วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา >>

บันทึกการศึกษาร่างกายของมนุษย์

ยุคประวัติศาสตร์ 

มนุษย์สนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับร่างกายของตนเองมาตั้งแต่โบราณ แต่ในช่วงพันกว่าปีที่ผ่านมานั้น พระในศาสนาคริสต์ต่อต้านการศึกษาและวิจัยต่างๆ ในยุโรป ความก้าวหน้าจึงดำเนินไปอยู่เฉพาะในเอเซีย และอาระเบียนเท่านั้น จนถึงยุคการฟื้นฟูศิลปวิทยาการต่างๆ ในทวีปยุโรปจึงได้ปลุกจิตสำนึกการเรียนรู้ทางด้านนี้อีกครั้ง.

  • ค.ศ. 170
    คอเดียส กาเลน แพทย์ชาวกรีกเขียนเรื่อง การใช้ส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์ เขาสังเกตุว่าเส้นเลือดแดงบรรจุเลือดไม่ใช่อากาศ และให้ข้อคิดผิดๆว่า มีของเหลว 4 ชนิด ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย และเป็นตัวกำหนดสุขภาพของร่างกาย ความเชื่อนี้ยาวนานถึง 1400 ปี
  • ค.ศ. 1000
    อวิสเซนนา นักกายวิภาคศาสตร์ชาวอาระเบียน พิมพ์หนังสือเรื่อง แคนอน ออฟ เมดิซิน ซึ่งได้ข้อมูลจากการผ่าตัดร่างกายมนุษย์
  • ค.ศ. 1450
    มีการประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ข่าวสาร ช่วยเผยแพร่ความรู้ และตรงกับยุคฟื้นฟูวิทยาการในยุโรป
  • ค.ศ. 1543
    เบลเจียน แอนเดียส เวซาเลียส ได้วาดภาพแสดงกายวิภาคต่างๆไว้อย่างชัดเจนแม่นยำ เป็นครั้งแรกในหนังสือ โครงร่างของมนุษย์ โดยอาศัยศพที่ขโมยมาเป็นแบบ
  • ค.ศ. 1590
    ฮันส์ เจนส์เซน ช่างทำแวนตาชาวดัทช์ ได้ประดิษฐ์กล้องจุลทัศน์แบบผสมขึ้น
  • ค.ศ. 1615
    ซังค์ทอเรียส แพทย์ชาวอิตาเลียน ประดิษฐ์ทอร์โมมิเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือใช้วัดอุณหภูมิร่างกายชิ้นแรก ที่แม่นยำและถูกต้อง
  • ค.ศ. 1628
    วิลเลียม ฮาร์วีย์ แพทย์ประจำองค์พพระเจ้าเจมส์ที่1 และชาร์ลส์ ที่1 แห่งอังกฤษ ได้บรรยายเกี่ยวกับการไหลเวียนของโลหิต
  • ค.ศ. 1658
    แจน สวามเมอร์ดาม นักกายวิภาคศาสตร์ชาวดัทช์ ใช้กล้องจุลทัศน์ส่องดูเม็ดเลือดแดง
  • ค.ศ. 1660
    มาร์เซลโล มาลปิกิ นักกล้องจุลทัศน์ชาวอิตาเลียน ค้นพบหน่วยกรองในไต และกิ่งแขนงหลอดลมในปอด
  • ค.ศ. 1664
    นีลส์ สเตนเซน นักส่องกล้องจุลทัศน์ชาวเดมมาร์ก พบว่ากล้ามเนื้อประกอบไปด้วยมัดเส้นใยหลายๆมัด
  • ค.ศ. 1665
    โรเบิร์ต ฮุก นักฟิสิกส์ ใช้คำว่า เซลล์ ในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า ไมโครกราเฟีย หลังจากได้ศึกษาลักษณะโครงสร้างของชิ้นไม้คอร์ก โดยใช้กล้องจุลทัศน์ที่ทำขึ้นเอง
  • ค.ศ. 1672
    เรก์เนียร์ เดอ กราฟ นายแพทย์ชาวดัทช์ บรรยายถึงระบบสืบพันธ์ในเพศหญิง อย่างละเอียดเป็นครั้งแรก
  • ค.ศ. 1675
    จอห์น เมย์ฮาวส์ นักเคมีชาวอังกฤษ ทำการทดลองทางเคมีเกี่ยวกับการหายใจ พบว่ามีส่วนประกอบจำเป็นต่อชีวิตอยู่ในอากาศ
  • ค.ศ. 1677
    อันตน เลเวน ฮุก นักชีววิทยา ชาวดัทช์ พบว่ามีเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้
  • ค.ศ. 1691
    คลอปตัน ฮาเวอร์ส์ แพทย์ชาวอังกฤษพบโครงสร้างอันสลับซับซ้อนของกระดูกเนื้อทึบ
