Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

วิถีคิด วิถีเชื่อ แบบตะวันออก - ตะวันตก

ความหมายของวิถีตะวันออก วิถีตะวันตก
แหล่งเกิดวิถีความคิดและความเชื่อแบบตะวันออก
แหล่งเกิดวิถีความคิดและความเชื่อแบบตะวันตก
ลักษณะแห่งวิถีเชื่อทางศาสนา
วิถีเชื่อทางศาสนาของชาวตะวันออก
ลักษณะแห่งวิถีคิดและวิถีเชื่อแบบตะวันตก
ลักษณะแห่งวิถีเชื่อทางศาสนา
ความสำคัญของวิถีคิดวิถีเชื่อแบบตะวันออกและตะวันตก
ความสำคัญของวิถีเชื่อทางศาสนา

ลักษณะแห่งวิถีคิดและวิถีเชื่อแบบตะวันตก

ลักษณะแห่งวิถีคิดทางปรัชญาและวิถีเชื่อทางศาสนาแบบตะวันตก ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวตะวันตก อาจประมวลกล่าวเป็นข้อๆ ดังนี้

ลักษณะแห่งวิถีคิดทางปรัชญา

ลักษณะแห่งวิถีคิดทางปรัชญาของชาวตะวันตกมีหลากหลายรูปแบบ แต่มีลักษณะเด่นๆ ที่อาจประมวลมากล่าวได้ คือ

๑) การตั้งข้อสงสัย ใฝ่หาความรู้และหาคำตอบเกี่ยวกับโลกและชีวิตด้วยเหตุผล เป็นลักษณะเด่นมากๆ แห่งวิถีคิดด้านปรัชญาของชาวตะวันตก ลักษณะแห่งวิถีคิดอย่างนี้มีรากฐานมาจากชาวกรีกโบราณ ซึ่งชาวตะวันตกถือว่าเป็นต้นธารแห่งความคิดของตน โดยเริ่มมีมาตั้งแต่ธาเลส ผู้ได้ชื่อว่าเป็น “บิดาแห่งปรัชญาตะวันตก” เพราะเขาเป็นคนแรกที่ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับโลกรอบตัว แล้วใช้เหตุผลของมนุษย์เองหาคำตอบ โดยมิได้หยุดคำตอบไว้ที่พระเจ้าหรือสิ่งเหนือธรรมชาติเป็นคำตอบสุดท้าย เหมือนชาวกรีกคนอื่นๆ ที่แล้วๆมา จนได้คำตอบออกมาว่า “น้ำเป็นที่มาของสรรพสิ่ง” ซึ่งคำตอบที่หาได้นี้ ในปัจจุบันดูจะไม่เป็นจริงเลย แต่นี่ก็มิใช่ประเด็นมากนัก แต่ประเด็นสำคัญควรคำนึงนึก ก็คือว่า ธาเลส รวมถึงนักปรัชญาท่านอื่นๆ ที่ตามหลังมา รู้จักตั้งข้อสงสัย แล้วใฝ่หาความรู้และคำตอบเกี่ยวกับโลกและชีวิตด้วยปัญญาของมนุษย์เอง โดยมิได้ยกทุกอย่างที่เป็นคำตอบสุดท้ายให้กับพระเจ้าหรือสิ่งเหนือธรรมชาติ นักปรัชญาที่มีแนวคิดทางปรัชญาที่เด่นที่สุดในยุคกรีกโบราณ ก็คือ โสเครตีส เพลโต และอริสโตเติล ซึ่งชาวตะวันตกในยุคกลางและยุคใหม่นำไปใช้เป็นฐานสร้างองค์ความรู้ที่มีเหตุมีผลตามที่เรารับรู้ในปัจจุบัน

