Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

บรู๊ซ ลี ( Bruce Lee)

ปรัชญาจี๊ทคุนโด
การฝึกของจี๊ทคุนโด
มวยหยงชุน
ปรมาจารย์ยิปมัน
รวมภาพบรู๊ซ ลี

มวยหยงชุน

ในรัชสมัยของกษัตริย์หยวนเช็งแห่งราชวงศ์ชิงวัดเสื้ยวลิ้มได้ถูกวางเพลิงโดยทหารมองโกลซึ่งศิษย์ทรยศหมานิงยี่ได้ช่วยให้ทหารมองโกลวางเพลิงสำเร็จโดยตนเองช่วยวางเพลิงจากภายในวัด การวางเพลิงครั้งนี้ส่งผลให้ 5 ปรมาจารย์อาวุโสพร้อมลูกศิษย์ต้องฝ่าทหารมองโกลลงสู่ภาคใต้ อาจารย์ทั้ง 5 คือ - แม่ชีหวู่เหมย (หวึมเม่ย - กวางตุ้ง) - จี้ส่าน (จีซิ่น - กวางตุ้ง) - คิ้วขาวแป๊ะเหมย - ฟองโตตั๊ก - เมียวหิ่น

และยังมีศิษย์ฆราวาส เช่น หงซีกวน (หงเหกุ้น - กวางตุ้ง), ฟางซื่อยี่ (ฟงไสหยก - กวางตุ้ง), ลกอาชอยปรมาจารย์จี้ส่านสอนศิษย์ฆราวาสมากมายและได้นำศิษย์เหล่านี้เข้าต่อต้านแมนจู นำโดยศิษย์พี่ชื่อ หงชีกวน ตงชินกุน ฉอยอาฝกพวกเขาปฏิบัติการในเรือแดง โดยจี้ส่านได้ปลอมตัวเป็นพ่อครัวของคณะงิ้วเรือแดงหงชวนส่วนปรมาจารย์เมียวหิ่น และลูกสาวเมียวซุยฟ้า ได้หลบไปอยู่กับชาวเมี่ยวและเย้า ณพรมแดนระหว่างมลรัฐเสฉวนและยูนนาน

ปรมาจารย์หวู่เหมยศิษย์พี่หญิงผู้อาวุโสที่สุดในบรรดาปรมาจารย์ทั้ง 5 ได้หนีความวุ่นวายไปพำนักอยู่ที่วัดกระเรียนขาวบนเขาไทซานที่อยู่ระหว่างมลรัฐเสฉวนและยูนนาน แม่ชีหวู่เหมยยังได้คิดค้นวิทยายุทธ์แขนงใหม่ซึ่งแตกต่างและมีประสิทธิภาพกว่าวิทยายุทธ์ ซึ่งได้เรียนรู้ที่วัดเสี้ยวลิ้มท่านได้พบเคล็ดลับโดยบังเอิญ เมื่อแม่ชีหวู่เหมยได้เห็นการต่อสู้ระหว่างจิ้งจอกและนกกระเรียนซึ่งจิ้งจอกจะวิ่งเวียนไปรอบๆ กระเรียนเป็นวงกลม หวังหาจังหวะจู่โจมในขณะที่กระเรียนยืนอยู่ในศูนย์กลางของวงกลม จะหันหน้าเข้าหาจิ้งจอกทุกครั้งเมื่อจิ้งจอกโจมตีด้วยกรงเล็บนกกระเรียนก็จะปัดด้วยปีกพร้อมกับตอบโต้ด้วยการจิกด้วยจงอยปาก ส่วนจิ้งจอกพยายามอาศัยความเร็วและความเจ้าเล่ห์ของมันแต่นกกระเรียนก็สามารถตั้งรับและตอบโต้ได้ทุกครั้งการต่อสู้ของจิ้งจอกและนกกระเรียนนี้ทำให้แม่ชีหวู่เหมยได้ค้นพบพื้นฐานของวิชาหมัดมวยชนิดใหม่

 

