Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

คนเดือนตุลา 2516

>>> ประมวลภาพเหตุการณ์

เลือดทาแผ่นดิน

หน้า 23

            ประชนบางส่วนซึ่งรู้ข่าวว่ารัฐบาลยอมปล่อย 13 ผู้ต้องหาแล้ว ทั้งกำหนดวันประกาศใชัรัฐธรรมนูญแล้ว จึงร้องบอกต่อกันว่า รัฐบาลยอมแพ้แล้ว จึงพากันไชโยโห่ร้อง นักศึกษาจำนวนหนึ่งจึงได้ทยอยกันกลับไป แต่นิสิตนักศึกษาส่วนใหญ่ยีงไม่ยอมสลายตัว เพราะไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะยอมจริง ทางฝ่ายศูนย์ปฎิบัติการเดินขบวน ขอร้องให้รอฟังแถลงการณ์ของศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ครั้น เวลา 20.30 น. ศูนย์ปฎิบัติการเดินขบวนได้ประกาศให้เลขาธิการและกรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ ออกมาปรากฎตัวและชี้แจงเรื่องราวแก่ผู้ชุมนุม แต่ทั้เลขาธิการและกรรมการศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ ก็ไม่ปรากฎตัว การชุมนุมประท้วงจึงคงยังดำเนินต่อไป
                  ส่วนสาเหตุที่เลขาธิการและกรรมการศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ หายหน้าไปไม่ยอมขึ้นไปชี้แจงนั้น เพราะหลังจากที่เข้าเฝ้า ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ทั้งหมดได้เดินทางไปรับตัว 13 ผู้ต้องหา ซึ่งได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อยไข เพื่อเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลมิได้ใช้แผนลวง ดังนั้นกว่าที่กรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ จะกลับไปที่ลานพระบรมรูปทรงม้าก็สายเกินไปเสียแล้ว

                     วันที่ 14 ตุลาคม ตามรายงานจากศูนย์วิทยุของทางราชการ เวลา 00.05 น. กำลังหน่วยคุ้มกันของนิสิตนักศึกษา ใช้ผ้าขาวผูกข้อมือเป็นสัญญาลักษณ์ วิ่งไปตามถนนพระราม5 หน้าพระราชวังสวนจิตรลดา ด้านสวนสัตว์ดุสิต รถกระจาบเสียงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ได้ไปตั้งเพื่อชี้แจง แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าออกกระจายเสียง เกรงว่าจะถูกบุกทำลาย
                    คลื่นนิสิตนักศึกษาและประชาชน เคลื่อนตามกันไปที่สวนจิตรลดา แล้วเจรจากับตำรวจวังและที่รักษาการณ์อยู่หน้าประตูวัง ขอเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ตำรวจวังไม่ยอมจึงได้พากันนั่งกับพื้นถนน ตั้งแต่หน้าประตูสวนจิตรลดา จนเกือบจะถึงสะพานหน้าวัดเบจญมบพิตร ผู้เดินขบวนพยายามเจรจาอยู่นานเพื่อขอเข้าเฝ้า ฯ เมื่อไม่ได้รับอนุญาติ จึงเคลื่อนขบวนต่อไปทางสี่แยกราชวิถี เพื่อจะเข้าประตูวังทางด้านนั้น
                   เมื่อขบวนนิสิตนักศึกษาฯ เคลื่อนถึงสี่แยกราชเทวีแล้ว ก็ยึดสี่แยกเป็นที่ชุมนุม แล้วช่วยกันยกถังขยะออกมาวางขวางถนนราชวิถีไว้ ต่อมาได้มีรถตำรวจวิ่งผ่านสี่แยกแล้วชนเครื่องกรีดขวาง เพื่อมุงไปรักษาการณ์ประตูพระราชวังสวนจิตรลดา ด้านถนนราชวิถี และได้มีรถทหารอีกหลายคันวิ่งตามมาสมทบ ช่วยรักษาการณ์ที่ประตูพระราชวัง กำลังตำรวจส่วนหนึ่งได้มาตั้งยันกับกลุ่มผู้เดินขบวน เพื่อมิให้ผ่านสี่แยกราชเทวีไปที่ประตูพระราชวังฯ ด้านศูนย์นิสิตนักศึกษาฯนั้น เมื่อรู้ข่าวว่านักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน ส่วนหนึ่งยังไม่ยอมสลายตัว และก่อเรื่องขึ้นอีก จึงได้ระดมกรรมการทั้งชุด นั่งรถโฟลคติดเครื่องขยายเสียง ไปเสริมกำลังตำรวจที่สี่แยกราชเทวี เพื่อคอยห้ามปราม
                     บรรดากรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ เช่น นายสมบัติ ธำรงค์ธัญญวงศ์ นายสมพงษ์ สระกวี นายธีรยุทธ บุญมี นายประสาน ไตรรัตน์วรกุล ได้ผลัดกันขึ้นพูดผ่านเครื่องขยายเสียง ชี้แจงให้ผู้ร่วมเดินขบวนทราบว่า ได้ตกลงกับรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลปล่อยตัว 13 ผู้ต้องหาแล้ว อย่างไม่มีเงื่อนไข และรัฐบาลยังยอมที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน เดือนตุลาคม 2517 อีกด้วย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้ทรงมีพระราชดำรัสว่า เมื่อรัฐบาลยอมตามข้อเสนอแล้ว ก็ขอให้กลับสู่สภาวะปกติอีกด้วย กรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ คนหนึ่งพูดทั้งน้ำตานองหน้าว่า เสียใจที่สุดที่นิสิตนักศึกษา กระทำผิดวัตถุประสงค์ และยังได้มาสร้างความวุ่นวายกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ พูดเสร็จกรรมการนักศึกษาฯ คนนั้นก็เป็นลมล้มพับไป กรรมการนักศึกษาฯ อีกคนหนึ่ง ยืนยันว่าผู้ที่เดินขบวนมาที่นี่ได้ถูกยุยง ขออย่าได้หลงเชื่อ

