Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


มินิไดอารี่

อีกหนึ่งรูปแบบของการให้บริการ ที่สอดคล้องกับแนวทาง และวัตถุประสงค์เดิมของบ้านจอมยุทธ คือส่งเสริมการอ่าน และการเขียน แด่เหล่าบรรดานักเขียนที่ต้องการรวมรวบผลงานไว้ในมุมส่วนตัว ในแบบฉบับของตัวเอง

K RUN >> สารคดี...บนเกาะไหง

K RUN

1 | 2 | 3

สารคดี...บน

เกาะไหง

เพียงเล่าสู่กัน…


ใครจะไปรู้ดีกว่าข้าเล่า…ว่าหาดทราย ผืนน้ำสีฟ้าเขียวบวกฟ้าที่ขมุกขมัว เพราะเมฆฝนขี้อิจฉาอยู่ ณ ฝากฝั่งนั้น…จะเป็นภาพอันงดงาม คลายความเหงา ได้ดีเมื่อมีหญิงสาว ดอกไม้ที่สวยที่สุดบนโลกใบนี้ ยิ้มระรื่นแข่งกับเกลียวคลื่นเจ้าเก่า เคลื่อนไหวกายได้น่ามอง น่าสัมผัส แย่งบทบาทความสำคัญของวิวทะเลบนเกาะ …ได้เนียน แบบไม่ตั้งใจ … แม้แต่อ้ายแดงไกด์ประจำเกาะไร้เจ้าของอย่างเป็นทางการ (สหายท่านหนึ่งผู้เคยย่างกรายไป เคยบอกข้าไว้) …ยังละทิ้งซึ่งหน้าที่ไกด์ของตน มาแวะยลโฉมนาง ทำทีท่าสนิทสนม สำรวม…ทำตัวเป็นสุนัขที่มีเจ้าของไปเสียแล้ว….

ฟ้าม่นแต่ทะเลใส เป็นภาพที่ขัดแย้งอย่างดีเยี่ยม ..สุราจากฝั่งที่ดื่มอยู่บนเกาะก็รสเยี่ยม เช่นกัน ผู้คนนักแสวงหา ที่ทางการเค้าเรียกเชิงธุรกิจว่า”นักท่องเที่ยว” ก็ไม่มากมายจนกลายเป็นเรื่องทำลายบรรยากาศ และไม่น้อยจนกลายเป็นเรื่องของความเปลี่ยวและเหงา..ชาวเกาะทำหน้าที่ของของชาวเกาะในการต้อนรับผู้มาเยือนอย่างดี ตามอรรถภาพ ผู้มาเยือนเยี่ยงข้าก็แสนยินดีและได้รับความสุขตามอรรถภาพและมิได้เรียกร้องอะไรเกินกฎของเกาะจะให้ได้…แค่ไหนแค่นั้น