วิชาการต่อสู้ชนิดใหม่นี้ไม่ได้ถูกตั้งชื่อเป็นมวยจิ้งจอกหรือมวยกระเรียนเนื่องจากมวยชนิดนี้ไม่ได้เลียนแบบท่าทางของจิ้งจอกหรือนกกระเรียนหากแต่อาศัยหลักการต่อสู้อันแยบยลตามธรรมชาติของจิ้งจอกในการหลบหลีกการปะทะโดยใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเป็นวงกลมและการโจมตีที่เป็นเส้นตรงพุ่งเข้าสู่ศัตรูส่วนนกกระเรียนจะใช้หลักการในการหันเข้าหาศูนย์กลางของคู่ต่อสู้พร้อมกับการปิดป้องและโจมตีคู่ต่อสู้ไปพร้อมกันกรงเล็บ เขี้ยว จงอยปาก ปีก ได้ถูกทดแทนโดยหมัดและฝ่าเท้าซึ่งถูกคิดค้นให้ใช้ออกมาอย่างถูกสรีระของมนุษย์มากที่สุด

วิทยายุทธ์ชนิดใหม่นี้แตกต่างกับหลักวิทยายุทธ์เสี้ยวลิ้มเดิมโดยสิ้นเชิง แม่ชีหวู่เหมยได้ตัดกระบวนท่าอันซับซ้อนและเปลี่ยนเป็นกระบวนท่าที่กระชับอาศัยการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุดเพื่อที่จะโจมตีสู่เป้าหมายในระยะใกล้ในเวลาที่น้อยที่สุดและได้พลังโจมตีมากที่สุดด้วยกระบวนท่าในการฝึกฝนได้ถูกลดลงเหลือแค่มวยเพียงสามเส้น หุ่นไม้หนึ่งเส้นมีดคู่ฟันแปดท่าหนึ่งเส้น และกระบองหกแต้มครึ่ง ต่างกับมวยชนิดอื่นๆซึ่งอาจจะมีหลายสิบกระบวนท่ารำ ซึ่งยากแก่การจดจำและนำไปปฎิบัติ

อินหยงชุน อาศัยอยู่กับบิดาชื่อหยิ่มยีในมลรัฐกวางตุ้งหลังจากมารดาเสียชีวิตลง บิดาได้หมั้นหมายตนไว้กับพ่อค้าชื่อเหลียงป๊อกเชาชาวฮกเกี้ยน ซึ่งในขณะนั้นหย่งชุนยังเป็นเด็ก ต่อมาบิดาได้เข้าช่วยเหลือผู้อื่นจนมีคดีติดตัวต้องพาหย่งชุนหลบหนีไปยังพรมแดนระหว่างรัฐเสฉวนและยูนนานและทั้งคู่ได้ยังชีพด้วยการขายเต้าหู้อยู่ ณ เชิงเขาไทซาน สถานที่ ที่แมชีหวู่เหมยหรือ ปรมาจารย์หวู่เหมย พำนักอยู่

เนื่องจากที่หย่งชุนเป็นสาวงามจนเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนเมื่อมีอันธพาลมาชอบพอหย่งชุนและบังคับให้แต่งงานด้วยจึงทำให้บิดาเป็นกังวลอย่างมาก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีจนบิดาของเธอได้ไปเล่าเรื่องนี้ให้แม่ชีหวู่เหมยที่พำนักอยู่บนเขาไทซานฟังแม่ชีหวู่เหมยต้องการช่วยเหลือหยงชุน จึงรับหยงชุนเข้าเป็นศิษย์ให้ไปอาศัยอยู่บนเขาและฝึกวิทยายุทธ์แขนงใหม่ที่แม่ชีคิดค้นขึ้น จนเวลาผ่านไป 3 ปีหยงชุนได้ฝึกฝนได้คล่องแคล่วจนสามารถใช้ป้องกันตนเองได้แล้วหยงชุนจึงได้กลับมาหาบิดาอีกครั้ง

เป็นดังคาดอันธพาลคนเดิมได้มารังควาญอีกครั้ง คราวนี้หยงชุนไม่ได้หลีกเลี่ยงอีกต่อไปแต่ได้ท้าประลองกับอันธพาล และได้รับชัยชนะในเวลาอันสั้น

หลังจากนั้นหยงชุน ได้แต่งงานกับพ่อค้าเหลียงป๊อกเชา หยงชุนพยายามจะสอนวิทยายุทธ์ที่ได้ร่ำเรียนมาให้กับสามีของเธอหากแต่สามีไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นักเพราะตัวเขาเองก็ได้ร่ำเรียนมวยเสี้ยวลิ้มมาอย่างช่ำชองแล้ว แต่เมื่อหยงชุนได้แสดงวิทยายุทธ์โดยการประมือกับสามีของเธอซึ่งทำให้สามีพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจึงยอมเรียนรู้วิชานี้จากหยงชุนและได้ตั้งชื่อวิทยายุทธ์นี้ตามชื่อภรรยาว่า "หยงชุน"

