้มีความสุขแล้วเวลามันจะให้คำตอบปอยเอง ว่าสิ่งไหนกันแน่ที่ใช่”

“ขอบคุณค่ะพี่....ปอยน่าจะได้คุยกับพี่ก่อนหน้านี้เน๊อะ”

“ทำไม คุยกันตอนนี้ก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”

“เปล่า...ไม่มีอะไรค่ะ ขอบคุณสำหรับเบียร์ ปอยไม่กวนพี่ล่ะ ลาก่อนค่ะ” ว่าแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินขึ้นรถขับออกไป

สายลมหนาวเริ่มพัดมาบรรยากาศเริ่มมืดลง พระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนต่ำลับทิวเขา ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดง เสียงนกที่กำลังบินกลับรัง เสียงสายลมพัดยอดไม้ ท้องฟ้ามืดลงทุกที ผมนั่งดื่มเบียร์จนหมดที่เหลือ แล้วเก็บของกลับบ้านพัก.......

...ตื่นเช้ามาผมอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานปกติ ก็แวะร้านขายของชำข้างสำนักงานสั่งกาแฟดำกับปลาท่องโก๋มากินพร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์....พออ่านข่าวจบผมขาอ่อนขนลุกซู่ทั้งตัว ทำอะไรไม่ถูกตั้งสติได้ผมก็ขับรถไปหาซื้อสังฆทานไปทำบุญที่วัด โธ่ ก็จะไม่ให้ผมเข้าวัดได้ไง หนังสือพิมพ์พาดหัวว่า....

“พนักงานสาวอกหัก..คิดสั้นผูกคอตายดับสยองคาบ้านพัก.... จากผลการตรวจ...เจ้าพนักงานคาดว่าผู้ตายคงเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง...” แค่นั้นหล่ะครับ เล่นเอาผมจะเป็นลม ก็ชื่อพนักงานสาวที่เป็นข่าว นั้นมัน “น้องปอย” ชัดๆ......

ป.ล. อ่านจบแล้วคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงรึเรื่องแต่ครับ.....

เขียนเมื่อ 24-10-2008 | 13:36:56 | ไดอารี่ที่ : 8

 


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com