ขาไปแม้ฝนเฝ้าโปรยส่ง ณ ท่าเรือ ดั่งจู้จี้เอากับเหล่านักเดินทาง ดั่งกับอยากชะล้างสิ่งปนเปื้อนที่ติดมาออกไปให้มากที่สุด แม้ฝนโปรยอยู่บ้างแต่เหล่าเราก็ขอติดตามเกลียวคลื่นไป …แค่คลื่นน้อยๆ หาได้น่ากลัวไม่!
ใครจะไปรู้ และข้าก็หาใช่ชาวเลไม่ แม้นจะได้ชื่อว่าลูกน้ำเค็ม เพราะเป็นคนใต้ แต่ก็ไม่อาจห้ามความตื่นตระหนกได้ กับ”คลื่นน้อยๆ” ที่กลับกลายเป็นคลื่นใหญ่ๆ หึกเหิม ..” ไม่พรือครับ ไม่เป็นไหร ไม่ต้องกลัว “ …หนุ่มชาวเลผู้มีหน้าที่บังคับเรือหางยาวหันมาบอก พร้อมแถมยิ้มแบบให้มั่นใจได้เลย ว่าไม่พรือ หรือ ไม่มีอะไรให้น่าห่วง…คลื่นซัดเข้าเรือ สายฝนโปรยใส่แบบเยาะเย้ยกัน เปียกปอนทั้งคนทั้งของ สัมภาระแม้น้อยนิดแต่ก็มีของบางอย่างต้องระวังอยู่บ้าง เช่น ของที่แตกง่าย เปียกง่าย เพราะเรือหางยาวเล่นแล่นแบบกระโดดท้าคลื่น …ทำตัวเป็นคาวบอยกันทั้งคู่ ดั่งกับดวลความแกร่งระหว่างกัน โดยมิได้สนใจ ความรู้สึกของคนที่อยู่ในเรือ “เรือกับคลื่น” ณ ในเวลานั้นมีเพียงเค้าทั้งสองเท่านั้น ที่คุยกันรู้เรื่อง…..ข้าทำใจให้เลิกใส่ใจกับการดวลหันมาเปิดซิปกระเป๋า จับเสื้อผ้าเก่าๆ เปียกๆ ที่กำลังสั่นสะท้านเพราะผลจากการดวล มาพันรอบขวดสุรา “ของแตกง่าย” ในการเดินทางเยี่ยงครานี้หากไม่ระวังอาจเสียหายได้นะท่านทั้งหลาย ส่วน”ของเปียกง่าย” นั้นปลอดภัยดีในพลาสติกห่อหุ้มแบบจงใจ……เสร็จแล้วพยามยามมองหาเงาเกาะ ณ เส้นขอบฟ้านั่น แม้เห็นอยู่ แต่ไกลเกินไปที่จะโล่งใจในเวลานั้น…


การดวลคลี่คลาย แบบเสมอกัน ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ให้เจ็บปวด ไม่มีการโค้งคำนับบอกลาเยี่ยงซามูไรผู้กล้า … หนุ่มชาวเลบังคับเรือออกไปในทันทีที่ทำหน้าที่รอบแรกเสร็จ ส่งเหล่าเราขึ้นเกาะแบบสำเร็จปลอดภัย ทั้งคนและของที่ควร”ระวัง”.. เรือแล่นออกไป ดั่งกับคาใจในผลการดวลที่ออกมาเสมอกัน ยังกับคาใจในฝีมือของกันและกันอยู่…..

เข้าที่พัก ล้างตัวพอสะอาดหอม หยิบขวดสุราออกมาวางให้พ้นมือก่อน หยิบเสื้อผ้ามาผึ่งลม ของอย่างอื่นยังแห้งดี มีคุณภาพ…..

บนเกาะวันแรกฝนไม่ตก แดดไม่แรง แต่บรรยากาศกลับใสแจ่ม …แปลก…คงเพราะเกาะพยายามจะต้อนรับขับสู้อย่างสุดฤทธิ์ แบบชนิดที่ไม่อยากให้กินแหนงแคลงใจกันทั้งสองฝ่าย…เดินดูบนหาด ทักทายกับเหล่าสรรพสิ่ง มีบังกะโลที่พัก อยู่ประปราย พอที่จะรองรับฤดูการท่องเที่ยวที่กำลังจะเปิดเร็วๆนี้ … ความหิวมักไม่ปราณีใครไม่เว้นแม้แต่กับข้าเช่นกัน …มื้อแรกพัดกระเพราเนื้อราดข้าว ราคา รสชาติ และปริมาณสมสัดส่วน ดั่งกับสัดส่วนนางสาวไทย……

