Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

คนเดือนตุลา 2516

>>> ประมวลภาพเหตุการณ์

แข็งกร้าว

หน้า 14

            เช้าวันที่ 11 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 09.00 น. นักศึกษาเกือบทุกสถาบันจากทั่วกรุงเทพฯและใกล้เคียง ได้เดินทางหลั่งไหลมายังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และที่กำลังเดินทางมายังไม่ถึงอีกมาก รวมทั้งโรงเรียนอาชีวะหลายแห่งด้วย เวลาประมาณ 10.30 น. ได้มีประกาศว่า นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ประมาณ 70 คันรถ ราว 5 พันกว่าคนกำลังเดินทางมาจากบางเขน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบริเวณที่ชุมนุนขณะนั้นมีนักศึกษาชุมนุมกันกว่า 4 หมื่นคนเศษแล้ว
                การอภิปรายในตอนสายยังคงดุเดือดรุนแรงต่อไป โดยนายกนก วงศ์ตระหง่าน รองเลขาธิการศูนย์ฯ ได้อภิปรายว่า ขณะนี่ได้มีมือที่สามคอยรบกวนอยู่ และได้พูดถึง พันเอกณรงค์ กิตติขจรว่า ได้เลื่อนยศจากพันตรีเป็นพันโท โดยอาศัยบารมีจากพ่อตัวกับพ่อตา ส่งไปรบที่เวียตนาม ความจริง ไม่ได้รบเลย ต่อมาก็ได้เลื่อนเป็นพันเอกอีก ต่อไปคงได้เลื่อนเป็นจอมพลอย่างแน่นอน และว่า กรณีที่พันเอกณรงค์   บอกว่าถ้านักศึกษาเดินขบวน จะเรียกทหารออกมาเดินขบวนบ้าง นายกนก โต้ว่าถ้าทหารเดินมาแล้ว ทางนักศึกษาจะให้นักเรียนช่างกลเดินเข้าชนทันที
                 จากนั้นศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ ได้ออกแถลงการณ์ โต้ใบปลิวลึกลับที่กล่าวหาว่า การกระทำของนิสิตนักศึกษานั้น กระทำไปเพราะถูกนักการเมืองชักจูง มีใจความพอสรุปได้ว่า การประท้วงการจับกุมบุคคลทั้ง 13 คนนั้น กระทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ เป็นที่ตั้ง อละธำรงค์ไว้ซึ่งความยุติธรรมทั้งปวง จึงไม่เห็นด้วยกับการจับกุมครั้งนี้ ข้อกล่าวหาที่ว่านิสิตนักศึกษาตกเป็นเครื่องมือของมหาอำนาจจักรวรรดินิยมนั้น ใครกันแน่ที่เป็นลูกสนุมของมหาอำนาจ สมคบกันแล่เนื้อเถือหนังประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ข้อกล่าวนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของตน ผู้มีอำนาจทางการเมืองของไทย ได้กลายเป็นสมุนของจักรวรรดินิยมโดยการได้รับเชิญ เข้าไปมีส่วนร่วมในบริษัทต่างๆ เช่นเป็นประธานบริษัท และธนาคาร เป็นต้น เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างด้าวมาขูดรีดคนไทย ดังนั้นถ้าการเรียกร้องรัฐธรรมนูญเป็บ "กบฎ" การทำลายล้างรัฐธรรมนูญจะเรียกว่าอะไร...."อาชญากร" หรือมิใช่

                    หลังจากได้มีการประท้วงและโจมตีรัฐบาลอย่างรุนแรงติดต่อกันมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ทางกลุ่มนิสิตนักศึกษาทุกมหาวิทยาลยั จึงได้ติดต่อขอพบกับจอมพลประภาส จารุเสถียร เพื่อตกลงปัญหาว่าจะปล่อยตัวอาจารย์ นักศึกษาและประชาชน ที่ถูกจับไปทั้งหมด 13 คนหรือไม่   ทางฝ่ายรัฐบาลโดยจอมพลประภาส ได้ตอบรับข้อเสนอที่จะเจรจาด้วย กำหนดนัดกันเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่ว้งปารุสกวัน

