Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

วิถีคิด วิถีเชื่อ แบบตะวันออก - ตะวันตก

ความหมายของวิถีตะวันออก วิถีตะวันตก
แหล่งเกิดวิถีความคิดและความเชื่อแบบตะวันออก
แหล่งเกิดวิถีความคิดและความเชื่อแบบตะวันตก
ลักษณะแห่งวิถีเชื่อทางศาสนา
วิถีเชื่อทางศาสนาของชาวตะวันออก
ลักษณะแห่งวิถีคิดและวิถีเชื่อแบบตะวันตก
ลักษณะแห่งวิถีเชื่อทางศาสนา
ความสำคัญของวิถีคิดวิถีเชื่อแบบตะวันออกและตะวันตก
ความสำคัญของวิถีเชื่อทางศาสนา

แหล่งเกิดวิถีความคิดและความเชื่อแบบตะวันตก

อียิปต์โบราณได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเกิดเริ่มต้นแห่งวิถีคิดและวิถีเชื่อแบบตะวันตก ควบคู่ไปกับเมโสโปเตเมีย ซึ่งได้ถ่ายทอดวิถีชีวิตนี้ต่อไปให้กรีกและโรมัน ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของวิถีคิดทางปรัชญาและวิถีเชื่อทางศาสนาแบบตะวันตกอย่างแท้จริง

ความคิดและความเชื่อที่ถือว่าเป็นแหล่งเกิดวิถีตะวันตกยุคเริ่มแรก ก่อตัวขึ้น ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำไนล์ แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรติส วิถีรุ่นต่อมาของโลกตะวันตกเกิดขึ้นในคาบสมุทรบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน ได้แก่ วิถีคิดและวิถีเชื่อแบบกรีก และวิถีแบบโรมันอันมีจุดกำเนิดในแหลมอิตาลี ทั้งหมดนี้คือฐานรากแห่งความเจริญด้านความคิดและความเชื่อ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาสู่เอเชียไมเนอร์ ยุโรป อเมริกาเหนือ กลาง และใต้ในปัจจุบันนี้ ส่วนวิถีแห่งความเชื่อทางศาสนาแบบตะวันตกที่สำคัญและมีอิทธิพลต่อชาวตะวันตกมากที่สุด ก็คือ ศาสนายิว ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะศาสนายิวและศาสนาคริสต์ถือว่าเป็นรากฐานแห่งการดำเนินชีวิตและสร้างสรรค์สังคมของชาวตะวันตกที่สำคัญที่สุด

ลักษณะแห่งวิถีคิดวิถีเชื่อแบบตะวันออกและตะวันตก

แม้ว่าคนเราทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด พูดภาษาใด หรืออยู่ในโลกตะวันออกหรือตะวันตกก็ตาม ทุกคนล้วนเหมือนกันในฐานะ “มนุษย์” (human being) โดยประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ ๒ ส่วน คือ ร่างกายและจิตใจ เหมือนกัน แต่กระนั้น เมื่อกล่าวโดยลักษณะเฉพาะ มนุษย์ย่อมมีความแตกต่างกันในด้านภูมิหลังทางวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิต ตลอดจนอาจมีความแตกต่างกันในด้านความคิดทางปรัชญา และความเชื่อทางศาสนา ซึ่งเป็นรากฐานแห่งวิถีชีวิตของผู้คน ผู้เขียนจะสำรวจลักษณะแห่งความเหมือนและความแตกต่างแห่งวิถีคิดทางปรัชญาและวิถีเชื่อทางศาสนาของชาวตะวันออกและชาวตะวันตก ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นข่างล่างต่อไป

 

ลักษณะแห่งวิถีคิดและวิถีเชื่อแบบตะวันออก

ลักษณะแห่งวิถีคิดทางปรัชญาและวิถีเชื่อทางศาสนาแบบตะวันออก ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวตะวัน ออก อาจประมวลมาให้เห็นเป็นข้อ ๆ ได้ ดังนี้

ลักษณะแห่งวิถีคิดทางปรัชญา

ลักษณะแห่งวิถีคิดทางปรัชญาของชาวตะวันออกมีหลากหลายรูปแบบ แต่มีลักษณะเด่นๆ ที่อาจกล่าวได้ คือ

