Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

วรรณกรรม สุภาษิต ข้อคิด คำคม สำนวน โวหาร งานเขียน

ห้องร้อยบุปผา


มินิไดอารี่

อีกหนึ่งรูปแบบของการให้บริการ ที่สอดคล้องกับแนวทาง และวัตถุประสงค์เดิมของบ้านจอมยุทธ คือส่งเสริมการอ่าน และการเขียน แด่เหล่าบรรดานักเขียนที่ต้องการรวมรวบผลงานไว้ในมุมส่วนตัว ในแบบฉบับของตัวเอง

ปาริชาต

ปาริชาต

 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21

ที่มาของชื่อปาริชาต

....ตอนแรก ก็คิดอยู่นาน....เห็นคนอื่นชื่อเพราะกันทั้งนั้น ก็อยากมีชื่อที่เป็นนามแฝงกับเค้าบ้าง ก็เอาที่ใกล้ตัวเองนั่นล่ะ...เพราะที่อยู่เดินออกมาก็จะเป็นต้นทองหลางเต็มไปหมด ดอกทองหลางเรียกอีกอย่างว่า "ดอกปาริชาต" เป็นชื่อดอกไม้ประจำสถาบันที่เราอยู่ดอกสีแดงเลือดหมู และเป็นดอกไม้มงคลประจำคนเกิดวันอังคาร วันที่เราเกิดพอดี (ถ้าเราจำไม่ผิดนะ) ...และดอกไม้ชนิดนี้อยู่บนสวรรค์ชั้น...ดาวดึงส์/ไตรตรึงษ์ (สวรรค์ชั้นที่ 2) ความว่านอกเมืองดาวดึงส์ออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุทยานใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า ปุณฑริกวัน มีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน กลางสวนมีไม้ทองหลางใหญ่ต้นหนึ่ง เป็นไม้ทิพย์ชื่อว่า ปาริชาต ต้นปาริชาต นี้ จะมีดอกบานครั้งหนึ่ง ต่อเมื่อครบหนึ่งร้อยปี พูดง่าย ๆ ว่าร้อยปี จะดอกบานครั้งหนึ่งและขณะที่ดอกปาริชาตนี้บาน จะมีรัศมีเรืองไปไกลถึงแปดแสนวา และเมื่อลมพัดไปทางทิศใดย่อมมีกลิ่นหอมฟุ้งไปทิศนั้นไกลแสนไกล กลิ่นหอมนั้นจะตลบอบอวลอยู่ทั่วบริเวณสวรรค์ชั้นนี้นานเท่านาน...... กล่าวกันว่า ยามที่ดอกปาริชาตนี้บาน จะมีเหล่าเทพบุตรเทพธิดา มาเล่นสนุกสนานใต้ต้นปาริชาตนี้เป็นจำนวนมากและกลิ่นปาริชาต ที่โชยโรยรินมาต้องเทพบุตรเทพธิดาองค์ใด จะช่วยทำให้เทพบุตรเทพธิดาองค์นั้น ระลึกชาติได้อย่างอัศจรรย์ และหากเทพบุตรเทพธิดาองค์ใด ต้องการดอกปาริชาตมาทัดหูบ้าง เพียงแต่เข้าไปภายใต้ต้นและยื่นมือออกไป ดอกปาริชาตก็จะลงมาถึงมือเอง ราวกับรู้ใจของเขา แต่ถ้าเขายังรับไม่ทัน ดอกไม้ก็จะลอยอยู่บนอากาศ อยู่มิให้ตกถึงพื้นจนกว่าจะมีเทวดาผู้ต้องการยื่นมือมารับ .......ณ ใต้ร่มปาริชาตินี้เอง มีแท่นศิลาอันหนึ่งชื่อว่า บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ มีสีแดงดังดอกชบา และอ่อนนุ่มดังฟูกทิพย์ ขณะที่พระอินทร์นั่ง แผ่นศิลานี้จะอ่อนยุบลงและเมื่อพระองค์ลุกขึ้น แท่นศิลาก็จะคืนเต็มตามเดิมแท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ เป็นแท่นที่มีชื่อเสียงชาวโลกรู้จักกันดี เพราะเวลามีเหตุเดือดร้อนในเมืองมนุษย์ แท่นนี้ขณะที่พระอินทร์นั่ง จะไม่อ่อนยุบลงเหมือนปกติ แต่จะแข็งกระด้างดังศิลา หรือร้อนระอุ ราวกับถูกเผาด้วยไฟ เป็นเครื่องหมายว่ามีเรื่องร้ายกับผู้มีบุญใน เมืองมนุษย์พระอินทร์ต้องลงมาช่วย มีเพลงที่เราชอบ กล่าวถึงไว้เหมือนกัน คือ เพลงไทยเดิม ชื่อ ลาวคำหอมเนื้อเพลงเป็นดังนี้เพลง : ลาวคำหอมประพันธ์โดย พระยาประสานดุริยศัพท์ ยามเมื่อลม พัดหวน ลมก็อวล แต่กลิ่นมณฑาทองไม้....เอย ไม้สุดสูง อย่าสู้ปอง ไผเอยบ่ได้ต้อง...แต่ยิน...เอย นามดวงเอยโอ้เจ้าดวง เจ้าดวง..ดอกโกมล กลิ่นหอม เพิ่งผุดพ้น พุ่มในสวน ดุสิตาแข่งแข อยู่แต่ นภา ฝูงภุมรา สุดปัญญาเรียมเอยโอ้อกคิดถึง คิดถึงคะนึงนอนวัน นอนให้ ใฝ่ฝันเห็นจันทร์แจ่มฟ้า.......เพลงนี้มีความไพเราะมากทั้งทำนองและเนื้อหา ที่เดียว...เป็นเรื่องราวเรื่องหนึ่งที่อยากบันทึกไว้....โอ้อกคิดถึง คิดถึงคะนึงนอนวัน นอนให้ ใฝ่ฝันเห็นจันทร์แจ่มฟ้าทรงกลดสวยสดโสภา แสงทองส่องหล้า ขวัญตาเรียมเอย.

เขียนเมื่อ 27-08-2009 | 18:08:53 | ไดอารี่ที่ : 1


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com