                 เมื่อถึงกำหนดนัดหมาย ทางฝ่ายนิสิตนักศึกษาได้มานั่งรออยู่ก่อน พร้อมด้วย ดร. บุญรอด บิณฑสันต์ รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐ ดร. เกษม ศิริสัมพันธ์ รองอธิการบดีฝ่ายนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหัวหน้าภาควิชาอิสระวารสารศาสตร์ และสื่อมวลชนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน
                  รายชื่อนิสิตนักศึกษาที่เข้าเจรจา กับจอมพลประภาส ครั้งนั้น คือ
1. นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ เลขาธิการศูนย์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
2. นายสมนึก รุ่งเจริญกิจกุล นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร
3. นายพีระพล ตริยะเกษม นายกองค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์
4. นายประยงค์ เต็มชวาลา นายกสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล
5. นายวีระ จันทะแจ้ง นายกองค์การนิสิตเกษตร
6. นายบวร ยะสินทร ตัวแทนนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ
7. นายไชยา บุนวรรณา ตัวแทนนายกสโมสรนิสิตวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร
8. นายประจิตร สุขสุวรรณ ตัวแทนนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยี่ พระจอมเกล้าธนบุรี
9. นายราชันย์ วีระพันธุ์ อดีตนายกองค์การนักศึกษารามคำแหง
10. นายสมพงษ์ สระกวี นายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง
                 ฝ่ายรัฐบาลประกอบด้วย จอมพลประภาส จารุเสถียร พล.ต.ท.ประจวบ สุนทรางกูร พล.ต.ต.ชัย สุวรรณศร พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร พล.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น พ.ต.อ.สมหวัง เพ็ญสูตร และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนาย
                 การเจรจาได้ทำกันในห้องประชุมลับ ห้ามคนภายนอกเข้า เริ่มเจรจาเมื่อเวลา 10.30 น. จนกระทั่งถึงเวลา 13.00 น. รวมทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 30 นาที ฝ่ายนิสิตนักศึกษาออกมาก่อนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่พอใจ และไม่ยอมเปิดเผยเหตุการณ์ในห้องประชุม แก่ผู้สื่อข่าวใดๆทั้งสิ้น อ้างว่าจะต้องรีบไปบอกเพื่อนนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์ ส่วนฝ่ายรัฐบาล จอมพลประภาศ ไม่ยอมออกจากห้องประชุม โดยได้นั่งปรึกษากับพันเอกณรงค์ พล.ต.ท.ประจวบ สุนทรางกูร และคนอื่นๆอยู่ข้างใน จนเมื่อเวลา 13.30 น. จึงเริ่มทยอยออกมา
               เวลา ประมาณ 14.00 น. จอมพลประภาส ซึ่งรับประทานอาหารกลางวันในห้องประชุม ได้เดินออกมาพบผู้สื่อข่าวที่รออยู่ด้านนอก โดยได้กล่าวว่า การมาพบของนักศึกษาครั้งนี้ ยังไม่ได้มีการตกลงอะไร นักศึกษาต้องการซักถามถึงรายละเอียดการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 13 คนไว้ โดยทางนักศึกษายืนยันว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวไว้ 13 คนนั้น เป็นผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายแต่อย่างไร