  • ค.ศ.1743
    นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ เอ. แอล. ลาวัวซิเยร์ พิสูจน์ว่า ส่วนประกอบจำเป็นต่อชีวิตที่อยู่ในอากาศนั้นคือ ออกซิเจน
  • ค.ศ.1791
    ลูอิจิ กัลวานิ นักกายวิภาคศาสตร์ ชาวอิตาเลียน ค้นพบว่าสารเคมีในร่างกายสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ โดยเขาแตะขากบที่ตายแล้ว ด้วยโลหะที่แตกต่างกัน 2 ชนิด แล้วขากบเกิดอาการกระตุก
  • ค.ศ.1796
    เอ็ดวาร์ด เจ็นเนอร์ นายแพทย์ชาวอังกฤษ ค้นพบการฉีดวัคซีน และภูมิต้านทาน โดยเข้าปลูกฝีสร้างภูมิต้านทานโรคฝีดาษ ให้เด็กคนหนึ่งด้วยการใช้ไวรัสที่ทำให้เกิดฝีดาษในวัว ชนิดที่ไม่รุนแรง
  • ค.ศ.1800
    อาเลสซันโดร โวลตา นักฟิสิกส์ชาวอิตาเลียน บรรยายถึงผลของกระแสไฟฟ้าต่อกล้ามเนี้อ
  • ค.ศ.1801
    ทอมัส ยัง นักสรีรวิทยา ชาวอังกฤฤษ ให้ข้อคิดเห็นว่า ตามองเห็นสีแดง สีน้ำเงิน และสีเหลือง โดยตอบสนองต่อคลื่นแสงที่มีความยาว แตกต่างกัน 3 คลื่น
  • ค.ศ.1816
    เรอเน ลานอก แพทย์ชาวฝรั่งเศส ใช้ม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์ฟังหัวใจคนไข้ นับเป็นสเตตโตสโคปเครื่องแรก
  • ค.ศ.1818
    ดร.เจมส์ บลันเดลล์ ทำการถ่ายเลือดคนไข้เป็นครั้งแรก แต่ไม่ได้ผล เนื่องจากยังไม่มีการค้นพบหมู่เลือด 4 หมู่ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1910
  • ค.ศ.1844
    เอช. เวลส์ ทันตแพทย์ชาวอเมริกัน ใช้ก๊าชหัวเราะ (ไนตรัสออกไซด์) เป็นยาสลบขณะถอนฟันคนไข้
  • ค.ศ.1846
    วิลเลียม มอร์ตัน ทันตแพทย์ชาวอเมริกัน เริ่มใช้อีเทอร์เป็นยาสลบ
  • ค.ศ.1851
    ได้มีการประดิษฐ์กล้องส่องนัยน์ตา เพื่อตรวจตาส่วนหลัง ที่ประเทศเยอรมัน
  • ค.ศ.1853
    ได้มีการใช้หลอดและเข็มฉีดยา เพื่อฉีดยาเข้าไปใต้ผิวหนังเป็นครั้งแรก
  • ค.ศ.1860
    โจเซฟ ลิสเตอร์ ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค (กรดคาร์บอลิกอย่างอ่อน) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ในระหว่างทำการผ่าตัด
  • ค.ศ.1865
    หลุยส์ ปาสเตอร์ นักเคมีชาวฝรั่งเศส คิดวิธีใช้ความร้อนฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรียในอาหาร ที่เรียกว่า พาสเจอไรส์เซชั่น เขาแสดงให้เห็นว่า แบคทีเรียแพร่เชื้อได้อย่างไร
  • ค.ศ.1880
    ซามูเอล ฟอน บาสก์ ชาวเช็ก ประดิษฐ์เครื่องวัดความดันโลหิต
  • ค.ศ.1885
    รูดอล์ฟ เวอร์ชอร์ ชาวเยอรมัน ให้ข้อคิดว่า เนื้อเยื่อทุกชนิดในร่างกายประกอบขึ้นด้วยเซลล์ และมีโรคหลายชนิดที่มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์
  • ค.ศ.1895
    วิลเฮลม์ เริมต์เกิน นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ค้นพบรังสีเอ็กซ์ ภาพถ่ายชิ้นแรกคือ มือของภรรยาของเขาเอง
  • ค.ศ.1895
    ซิกมันต์ ฟรอยด์ แพทย์ชาวออสเตรียน ศึกษาเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก และกำหนดวิธีรักษาคนไข้โรคจิต โดยใช้วิธีจิตวิเคราะห์และการบำบัด
  • ค.ศ.1898
    คามิลลิโอ กอลจิ ศาสตราจารย์ชาวอิตาเลียน ทำการย้อมสีเซลล์ แล้วแสดงให้เห็นว่า เยื่อหุ้มเซลล์บางชนิดพับซ้อนกันอยู่เป็นออร์กันแนลอย่างไร
