Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


มินิไดอารี่

อีกหนึ่งรูปแบบของการให้บริการ ที่สอดคล้องกับแนวทาง และวัตถุประสงค์เดิมของบ้านจอมยุทธ คือส่งเสริมการอ่าน และการเขียน แด่เหล่าบรรดานักเขียนที่ต้องการรวมรวบผลงานไว้ในมุมส่วนตัว ในแบบฉบับของตัวเอง

มังกรเดียวดาย >> กระบี่เดียวดาย5 (ปรัชญาคันเบ็ด)

มังกรเดียวดาย

1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11

กระบี่เดียวดาย5

ปรัชญาคันเบ็ด

5. ปรัชญาคันเบ็ด
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ณ ท่าเรือข้ามฟาก กระบี่เดียวดายยืนเหม่อมองซึมเซาไปยังเวิ้งน้ำเบื้องหน้า พยายามขบคิดเท่าไรก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าเคยไปมีเรื่องบาดหมางกับผู้กล้าทั้งหลายท่านเมื่อคืนนี้ได้อย่างไร บุรุษหนุ่มทั้งสามท่านนั้นเขาพอได้ยินเรื่องราวผ่านมาบ้าง แต่สตรีผู้ใช้แส้เป็นอาวุธเขากลับไม่เคยได้ยินได้ฟังมาว่ามีบุคคลเช่นนี้ เมื่อหาเหตุผลไม่ได้เขาก็ได้แต่คาดเดาว่านี่คงเป็นเรื่องเมื่อครั้ง
อดีต อีกแล้ว อดีตซึ่งเขาไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลือให้นึกถึง
คิดได้ดังนั้นก็ทอดถอนใจ เตรียมตัวออกเดินทางอย่างเดียวดายต่อไป เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนมิอาจให้เขารั้งอยู่ได้นานวัน แม้ในใจคิดอยากสืบเสาะเรื่องราวของแม่นางกระพรวนเงินผู้นั้นสักหลายเวลา แต่ก็มิอาจไม่ไป แท้ที่จริงแล้วเขามิได้เกรงกลัวบุคคลเหล่านั้นตามมาหาเรื่อง แต่เขาเกรงกลัวเรื่องราววุ่นวายเป็นที่สุด แต่ว่านับตั้งแต่แรกเริ่มมา นามกระบี่เดียวดาย คล้ายกับเป็นต้นเหตุชักนำเรื่องราววุ่นวายมาให้เขามิรู้จักจบสิ้น เมื่อคิดจะสืบเสาะเรื่องราวคราวหลัง ยังมิทันได้กล่าวความอันใดพอผู้คนรู้ว่าเขาคือกระบี่เดียวดาย ก็ได้แต่ชวนชกต่อยแล้ว คิดแล้วก็ทอดถอนใจอีกครา เขาคล้ายกับว่าทอดถอนใจอยู่เป็นนิจ พลางรำพึงกับตัวเองว่า
กระบี่เดียวดายเอยกระบี่เดียวดายแท้ที่จริงท่านเป็นบุคลเยี่ยงไรกันหนอ
ระยะหลังมานี้เขาเพียงต้องการเร้นกายจากยุทธจักร หาสถานที่อันเงียบสงบเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ แต่มันไม่ได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น
ม่านหมอกยามเช้าครอบคลุมผืนทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ดวงตาสีเทาหม่นคู่นั้นยังคงจ้องมองไปยังเวิ้งน้ำเบื้องหน้า
ท้องฟ้า กว้างกว่ากว้าง ปฐพีทอดไกลสุดหล้า หรือจะไม่มีที่ให้ข้าฯ ได้เอาดินกลบหน้าอย่างสงบ
ขณะที่เขายืนเหม่อมองซึมเซาอยู่นั้น ก็สังเกตเห็นชายชราผมเผ้าหงอกขาวผู้หนึ่ง นั่งตกปลาอยู่ไม่ไกลนัก ก็อดแปลกใจมิได้ นั่นเป็นเพราะการตกปลาต้องใช้เหยื่อตกปลา แต่ที่ชายชราผู้นี้ตกกลับใช้เบ็ดเปล่าจึงอดถามขึ้นมิได้ว่า
ท่านผู้เฒ่า ไม่ใช้เหยื่อตกปลาจะตกได้ปลาอย่างไรกัน
ชายชราตอบกลับมาว่า
ถ้าเป็นการตกปลา ขอเพียงเบ็ดจุ่มน้ำ เพียงเท่านี้ก็เท่ากับมีความหวังแล้ว
แต่นั่นใยมิใช่เป็นความหวังอันน้อยนิดเลื่อนลอยเกินไป
คนผู้อื่น หวังได้ปลาจากการตกปลาจึงใช้เหยื่อล่อ เราผู้เฒ่าเพียงนิยมชมชอบในการตกปลา ขอเพียงได้ตกปลานั่นก็เพียงพอแล้ว
อ้อ
อีกประการหนึ่ง ความหวังแม้มีเพียงน้อยนิด แต่ก็เท่ากับว่ายังมีอยู่ใช่หรือไม่
พอกล่าวจบแววตาของชายชราก็แฝงไปด้วยรอยยิ้มแห่งความหวังเมื่อข้างๆเบ็ดบังเกิดวงน้ำผุดพรายขึ้นมา
เรือแจวรับจ้างแหวกม่านหมอกยามเช้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบเทียบชายฝั่ง ตอนนี้กระบี่เดียวดายเองก็คล้ายกับมีความหวังแล้ว

ยังมิทันที่จะก้าวขึ้นเรือก็บังเกิดซุ่มเสียงคนผู้หนึ่งดังขึ้น

หรือชีวิตเขาจะหลีกเลี่ยงไม่พ้นจากเรื่องราววุ่นวายจริงๆ

เขียนเมื่อ 31-05-2009 | 13:59:56 | ไดอารี่ที่ : 9


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com