Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์>>

คัมภีร์คอมมิวนิสต์

นิพนธ์วิจารณ์ ฟอยเออร์บัค
แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์
บทบาทของแรงงานในการเปลี่ยนลิงให้เป็นคน
กำเนิดครอบครัวทรัพย์สินส่วนตัว และรัฐ
ว่าด้วยศาสนา
ว่าด้วยการนัดหยุดงาน
สงครามและสังคมนิยม
รัฐกับการปฏิวัติ
แนวชนชั้นในการปลดแอกสตรี
ในวิกฤตเศรษฐกิจกรรมาชีพสู้หรือไม่
ว่าด้วยขบวนการฟาสซิสต์
ทฤษฏีปฏิวัติถาวร
ประชาธิปไตยของแรงงาน
สงครามจุดยืนและสงครามขับเคลื่อน
ปัญญาชน
ระบบทุนนิยม:ถ้าไม่ปฏิวัติก็เท่ากับยอมจำนน
แนะนำทฤษฎีทุนนิยมโดยรัฐของ โทนี่ คลิฟ
การปฏิวัติถาวร "หันเห"

นิพนธ์วิจารณ์ ฟอยเออร์บัค
มาร์คซ์ (1845) โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

นิพนธ์วิจารณ์ ฟอยเออร์บัค โดย คาร์ล มาร์คซ์ (แปลโดย ใจ อึ๊งภากรณ์)

  1. จุดอ่อนหลักของแนวคิดวัตถุนิยมในอดีต รวมถึงแนวคิดของ ฟอยเออร์บัค ด้วย คือเขามองว่า สิ่งของ ความจริง และความรู้สึกสัมผัส เป็นแค่วัตถุ หรือความนึกคิดของมนุษย์เกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นอย่างโดดๆ เท่านั้น โดยไม่เข้าใจว่าในทางปฏิบัติ "กระบวนการทางจิตใจของมนุษย์ในการสัมผัสโลกจริง" หรือการปฏิบัติของมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของความจริงแบบภาวะวิสัยด้วย ดังนั้นจะเป็นพวกสำนักจิตนิยมต่างหากที่ให้ความสนใจกับการปฏิบัติทางจิตใจของมนุษย์ แต่พวกจิตนิยมอธิบายกระบวนการทางความคิดในแง่ที่ลอยอยู่เหนือและไม่เชื่อมโยงกับโลกจริง ฟอยเออร์บัคต้องการแยก "ความรู้สึกสัมผัสโลกจริงของมนุษย์" ที่เขาเห็นว่าเป็นของจริง ออกจากความนึกคิด แต่เขามองด้านเดียวจนเขาไม่สามารถมองกระบวนการทางจิตใจของมนุษย์ว่าเป็นกิจกรรมจริงแบบวัตถุนิยมได้ ด้วยเหตุนี้ในหนังสือ"ธาตุแท้ของศาสนาคริสต์" เขาให้ความสำคัญกับทฤษฎีทางศาสนาและการปฏิบัติอย่างตายตัวไม่เปลี่ยนแปลงของมนุษย์ตามคำเขียนในคัมภีร์เท่านั้น ฟอยเออร์บัคจึงไม่เข้าใจความสำคัญของการปฏิบัติของมนุษย์ในโลกจริงที่ท้าทายและปฏิวัติความความเชื่ออยู่อย่างต่อเนื่อง
  2. คำถามที่ว่า ความคิดของมนุษย์จะเป็นความจริงทางวัตถุได้หรือไม่ ไม่ใช่คำถามทางทฤษฎี แต่เป็นคำถามที่ต้องตอบในทางปฏิบัติ ในรูปธรรมมนุษย์จำเป็นต้องพิสูจน์ความจริง คือในการพิสูจน์ความจริงต้องแสดงให้เห็นพลังและความถูกต้องของความคิด การถกเถียงกันเรื่องความจริงกับความเท็จในเรื่องของความคิดมนุษย์ที่แยกจากการปฏิบัติ เป็นแค่คำถามสำหรับนักวิชาการในหอคอยงาช้าง
  3. ข้อเสนอของพวกวัตถุนิยม ว่ามนุษย์คือผลผลิตของบริบทสังคมและการเลี้ยงดูเท่านั้น และถ้ามนุษย์เปลี่ยนไปจากเดิมการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องมาจากบริบทและการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันไป เป็นความคิดที่มองข้ามความจริงว่ามนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงบริบทของสังคมได้เสียเอง ในลักษณะเดียวกันถ้าไม่มองด้านเดียวจะเห็นว่าครูผู้สอนทุกคนต้องเป็นผู้เรียนรู้ด้วย ด้วยเหตุนี้แนวคิดวัตถุนิยมจึงมีข้อสรุปว่าต้องแยกสังคมออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นส่วนพิเศษที่ลอยอยู่เหนือสังคมและเป็นสิ่งที่กำหนดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสังคม ( เช่นคนอย่าง โรเบิร์ต โอเว่น ที่เปลี่ยนโครงสร้างโรงงานและชุมชน) แต่ถ้าเราจะเข้าใจภาพรวมของสังคมที่มีทั้ง บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และกิจกรรมหรือการปฏิบัติของมนุษย์ เราต้องมองสองสิ่งนี้ควบคู่กันไป กิจกรรมของมนุษย์นั้นเองที่เปลี่ยนแปลงบริบทของสังคม
  4. ฟอยเออร์บัค เริ่มต้นจากการเสนอว่าความคิดทางศาสนาเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วแปลงให้แปลกแยกจากมนุษย์จนเราเชื่อกันว่ามันมาจากธรรมชาติ งานของเขาพยายามที่จะละลายโลกนิยายของศาสนาเข้าสู่โลกที่ไร้ศาสนา แต่เขามองข้ามภาระหลักที่ยังจะต้องทำต่อไป เพราะแม้แต่ความคิดที่ไร้ศาสนาของมนุษย์ (เช่นรัฐ หรือตลาด) ก็ยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้วแปลงสภาพให้แปลกแยกจากตนเองจนลอยขึ้นฟ้าเหนือเมฆได้ ด้วยเหตุนี้เราจำเป็นต้องเข้าใจความแปลกแยกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความแปลกแยกเกี่ยวกับศาสนาหรือความแปลกแยกที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา เพื่อให้เราปฏิวัติขจัดความแปลกแยกดังกล่าวและเปลี่ยนแปลงมันไป ยกตัวอย่างเช่น เนื่องจากความคิดเกี่ยวกับศาสนามักสะท้อนกฏระเบียบที่เราสร้างเองเกี่ยวกับครอบครัว เราจึงจำเป็นที่จะต้องวิจารณ์ครอบครัวทั้งางทฤษฎีและด้วยการปฏิบัติในการปฏิวัติสังคม
  5. ฟอยเออร์บัค ไม่พอใจกับการคิดของมนุษย์แบบลอยๆ ที่ไม่เกี่ยวกับวัตถุจริง เขาจึงวิ่งเข้าไปหาความคิดประเภทที่มาจากการสัมผัส แต่เขาไม่เข้าใจว่าความคิดที่มาจากการสัมผัสเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางจิตใจของมนุษย์ในรูปธรรม
  6. ฟอยเออร์บัค พยายามที่จะกลั่นสาระทางศาสนาให้เหลือแค่เนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์ แต่เนื้อแท้ของความเป็นมนุษย์ไม่สามารถย่อลงมาถึงขั้นปัจเจกได้ สิ่งที่ปรากฏจริงเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์คือองค์รวมของความสัมพันธ์ต่าง ๆ ระหว่างมนุษย์ในสังคม ด้วยเหตุนี้ ฟอยเออร์บัค