  • ค.ศ.1905
    นักวิจัยชาวอังกฤษ ใช้คำว่า ฮอร์โมน จากคำในภาษากรีกที่แปลว่า ปลุกให้ตื่น
  • ค.ศ.1910
    ดร.คาร์ล ลันด์ชไตเนอร์ นักพยาธิวิทยาชาวออสเตรียน ค้นพบเลือด 4 หมู่ คือ เอ บี เอบี และ โอ
  • ค.ศ.1912
    เซอร์ เฟรเดอริก เกาว์แลนด์ ฮอปกินส์ นักชีวเคมีชาวอังกฤษ ค้นพบวิตามินต่างๆ
  • ค.ศ.1918
    มีการถ่ายภาพเอ็กซเรย์สมองเป็นครั้งแรก
  • ค.ศ.1920
    มีการสร้างเครื่องมือบันทึกคลื่นสมอง ขึ้นเป็นครั้งแรก
  • ค.ศ.1913
    เอิร์นสต์ รัสกา นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน รับรางวัลโนเบลจากการประดิษฐ์กล้อง จุลทัศน์อิเล็คตรอน
  • ค.ศ.1950
    มีการผ่าตัดเปลี่ยนไตเป็นครั้งแรก โดยแพทย์ลอร์เลอร์ แห่งเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา
  • ค.ศ.1950
    มีการพัฒนายาคุมกำเนิด และใช้โดยทั่วไป
  • ค.ศ.1952
    โจนาส ซัสก์ ผลิตวัคซีนป้องกันโปลิโอ โดยเริ่มให้วัคซินแก่ฝูงชนตั้งแต่กลางปี ค.ศ.1950
  • ค.ศ.1953
    เจมส์ วัตสัน นักชีววิทยาชาวอเมริกัน และฟรานซีส คริก นักชีวเคมี ชาวอังกฤษ ค้นพบว่าสารทางพันธุกรรมมีโครงสร้างเป็นเกลียวคู่ ช่วยทำให้สามารถถ่ายทอดยีน จากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งได้
  • ค.ศ.1953
    จอห์น กิบบอน ศัลยแพทย์ชาวอเมริกัน พัฒนาเครื่องทำงานแทนปอด หัวใจ เพื่อสูบฉีดโลหิตในขณะผ่าตัดเปิดหัวใจ
  • ค.ศ.1954
    มีการสอดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจเครื่องแรก ที่เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
  • ค.ศ.1958
    มีการพัฒนากล้องส่องดูอวัยวะภายใน (เอนโดสโคป) ที่สหรัฐอเมริกา
  • ค.ศ.1967
    คริสเตียน บาร์นาร์ด ศัลยแพทย์ชาวแอฟริกาใต้ ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเป็นครั้งแรก คนไข้อยู่ได้ 18 วัน
  • ค.ศ.1973
    เครื่องคอมพิวเตอร์วิเคราะห์อวัยวะภายในสามารถให้ภาพที่ชัดเจน และละเอียดมากว่าการฉายภาพโดยใช้รังสีเอ็กซเรย์
  • ค.ศ.1970
    เครื่องสแกน NMR ใช้คลื่นวิทยุเพื่อทำให้เกิดภาพบนจอที่ชัดเจน ของอวัยวะภายในร่างกาย
  • ค.ศ.1976
    ในประเทศออสเตรเลีย มีการใส่แขนกลอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
  • ค.ศ.1978
    หลุยส์ บราวน์ เด็กหลอดแก้วคนแรก คลอดที่ประเทศอังกฤษ
  • ค.ศ.1981
    มีการผ่าตัดเปลี่ยนปอด และหัวใจเป็นครั้งแรกที่แคลิฟอร์เนีย
  • ค.ศ.1984
    จอห์น แซนฟอร์ด นักพันธุศาสตรชาวอเมริกัน ได้พัฒนาปืนสำหรับยิงสารพันธุกรรม เข้าไปในเซลล์โดยใช้ความเร็วสูง เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของเซลล์
  • ค.ศ.1980-1990
    มีการนำกล้องแอนโดสโคปแบบไฟเบอร์ มาใช้ในการผ่าตัดแทนกล้องจุลทรรศน์
  • ทศวรรษที่ 1990
    มีการใช้ ภาพสมจริง ในการศึกษาร่างกายแบบ 3 มิติ และพันธุศาสตร์ทำให้มีหารค้นพบใหม่ๆตามมา ปัจจุบีนมีการทำแผนผัง แสดงรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ไว้ด้วย.