                         จากเหตุการณ์ที่เกิดชุลมุนกันหน้าสวนจิตรลดานั้นเอง ทำให้นายธีรยุทธ บุญมี เข้าใจ นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุลผิด ถึงกับประกาศทางเครื่องขยายเสียงว่า นายเสกสรรค์ ซึ่งเป็นห้วหน้าฝ่ายปฎิบัติการณ์ทั่วไป มีหน้าที่ควบคุมหน่วยกำลังทั้งหมด เป็นผู้ทรยศต่ออุดมการณ์ของศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ ทั้งๆที่เรื่องทั้งหลายนั้นลงตกลงกับรัฐบาลได้แล้ว แต่นายเสกสรรค์ยังไม่ยอมเลิกสั่งการ
                          ด้านคณะกรรมการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้พยายามผลัดกันขึ้นไปพูดชี้แจงให้ผู้เดินขบวนเข้าใจขึ้นบ้าง จึงค่อยๆถอยขบวนไปทางวัดเบจญบพิตร โดยกลุ่มศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ และตำรวจตืดตามไปห่างๆ จนกรัทั่งเวลา 02.10 น. ก็ถอยไปชุมนุมกันที่หน้าประตูสวนจิตรลดา ตรงข้ามสวนสัตว์ดุสิตอย่างเดิม ขณะนั้นนายเสกสรร ได้เปลี่ยนแผนนำกำลังหน่วยปฎิบัติการณ์พิเศษอ้อมสวนจิตรลดา ไปออกถนนราชวิถี ด้านติดกับทางรถไฟ ประมาณ 3 พันคน แต่ถูกตำรวจสกัดกั้นไว้ตรงหัวมุมวังสวนจิตรลดาด้านทางรถไฟ ขณะที่นายเสกสรรค์ นำขบวนมาทางด้านนี้ไดพบกับ นายธีรยุทธ บุญมี ทั้งสองจึงได้พูดคุยทำความเข้าใจกัน แล้งตกลงที่จะช่วยพูด ให้กลุ่มเดินขบวน ทั้งด้านถนนพระราม5 และด้านทางรถไฟ ซึ่งมีนับแสนสลายตัว แต่เมื่อพูดไป บรรดานิสิตนักศึกษา นักเรียน และประชาชน ก็ไม่ยอมกลับ
                       เมื่อกลุ่มผู้เดินขบวนไม่ยอมสลายตัว นายธีรยุทธกับนายเสกสรร จึงได้ขอพบราชเลขาธการ เพื่อขอเข้าเฝ้าในหลวง หลังจากนั้น เมื่อเวลา 03.55 น. พ.ต.อ. วสิษฐ์ เดชกุญชร นายตำรวจราชสำนักจึงได้มารับตัวนายธีรยุทธและนายเสกสรรค์ และกลับออกมา เมื่อเวลา 04.55 น. ประกาศให้ผู้เดินขบวนทั้งหมดเข้าใจ โดยแจ้งให้ทราบถึงพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาฯ ยอมรับผิดในกรณีที่ไม่สามารถนำพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง และเรื่องทั้งหมดมาแจ้งให้ผู้เดินขบวนทราบได้ ส่วน พ.ต.อ. วสิษฐ์ เดชกุญชร ก็ได้เล่าถึงความห่วงใยของในหลวง ที่มีต่อ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ให้ฟัง
