Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

บัญญัติ 10 ประการ วิชาเศรษฐศาสตร์

บทบัญญัติที่ 1
บทบัญญัติที่ 2
บทบัญญัติที่ 3
บทบัญญัติที่ 4
บทบัญญัติที่ 5
บทบัญญัติที่ 6
บทบัญญัติที่ 7
บทบัญญัติที่ 8
บทบัญญัติที่ 9
บทบัญญัติที่ 10

บทบัญญัติที่ 6 : "ตลาด" เป็นเครื่องมือที่ดีในการจัดการกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

การล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ในสหภาพโซเวียตและยุโรปตะวันออกอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของโลกในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ประเทศคอมมิวนิสต์ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยถือว่าผู้กำหนดนโยบายในรัฐบาลกลางเป็นผู้อยู่ในฐานะที่ดีที่สุดในการชี้ทิศทางของกิจกรรมเศรษฐกิจ ผู้กำหนดนโยบายเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร ผลิตเท่าไร และใครจะเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคสินค้าและบริการที่ผลิตขึ้นมา ทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนจากส่วนกลางคือความคิดที่ว่า รัฐบาลเท่านั้นที่มีความสามารถบริหารจัดการกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อยกระดับความกินดีอยู่ดีของประเทศได้

ปัจจุบัน ประเทศที่เคยใช้ระบบการวางแผนเศรษฐกิจจากส่วนกลางได้ละตัวเองจากระบบดังกล่าวและพยายามพัฒนาระบบเศรษฐกิจแบบตลาด ใน "เศรษฐกิจแบบตลาด" (Market Economy) การตัดสินใจจากผู้กำหนดนโยบายส่วนกลางถูกแทนที่ด้วยการตัดสินใจโดยหน่วยเศรษฐกิจระดับครัวเรือนและบริษัทนับล้าน ๆ หน่วย บริษัทเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับการจ้างงานและการผลิต ครัวเรือนตัดสินใจในการเลือกทำงานและเลือกซื้อสินค้าภายใต้รายได้ที่จำกัด ครัวเรือนและบริษัทเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กันใน “ตลาด” ซึ่งมี “ราคา” และ “ผลประโยชน์ส่วนตัว” เป็นเครื่องช่วยตัดสินใจ

หากเรามองอย่างผิวเผิน ความสำเร็จของระบบตลาดเป็นเรื่องน่าพิศวงงงงวย ดูเหมือนว่าการกระจายการตัดสินใจของแต่ละหน่วยเศรษฐกิจนับล้าน ๆ หน่วยที่ยึดถือผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งน่าจะนำมาซึ่ง “ภาวะไร้ระเบียบ” แต่สำหรับกรณีระบบตลาดไม่เป็นเช่นนั้น ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อยกระดับความกินดีอยู่ดีทางเศรษฐกิจ

ในหนังสือ “The Wealth of Nations” ของ Adam Smith ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1776 ได้อธิบายประโยคทองทางเศรษฐศาสตร์ไว้ว่า ครัวเรือนและบริษัทต่างมีปฏิสัมพันธ์กันในตลาดโดยได้รับการผลักดันจาก “มือที่มองไม่เห็น” (Invisible Hand) ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แต่ละฝ่ายต่างพึงพอใจ วิชาเศรษฐศาสตร์พยายามทำความเข้าใจว่ามือที่มองไม่เห็นทำงานได้อย่างน่ามหัศจรรย์เช่นนี้ได้อย่างไร เมื่อเรียนเศรษฐศาสตร์ คุณจะได้เรียนรู้เสมอว่า “ราคา” เป็นเครื่องมือที่มือที่มองไม่เห็นใช้กำกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ราคาเป็นเครื่องสะท้อนมูลค่าของสินค้านั้นต่อสังคมและยังสะท้อนต้นทุนของสังคมในการสร้างสินค้านั้นขึ้น ครัวเรือนและบริษัทต่างพิจารณา “ราคา” ในการตัดสินใจซื้อและขายสินค้า โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของสังคมส่วนรวมและต้นทุนของสังคมส่วนรวมจากกิจกรรมที่ตนกระทำ ดังนั้น ราคาเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจของแต่ละคน แต่ท้ายที่สุดก็ยังนำไปสู่สวัสดิการที่ดีที่สุดของสังคมส่วนรวม

มีข้อพิสูจน์ที่สำคัญเกี่ยวกับความสามารถของมือที่มองไม่เห็นในการเป็นผู้กำกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การที่รัฐบาลเข้าแทรกแซงราคาไม่ให้ปรับตัวตามปริมาณความต้องการและปริมาณผลผลิตโดยธรรมชาติถือเป็นการลดความสามารถในการประสานหน่วยเศรษฐกิจนับล้านหน่วยเข้าด้วยกันเป็นเศรษฐกิจ ผลที่เกิดขึ้นจากนโยบายดังกล่าวอธิบายว่าทำไมภาษีจึงมีผลกระทบด้านกลับต่อการจัดสรรทรัพยากร เพราะภาษีบิดเบือนกลไกราคาและการตัดสินใจของหน่วยเศรษฐกิจ นอกจากนั้น นโยบายรัฐบาลเช่นการควบคุมราคาโดยตรง เช่น นโยบายควบคุมค่าเช่าอาจนำมาซึ่งผลเสียที่ยิ่งใหญ่กว่า และนี่เป็นการอธิบายความล้มเหลวของระบบคอมมิวนิสต์ด้วย ในประเทศคอมมิวนิสต์ ราคาไม่ได้ถูกกำหนดจากตลาดแต่ได้รับการชี้นำจากผู้กำหนดนโยบายส่วนกลาง ผู้กำหนดนโยบายเหล่านี้ขาดข้อมูลซึ่งโดยปกติจะสะท้อนอยู่ใน “ราคา” หากปล่อยให้มันตอบสนองพลังของตลาดอย่างเต็มที่ ผู้วางแผนจากส่วนกลางล้มเหลวเพราะพยายามจัดการระบบเศรษฐกิจด้วยการมัดมือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง - มือที่มองไม่เห็น
แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com