Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์>>

คัมภีร์คอมมิวนิสต์

นิพนธ์วิจารณ์ ฟอยเออร์บัค
แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์
บทบาทของแรงงานในการเปลี่ยนลิงให้เป็นคน
กำเนิดครอบครัวทรัพย์สินส่วนตัว และรัฐ
ว่าด้วยศาสนา
ว่าด้วยการนัดหยุดงาน
สงครามและสังคมนิยม
รัฐกับการปฏิวัติ
แนวชนชั้นในการปลดแอกสตรี
ในวิกฤตเศรษฐกิจกรรมาชีพสู้หรือไม่
ว่าด้วยขบวนการฟาสซิสต์
ทฤษฏีปฏิวัติถาวร
ประชาธิปไตยของแรงงาน
สงครามจุดยืนและสงครามขับเคลื่อน
ปัญญาชน
ระบบทุนนิยม:ถ้าไม่ปฏิวัติก็เท่ากับยอมจำนน
แนะนำทฤษฎีทุนนิยมโดยรัฐของ โทนี่ คลิฟ
การปฏิวัติถาวร "หันเห"

บทบาทของแรงงานในการเปลี่ยนลิงให้เป็นคน
โดย เฟรเดอริค เองเกิลส์  แปลโดย ธนู อภิวัฒน์

แรกทีเดียว ร่างกายได้รับประโยชน์จากกฎแห่งความเติบโตที่สัมพันธ์กัน ดังที่ดาร์วินขนานนามไว้ กฎนี้บอกว่า รูปแบบจำเพาะของอวัยวะแต่ละส่วนย่อมผูกพันกับอวัยวะส่วนอื่นเสมอซึ่งดูเผิน ๆ แล้วไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ดังนั้น สัตว์ทุกชนิดที่มีเซลล์เลือดเม็ดสีแดงที่ไม่มีแกน (nuclei) ของเซลล์ และซึ่งหัวติดอยู่กับข้อกระดูกสันหลังด้วยข้อกระดูกซ้อน ย่อมจะมีต่อมน้ำนมสำหรับให้ดื่มอย่างไม่มียกเว้น ทำนองเดียวกัน สัตว์ที่มีกีบที่เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีกระเพาะซ้อนสำหรับการเคี้ยวเอื้องเสมอ ความเปลี่ยนแปลงในรูปร่างหนึ่งใดย่อมก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในรูปร่างของส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย แม้ว่าเราไม่อธิบายความเกี่ยวพันกันได้ แมวขาวปลอดทั้งตัวที่มีนัยน์ตาสีฟ้าหูหนวกหมดทุกตัว หรือเกือบหมดทุกตัวการที่มนุษย์ค่อย ๆ สมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ ก็ดี และการที่เท้าได้ปรับตัวสำหรับการเดินตัวตรงก็ดี ย่อมจะมีผลต่อวัยวะส่วนอื่น ๆ ของร่างกายตามกฎแห่งความสัมพันธ์เช่นว่านั้นอย่างไม่มีข้อสงสัย อย่างไรก็ดี เรายังมิได้สอบสวนการกระทำนี้กันอย่างเพียงพอ อย่างละเอียดพอที่จะอำนวยให้เราสามารถกล่าวถึงเรื่องนี้ได้มากกว่าการกล่าวคลุมกว้าง ๆ

สิ่งที่สำคัญมากกว่าก็คืออิทธิพลโดยตรงที่แสดงออกมาให้เห็นของพัฒนาการของมือที่มีต่ออวัยวะอื่น ๆ ได้รู้กันมาแล้วว่าบรรพบุรุษลิง (simian) ของเรานั้นชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ๆ จึงเป็นเรื่องที่เห็นชัดว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะไปสืบหาต้นกำเนิดของมนุษย์อันเป็นสัตว์สังคมมากที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งมวล จากบรรพบุรุษที่ใกล้ชิดกันอยู่เป็นกลุ่ม การเข้าเป็นนายของธรรมชาติเริ่มด้วยพัฒนาการที่มือ ด้วยแรงงาน และการก้าวหน้าใหม่ ๆ ออกไปแต่ละครั้งก็ขยายขอบฟ้าของมนุษย์ออกไป เขาค้นพบคุณสมบัติใหม่ ๆในสิ่งของธรรมชาติที่จนกระทั่งบัดนั้นยังไม่เป็นที่รู้กันอย่างสืบเนื่องตลดดเวลา อีกทางด้านหนึ่งนั้น พัฒนาการของแรงงานได้ช่วยให้จำเป็นต้องเอาสมาชิกของสังคมเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกัน ด้วยการเพิ่มกรณีการช่วยเหลือกันและดำเนินกิจกรรมมากขึ้น และทำให้แต่ละคนมองเห็นชัดถึงข้อดีของการทำกิจกรรมร่วมกันนี้ กล่าวสั้น ๆ มนุษย์ได้มาถึงจุดซึ่งพวกเขามีเรื่องที่จะต้องพูดแก่กันและกันความจำเป็นได้สร้างอวัยวะขึ้น กล่องเสียงในลำคอ (Laryxn) ของลิงพันธ์คนที่ไม่เจริญค่อย ๆ เปลี่ยนรูปช้า ๆ แต่แน่นอน ด้วยคลื่นเสียงที่เปล่งออกมาเพื่อทำให้เกิดคลื่นเสียงที่เจริญกว่าอยู่เรื่อย ๆ และอวัยวะของปากก็ค่อย ๆ เรียนการออกเสียงเป็นสำเนียง สำเนียงนี้สำเนียงนั้น

