Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

เต๋าแห่งฟิสิกส์

บทที่ 1 ฟิสิกส์สมัยใหม่
บทที่ 2 การรู้และการเห็น
บทที่ 3 พ้นภาษา
บทที่ 4 ฟิสิกส์แนวใหม่
บทที่ 5 ศาสนาฮินดู
บทที่ 6 พุทธศาสนา
บทที่ 7 ปรัชญาจีน
บทที่ 8 ลัทธิเต๋า
บทที่ 9 นิกายเซน
บทที่ 10 เอกภาพแห่งสรรพสิ่ง
บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง
บทที่ 12 จักรวาลอันเคลื่อนไหว
บทที่ 13 ความว่างและรูปลักษณ์

บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง

7

11.6 ความคิดที่เป็นคู่ตรงกันข้าม

ความคิดในเรื่องแรงและสสารของวัตถุ อนุภาคและคลื่น การเคลื่อนไหวและการหยุดนิ่ง การดำรงอยู่และการไม่ดำรงอยู่ เหล่านี้เป็นความคิดตรงกันข้ามหรือขัดแย้งกัน ซึ่งวิชาฟิสิกส์สมัยใหม่ข้ามพ้นไปได้ ในบรรดาความคิดตรงกันข้ามเหล่านี้ คู่สุดท้ายดูจะเป็นความคิดพื้นฐานที่สุด และในวิชาฟิสิกส์ที่ว่าด้วยอะตอมเราต้องไปให้พ้นแม้กระทั่งความคิดเรื่องการดำรงอยู่และการไม่ดำรงอยู่ นี่คือลักษณะของทฤษฎีควอนตัมซึ่งยากที่สุดที่จะยอมรับได้ และเป็นหัวใจของการวิภาควิจัยต่อ ๆ มาเกี่ยวกับการตีความของมัน ในขณะเดียวกันการก้าวพ้นความคิดเรื่องการดำรงอยู่และไม่ดำรงอยู่ ก็เป็นแง่มุมหนึ่งซึ่งชวนฉงนมากที่สุดในศาสนาตะวันออก

เช่นเดียวกับนักฟิสิกส์ที่ศึกษาเรื่องอะตอม นักปราชญ์ชาวตะวันออกสนใจค้นหาสัจจะซึ่งอยู่เหนือการดำรงอยู่และการไม่ดำรงอยู่ และท่านเหล่านั้นได้เน้นย้ำอยู่เสมอถึงข้อเท็จที่สำคัญประการนี้ ดังที่ท่านอัศวโฆษะกล่าวว่า ความเป็นเช่นนั้นเอง มิใช่ภาวะแห่งการดำรงอยู่ และมิใช่ภาวะแห่งการไม่ดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน ทั้งมิใช่ภาวะแห่งการดำรงอยู่หรือไม่ดำรงอยู่ในเวลาต่างกัน เมื่อต้องเผชิญกับความจริงซึ่งอยู่เหนือความคิดที่เป็นคู่ตรงกันข้าม นักฟิสิกส์และศาสนิกจึงนำต้องมีวิธีคิดที่พิเศษออกไป โดยที่มิให้จิตใจถูกจำกัดอยู่แต่ในกรอบตายตัวของตรรกะแบบดั้งเดิม แต่เคลื่อนไหวปรับเปลี่ยนทัศนะอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น ในฟิสิกส์ที่ว่าด้วยอะตอม เราคุ้นเคยกับการใช้ทั้งความคิดเรื่องอนุภาคและคลื่นในการอธิบายสสารวัตถุ เราได้เรียนรู้การใช้ทั้งสองความคิด สลับกันไปมา เพื่อที่จะสามารถอธิบายให้ครอบคลุมความจริงเกี่ยวกับอะตอมทั้งหมดได้ และวิธีการเช่นนี้ ก็เป็นสิ่งที่นักปราชญ์ชาวตะวันออกที่ใช้ในการพยายามอธิบายประสบการณ์แห่งสัจจะซึ่งอยู่เหนือความเป็นสิ่งตรงกันข้าม