ต่อมาเหลียงป๊อกเชาได้สอนวิทยายุทธ์นี้ให้กับ เหลียงล่านไกว เมื่อเหลียงล่านไกวฝึกสำเร็จตัวเขาพยายามปกปิดไม่เผยแพร่วิทยายุทธ์หยงชุนนี้ โดยมีครั้งหนึ่งได้ใช้วิทยายุทธ์นี้เข้าต่อสู้กับกลุ่มนักมวยที่กำลังรุมล้อมนักมวยผู้หนึ่ง เหลียงล่านไกว ได้สอนวิทยายุทธ์หยงชุนให้กับ หว่องหว่าโปวและเหลี่ยงหยี่ไท เมื่อเหลี่ยงหยี่ไทเกือบเข้าสู่วัยชรา ทุกเย็นหลังเลิกงาน

ในขณะฝึกสอน "ฉานหว่าซุน" ได้แอบฝึกมวยหยงชุนโดยมองผ่านเข้ามาตามซอกประตู จนกระทั่งเหลียงจั่นจับได้เหลียงชุนได้ชวนให้ฉานหว่าซุ่นมาประลองกัน ในที่สุดเหลียงจั่นก็ยอมรับและรับฉานหว่าซุนเป็นศิษย์ด้วยอีกคนเหลียงจั่นได้ถ่ายทอดมวยหยงชุนให้กับบุตรชายทั้งสอง คือ "เหลียงชุน" และ "เหลียงปิ๊ก" รวมทั้ง "หมกหยั่นหว่า" (หว่าหุ่นไม้)ผู้มีแขนทั้งสองอันแข็งแรงได้สอนวิชามวยให้กับศิษย์เพียงคนเดียว คือ "เหลียงจั่น"ซึ่งเขาเป็นหมอแผนโบราณชื่อดังแห่งเมืองฝอสาน ในมลฑลกวางตุ้ง ต่อมาเหลียงจั่นได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งหมัดมวยหยงชุน หรือราชามวยประลองเนื่องจากนักมวยทั่วสารทิศได้มาท้าประลองกับเหลียงจั่นแต่ทุกคนก็ได้พ่ายแพ้ไปรู้สึกชอบพอถูกชะตา จนได้แลกเปลี่ยนวิชากัน หลังจากนั้นทั้งสองได้ดัดแปลงวิชากระบองหกแต้มครึ่งโดยประยุกต์หลักการฟังด้วยสัมผัสจากหมัดหยงชุน หรือ "ชี้เสา"และเรียกการฝึกฝนด้วยกระบองสัมผัสนี้ว่า "ชี้กวัน" (ที่เรียกว่า ชี้เสาคู่ฝึกจะใช้แขนสัมผัสกันตลอดการฝึกฝนโดยต่างฝ่ายจะฟังการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจากการสัมผัสในขณะที่พยายามปิดป้องและโจมตีในเวลาเดียวกัน โดยใช้วิชามวยหยงชุนในระหว่างการฝึกในการฝึกแขนทั้งสองฝายจะต้องไม่หลุดสัมผัสหรือไม่แยกออกจากกันเลย) "หว่องหว่าโปว" นักแสดงงิ้วแห่งคณะงิ้วเรือแดง และบังเอิญที่ปรมาจารย์ จี้ส่านได้ปลอมตัวเป็นพ่อครัวเข้ามาในคณะงิ้วนี้ด้วย ในเวลานั้นปรมาจารย์จี้ส่านได้สอนลูกศิษย์อยู่จำนวนหนึ่ง และ "เหลี่ยงหยี่ไท" นายคัดท้ายเรือก็คือหนึ่งในจำนวนศิษย์ของเขาเหลี่ยงหยี่ไทได้ฝึกวิชากระบองหกแต้มครึ่งมาจากปรมาจารย์จี้ส่าน เมื่อฉานหว่าซุนฝึกวิชาสำเร็จต่อมาได้รับลูกศิษย์ไว้ทั้งหมด 16 คน ศิษย์คนโตชื่อว่า "หงึงชงโซว"และศิษย์คนสุดท้ายคือ "ยิปมัน"

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com