               จอมพลประภาส กล่าวต่อไปอีกว่า ได้ชี้แจงให้นักศึกษาเข้าใจแล้วว่า ผู้ที่ถูกจับกุมไม่ใช้พวกเรียกร้องรัฐธรรมนูญ หรือพวกที่กระทำการกรีดขวางการจราจร เพราะพวกที่ทำผิดดังกล่าวได้ถูกปล่อยตัวไปหมดแล้ว นับตั้งแต่ได้ลงมือจับกุมกันครั้งแรกตอนเดินแจกใบปลิวตามถนน ซึ่งมรความผิดฐานก่อกวนให้เกิดความไม่สงบในสังคม แต่พวกที่ถูกจับ 13 คนนี้ เพราะค้นได้ว่ามีบางคนมีเอกสารที่หลักฐานหมายกำหนดการ ที่จะปลุกระดมชักชวนให้ประชาชน กระด้างกระเดื่องต่อการปกครองของรัฐ และคิดที่จะล้มล้างรัฐบาล จึงต้องควบคุมตัวไว้ และตั้งข้อหาเพิ่มอีกต่อๆไป
              ผู้สื่อข่าวถามถึงนายธีระยุทธ บุญมี ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหังแรง ในการเดินแจกใบปลิวและถูกจับกุมตัวไว้ด้วยนั้น มีพฤติกรรมด้วยหรือไม่ จอมพลประภาสตอบว่า นายธีระยุทธ อยู่ในข่ายด้วย เพราะได้ไปร่วมชุมนุนตามที่ต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ และได้ของกลางมาก่อนที่จะเดินขบวนครั้งนี้ และยังมีผู้หนีรอดไปได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังติดตามหาตัวมาดำเนินคดีอยู่
                  ผู้สื่อข่าวขอทราบท่าทีของนักศึกษาที่มาฟังการชี้แจงในครั้งนี้ จอมพลประภาส กล่าวว่า นักศึกษาได้แสดงท่าทีเป็นห่วงเพื่อนนักศึกษา ที่ได้ชักชวนมาชุมนุน โดยไม่ทราบเหตุผลดังที่ได้ชี้แจงมาก่อน ซึ่งอาจทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น นักศึกษาบอกว่าจะพยายามไปชี้แจงให้เพื่อนๆได้ทราบถึงเหตุผลของรัฐบาล ทั้งจะไปขอร้องให้เกิดความเข้าใจในทางที่ดีต่อไปด้วย
                 ผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งกองบัญชาการปราบจลาจลและสั่งเตรียมพร้อม จอมพลประภาสตอบว่า ไม่ได้ตั้งกองบัญชาการอย่างที่เข้าใจกัน เพราะตามปกติ ในสวนรื่นฤดีนั้นเป็นที่ตั้งของกองทัพบก ไม่ได้ทีจุดมุ่งหมายเพื่อปราบปรามนักศึกษา แต่ในสวนรื่นฤดี นั้นมีที่ตั้งของกองบัญชาการสำรอง เรียกว่าหน่วยปราบปรามจลาจลภายในบ้านเมือง เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการเตรียมปฎิบัติหน้าที่ตามปกติของทหารบกเท่านั้น
                ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า รัฐบาลจะส่งคนไปชี้แจงให้นักศึกษาเข้าใจหรือไม่ จอมพลประภาสตอบว่า ทางรัฐบาลได้พยายามทำความเข้าใจ โดยชี้แจงทั้งทางวิทยุและทางอื่นอยู่แล้ว ขณะนี้ได้มอบให้อาจารย์ทบวงมหาวิทยาลัยของรัฐรับไปช่วยชี้แจงอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนการสั่งเตรียมพร้อมนั้น ไม่ได่สั่งการใดๆทั้งทหารและตำรวจ
              พันเอกณรงค์ กิตติขจร ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ชี้แจงให้นักศึกษาทราบแล้วว่า การจับกุมผู้กระทำผิดครั้งนี้ ไม่ใช่ผู้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่จับในข้อหาการเมือง และขอให้นักศึกษาช่วยไปบอกเพื่อนๆให้เข้าใจด้วย ซึ่งนักศึกษาก็รับปาก เหตุการณ์ขณะเจราจาเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ดีต่อกัน จึงคาดว่าคงไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>


แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com