ดังที่ท่านลามะ โควินทะกล่าวว่า ”วิธีคิดของตะวันออกสั้นเป็นการวนรอบวัตถุที่ตั้งแห่งความคิดและการเพ่งพินิจพิจารณา..มีลักษณะหลายแง่มุม นั่นคือว่า เป็นความรู้สึกหลายมิติซึ่งเกิดจากการซ้อนกันของ ความรู้สึกแต่ละอัน จากแง่มุมต่าง ๆ กัน” ความคิดซึ่งดูเหมือนตรงกันข้ามซึ่งเราอาจนำมาใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์ของสิ่งเดียวกันดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ได้แสดงให้เห็นว่าความคิดแต่ละแง่มุมไม่สมบูรณ์พอในตัวมันเอง นีลล์ บอห์ร ได้เสนอว่าความคิดที่เป็นคู่ตรงกันข้ามนั้นเป็นสิ่งซึ่งเสริมกันและกัน เราถือว่าลักษณะความเป็นคลื่นและลักษณะความเป็นอนุภาคเป็นสองแนวทางซึ่งเสริมกันและกันในการอธิบายความจริงในประการเดียวกัน แต่ละลักษณะนั้นถูกต้องเพียงบางส่วนและมีขอบเขตในการอธิบายอย่างจำกัดแต่ละลักษณะล้วนเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการอธิบายที่สมบูรณ์เกี่ยวกับความจริงของอะตอม ความคิดในเรื่องการส่งเสริมซึ่งกันและกันนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในวิธีคิดเกี่ยวกับธรรมชาติของนักฟิสิกส์และบอห์รได้เสนอว่าแนวคิดดังกล่าวน่าจะใช้ได้นอกขอบเขตของฟิสิกส์ โดยแท้จริงแล้ว ความคิดเรื่องการเป็นองค์ประกอบซึ่งเสริมกันของสิ่งต่าง ๆ นี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความคิดที่มีประโยชน์มากตั้งแต่เมื่อ 2500 ปีที่ผ่านมา ความคิดนี้เป็นกระแสหลักในแนวคิดของจีนโบราณซึ่งมีรากฐานอยู่บนญาณทัศน์ที่ว่าความคิดที่เป็นคู่ตรงกันข้ามปรากฏในลักษณะขั้วซึ่งสัมพันธ์เสริมซึ่งกันและกัน แต่ชาวจีนได้สร้างลักษณะขึ้นแทนความคิดดังกล่าวในรูปหยินและหยัง โดยถือว่าการขับเคี่ยวระหว่างหยินและหยางเป็นแก่นแท้ของปรากฏการณ์ธรรมชาติทั้งหลาย และสภาวะการรู้ทั้งมวลของมนุษย์ นีลล์ บอห์รได้ตระหนักรู้ถึงความคล้ายคลึงระหว่างความคิดเรื่ององค์ประกอบที่เสริมซึ่งกันและกันของเขากับความคิดของจีน เมื่อเขาเดินทางมาประเทศจีนในปี พ.ศ. 2480 ในขณะนั้นทฤษฎีควอนตัมของเขาได้รับการเสริมแต่งเรียบร้อยแล้วเขารู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งต่อความคิดของจีนโบราณในเรื่องขั้วตรงข้าม หลังจากนั้นทำให้เขาสนใจในวัฒนธรรมของตะวันออกเรื่อยมา 10 ปีต่อมา บอห์รได้รับรางวัลพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อเป็นการยกย่องความสำเร็จของเขาในด้านวิทยาศาสตร์และคุณูปการอันใหญ่หลวงของเขาต่อชีวิตทางวัฒนธรรมของชาวเดนมาร์ก เมื่อเขาต้องเลือกคำขวัญตราประจำตัวของเขา เขาเลือกสัญลักษณ์ ไท้-จี่ ของจีน ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ในลักษณะประกอบเสริมซึ่งกันและกันของขั้วตรงกันข้าม หยินและหยังและมีคำว่า Contraria Sunt Comtlementa (สิ่งตรงกันข้ามเป็นองค์ประกอบซึ่งเสริมกันและกัน) นีลล์ บอห์ร ยกย่องความบรรสานสอดคล้องอย่างลึกซึ้งระหว่างปัญญาของตะวันออกโบราณและวิทยาศาสตร์ตะวันตกสมัยใหม่

<< ย้อนกลับ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com