Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

เต๋าแห่งฟิสิกส์

บทที่ 1 ฟิสิกส์สมัยใหม่
บทที่ 2 การรู้และการเห็น
บทที่ 3 พ้นภาษา
บทที่ 4 ฟิสิกส์แนวใหม่
บทที่ 5 ศาสนาฮินดู
บทที่ 6 พุทธศาสนา
บทที่ 7 ปรัชญาจีน
บทที่ 8 ลัทธิเต๋า
บทที่ 9 นิกายเซน
บทที่ 10 เอกภาพแห่งสรรพสิ่ง
บทที่ 11 เหนือโลกแห่งความขัดแย้ง
บทที่ 12 จักรวาลอันเคลื่อนไหว
บทที่ 13 ความว่างและรูปลักษณ์

บทที่ 13 ความว่างและรูปลักษณ์

3

13.2 สุญญตา

ความคิดที่ว่าสิ่งต่าง ๆ ปรากฏการณ์ทั้งหลายเป็นการปรากฏแสดงชั่วครั้งชั่วคราวของสิ่งพื้นฐานซึ่งรองรับอยู่นั้น มิใช่เป็นเพียงพื้นฐานทางของทฤษฎีสนามควอนตัมเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นพื้นฐานของโลกทัศตะวันออกด้วย เช่นเดียวกับไอน์สไตน์ นักปราชญ์ของตะวันออกได้ถือเอาสิ่งพื้นฐานรองรับสิ่งทั้งหลายว่าเป็นความจริงเพียงประการเดียว ปรากฏการณ์ซึ่งปรากฏออกมามันเป็นเพียงสิ่งซึ่งดำรงชั่วครั้งชั่วคราวและเป็นสิ่งลวงตา สัจจะของศาสนาตะวันออกไม่อาจนำมาเปรียบเทียบสนามควอนตัมของนักฟิสิกส์ เนื่องจากสัจจะดังกล่าวเป็นแก่นแท้ของปรากฏการณ์ทั้งหลายในโลกนี้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่พ้นวิสัยทัศนะและความคิดเห็นทั้งมวล ในทางตรงกันข้าม สนามควอนตัมเป็นความคิดที่ชัดเจนซึ่งใช้ได้กับปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์บางประการ

อย่างไรก็ตาม ญาณทัศนะซึ่งอยู่เบื้องหลังการอธิบายโลกของอนุภาคซึ่งเล็กกว่าอะตอมของนักฟิสิกส์ คล้ายคลึงกับญาณทัศนะของนักปราชญ์ตะวันออกซึ่งอธิบายประสบการณ์การหยั่งรู้โลก โดยกล่าวถึงสัจจะสูงสุดอันเป็นพื้นฐานรองรับสรรพสิ่ง สืบเนื่องจากการเกิดขึ้นของความคิดเรื่องสนาม นักฟิสิกส์ได้พยายามที่จะรวมเอาสนามต่าง ๆ เข้าไว้ในพื้นฐานเดียวซึ่งอาจที่จะใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอน์สไตน์ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตในการค้นหาสนามชนิดดังกล่าว อาจจะถือได้ว่า พรหมัน ของฮินดู ธรรมกาย ของพุทธ และเต๋า ของผู้นับถึอเต๋า เป็นสนามแห่งเอกภาพอันสูงสุด ซึ่งก่อกำเนิดแก่ทุกปรากฏการณ์ ไม่เพียงแต่ปรากฏการณ์ที่ศึกษากันในวิชาฟิสิกส์เท่านั้น ในทัศนะของตะวันออก สัจจะซึ่งรองรับปรากฏการณ์ทั้งมวลนั้นอยู่พ้นวิสัยของรูปแบบ คำอธิบาย และการบ่งเฉพาะเจาะจงทุกชนิด ดังนั้นจึงมักกล่าวว่า มันไร้รูป ว่างเปล่า ทว่าความว่างเปล่านี้มิใช่ความไม่มีอะไร ตรงกันข้ามมันเป็นแก่นแท้ของรูปทั้งมวลและเป็นแหล่งกำเนิดของสรรพชีวิต

