Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป  >>

นักเขียนไทย
ชี วิ ต แ ล ะ ง า น

ป. อินทปาลิต
ผู้ สั น โ ด ษ แ ล ะ ถ่ อ ม ต น
ยาขอบ
ขุ น พ ล นั ก ป ร ะ พั น ธ์
ศรีบูรพา
สุ ภ า พ บุรุ ษ นั ก เ ขี ย น
สด กูรมะโรหิต
นั ก เ ขี ย น   " ตุ๊ ก ต า ท อ ง "
หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง
เ จ้ า ช า ย นั ก ป ร ะ พั น ธ์

ศรีบูรพา

                         ศรีบูรพา ชื่อจริง กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นชาวกรุงเทพฯโดยกำเนิด เรียนหนังสือที่โรงเรียนเทพศิรินทราวาส สำเร็จชั้นมัธยมบริบูรณ์ รุ่นเดียวกับ หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง และ สด กูรมะโลหิต หลังจากเรียนจบได้ 7-8 ปี ได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง สาขานิติศาสตร์ และเดินทางไปศึกษาวิชาการเมืองที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ พ.ศ. 2490-2492
                        เมื่อจบชั้นมัธยมปีที่ 8 สมัครเป็นคูรสอนภาษาอังกฤษภาคค่ำที่โรงเรียนรวมการสอน ระยะหนึ่ง จากนั้นก็หันเหชีวิตเข้าสู่วงการนัเขียนและนักหนังสือพิมพ์ตลอดมา
                        กุหลาบ สายประดิษฐ์ มีแววที่จะเป็นนักหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมปลาย โดยเขาได้ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นออกหนังสือในโรงเรียนชื่อ ดรุณสาร และ ศรีเทพ ต่อมาเมื่อเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนรวมการสอน ได้ฝึกหัดแปลนิยายต่างประเทศที่สำนักงานรวมแปล ซึ่งอยู่แห่งเดียวกับโรงเรียนรวมการสอน หลังจากผัดแปลหนังสือได้แล้ว ได้ร่วมกับเพื่อนที่ฝึกหัดอยู่ด้วยกันออกนิตยสาร สารสหาย และนามปากกา ศรีบูรพา จึงได้กำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่นี่ โดยนายโกศล โกมลจันทร์ เจ้าของสำนักพิมพ์รวมการแปลเป็นผู้ตั้งให้
                      ผลงานเขียนระยะแรกของศรีบูรพา ส่งไปพิมพ์ใน เสนาศึกษษและเผยแผ่วิทยาศาสตร์ นิตยสารรายเดือนของกรมยุทธศาสตร์ทหารบก ซึ่งสนับสนุนผลวานของนักเขียนรุ่นใหม่ ต่อมาพันโท พระพิสิษฐ์พจนการ บรรณาธิการนิตยสารนี้ได้ชวนศรีบูรพาไปร่วมงานด้วย โดยให้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ ศรีบูรพาทำงานอยู่ที่นี่ 3-4 ปี ก็ลาออก
                     ราวเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2472 ศรีบูรพาได้ชักชวนเพื่อนนักเขียนร่วมรุ่น รวมกลุ่มกันเรียกชื่อว่า "คณะสุภาพบุรุษ" ออกนิตยสารรายปักษ์ชื่อ "สุภาพบุรุษ" โดยเขารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการ   ต่อมาใน พ.ศ. 2473 หนังสือพิมพ์บางกอกการเมืองประสบภาวะเสื่อมโทรมขาดความนิยม ฝ่ายกองอำนวยการเห็นว่าศรีบูรพา เป็นผู้มีความสามารถโดยดูจากผลงานจากนิตยสาร สุภาพบุรุษ จึงได้เชิญให้มาช่วยปรับปรุง ซึ่งขณะนั้นกิจการของนิตยสารสุภาพบุรุษกำลังก้าวหน้า และทำรายได้ให้เขาเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากเขามีความมุ่งมั่นที่จะหาประสบการณ์ในการทำหนังสือพิมพ์อยู่แล้ว จึงรับงานหนังสือพิมพ์บางกอกการเมือง โดยมอบภาระการทำนิตยสารสุภาพบุรุษให้ มาลัย ชูพินิจ เมื่อศรีบูรพาจะมารับงาน เขามีข้อแม้ว่าขอจัดคณะบรรณาธิการเอง ครั้นตกลงกันได้แล้วจึงได้เริ่มดำเนินงาน ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2473 ใช้ชื่อใหม่ว่า บางกอกการเมืองใหม่ การทำงานนี้ถือได้ว่าศรีบูรพาเข้าสู่อาณาจักรหนังสือพิมพ์อย่างเต็มตัว เขากล่าวว่า "ฉันมีความพอใจแล้วที่ฉันได้ตั้งต้นชีวิตนักหนังสือพิมพ์ ขึ้นมาจากความรู้เพียงหยิบมือหนึ่ง จากสิ่งที่ไม่มีสีสันวรรณะอะไร ฉันพอใจแล้วที่ฉันได้แต้มสีให้แก่ชีวิตของฉันเอง"