วิถีคิดทางปรัชญาของชาวตะวันออก

มีลักษณะมุ่งแสวงหาความรู้หรือคำตอบเกี่ยวกับโลกและชีวิตเพื่อการพ้นทุกข์ มุ่งแสวงหาความสงบสุขให้แก่ตน และความพอดีให้กับชีวิต ลักษณะแห่งวิถีคิดแบบนี้มีรากฐานมาจากความคิดและการปฏิบัติของศาสดาหรือนักคิดของศาสนา-ปรัชญาฮินดู เชน พุทธ ซึ่งมีถิ่นเกิดอยู่ในประเทศอินเดีย และมีรากฐานมาจากความคิดและการปฏิบัติของศาสดาหรือนักคิดของศาสนา-ปรัชญาเต๋าและขงจื้อ ซึ่งมีถิ่นเกิดในประเทศจีน

วิถีคิดทางปรัชญาของชาวตะวันออก

มีลักษณะสัมพันธ์แนบแน่นกับศาสนา จนแทบจะแยกไม่ออกว่า อะไรเป็นปรัชญา อะไรเป็นศาสนา ทั้งนี้ก็เพราะว่าแนวคิดทางปรัชญาของชาวตะวันออกตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อทางศาสนา ความจริงทางปรัชญามีความสัมพันธ์กับความจริงทางศาสนา ซึ่งทั้งสองมีผลเกื้อกูลกันและกัน นักปรัชญาเมธีตะวันออกส่วนใหญ่พบว่าเป็นทั้งนักปรัชญาและศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนาในขณะเดียวกัน ท่านสอนคนอื่นอย่างไร (ยถาวาที) ก็จะทำตนหรือปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างตามหลักธรรมหรือคำสั่งสอนของศาสนาของตนอย่างนั้นด้วย (ตถาการี) เพื่อให้สาวกทำอย่างที่ท่านพูดและปฏิบัตินั้นๆ ดังนั้น วิถีคิดทางปรัชญาและวิถีเชื่อทางศาสนาแบบตะวันออกจึงมักไปด้วยกันเสมอ ไม่อาจแยกจากกันได้เด็ดขาด วิถีปรัชญาตะวันออก ยกเว้นปรัชญาจารวากเท่านั้น ล้วนมีรากฐานมาจากศาสนาทั้งสิ้น

วิถีคิดทางปรัชญาแบบตะวันออก

โดยเฉพาะปรัชญาอินเดีย มีลักษณะมุ่งแสวงหาความจริงเรื่องโลกและชีวิตจนกว่าจะค้นพบ เมื่อค้นพบแล้ว ผู้แสวงหานั้นก็พยายามปฏิบัติตนตามแนวทางที่กำหนดไว้เพื่อเข้าถึงความจริงนั้นๆ คือ วิถีทางแห่งการค้นหาความจริงด้านปรัชญาของชาวตะวันออกไม่ใช่จะเป็นเพียงความจริงที่ค้นพบและรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นความจริงที่มีการปฏิบัติตามและสอนคนอื่นให้รู้ความจริงที่ตนรู้แล้วนั้นด้วย ดังตัวอย่างเช่น เมื่อพระพุทธเจ้าทรงค้นพบความจริงที่เรียกว่า อริยสัจ ๔ แล้ว พระองค์ก็ทรงเข้าถึงความจริงนั้นและก็สอนคนอื่น อาทิเช่น ปัญจวัคคีย์ คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ ให้รู้ความจริงนั้นๆ ตามด้วย ดังนั้น วิถีคิดทางปรัชญาตะวันออกจึงไม่ใช่มุ่ง “เรียนรู้เพื่อรู้” อย่างเดียว แต่ยังส่งเสริมให้ปฏิบัติ (รู้เพื่อปฏิบัติ) ตามด้วย กล่าวคือ วิถีคิดนั้นๆ มีทั้งวิธีคิด (หลักทฤษฎี) และวิธีปฏิบัติ (หลักปฏิบัติ) รวมอยู่เป็นระบบเดียวกัน

วิถีคิดทางปรัชญาตะวันออก

มีลักษณะเป็นปรัชญาชีวิต คือ ชาวตะวันออกยึดหลักปรัชญาและศาสนาเป็นเครื่องดำเนินชีวิต หลักการทางปรัชญาที่นักคิดต่างๆ ของศาสนาได้ค้นพบและสอนแล้วนั้น ได้ถูกนำมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันของชาวตะวันออกด้วย มิใช่เป็นแต่เพียงหลักคิดหรือทฤษฎี แต่นำเอาไปปฏิบัติจริงมิได้ แต่ตรงข้าม ทุกแนวคิดที่สอนล้วนเป็นหลักที่ปฏิบัติได้จริงๆ