                     คณะกรรมการศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ ชี้แจงอยู่จนกระทั่งเวลา 06.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม จึงยุติ ปรากฎว่าเป็นที่พอใจของผู้เดินขบวน จึงได้แยกย้ายกันกลับเกือบหมด พร้อมกับทิ้งอาวุธ ซึ่งเป็นเหล็ก และไม้ โดยตำรวจให้ผู้เดินขบวนเดินออกทางด้านเขาดิน และถอยหลังกลับไปออกทางวัดเบญจมบพิตร ไม่ยอมให้ออกทางถนนราชวิถี
                  เวลา ประมาณ 06.30 น. ขณะที่ผู้เดินขบวนแยกย้ายกันกลับนั้น ได้มีส่วนหนึ่งของผู้เดินขบวนประมาณ 2 พันคน ไปขอตำรวจให้ช่วยเปิดทางออกทางด้านถนนราชวิถี เพราะทางออกเพียงสองด้านนั้นไม่พอ แต่คำรวจไม่ยอมจึงเกิดปะทะกันขึ้น โดยกลุ่มนักเรียนใช้ขวดตีตำรวจ จึงเกิดรวนเรกันขึ้น ในที่สุด พล.ต.ท. มนต์ชัย พันธ์คงชื่น ก็สั่งการให้ตำรวจที่ขวางถนนอยู่บุกตะลุยทันที โดยให้ใช้ไม้กระบองไล่ตีจนนักเรียนนักศึกษาแตกกระเจิงไป
                 กลุ่มชนที่มีทั้งชายและหญิง ต้องกระโดน้ำหนี ลงไปในคูน้ำข้างพระราชวังสวนจิตรลดา กับคลองข้างสวนสัตว์ดุสิต นับร้อยคน ส่วนที่เหลือได้ใช้ระเบิดขวดกระหน่ำขว้างใส่ตำรวจเสียงดังสนั่น พล.ต.ท. มนต์ชัย จึงสั่งให้ยิงแกสน้ำตาใส่ฝูงชน นักเรียนสาวคนหนึ่ง๔ุกยิงอาการร่อแร่ และถูกหามขึ้นรถพยาบาลไป แกสน้ำตาของตำรวจระเบิดปล่อยควันโขมง ทำให้บริเวณถนนพระราม5 จนถึงรั้วพระราชวังสวนดุสิต และในสวนสัตว์ดุสิตมืดมัวไปด้วยหมอก ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มควันนี้ จะมีอาการแสบตาแสบจมูก น้ำมูกน้ำลายไหลไปตามๆกัน สำหรับ พ.ต.อ. วสิษฐ์ เดชกุญชร ต้องวิ่งเข้าวังเพื่อกราบบังคมทูลให้ในหลวงทรงทราบ
                 กลุ่มชนที่ตกไปในคูน้ำข้างพระราชวัง ประมาณ 100 กว่าคน ได้ว่ายน้ำข้ามไปขึ้นทางฝั่งพระราชฐาน แล้วปีนรั้วหนีตำรวจเข้าไปในวังสวนจิตรลดากันหมด แล้วใช้ก้อนอิฐระดมขว้างออกมาจากเขตพระราชฐานอยู่ตลอดเวลา และกลุ่มหนึ่งได้เดินลัดรั้วภายในเขตพระราชฐาน ไปที่ประตูทางด้านราชวิถี แล้วใช้ก้อนอิฐขว้างกระจกรถแตกไปหลายคัน นายราชันย์ วีระพันธ์ กรรมการศูนย์นิสิตนักศึกษาฯ ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียง ให้กลุ่มชนที่อยู่ในเขตพระราชฐานหยุดชว้างและออกมาก็ไม่มีใครฟัง
                      หลังจากปะทะกัน นักเรียนช่างกลประมาณ 1000 คน พร้อมด้วยท่อนไม้เป็นอาวุธได้ไปชุมนุมกันอยู่ที่บริเวณหน้าวัดเบญจมบพิตร เวลาประมาณ 07.00 น. บางคนร้องไห้ ขณะเดียวกันได้มีรถบรรทุกเล็กนำนักเรียนช่างกล พร้อมอาวุธทยอยมาสมทบเพิ่มเติมตลอดเวลา

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>


แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com