บนเกาะมีกิจกรรมที่หนีไม่พ้นการดำน้ำ พายเรือ ตกหมึก เดินเล่น นอน แต่ข้าเลือกการเดินเล่น ถ่ายรูป และนอนอ่านหนังสือ…และจิบบ้าง…ตกกลางคืนมีบาร์เล็กๆ ให้พอเหล่าเรานั้งพูดคุย ถกเถียง ขำฮา และมีสาวนางหนึ่งมีไพ่ยิปซีติดมาด้วย หล่อนอาสาแข่งขันว่าจะขอทายทักบทบัญญัติแห่งทุกชีวิตบนโต๊ะ แต่รับประกันความเฮี้ยนแค่ห้าสิบ ห้าสิบ …!?...คนที่เชื่อเรื่องดวงชะตากำหนดวิถีแห่งชีวิตล้วนตื่นเต้นเข้าร่วมดู ส่วนคนที่ไม่ยีระต่อเรื่องที่ว่าดวงชะตากำหนดมาแต่เกิด ก็ยังเข้าร่วมดูแบบเชยๆ แต่มีทีท่าตื่นตระหนกกับคำนายแบบเก็บอาการ….คำทำทายล้วนต่างกันไปตามมือที่เลือกไพ่ แตกต่างไปตามวิถี แม้นจะใช้ไพ่โทรมๆ สำรับเดียวกัน…ผลการทำนายมีอิทธิพลพอให้ผู้ถูกทำนายทุกผู้ เงียบเสียงลง ลดดีกรีความเป็น ” จ้าวโลก ” ยกจิบบ่อยขึ้น คงไว้เพียงเสียงสับไพ่อย่างใจลอยของแม่หมอ จนมีสาวชาวเกาะมาควงลูกไฟให้ดูเพลินๆ ตรงริมหาดนั่นแหละ ถึงจะกระชากดวงจิตของผู้ที่ถูกดวงชะตาชักพา กลับมาที่โต๊ะดังเดิม กลับมาพร้อมกับความเป็น”จ้าวโลก” และเจ้าของชีวิตตนอีกครั้ง …และเสียงหัวเราะก็เริ่มเพิ่มดีกรีอีกครั้ง ถี่ครั้งขึ้น….แต่ยังยกจิบบ่อยๆ อยู่อย่างเดิม
วันที่สองฝนโปรยทั้งวันหยั่งกับไม่เต็มใจโปรยลงมา แต่บรรยายกาศแจ่มใสจนสายฝนจอมขี้เกียจดูเป็นส่วนเกินได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหล่านักเดินทางคงรู้สึกเหลือทนกับการกระทำของสายฝนที่กลั่นแกล้ง กีดกัน พากันออกมาเดินริมหาด บ้างเล่นน้ำ บ้างถ่ายรูป บ้างพายเรือ บ้างเดินกันเป็นคู่..เงียบๆ ....ชาวเลตัวดำแต่ยิ้มหวาน แทนคำทักทาย ชาวต่างชาติตัวขาวแต่ยิ้มเหงาๆ ข้าเคยคิดว่าพวกเค้าต้องฝืนยิ้มหรือไม่กับประชาชนเจ้าของประเทศ อาจเพื่อสร้างความเป็นมิตรซึ่งส่วนใหญ่จะนำพาซึ่งความปลอดภัย อบอุ่นทั้งใจกายของตนเอง หรือบางทีเป็นเพราะพวกเค้าต่างเหงากันจริงๆ ที่ต้องลัดฟ้ามาไกล …กลับมาพบเพียงตัวตนและสิ่งแปลกหน้า ไม่คุ้นตา