๒) วิถีคิดทางปรัชญาของชาวตะวันตก มีลักษณะแยกชัดเจนจากความเชื่อทางศาสนา มิได้มีความ สัมพันธ์กันแบบแนบแน่น จึงสามารถมองเห็นความต่างกันแห่งวิถีตะวันตกทั้ง ๒ คือปรัชญาและศาสนาได้ชัดเจนว่า อะไรคือปรัชญา อะไรคือศาสนา แนวคิดทางปรัชญาของชาวตะวันตกส่วนใหญ่มิได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อทางศาสนา นักปรัชญาเมธีตะวันตกเป็นเพียงนักคิดทางปรัชญาที่ชอบครุ่นคิด (speculator) เท่านั้น มิได้เป็นศาสดาผู้ก่อตั้งศาสนาและมิได้เป็นนักปฏิบัติ เหมือนนักปรัชญาตะวันออก ดังนั้น แนวคิดทางปรัชญาที่เขาประกาศเผยแพร่แก่คนอื่น อาจเป็นคนละอย่างกับสิ่งที่เขาทำหรือปฏิบัติก็ได้ ความจริงทางปรัชญาก็อาจมิได้มีความสัมพันธ์กับความจริงทางศาสนา แต่กระนั้น ปรัชญาและศาสนาในบางแนวคิด ก็มีผลเกื้อกูลกันและกันอยู่บ้างเหมือนกัน

 

๓) วิถีคิดทางปรัชญาตะวันตก มีลักษณะมุ่งแสวงหาความจริงเกี่ยวกับโลกและชีวิตเช่นเดียวกับวิถีแห่งปรัชญาแบบตะวันออก แต่กระนั้น วิถีคิดนั้นก็มีลักษณะมุ่งแสวงหาความจริงหรือข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว เมื่อนักคิดตะวันตกค้นพบความจริงแล้ว ก็หยุดอยู่แค่นั้น ไม่แสวงหาความจริงเพิ่มเติม แต่จะเผยแพร่ความคิดทางปรัชญาของตนต่อคนภายนอกให้ได้รับรู้ว่าตนคิดได้ นักปรัชญาเมธีตะวันตกส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยสนใจพยายามที่จะปฏิบัติตนเพื่อให้เข้าถึงความจริงที่ตนได้แสวงหาพบแล้ว ดังนั้น การปฏิบัติของนักปรัชญาเมธีตะวันตกจึงอาจดำเนินชีวิตออกมาในรูปแนวเป็นอย่างหนึ่ง ความจริงที่ค้นพบเป็นอีกอย่างหนึ่ง เพราะสิ่งที่เขาค้นพบเป็น “ความจริงเพื่อความรู้” เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ความจริงที่จะต้องเข้าถึงผ่านการปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น เพลโตค้นพบความจริงว่ามีโลกแห่งมโนคติ (World of Ideas) อยู่ เมื่อเขาค้นพบแล้ว ก็พอใจอยู่เพียงนั้น ไม่พยายามเข้าถึงความจริงที่ตนค้นพบเลย

๔) วิถีคิดทางปรัชญาตะวันตกส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา แต่จะแยกตัวออกเป็นคนละส่วนกับศาสนาเด็ดขาด นั่นก็คือ เมื่อนักคิดตะวันตกเกิดความสงสัยใคร่รู้สิ่งใดๆ ก็จะศึกษาค้นคว้าด้วยเหตุและผลจนได้คำตอบออกมา ทำให้หายคลายสงสัยในสิ่งนั้นๆได้แล้ว ก็จะหยุดอยู่แค่นั้น จะไม่นำมาปฏิบัติอย่างความรู้ทางศาสนา วิถีคิดทางปรัชญาตะวันตกจะไม่ยอมรับเนื้อหาใดๆ ที่มีลักษณะเป็นคำสอนให้ปฏิบัติเพราะถือว่านั่นเป็นเนื้อหาของศาสนา ถึงแม้ว่าวิถีคิดทางปรัชญาบางสำนักจะมีมูลฐานมาจากศาสนาก็ตาม วิถีคิดทางปรัชญาของชาวตะวันตกมีลักษณะเป็นการเกรงความเป็นจริง (speculation) เป็นทฤษฎี (theory) ล้วนๆ มิได้มุ่งเน้นการนำไปสู่การปฏิบัติจริง