จากการเปรียบเทียบกับสัตว์ทั้งหลายพิสูจน์ว่า คำอธิบายเรื่องการกำเนิดของภาษาจากแรงงานและในกระบวนการของแรงงานนี้เป็นคำอธิบายที่ถูกต้องแต่เพียงประการเดียว แม้สัตว์ต่าง ๆ ที่มีความเจริญสูงสุดก็มีความจำเป็นที่จะสื่อสารกันน้อย ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีการพูดออกมาเป็นสำเนียง ในสภาพของธรรมชาติไม่มีสัตว์ใดรู้สึกเป็นอุปสรรคจากการที่มันไม่สามารถพูดหรือเข้าใจคำพูดของมนุษย์ได้ แต่เป็นอีกเรื่องหนึ่งเมื่อมันทำให้เชื่องแล้วสุนัขและม้า โดยการสมาคมกับคน ได้พัฒนาหูให้รับฟังสำเนียงพูดได้จนกระทั่งมันสามารถเรียนทำความเข้าใจภาษาใด ๆ ก็ได้อย่างง่ายดายภายในขอบเขตของความคิดของมัน ยิ่งกว่านั้น มันยังเกิดมีความสามารถเกิดมีความรู้สึกเช่นความรัก ความกตัญญู ฯลฯที่มีต่อมนุษย์ ซึ่งแต่ก่อนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่รู้จัก ใครก็ตามที่คลุกคลีอยู่กับสัตว์ต่าง ๆ เช่นว่านั้น ยากที่หลีกหนีจากความเชื่อเสียได้ว่าในหลาย ๆ กรณี สัตว์เหล่านั้นรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ ความไม่สามารถพูดได้ของมันนั้นเป็นข้อบกพร่องที่ไม่สามารถเยียวยาได้อีกแล้วอย่างน่าเสียดาย เพราะอวัยวะเสียงของมันเหล่านั้นได้ถูกสร้างจำเพาะไปในอีกทิศทางหนึ่งอย่างไรก็ดี ในที่ที่มีอวัยวะเสียงอยู่ แม้ภายในขีดจำกัด แม้ความไม่สามารถนี้ก็หายไป อวัยวะในปากของนกแตกต่างกับของมนุษย์อย่างมากมาย แต่นกก็เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่สามารถเรียนพูดได้ และนกที่มีเสียงที่น่าเกลียดที่สุด คือนกแก้ว นั้นเองที่พูได้ดีที่สุด ขออย่าให้ใครมาค้านว่านกแก้วไม่เข้าใจในสิ่งที่มันพูด จริงอยู่ว่าเพื่อความเพลิดเพลินในการพูดและสังคมกับมนุษย์เท่านั้นที่นกแก้วจะพูดเจื้อยแจ้วเป็นชั่วโมง ๆ ซ้ำคำทั้งหมดที่มันรู้ แต่ภายในขอบเขตจำกัดของความคิดของมัน มันสามารถเรียนทำความเข้าใจกับสิ่งที่มันพูดได้ด้วย ลองไปสอนคำด่าให้กับนกแก้วในลักษณะที่มันรู้ความหมายของคำพูดนั้นดูสิ (อันเป็นเรื่องที่พวกกลาสีเรือที่กลับมาจากเขตร้อนสนุกสนานกันเป็นหนักหนาอย่างหนึ่ง) ลองไปล้อมันดูแล้วไม่ช้าท่านจะได้พบว่ามันรู้วิธีใช้คำด่าอย่างถูกต้องเช่นกับคนขายผลไม้เร่เบอร์ลินทีเดียว การร้องขอข้าวปลาของมันก็ทำได้ถูกต้องเช่นกัน

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com