(1)  
มองว่าความคิดทางศาสนาเป็นสิ่งโดดเดี่ยวตายตัว และเขาจำเป็นต้องประดิษฐ์มนุษย์ปัจเจกเป็นตัวอย่างสมมุติฐานขึ้นมา และ

(2)    ต้องเหมารวม ลักษณะต่าง ๆ ของแต่ละปัจเจกมนุษย์ในลักษณะหยาบ ๆ

  1. ฟอยเออร์บัค จึงไม่สามารถเข้าใจได้ว่าความคิดทางศาสนาเป็นผลผลิตของสังคม และปัจเจกสมมุติฐานที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมา เป็นส่วนหนึ่งของสังคมชนิดหนึ่ง
  2. ชีวิตสังคมเป็นชีวิตรูปธรรม นิยายต่างๆ ทฤษฎีต่างๆ ที่พาเราหลงทาง จริงๆ แล้วต้องเชื่อมโยงอย่างมีเหตุผลกับการปฏิบัติของมนุษย์ในโลกจริง และการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติดังกล่าว
  3. เนื่องจากแนววัตถุนิยมไม่เข้าใจว่ากระบวนการความคิดของมนุษย์เป็นการปฏิบัติในโลกจริง ความเข้าใจสูงสุดของแนววัตถุนิยมที่เกี่ยวกับความคิดของมนุษย์จึงได้แต่เพียงสรุปว่าความคิดของมนุษย์เป็นความคิดของปัจเจกโดดเดี่ยวใน “ประชาสังคม”
  4. จุดยืนของวัตถุนิยมเก่า คือ "ประชาสังคม" ของปัจเจก จุดยืนของวัตถุนิยมใหม่คือสังคมมนุษย์ หรือมนุษย์ที่ได้รับการกล่อมเกล่าจากสังคม
  5. นักปรัชญาเพียงแต่วิเคราะห์โลกในแง่ต่าง ๆ แต่ประเด็นหลักคือการเปลี่ยนแปลงโลก

<< ย้อนกลับ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com