๕) วิถีคิดทางปรัชญาต่อชีวิตและโลกของชาวตะวันตก มีจุดมุ่งหมายเพื่อคิดค้นให้รู้ธรรมชาติของชีวิตและโลกที่เขาประสบพบเห็น คิดรู้แล้วนำความรู้เรื่องกฎธรรมชาตินั้นไปประยุกต์ใช้สร้างศาสตร์และวัตถุต่างๆให้แก่โลกมากมาย คือเป็นวิถีคิดให้รู้-คิดเพื่อสร้าง ผลที่ได้จากการนำองค์ความรู้ทางธรรมชาติหรือกฎธรรมชาติไปประยุกต์ใช้ ก็คือ เทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถพบเห็นในปัจจุบันนี้

๖) วิถีคิดทางปรัชญาตะวันตกเป็นแนวคิดที่มุ่งใช้ชีวิตแบบอิสระ ไม่ถูกควบคุมทางกายและทางความคิด เป็นชีวิตแห่งการอ้างสิทธิและเสรีภาพ แต่บางทีก็ละเลยไม่ทำหน้าที่ควบคู่ไปด้วย ใช้ชีวิตแบบแสวงหา กระตือรือร้น ตัวใครตัวมัน มีอัตลักษณ์แห่งความเป็นตัวตนสูง (ปัจเจกนิยม) และเป็นชีวิตห่างธรรมชาติ คือมีชีวิตที่ไม่แนบแน่นอยู่กับธรรมชาติ เป็นชีวิตคิดเอาประโยชน์จากธรรมชาติว่า ทำอย่างไรจึงจะสนองตัณหาของตัวตนให้มากที่สุด ดังนั้น จึงจะไม่ค่อยพบนักที่ว่า นักปรัชญาเมธีและนักการศาสนาตะวันตกเกิดและมีชีวิตอยู่กับธรรมชาติของป่าไม้และขุนเขา และตายอยู่ในท่ามกลางธรรมชาติ เหมือนกับนักปรัชญาตะวันออก

๗) วิถีคิดทางปรัชญาตะวันตกเป็นวิถีคิดแบบเอาหรือลิขสิทธิ์ เป็นชีวิตแบบตัวใครตัวมัน อยู่ใกล้บ้านเรือนเคียงติดกัน อาจไม่รู้จักกัน เป็นวิถีคิดมุ่งแสวงหากำไรจากธุรกิจอุตสาหกรรม แบบประโยชน์นิยม ทุนนิยม และเสรีนิยม วิถีคิดแบบเอาหรือลิขสิทธิ์นำไปสู่การซื้อขายเป็นเงินเป็นทองได้ทุกอย่าง ไม่นิยมให้เปล่า เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน หรือแบบพึ่งพาอาศัยกัน เมื่อค้นพบหรือทำอะไรได้เป็นคนแรก นิยมการผูกขาดจดเป็นลิขสิทธิ์อ้างความเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว ใครอยากได้ต้องซื้อ ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ ก็คือ เมื่อชาวตะวันตกนำสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิของไทยไปพัฒนา มีความแตกต่างเล็กน้อย ก็อ้างสิทธิจดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของ ทั้งๆ ที่ข้าวหอมมะลิมีอยู่ในเมืองไทยมานานปี ไม่มีใครคิดจดสิทธิบัตรแสดงความเป็นเจ้าของเลย

๘) วิถีคิดทางปรัชญาตะวันตก เน้นวัตถุมากกว่าจิตวิญญาณ เป็นชีวิตห่างจากศาสนา จึงขาดเครื่องบำรุงจิตวิญญาณ แม้จะมีวัตถุเจริญมั่งคั่งอย่างมากมายในประเทศ สรุปก็คือ ชาวตะวันตกมีชีวิตที่มั่งคั่งด้วยวัตถุมีมาก แต่ยากจนขาดความสมดุลทางด้านจิตวิญญาณ

อ่านต่อ >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com