 

                    เมื่อศรีบูรพา รับงานแล้วก็พยายามที่จะเรียกร้องให้ผู้อ่านหันกลับมาสนใจ หนังสือพิมพ์บางกอกการเมืองอีก ในด้านรูปแบบมีการจัดทำฉบับพิเศษ ทำปกให้สะดุดตา พาดหัวข่าวให้น่าสนใจ พร้อมกันนี้ยังได้ปรับปรุงในด้านเนื้อหาด้วย เช่น นำผลงานนักเขียนมีชื่อมาลงติดต่อกัน เสนอข่าวของทางราชการและข่าวอาชญากรรม มีคอลัมน์เสนอบทความทางการเมือง และมีบทนำเขียนวิพากย์วิจารณ์การทำงานของราชการ เป็นต้น ผลปรากฎว่าหนังสือพิมพ์บางกอกการเมืองฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำสถิติจำหน่ายสูงกว่าหนังสือพิมพ์อื่นๆ แต่เนื่องจากมีบมความโจมตีข้าราชการ ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไม่พอใจ และใช้อิทธิพลข่มขู่ผ่านทางนายทุนเจ้าของกิจการ จนในที่สุด ศรีบูรพากับคณะก็ต้องลาออก หลังจากดำเนินการได้ไม่ถึง 3 เดือน
                   ระหว่าง พ.ศ. 2473-2474 ศรีบูรพามารับหน้าที่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวันไทยใหม่ และประจำกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ศรีกรุง และสยามราษฎร์ ระหว่างนี้เขาได้เขียนบทความทางการเมืองเรื่อง "มนุษยภาพ" ลงในหนังสือพิมพ์ศรีกรุง บทความนี้กระทบกระเทือนถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาลอีก จนเป็นผลให้หนังสือพิมพ์ถูกยึดใบอนุญาติ และปิดแท่นพิมพ์
                    ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ศรีบูรพารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายวัน ประชาชาติ ซึ่งอยู่ในอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า วรรณไวทยากร ขณะเดียวกันก็ได้เข้าศึกษาวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองด้วย ศรีบูรพาทำงานที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติได้ไม่นาน ก็ลาออกด้วยเกรงว่าจะทำให้ผู้อุปถัมภ์ลำบาก เนื่องจากเขาเขียนบทความโจมตีการกระทำของรัฐบาลในสมัยนั้น
                   ในปี พ.ศ. 2479 ศรีบูรพาได้เดินทางไปดูกิจการหนังสือพิมพ์ที่ประเทศญี่ปุ่น 1 ปี ประสบการณ์ในการไปต่างประเทศครั้งนี้ ก่อให้เกิดนวนิยายเรื่องสำคัญของเขาคือเรื่อง "ข้างหนังภาพ"
                   ต่อมาในปี พ.ศ. 2482 ศรีบูรพาได้รื้อฟื้นคณะสุภาพบุรุษขึ้นอีกครั้ง โดยได้ออกหนังสือพิมพ์ สุภาพบุรุษรายวัน ภายหลังร่วมกับหนังสือพิมพ์ประชามิตร เป็นประชามิตร-สุภาพบุรุษ จนกระทั้งเกิดสงครามโลกครั้งที่2 อุปกรณ์การพิมพ์ขาดแคลนและมีราคาสูง จึงหยุดกิจการไป
                    พ.ศ. 2490-2492 เขาได้เดินทางไปศึกษาวิชาการเมืองที่ประเทศออสเตรเลีย การไปศึกษาครั้งนี้มีผลต่อความคิดและโลกทรรศน์ของเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งความคิดเหล่านี้ได้สะท้อนออกมาในงานเขียนด้วย โดยงานเขียนในช่วงนี้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอีกลักษณะหนึ่ง มีจุดมุ่งหมายเด่นชัดขึ้น เน้นการต่อสู่เพื่อสิทธิและเสรีภาพ ความเป็นธรรม ผลงานเหล่านี้ลงพิมพ์ตามนิตยสารต่างๆ เช่น ปิยะมิตร และสยามสมัย
                   พ.ศ. 2495 หนังสือพิมพ์ตกอยู่ในสภาพถูกริดรอนสิทธิเสรีภาพ พวกนักหนังสือพิมพ์จึงมีการเคลื่อนไหว รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกพระราชบัญญัติการพิมพ์ และระบบเซนเซอร์ มีการตั้งคณะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของหนังสือพิมพ์ และเจรจาเรียกร้องต่อรัฐบาล แต่ก็ถูกจับเสียก่อนด้วยข้อหากบฎภายในประเทศและภายนอกราชอาณาจักร ที่เรียกว่า "กฎบสันติภาพ"   ซึ่งหนึ่งในผู้ต้องหานี้ก็มี ศรีบูรพา รวมอยู่ด้วย โดยศาลได้พิพากษาตัดสินจำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน แต่ได้รับการปลดปล่อยพ้นจากข้อหาก่อนกำหนด เนื่องในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ
                ระหว่างปี พ.ศ.2500-2501 ศรีบูรพา ได้รับเชิญจากสมาคมส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับนานาประเทศของสหภาพโซเวียต ให้ไปร่วมงานฉลองครบ 40 ปี แห่งการปฎิวัติ และจากสถาบันวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ไปเยือนในฐานะทูตทางวัฒนธรรมตามลำดับ การไปเยือนครั้งหลังนี้เป็นการจากแผ่นดินไทยไปโดยไม่ได้กลับมาอีก เพราะเขาได้ขอลี้ภัยทางการเมืองอยู่ ณ ประเทศจีนจวบจนสิ้นชีวิต เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2517.