ขากลับเรือเจ้าเดิมมารับอย่างเที่ยงตรงต่อเวลาและหน้าที่ คนบังคับเรือหาใช่คนเดิมไม่ ข้าจึงมิอาจรู้ข่าวการดวลได้ และไม่คิดถามไถ่เอาความใด…ขากลับดีกว่าขามาตรงที่ไม่มีสายฝน เหตุการณ์เป็นเยี่ยงขามา ฝูงคลื่นลูกใหญ่พยายามตีวงล้อมขอท้าดวล มัดมือชก ...โดยกลุ่มเมฆหม่นดำขรึมตรงฝากฝั่งเป็นกรรมการจับเวลา ….แต่คนบังคับเรือผู้นี้หาได้ตกปากรับคำการท้าดวลไม่ เขาหลีกเลี่ยง หลบแรงปะทะ เฉยเมยต่อพลังที่ถ่าโถม ถี่กระแทก …บางครั้งยามหลีกเลี่ยงมิได้ เขาก็จะชะลอผ่อนปรนปล่อยให้แรงคลื่นที่บ้าคลั่งนั่นกระแทกผ่านเรือไป บางจังหวะคลื่นเผลอ เขาก็พร้อมจะกระโดดโลดผ่านก้อนคลื่นบางก้อนที่เผลอเลอ….จนแล้วจนรอดหลังเกาะ เกาะหนึ่งคนบังคับเรือหยุดเรืออย่างสิ้นเชิง…แต่หาใช่ผู้แพ้…” เออๆ เอาเรือมาลากที ลมแข็งมาก เครื่องไปไม่รอด …อยู่หลังกะปัง “ ใช่แล้วท่าน ดีที่มีคลื่นโทรศัพท์อยู่บ้างเขาเลยโทรแจ้งที่ฝั่งได้…โล่งใจ “ นั่งนิ่งนะครับ เดี๋ยวมีเรืออีกลำมารับ …ขยับมาด้านนี้อีกนิดครับ คุณทำให้เรือเอียง “ เรือโคลงเคลง ลอยล่องต้านแรงคลื่น โดยพละกำลังของหางเสือที่ใกล้ไร้แรง กับความเชี่ยวชาญของคนบังคับเรือ และหัวจิตหัวใจของคนทุกคนบนเรือ ล้วน ๆ …ดีที่เรือมาสิ้นแรงตรงจุดที่ไม่ไกลจากฝั่งมากเรือคงโคลงนานไป หรือแรงไป สาวน้อยข้างๆ เริ่มมีอาการ สักพักจากระยะสายตาที่ข้าคาดคะเนเวลาว่าคงอีกไม่ นานหล่อนคงอ๊วกออกมาแน่ …จริงดั่งว่า หล่อนมุ่งมาทางที่ข้านั่ง ข้ายินดีดึงเป้สะพายหลังนางไว้ ….เพียงกลัวนางหล่นหายไปในทะเลคลั่ง แล้วหากเป็นอย่างนั้น ข้าช่างแสนเสียดายดอกไม้แสนงามดอกนั้นเหลือเกิน ท่าน…………….

เวลาผ่านไปสักระยะพอให้สาวเจ้าคลายความคลื่นไส้ เรือกู้หน้าและกู้ภัยของกัปตันใหญ่เค้าก็มาถึงจุดที่เราลอยเคว้งอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านาทีที่ภาพหนุ่มชาวเลเรกเก้ ยืนตรงหัวเรือ แล้วมุ่งมาที่เราพร้อมกับโบกมือ นั่นเป็นภาพวีรบุรุษผู้กู้โลกชัดๆ…ผู้คนในลำเรือถึงฝั่งอย่างปลอดภัยแต่จะมีใครถึงฝั่งฝันหรือไม่นั้น สุดจะเดาได้ ตัวข้าหาได้บรรลุกิจแห่งจิตใจแต่อย่างใด.. เหมือนพอขึ้นฝั่ง เกลียวคลื่นก็ม้วนพัดเอาภาพสุขฝัน กลับคืนไป ….”ความเป็นจริง” กวักมือเรียกข้าอยู่ที่ท่ารถ …” เออ น่ารู้แล้วอย่าเร่งมาก ”……ข้าจำใจเดินไปตามสะพานย่างกรายเข้าสู่พื้นที่แห่ง”ความเป็นจริง” อีกครั้ง อย่างฝืนยอม …..หากเลือกเป็นอะไรก็ได้ ณ ตอนนั้น ข้าขอเลือกเป็นเรือที่หมดแรงลำนั้น ที่ลอยแคว้งอยู่กลางทะเล….มีเพียงพื้นที่กว้างและก้อนคลื่นผู้บ้าบิ่น!.......รักคนอ่านที่มาแอบอ่าน ดื่มๆ

เขียนเมื่อ 29-10-2008 | 09:42:11 | ไดอารี่ที่ : 3


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com