วิถีคิดต่อชีวิตและโลกของชาวตะวันออก

มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพ้นทุกข์และรู้เท่าทันธรรมชาติของชีวิตและโลก นั่นก็คือ นักคิดตะวันออกที่คิดแนวคิดทางปรัชญาแต่ละอย่างออกมา เป็นการคิดให้พ้นทุกข์ - คิดเพื่อรู้เท่าทันทุกข์และดับทุกข์เป็นสำคัญ

วิถีคิดทางปรัชญาตะวันออก

เป็นแนวคิดที่นิยมความเรียบง่าย ใช้ชีวิตแบบกลมกลืนกับธรรม ชาติ คือ เป็นแนวคิดที่นิยมชีวิตแบบแนบแน่นอยู่กับธรรมชาติ ไม่ขัดแย้ง เป็นชีวิตแบบปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ ปรับธรรมชาติให้เข้ากับตนน้อยที่สุด ชีวิตที่ฝืนธรรมชาติและเป็นอยู่ขัดแย้งกับธรรมชาติ เป็นชีวิตที่ต้องประสบทุกข์ ทั้งนี้มาจากการมองมนุษย์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มิใช่เป็นนายของธรรมชาติ ดังนั้น จึงจะพบได้ที่ว่า นักปรัชญาเมธีและนักการศาสนาตะวันออกส่วนใหญ่เกิดและมีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ สอนหลักปรัชญาอยู่ตามธรรมชาติแห่งป่าไม้และขุนเขา และตายอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ

วิถีคิดทางปรัชญาตะวันออก

เป็นวิถีคิดแบบให้ - พึ่งพาอาศัยกัน แบบ “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า” ตัวอย่างเช่น มองว่า ชีวิตประกอบไปด้วยกายและจิตก็จริง แต่ไม่อิสระแก่กัน แม้จะทำหน้าที่ต่างกัน ต่างอิงอาศัยกันและกันเป็นไป เช่นตะเกียงกับน้ำมัน แบบกายป่วยจิตป่วย หรือจิตสดใสกายก็สดใสด้วย ในโลกนี้มีธรรมชาติคู่กันอยู่ เช่น มีร้อนก็มีเย็น มีผู้ชายก็มีผู้หญิง มีสุขก็มีทุกข์ มีลาภก็มีเสื่อมลาภ มียศก็มีเสื่อมยศ มีนินทาก็มีสรรเสริญ มีแผ่นดินก็มีแผ่นฟ้า มีพระอาทิตย์ก็มีพระจันทร์ มีประจุไฟฟ้าบวกก็มีประจุไฟฟ้าลบ ธรรมชาติ ๒ อย่างนี้มีพลังตรงข้ามกัน แต่ไม่ขัดแย้งกัน อิงอาศัยกัน ทำสรรพสิ่งในโลกให้สมดุล ในปรัชญาเต๋า เรียกธรรมชาติคู่นี้ว่าหยิน-หยาง พระกับคฤหัสถ์ต่างอิงอาศัยกัน คือ พระให้ธรรมะแก่คฤหัสถ์ ขณะที่คฤหัสถ์ให้ปัจจัย ๕ แก่พระ คนในตะวันออกแต่เดิมนิยมการให้ฟรีๆ ยามมีสิ่งของ ไม่นิยมซื้อขาย ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่น การลงแขกเกี่ยวข้าว มีลักษณะเผื่อแผ่แบบให้เปล่าสูง จึงไม่มีแนวคิดเรื่องลิขสิทธิ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของในความคิดแต่เดิมมา มีลักษณะความเป็นกลุ่มสูง ไม่นิยมแนวคิดปัจเจกนิยม

วิถีคิดทางปรัชญาตะวันออก

เน้นจิตวิญญาณมากกว่าวัตถุ แบบ “เป็นอยู่อย่างง่ายๆ แต่คิดให้สูงๆ” อย่างดีที่สุดก็เป็นวิถีชีวิตแบบสายกลาง-พอเพียง ซึ่งเป็นชีวิตแบบแสวงหา-เก็บ-เจือจาน สรุปก็คือว่า วิถีชีวิตของชาวตะวันออกเป็นชีวิตที่มั่งคั่งร่ำรวยด้านจิตวิญญาณ แต่ขาดความเจริญทางวัตถุ

อ่านต่อ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com