Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

บัญญัติ 10 ประการ วิชาเศรษฐศาสตร์

บทบัญญัติที่ 1
บทบัญญัติที่ 2
บทบัญญัติที่ 3
บทบัญญัติที่ 4
บทบัญญัติที่ 5
บทบัญญัติที่ 6
บทบัญญัติที่ 7
บทบัญญัติที่ 8
บทบัญญัติที่ 9
บทบัญญัติที่ 10

บทบัญญัติที่ 1 : แต่ละคนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” (Tradeoffs) เสมอ

บทเรียนแรกเกี่ยวกับการตัดสินใจของคนแต่ละคนในเศรษฐกิจคือ “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” หรือ “There is no such thing as a free lunch.” การได้มาซึ่งของสิ่งหนึ่งที่เราชอบ เราต้องยอมสละของอีกสิ่งหนึ่งที่เราก็ชอบด้วยเหมือนกัน การตัดสินใจจึงเป็นการแลกกันระหว่างเป้าหมายหนึ่งกับอีกเป้าหมายหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น นักเรียนต้องเลือกจัดสรร “เวลา” ซึ่งถือได้ว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด นักเรียนคนหนึ่งอาจใช้เวลาทั้งหมดศึกษาเศรษฐศาสตร์ หรือใช้เวลาทั้งหมดศึกษาจิตวิทยา หรืออาจแบ่งเวลาศึกษาทั้งสองสาขาควบคู่กัน ทุก ๆ หนึ่งชั่วโมงที่นักศึกษาคนนั้นเลือกศึกษาวิชาหนึ่ง เขาก็เสียหนึ่งชั่วโมงนั้นสำหรับการศึกษาวิชาอื่น นอกจากนั้น หนึ่งชั่วโมงที่เขาเลือกใช้อ่านหนังสือ เขาก็เสียโอกาสที่จะใช้เวลาชั่วโมงนั้นนอนหลับ ขี่จักรยาน ดูโทรทัศน์ หรือทำงานอิสระเพื่อหารายได้พิเศษ

หรือกรณีผู้ปกครองตัดสินใจว่าจะใช้จ่ายรายได้ของครอบครัวอย่างไร เขาอาจเลือกซื้ออาหาร เสื้อผ้า หรือพาครอบครัวไปพักผ่อน หรืออาจเก็บรายได้บางส่วนไว้เผื่อใช้จ่ายหลังเกษียณหรือเป็นค่าเล่าเรียนลูก เมื่อใช้เงินเพิ่มขึ้นหนึ่งดอลลาร์ไปในกิจกรรมเหล่านี้ เขาก็เหลือเงินไปใช้ในกิจกรรมอื่นน้อยลงหนึ่งดอลลาร์

เมื่อคนรวมตัวกันเป็นสังคม เขาต้องเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” หลากหลายรูปแบบ กรณีคลาสสิกสำหรับเรื่องนี้คือการแลกกันระหว่าง “ปืนกับเนย” (Guns and Butter) ถ้าเราใช้เงินจำนวนมากซื้ออาวุธเพื่อปกป้องตัวเองจากการรุกราน(ปืน) เราก็เหลือเงินน้อยลงสำหรับซื้อสินค้าใช้บริโภคส่วนตัวเพื่อยกระดับมาตรฐานการครองชีพ(เนย) ในสังคมยุคใหม่ก็มีภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ระหว่างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดกับรายได้สูง ๆ ของประเทศ กฎหมายบัญญัติให้บริษัทต้องลดระดับการปล่อยมลพิษ แต่นั่นนำมาซึ่งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เมื่อต้นทุนสูงขึ้น บริษัทก็อาจได้กำไรน้อยลง ทำให้ต้องลดค่าจ้างแรงงาน ขายสินค้าราคาแพงขึ้น หรือเลือกทุกหนทางข้างต้น ดังนั้นแม้การควบคุมมลพิษทำให้สังคมได้ประโยชน์จากการมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาดขึ้น พัฒนาสุขภาพของสังคม แต่ก็ต้องแลกด้วยต้นทุน ซึ่งก็คือ รายได้ที่ลดลงของเจ้าของบริษัท ค่าจ้างที่ลดลงของคนงาน และราคาสินค้าที่สูงขึ้นซึ่งผู้บริโภคต้องรับภาระ

อีกตัวอย่างหนึ่งของภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ที่สังคมเผชิญคือ การแลกกันระหว่าง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) และ “ความยุติธรรม” (Equity) “ประสิทธิภาพ” หมายถึง การที่สังคมได้รับประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ส่วน “ความยุติธรรม” หมายถึง การที่ประโยชน์ที่ได้จากทรัพยากรที่มีจำกัดเหล่านั้นถูกจัดสรรอย่างเท่าเทียมระหว่างเหล่าสมาชิกในสังคม หากพูดง่าย ๆ ประสิทธิภาพ หมายถึง ขนาดของขนมเค้ก ส่วนความยุติธรรม หมายถึง ขนมเค้กถูกแบ่งเป็นส่วน ๆ ให้แต่ละคนอย่างไร บ่อยครั้ง การออกแบบนโยบายของรัฐบาลทำให้เป้าหมายทั้งสองมีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน

ตัวอย่างเช่น นโยบายที่มีเป้าหมายเพื่อการกระจายความกินดีอยู่ดีทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม เช่น ระบบสวัสดิการสังคม การช่วยเหลือผู้ว่างงาน เป็นความพยายามที่จะช่วยสมาชิกในสังคมที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด หรือนโยบายอื่น ๆ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล มีส่วนในการส่งเสริมนโยบายด้านความเป็นธรรมของรัฐบาลโดยเรียกร้องให้ผู้ที่ร่ำรวยเสียสละให้รัฐบาลมากกว่าคนอื่น ๆ แม้ว่านโยบายเหล่านี้จะสร้างประโยชน์ด้านความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคม แต่สังคมก็ต้องจ่ายต้นทุนในรูปของประสิทธิภาพของสังคมที่ลดลง เมื่อรัฐบาลจัดสรรการกระจายรายได้ใหม่จากคนรวยสู่คนจน เป็นการลดแรงจูงใจในการทำงานหนัก ทำให้ประชาชนเลือกที่จะทำงานน้อยลง ผลิตสินค้าและบริการน้อยลง พูดอีกนัยหนึ่งได้ว่า เมื่อรัฐบาลพยายามจะตัดแบ่งเค้กให้มีขนาดเท่า ๆ กัน เค้กทั้งชิ้นจะมีขนาดเล็กลง

การที่คนเผชิญภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ไม่ได้บอกเราว่าควรจะตัดสินใจทำหรือไม่ทำกิจกรรมอะไร นักเรียนไม่ควรเลิกอ่านหนังสือวิชาจิตวิทยาเพียงเพราะการทำเช่นนั้นจะช่วยเพิ่มเวลาในการศึกษาเศรษฐศาสตร์ สังคมไม่ควรหยุดมาตรการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมเพียงเพราะการควบคุมมลพิษเป็นการลดมาตรฐานการดำรงชีวิตด้านวัตถุ รัฐบาลไม่ควรหยุดใส่ใจคนยากจนเพียงเพราะการช่วยเหลือคนจนเป็นการบิดเบือนโครงสร้างสิ่งจูงใจในการทำงาน กระนั้น การตระหนักรู้ในภาวะ “ได้อย่าง-เสียอย่าง” ก็มีความสำคัญเพราะคนสามารถมีการตัดสินใจที่ดีก็ต่อเมื่อทราบถึงทางเลือกต่าง ๆ ที่เขามีอยู่
แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com