นามปากา ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้แก่
ศรีบูรพา
อิสสรชน
ชื่นใน
กุหลาบ สายประดิษฐ์

ผลงานเขียนของศรีบูรพามีดังนี้
คมสวาทบาดจิต(เรื่องสั้นเรื่องแรก)
ฉันจอดไม่ต้องแจว
ปราบพยศ
มารมนุษย์
ลูกผู้ชาย
โลกสันนิวาส 
หัวใจปรารถนา
แสนรักแสนแค้น
จดหมายถึงชายโสด
สระสวาท (แปลจากเรื่อง The Pool ของ W. Somerset Maugham)
สงครามชีวิต
ผจญบาป
ข้างหลังภาพ
นอบ

เรื่องสั้นได้แก่
สิ่งที่ชีวิตต้องการ
ทำงานทำเงิน
ข้างขึ้นข้างแรม
ผู้มาจากโลกบริสุทธิ์
ก่อนแต่งงาน
แท่งทอง
พิษนางกำนัล
อำนาจใจ
ผู้หญิงอีกแบบหนึ่ง
ความหมายของประธิปไตย
นางแมวกับสาลิกา
สุนทรี
นักบุญจากซานตัน
ข้าพเจ้าได้เห็นมา
จนกว่าเราจะพบกัน
เขาเลือกลามบาเรเนในสยาม
มหาบุรุษของจันทิมา
แกะที่พลัดหลง
ยียวนว้าเหว่
คนพวกนั้น
เรื่องของเขา
อ้ายหนูหลงทาง
ลุงพรหมแก่งเกาะลอย
คำขานรับ
ในยามถูกเนรเทศ (เรื่องแปล ของ Auton Chekhov)
เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร
แม่ (เรื่องแปล ของ แมกซิม กอรกี้)
ชีวิตสอนอะไรแก่สตรี โซชลิสต์อังกฤษ (เรื่องแปล ของ แมกซิม กอรกี้)
ขอแรงหน่อยเถอะ
แลไปข้างหน้า
ไปสหภาพโซเวียต
นวนิยายของนักเขียนเอกของโลก
ที่หวังในสันติภาพ
กลับมาหาแม่
สหบาลคนงาน
ฐานะของสตรีตามที่เป็นมาในประวัติศาสตร์
การเมืองของประชาชน
อุดมธรรมกับความดีแห่งพระพุทธศาสนา
ประวัติศาสตร์สังคมมนุษย์
ปรัชญาลัทธิมาร์กซิสม์
บทความเรื่องมองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยแว่นขาว
ความเรียงชุดเรื่องของเขา

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com