ดังที่คัมภีร์อุปนิษัทกล่าวไว้ว่า พรหมันคือชีวิต พรหมันคือความร่าเริง พรหมันคือความว่าง… ความร่าเริงคือสิ่งเดียวกับความว่างอย่างแท้จริง ความว่างคือสิ่งเดียวกับความร่าเริงอย่างแท้จริง ชาวพุทธก็ได้เสนอทัศนะเดียวกันเมื่อกล่าวเรียกสัจธรรมสูงสุดว่า สุญตา “ความว่าง” และแสดงให้เห็นว่ามันเป็นความว่างซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของรูปทุกรูปในโลกแห่งปรากฏการณ์นี้ ผู้นับถือเต๋า ถือว่าเต๋าทรงสภาพเป็นอนันต์นิรันดร์เช่นเดียวกัน และเรียกมันว่า ความว่าง กวนจื้อ (Kua-tzu) กล่าวว่า “เต๋าแห่งสวรรค์ไร้รูปและว่างเปล่า” และเหล่าจื้อก็ได้แสดงอุปมาหลายประการเกี่ยวกับความว่างนี้ เหล่าจื้อมักจะเปรียบหุบเขาที่กว้างไพศาลนี้ หรือภาชนะซึ่งว่างเปล่าอยู่เสมอ และดังนั้นสามารถที่จะบรรจุสิ่งต่าง ๆ นับด้วยอนันต์ นักปราชญ์ตะวันออกได้อธิบายความหมายของ พรหมัน สุญญตา หรือ เต๋า ว่ามิได้หมายถึงความว่างเปล่าอย่างสามัญ แต่ตรงข้ามกัน มันเป็นความว่างเปล่าซึ่งทรงศักยภาพเป็นเอนกอนันต์ ดังนั้นความว่างในศาสนาตะวันออกจึงอาจนำมาเปรียบเทียบกับสนามควอนตัมในฟิสิกส์ที่ว่าดัวยอะตอม จากความว่างได้ก่อกำเนิดแก่รูปลักษณ์ทั้งหลาย ทำให้มันคงอยู่และในที่สุดก็ได้ดูดกลืนมันกลับไป ในคัมภีร์อุปนิษัทกล่าวไว้ว่า สงบ จงบูชามัน จากสิ่งนั้นที่เขามา สู่สิ่งนั้นที่เขาจักต้องมลายไป ด้วยสิ่งนั้นที่เขาหายใจ เช่นเดียวกับอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอม ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นจากความว่างในทางศาสนามิใช่สิ่งซึ่งอยู่นิ่งและถาวร แต่มีลักษณะที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงและไม่คงตัว เกิดขึ้นและดับไปในการเริงรำอันเป็นนิรันดร์ของการเคลื่อนไหวและพลังงาน เช่นเดียวกับโลกของอนุภาคที่เล็กกว่าอะตอมของนักฟิสิกส์ โลกแห่งปรากฏการณ์ของศาสนาตะวันออกเป็นโลกแห่ง สังสารวัฏ แห่งการเกิดและตายเนื่องจากมีสภาพเป็นเพียงการปรากฏแสดงชั่วครั้งชั่วคราวของความว่าง สิ่งต่างๆ ในพิภพนี้จึงไม่มีเอกลักษณ์พื้นฐานใด ๆ ความคิดนี้เด่นชัดในพระพุทธศาสนาซึ่งปฏิเสธการดำรงอยู่อย่างแท้จริงของสสารวัตถุทั้งหลาย และสอนว่า “ตัวตน” ที่เที่ยงแท้และเป็นผู้รับรู้ประสบการณ์ต่างๆ ของชีวิตนั้นเป็นเพียงภาพลวง ชาวพุทธมักจะเปรียบเทียบภาพลวงตาของสสารวัตถุและตัวปัจเจกบุคคลกับปรากฏการณ์ของคลื่นน้ำ ซึ่งการเคลื่อนที่ขึ้น-ลงของอนุภาคของน้ำทำให้เราเชื่อว่า “ส่วน” ของน้ำเคลื่อนที่ไปตามพื้นผิว น่าสนใจที่ว่านักฟิสิกส์ก็ได้ใช้อุปมาเดียวกันในเรื่องของทฤษฎีสนาม เพื่อชี้ให้เห็นภาพลวงของสสารวัตถุที่กำเนิดจากอนุภาคกำลังเคลื่อนไหวดังที่เฮอร์แมนน์ วีลย์ (Hermann Weyl) กล่าวไว้ว่า ตามทฤษฎีสนามของสสารวัตถุ อนุภาคเช่นอิเล็กตรอนเป็นเพียงขอบเล็กๆ ของสนามไฟฟ้า ซึ่งความเข้มข้นของสนามในบริเวณนั้นมีมาก นั่นแสดงว่าพลังงานของสนามในปริมาณสูงมากเมื่อเทียบกับส่วนอื่นๆ ได้มารวมตัวกันในบริเวณที่เล็กมากๆ ปมพลังงานดังกล่าวซึ่งเป็นภาพที่ต่างจากสนามส่วนอื่นๆ ได้แผ่กระจายผ่านอวกาศที่ว่างเปล่า เช่นเดียวกับคลื่นน้ำกระเพื่อมไปบนผิวของสระ ไม่มีสิ่งๆ เดียวซึ่งยืนพื้นเป็นองค์ประกอบของอิเล็กตรอนตลอดเวลา

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com