ยุคก่อนประวัติศาสตร์ <<<

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย

» ชาร์ลส์ ดาร์วิน
ผู้มีบทบาทนำให้เกิดการศึกษาค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการมากที่สุดดาร์วินเสนอควาามคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติ

» สงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน

» ประวัติศาสตร์ชนชาติจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก คือ 1,200 ล้านคน นั่นหมายความว่า ประชากรหนึ่งในห้าของโลกเป็นประชากรจีน

» ยอดมนุษย์
เรื่องราวและชีวิตของพวกเขา บางเรื่องเป็นตำนาน เป็นเรื่องเล่า เป็นความจริง บางคนไร้ตัวตนบางคนล้มเหลว บางคนเป็นต้นแบบ เป็นอาชญากร

» รพินทรนาถฐากูร
หยุดเสียเถิดการสาธยาย การขับขานและการนั่งนับลูกประคำอะไรเหล่านี้ ท่านบูชาผู้ใดกันในมุมสลัวลาง...และเปล่าเปลี่ยวของเทวลัยที่หับบานประตูหน้าต่างมิดชิดรอบด้าน

» สงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)
สงครามระหว่างอิรัก กับ อิหร่าน หรือที่นิยมเรียกว่าสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War) นั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ.1980 โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งอยู่หลายประการ

» แม่ไม้มวยไทย
การเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้มาใช้งานอย่างชาญฉลาด และมีศิลปอย่างสูง

» ประวัติศาสตร์ศิลป์
วิวัฒนาการของประวัติศาสตร์ศิลป์และการออกแบบศิลปะเครื่องประดับตะวันตกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรงบันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ

สติ๊กเกอร์ไลน์
-สนับสนุนผลงาน
รายได้สมทบทุนยังชีพหลังเกษียณ-